เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1680 ลากอนเส้นทางวิทยาศาสตร์ของฉัน สถาบันของฉัน!
เฉินชางมีพรสวรรค์ในการดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมากเสมอมา ดูเหมือนความสามารถในการดึงดูดเงิน…ก็ไม่เลวเหมือนกัน!
ตอนนี้ขงเสี่ยงหมิงให้การสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว เสนอสถานที่และฐานวิจัยให้ ช่วยเรื่องถิ่นฐานที่อยู่ จัดการปัญหาการจ้างงานคู่สมรส และสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่บุคลากรการศึกษาสูงเหล่านี้!
ตั้งแต่ที่พักค่าเช่าต่ำไปจนถึงเงินอุดหนุนพิเศษแก่บุคลากรมีความสามารถ ตั้งแต่จัดสรรงานให้คู่สมรสจนถึงให้การศึกษาแก่บุตรหลาน ขงเสี่ยงหมิงทุ่มสุดตัวแล้ว! ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ว่าการมณฑลตงหยาง แต่มณฑลตงหยางกว้างใหญ่เหลือเกิน แผนการพัฒนาเมืองอันหยางดำเนินการในด้านวิจัยวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่ได้
ตอนนี้เขตไฮเทคเปรียบเสมือนฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายของเมืองอันหยาง หวังว่าจะชักนําอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์เข้ามาได้ สิ่งเหล่านี้แก้ไขปัญหาการจ้างงาน นำพาความเจริญมาให้และยกระดับภาษีได้… ทำให้เมืองอันหยางมีชีวิตรอดต่อไป รากฐานเข้มแข็งขึ้น!
ขงเสี่ยงหมิงทุ่มกำลังช่วยเหลือแบบนี้ อาจจะเป็นขีดจำกัดอำนาจสูงสุดของเขาแล้ว เฉินชางพอใจมากแล้ว! ชาตินี้ได้เจอผู้สนับสนุนแบบนี้ เขามีดีตรงไหนกัน ในสังคมอันวุ่นวายนี้ยิ่งผ่านไปนานเท่าไร ความอับจนหนทางในสถานการณ์ปัจจุบันสร้างแรงกดดันให้คุณมากกว่าศัตรูเสียอีก! ก็เหมือนตอนนี้
กล่าวได้ว่าไททานีสคือคู่แข่งตัวฉกาจของตนแต่ว่า! เมื่อเฉินชางพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของตนไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นโลกแห่งความจริง! โชคดีที่มีมิตรสหายผู้อาวุโสและผูสนับสนุนเช่นนี้ คอยให้การสนับสนุนอยู่ข้างกาย ไม่อย่างนั้นคงจะยากเกินไปจริงๆ
ตอนนี้แก้ปัญหาเรื่องสถานที่ได้แล้ว ยังเหลือเรื่องเงินทุนและห้องทดลองที่ต้องจัดการต่อ จะจัดหาจากไหนล่ะ เฉินชางมองประกาศรับสมัครของศูนย์ปฏิบัติการไททานีส ตกอยู่ในภวังค์ความคิด เท่าที่อ่านการแนะนำตัวของไททานีสมา เขียนระบุรางวัลและประกาศเกียรติคุณต่างๆ ไว้อย่างชัดเจนละเอียดโปร่งใส ระบุด้วยว่ามีผลสำเร็จด้านการวิจัยอย่างไรบ้าง เฉินชางค่อนข้างลำบากใจ ตนควรจะเขียนอย่างไรดี
ตามกันตามจริง! ถึงแม้ไททานีสจะละโมบไปหน่อย แต่คนคนนี้มีความสามารถยอดเยี่ยมมาก งานวิจัยด้านประสาทสรีรวิทยาและพยาธิวิทยาของอีกฝ่ายโดดเด่นมากจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนี้ค่อนข้างละโมบเกินไป พูดกันตามตรงอันที่จริงเฉินชางก็อยากจะร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเขาจริงๆ เฉินชางคาดการณ์ว่าตนก็น่าจะไม่ด้อยไปกว่าไททานีส!
ถึงอย่างไรฐานะ ‘ผู้คิดค้นการผ่าตัดรักษาพาร์กินสัน’ ก็เพียงพอจะเรียกการสนับสนุนจากคนจำนวนมากได้ หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจู่ๆ เฉินชางก็คิดว่าหากเคลื่อนไหวเบาเกินไปคงไม่ดี! ถึงอย่างไรตนก็มีเวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น!
