เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1695 การลาออกของคนสี่ร้อยคน!
วันถัดมา เฉินชางพาเงินกลับประเทศเงียบๆ ภายในเคบินเฟิร์สคลาส เฉินชางมองก้อนเมฆนอกหน้าต่างอย่างอารมณ์ดี เขาพลันโล่งใจขึ้นมา! ตอนนี้ดีขึ้นมาแล้ว! มีเงินแล้ว มีสถานที่แล้ว แม้แต่บุคลากรชั้นนำก็ดึงตัวมาจากอเมริกาแล้ว
วันนั้นที่เฉินชางจากไป เรื่องห้องทดลองของไททานีสก็ได้ประกาศสู่ภายนอก! ระบุว่าห้องทดลองของไททานีสถูกรื้อถอนอย่างเป็นทางการ และเขากับกระดูกสันหลังของห้องทดลองจะเข้าร่วมกับสถานวิจัยของเฉินชาง
การประกาศนี้แพร่ออกไปไม่ถึงครึ่งวัน ก็เข้าสู่สายตาของเจ้าหน้าที่วิจัยนับไม่ถ้วน ชั่วขณะนั้นเกิดการถกเถียงกันภายนอก! มีสารพัดคำพูด:
“เจ้าไททานีสนี่ก็ใจง่ายเกินไปแล้ว ล้มเหลวครั้งเดียวก็เข้าร่วมทัพของฝ่ายตรงข้าม!”
“ฮอฟฟ์แมน-ลา โรช ลงทุนให้เขามหาศาลเลยนะ ตอนนี้ละอยากไปก็ไป!”
“คนมากมายในห้องทดลองประท้วงแต่ประท้วงไม่อยู่ ไททานีสก็ถึงขั้นไล่ออก!”
“ไททานีสนี่น่าผิดหวังจริงๆ ยังคิดจะได้รางวัลโนเบลอีกหรือ? ยังห่างไกลนัก!”
“คนที่ไม่คิดแม้แต่จะสนับสนุนแนวคิดตัวเอง นับประสาอะไรกับสนับสนุนลูกน้อง!”
คำวิจารณ์รุนแรงที่มีต่อไททานีสบนสื่อโซเชียลเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนคือ ไททานีสกับกลุ่มของเขากลับไม่มีใครออกมาพูดอะไร ไททานีสถึงขั้นหยุดความเดือดพล่านของทุกคน พวกเขาเสร็จงานต่างๆ แล้ว หลังเสร็จงานพวกเขาก็จะจากที่นี่ไปสู่ประเทศจีน!
ทุกคนต่างรอคอยเส้นทางนี้ ตอนแรกเริ่มที่เผชิญความไม่ตั้งตัวนี้ ต่างก็เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและสงสัย กระทั่งพูดกับไททานีสว่า
“ศาสตราจารย์ พวกเราเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นได้นะครับ!”
“ใช่ พวกเราไม่กลัวแพ้!”
“ยิ่งไม่สนใจสายตาของคนอื่น!”
“ศาสตราจารย์!”
ไททานีสมองคนเหล่านี้ที่ยังเต็มใจติดตามตัวเองในเวลานี้ก็ซาบซึ้งใจ! แต่เขาไม่ดื้อดึง ทว่าพูดกับทุกคนอย่างใจเย็นว่า
“ขอบคุณทุกคน ขอบคุณที่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผม แต่ผมอยากตำหนิพวกคุณหนึ่งเรื่อง เพราะสิ่งที่พวกคุณควรเชื่อไม่ใช่ผม แต่ควรเป็นวิทยาศาสตร์! พวกเราทำวิจัย อนุญาตให้ตัวเองล้มเหลวได้ แต่อย่ายอมรับความผิดพลาดเด็ดขาด!”