จะจัดหาสถานที่ เงินทุน อุปกรณ์ รวมถึงผู้ร่วมงานในระยะยาว ตลอดจนแก้ไขปัญหาเงินหมุนเวียนภายในหนึ่งอาทิตย์ได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ไม่ใช่การซื้อขายครั้งเดียวจบ! ลงทุนมหาศาลขนาดนี้ คุณลุงขงเสี่ยงหมิงก็พยายามทุ่มสุดกำลังมากขนาดนี้ ในเมื่อลงมือทำทั้งทีก็ทำให้กลายเป็นสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งไปเลยดีกว่า ถ้าภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ อาจจะช่วยให้เสนอวาระโรคอัลไซเมอร์ได้ราบรื่นขึ้น!
หลังจากตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว เฉินชางเปิดคอมพิวเตอร์เสิร์ชหัวข้อหนึ่ง! ในเมื่อชอบตีกันอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็สร้างประเด็นเดือดๆ กันดีกว่า! ‘แท้จริงแล้วโรคพาร์กินสันคืออาการแพ้ภูมิตัวเองประเภทหนึ่ง – – ผู้มาเยือนลึกลับ: พับแอลฟา-ซินนิวคลินไปซะ!’
ตอนนี้การวิจัยสรีรวิทยาและพยาธิวิทยาของโรคพาร์กินสันยังคงอ้างอิงจากทฤษฎีของไททานีสเป็นหลัก เขาคิดว่าโรคพาร์กินสันและโรคอัลไซเมอร์เหมือนกัน สาเหตุหลักมาจากอาการสะสมของภาวะ LBD ก่อให้เกิดการตอบสนองด้านสรีรวิทยาและพยาธิวิทยาตามมาเป็นชุด เฉินชางคาดการณ์ได้เลยว่า หลังจากข่าวนี้ของตนถูกประกาศออกไป จะต้องก่อให้เกิดความฮือฮาครั้งใหญ่ในวงการประสาทวิทยาแน่นอน!
เฉินชางใช้เวลาเขียนบทความอยู่สองวันเต็ม ในสองวันนี้เฉินชางไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย โรงพยาบาลก็ไม่ไป เขียนบทความอยู่ในบ้านตลอด จากการทดลองมากมายของเขาทำให้มีข้อมูลเชิงคลินิกมากพอ พูดกันตามตรงนี่คือครั้งแรกที่เฉินชางก้าวเข้าสู่วงการวิจัยวิทยาศาสตร์ ที่ผ่านมาเฉินชางคลุกคลีในชั้นคลินิกมาตลอด ในที่สุดคนแซ่เฉินก็เข้าสู่วงการวิจัยวิทยาศาสตร์แล้ว
ถึงแม้สองวันนี้เฉินชางจะทุ่มสมาธิเขียนบทความ ไม่สนใจข่าวสารภายนอกเลย แต่พายุฝนเริ่มพัดโหมอยู่นอกหน้าต่างแล้ว! ระยะนี้ด้านนอกเกิดความเคลื่อนไหวขึ้นไม่น้อยเลย โครงการโรคอัลไซเมอร์ของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนสิ้นสุดลง ตอนนี้ปิดข่าวการลาออกของบุคลากรสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนจำนวนสองร้อยสิบสองคนไม่อยู่แล้ว!
หนึ่งวันหลังจากเฉินชางจากไป ข่าว ‘บุคลากรสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน 212 รายลาออก’ ติดฮอตเสิร์ชและพาดหัวข่าวหลักในชั่วพริบตา แถมยังติดอันดับสามคำค้นหามาแรงของเวยป๋อด้วย! วงการวิจัยวิทยาศาสตร์เก็บตัวมาตลอด มีข่าวดึงดูดความสนใจน้อยมาก แต่เรื่องในวันนี้กลายเป็นกรณียกเว้นครั้งใหญ่เลยจริงๆ! เว็บไซต์ใหญ่หลายแห่งเริ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างบ้าคลั่ง!
คำวิจารณ์จากสังคมวงนอกอาจจะไม่สำคัญ แต่คำบ่นร้องเรียนของนักวิจัยภายในสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนกลับร้ายแรงอย่างยิ่งยวด เวลานี้ทุกคนค้นพบเรื่องที่น่าตกใจ! วิธีบ่นของพวกหัวกะทิมีตรรกะขนาดนี้เชียวหรือ! แต่ละคนมาเป็นย่อหน้ายาวเหยียด บรรยายสมเหตุสมผล ทำให้ทุกคนสะเทือนใจอย่างยิ่ง!