“อาชีพที่พวกเราทำเต็มไปด้วยทางแยกที่พวกเราไม่รู้จักนับไม่ถ้วน สิ่งที่พวกเราไม่เคยกลัวคือคำเยาะเย้ยของคนอื่น แต่เป็นการตระหนักรู้ที่มืดบอด”
“ผมดีใจมากที่พวกเราได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไป พวกเราต้องเปลี่ยนคนที่จะนำพาพวกเราไปข้างหน้า ชัดเจนว่าผม… อาจเป็นจ่าฝูงไม่ได้แล้ว”
“ศาสตราจารย์เฉินโดดเด่นมาก เขาเป็นฝ่ายเชิญผมเข้าร่วม ไม่คิดแค้นในอดีต ถึงขั้นยินดีต้อนรับทุกคน หนำซ้ำขอให้ทุกคนเชื่อใจผม การไปประเทศจีนครั้งนี้พวกเราจะได้เก็บเกี่ยวเกียรติยศและความฝัน!”
ในเวลาหลังจากนี้ ทุกคนจากไปโดยไม่ได้พูดหรือโต้เถียงอีก นี่เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเต็มใจก้าวไปยังเมืองและประเทศที่แปลกหน้า แต่ทว่า! ที่อยู่ต่อต่างล้วนตัดสินใจแน่วแน่
เช้าวันนี้ สื่อนับไม่ถ้วนกับสำนักข่าวรวมตัวกันอยู่นอกตึกทดลองใหญ่ที่เรียกได้ว่าหรูหรา แต่ห้องทดลองเวลานี้ว่างเปล่าไร้คน สื่อเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา!
แต่เผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ วารสาร ‘Nature’ กับวารสาร ‘Physiological Reviews’ กลับส่งเสียงออกมาพร้อมกัน! บอกว่าสนับสนุนไททานีส! แล้วก็แสดงออกว่าจับตามองเฉินชางกับไททานีสมาก!
อย่างไรเสียก็เป็นวารสารที่มีอิทธิพล เสียงของพวกเขาทำให้คำวิจารณ์โจมตีน้อยลงมาก คนมากมายก็เริ่มตระหนักถึงปัญหานี้ ถึงแม้ไม่เต็มใจยอมรับแต่ไม่ปฏิเสธ! ไททานีสไปประเทศจีนครั้งนี้ จะต้องเป็นผู้รับรางวัลโนเบลให้จงได้ ในเวลาเดียวกัน เฉินชางก็ต้องได้เป็นแน่นอน!
ดังนั้นผู้วิจารณ์ร้ายกับผู้พูดถูกในตอนนี้ส่วนมากก็คือคนที่อิจฉาตาร้อนและเป็นคู่แข่ง
หลังเฉินชางกลับประเทศ ก็ตรงไปที่ศูนย์วิจัยยาใหม่ของโรคอัลไซเมอร์ ประตูใหญ่ของที่นี่เปลี่ยนเป็นชื่อใหม่แล้ว เฉินชางวิ่งไปที่ตึกสำนักงานอย่างดีใจ ถือเงินก้อนใหญ่ในมือ! ในอกเปี่ยมความตื่นเต้น! เขาจะบอกทุกคนว่าพวกเรามีเงินแล้ว!
และเวลานี้ในศูนย์วิจัยที่กว้างขวางก็มีคนยืนอยู่มากมาย! เฉินชางเห็นดังนั้นก็ไม่สะดวกรบกวนแค่ งุนงงอยู่กับที่ ประชุมเหรอ? เขาเห็นจางมู่ยืนอยู่บนเวทีใต้ธงชาติที่เบื้องหน้า ข้างล่างมีคนยืนอยู่สี่ร้อยกว่าคน น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่นักวิจัยละมั้ง
เฉินชางยืนรออยู่ตรงนั้น อย่างไรเสียก็ไม่สะดวกรบกวนตอนที่มีการประชุมอยู่ ทางนี้เริ่มมีคนทยอยกันเดินผ่าน เฉินชางเห็นดังนั้นก็ถามด้วยความสงสัย “สวัสดีครับ รบกวนถามหน่อยว่าทำไมพวกคุณไม่ไปประชุมหรือครับ?”
คนหนุ่มหลายคนยิ้มบอก “อ๋อ พวกเราเป็นคนของศูนย์วิจัยยาใหม่สาขาหลอดเลือดหัวใจ พวกศาสตราจารย์จางมู่เตรียมลาออกแล้ว ตอนนี้ก็กำลังทำพิธีชักเสาธงครั้งสุดท้าย”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า “อ๋อ… พวกคุณย้ายมาแล้วเหรอ?”
คนเหล่านั้นพยักหน้า “ครับ ผู้นำเร่งมานะให้พวกเราเริ่มวิจัยโดยเร็วที่สุด ศาสตราจารย์ของพวกเราก็กลัวจะไม่ได้ผลลัพธ์ ถึงตอนนั้น… โปรเจกต์ของพวกเราก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกันกับพวกศาสตราจารย์จาง!”
“ผมได้ยินว่า… เดิมทีมีสองร้อยสิบสองคนที่พวกเขาเลือกให้ลาออก แต่ตอนนี้ทุกคนยังไม่ได้ไป”
ทุกคนว่างแล้วก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป มองพวกจางมู่จัดพิธีชักธงชาติครั้งสุดท้าย ไกลออกไปก็ได้ยินเสียงของจางมู่ดังขึ้นมา!
“สองวันนี้ทุกคนพักผ่อนหน่อย รอศาสตราจารย์เฉินกลับมาพวกเราก็จะออกเดินทาง! ผมเชื่อว่าการจากไปครั้งนี้พวกเราจะมีอนาคตที่ดีกว่า”
คนรอบข้างได้ยินดังนั้นก็อดพูดไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉินมีความสามารถจริงๆ!”
“ใครว่าไม่ใช่ล่ะ ออกนโยบายบุคลากรที่ดีขนาดนั้น ยังมีบ้านพัก สนับสนุนการเข้าเรียนของบุตรหลาน งานของสมาชิกครอบครัว ฉันก็อิจฉาอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน”
“อิจฉาอะไรล่ะ ศาสตราจารย์เฉินชางก็เก่งอยู่หรอก แต่… ผมได้ยินว่าทางที่พวกเขาเดินยากคาดเดา อนาคตไม่พูดถึง สวัสดิการอะไรนั่น ทำวิจัยในประเทศมีสักกี่คนกันที่ก้าวหน้า แถมยังมีลักษณะเป็นเอกชนแบบนี้!”
“องค์กรวิจัยขนาดใหญ่ในต่างประเทศมีที่ไหนบ้างที่มีกลุ่มขนาดใหญ่สนับสนุน? ถ้าไม่รู้ว่าการวิจัยยาใหม่แพงขนาดไหน ค่าใช้จ่ายของการวิจัยยาใหม่ในปีนี้ถึงแปดรอยล้านดอลลาร์ไปแล้ว เขาจะแบกไหวไหมล่ะ!”
คนหนุ่มอีกคนถอนหายใจบอก “ครั้งนี้ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายจริงๆ หนึ่งคือมีแนวโน้มความก้าวหน้าภายในสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนที่มั่นคง อีกหนึ่งคือพิมพ์เขียวสวยงามนอกระบบ ใครก็หลับไม่ลง!”
ได้ยินประโยคนี้ คนหนุ่มอีกคนถามขึ้นมา “อาจารย์หมายความว่ายังไงเหรอครับ องค์กรวิจัยที่มณฑลตงหยางของศาสตราจารย์เฉินชาง ก็รัฐบาลในท้องที่สร้างขึ้นไม่ใช่เหรอ? หรือไม่ใช่การจัดสรรโครงการเหรอครับ?”
ชายวัยกลางคนถอนหายใจ “เปล่า! เป็นหน่วยวิจัยเอกชนแต่มณฑลตงหยางเต็มใจสนับสนุน เฮ้อ! ครั้งนี้ผู้อำนวยการจางพากลุ่มคนสี่ร้อยกว่าคนนี่ออกจากงานแล้ว!”