ใครจะไปคิดว่าสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนที่สูงส่งมีเกียรติในภาพจำของทุกคนจะไม่ต่างจากสภาพในสังคมเลย ที่นั่นควรจะเป็นหอคอยงาช้างของสังคมไม่ใช่หรือ ที่นั่นควรจะเป็นศูนย์รวมอัจฉริยะที่เปรียบเสมือนเทพเซียนไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้! หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป ทุกคนเพิ่งค้นพบว่าที่แท้พวกเทพก็ต้องซื้อบ้าน ต้องวางเงินดาวน์เหมือนกัน
บรรดาหัวกะทิกลุ่มนี้ก็ต้องคำนึงเช่นกันว่าจะส่งลูกเข้าโรงเรียนประถมดีๆ ได้หรือไม่ ต้องคอยกังวลว่าจะใช้เงินเดือนจุนเจือครอบครัวได้อย่างไรเหมือนกัน! เดิมทีคิดว่าพวกนักวิทยาศาสตร์หลุดพ้นจากเรื่องทางโลกไปแล้ว ตอนนี้กลับล้มลุกคลุกคลานในโลกมนุษย์ แถมยังติดดินมากด้วย ทำให้ทุกคนรู้สึกเข้าถึงได้มากกว่าเดิม หลังจากทราบข่าวความไม่ยุติธรรมภายในงานวิจัยวิทยาศาสตร์ มีความกดดันสูง เงินเดือนต่ำเตี้ย… ต่างๆ นานา ทุกคนก็เริ่มเรียกร้องความเป็นธรรมให้พวกเขา
บางครั้งพอคิดดูให้ดีๆ ถ้าไม่มีคนเหล่านี้สังคมจะก้าวหน้าได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ลำบากลำบนสร้างคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติ แต่สุดท้ายเงินเดือนยังต่ำกว่าตำแหน่งงานทั่วไปในสายอื่นด้วยซ้ำ! แล้วพวกเขาทุ่มเทกันอย่างเอาเป็นเอาตายไปเพื่ออะไรกัน? นักเรียนหัวกะทิชั้นยอด นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาลัยดังเหล่านั้นที่พวกเขาเคยเห็นยามเยาว์วัย ตอนนี้กลายเป็นว่าส่วนใหญ่ได้เงินเดือนไม่เกินหมื่นหยวนงั้นเหรอ! พูดแล้วคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี เนื่องจากเงินนี้ไม่สอดคล้องกับคุณวุฒิและระดับการศึกษาของพวกเขาเลย
แต่ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความจริงทั้งสิ้น คนเขาเอาแม้แต่สลิปเงินเดือนมาโพสต์ในกระทู้ด้วย ทำให้เกิดการแชร์ไปอย่างบ้าคลั่ง! อดีตลูกบ้านอื่นที่น่าภาคภูมิใจ ตอนนี้ถึงมีบ้านก็ยากจะกลับได้!
‘ในฐานะลูกที่น่าภูมิใจในสายตาพ่อแม่ ลูกบ้านอื่นที่เพื่อนบ้านพูดถึง ฉันได้รับความคาดหวังสูงมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ฉันมีบ้านแต่ก็ยากจะกลับไปได้! งานรวมรุ่นเพื่อนนักเรียนในสมัยก่อนฉันก็ไม่กล้าไปร่วม เพราะฉันกลัวจะถูกคนอื่นถามว่าฉันได้เงินเดือนเท่าไร พอเจอเพื่อนเก่าที่สมัยก่อนเคยด้อยกว่าแล้วฉัน…หมดความมั่นใจในตัวเองจริงๆ ล้วนเป็นมนุษย์ปถุชนเหมือนกันฉันก็ด้วย ฉันก็มีความภูมิใจในตัวเองเหมือนกัน เพราะฉันเก่งไม่พออย่างนั้นเหรอ หรือเพราะฉันยังพยายามไม่พอ ฉันทนลำบากได้ ทนความอ้างว้างได้ แต่กลับมองไม่เห็นแสงอรุณเลย ลาก่อนเส้นทางวิทยาศาสตร์ของฉัน สถาบันของฉัน’
[1] จงกวนซุน (Zhongguancun) เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญในเขตไห่เตี้ยน ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นชื่อโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมระดับสูง
[2] ปรากฏการณ์แมทธิว (Matthew effect) คือความได้เปรียบด้านรากฐานสะสมทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เช่น คนรวยจะรวยขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้รับโอกาสมากกว่า
[3] สถานศึกษาเขตทอง เป็นกฎหมายของจีนเพื่อให้เด็กเข้าเรียนในโรงเรียนตามทะเบียนบ้านโดยไม่ต้องสอบเข้า เพื่อกระจายความเท่าเทียม