เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1281 ชางเอ๋อร์ ลูกนายยังขาดพ่อไหม
อาทิตย์หน้าก็ถึงช่วงเวลาจัดงานแสดงอุปกรณ์การแพทย์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว
เสี้ยวรุ่นฟางเรียกตัวเฉินชางไปที่สำนักงานกระทรวงสาธารณสุข
เธอจัดเตรียมทีมงานชุดหนึ่งไว้ให้ มีเลขา บอดี้การ์ด ผู้ช่วย ฯลฯ…
เรื่องนี้ทำให้เฉินชางรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็กังวลอยู่พอสมควร
ต้องพกบอดี้การณ์ไปด้วยเหรอ...
พอมองชายฉกรรจ์ที่บึกบึนเหมือนปราการเหล็ก จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยขึ้นมา
เลขาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ภูมิฐานมาก สวมแว่นตากรอบดำ สวมกระโปรงทรงสอบลายสก็อตสีกากี บุคลิกดูถือตัวไม่ค่อยสุงสิงกับคนแปลกหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกทรงเสน่ห์มาก
แน่นอนว่าเฉินชางที่มีฐานะเป็นคนใกล้จะพิธีวิวาห์แล้วไม่ได้คิดเกินเลยแน่นอน
“สวัสดีค่ะ ศาสตราจารย์เฉิน ดิฉันชื่ออวี๋อี” หญิงสาวจับมือกับเฉินชางหลวมๆ แววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ
ถึงแม้เรื่องล่าสุดที่เฉินชางก่อขึ้นจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่มีหลายคนในกระทรวงที่ทราบเรื่องดีอย่างแน่นอน
ดังนั้นตอนที่เธอได้พบเฉินชางย่อมให้ความรู้สึกลึกลับอยู่หลายส่วน
หล่อเหลาหนุ่มแน่นและลึกลับ องค์ประกอบสองส่วนนี้ดึงดูดคนเป็นที่สุด
ซึ่งเฉินชางก็มีทั้งหมดนี้อยู่
“รบกวนคุณเลขาด้วยนะครับ” เฉินชางพยักหน้าให้พร้อมยิ้มน้อยๆ
ต้องกรอกเอกสารเข้าร่วมงานล่วงหน้าและต้องเตรียมการเรื่องพาสปอร์ตของเฉินชางด้วย…
มีทีมงานกลุ่มนี้อยู่ เฉินชางก็เป็นสุขสงบใจได้
เดิมทีในมุมมองของเขาแล้ว งานครั้งนี้เป็นเพียงภารกิจง่ายๆ อย่างหนึ่ง แค่เทคนิคเฉพาะเพียงอย่างเดียวก็มีแรงดึงดูดเป็นอย่างมากแล้ว
แต่จากเหตุการณ์ที่เฉินชางได้พบนี้ ดูเหมือนงานในครั้งนี้จะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
เฉินชางส่ายหน้า ไม่คิดเรื่องนี้อีก
พอกลับถึงโรงพยาบาล เฉินชางเข้าทำงานตามปกติ การประชุมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเฉินชางมากนัก
แต่ว่า หลังจากได้ทราบสาเหตุในการรวมตัวประท้วงครั้งก่อน ในใจเฉินชางยังคงตื้นตันมาก
ในตอนที่มีการนัดแนะกันเพื่อหยุดงาน เฉินชางได้ตำหนิทุกคนไปเล็กน้อย ตักเตือนด้วยคำพูดพลางถือโอกาสสอนเทคนิคใหม่ให้ทุกคนเพื่อเป็นการ ‘ลงโทษ!’
ทุกคนย่อมชื่นชอบบทลงโทษแบบนี้
พากันเรียกร้องให้เฉินชาง ‘ลงโทษ’ อย่างเต็มที่
ซ้ำเฉินชางยังโทรไปหาพวกหวังอวี้ซานเพื่อแสดงความขอบคุณด้วย
หลังจากหวังอวี้รับสายก็เพียงแต่หัวเราะ ไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้ แต่เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “หลังจากคุณกลับเข้าไปเรียนต่อแล้ว ฉันส่งนักเรียนไปหาคุณสักสองสามคนได้ไหม”
เฉินชางพลันพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ได้สิครับ! นักเรียนของผู้อำนวยการหวัง ผมยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง!”
หวังอวี้ซานตอบว่าดีคำหนึ่ง จากนั้นก็วางสายไป
ในช่วงพักกลางวัน ฉินเสี้ยวยวนโทรมาหาเฉินชาง
หาได้ยากมากที่ฉินเสี้ยวยวนจะเป็นฝ่ายโทรหาเขาก่อนเช่นนี้
เฉินชางรีบเอ่ยว่า “สวัสดีครับ ผู้อำนวยการฉิน”
หลังจากฉินเสี้ยวยวนได้ยินก็แค่นหัวเราะใส่ “เรียกฉันว่าผู้อำนวยการฉินงั้นเหรอ”
เฉินชางหัวเราะแหะๆ “ลุงฉิน มีอะไรหรือเปล่าครับ”
ฉินเสี้ยวยวนอดหัวเราะไม่ได้ เอ่ยไปว่า “ไม่มีอะไรหรอก เรื่องที่มีก็ผ่านไปหมดแล้ว แค่อยากคุยกับคุณนิดหน่อย”
เฉินชางรู้ดี ฉินเสี้ยวยวนพูดถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน
ฉินหย่งอี้ย่อมเล่าเรื่องให้ฉินเสี้ยวยวนทราบเป็นคนแรก
“ครับ ใช่แล้ว ผมคิดจะบอกอยู่พอดีว่าหลังจบงานในเดือนกรกฎาคมแล้วจะกลับบ้านไปพร้อมกับเยว่เยว่สักรอบ บ้านใหม่ทางนั้นก็ตกแต่งเสร็จแล้ว พวกเราจัดงานขึ้นบ้านใหม่กันครับ” เฉิ นชางยิ้ม
ฉินเสี้ยวยวนพยักหน้า “เรื่องครั้งนี้…คุณเล่นเลยเถิดไปหน่อยนะ
ถ้าไม่ใช่เพราะเสี้ยวรุ่นฟางมีความประทับใจแรกกับคุณ คุณอาจจะสร้างภาพจำเลวร้ายไปแล้ว”
เฉินชางหัวเราะเจื่อนๆ ไม่ได้พูดอะไร
เขาเข้าใจที่ฉินเสี้ยวยวนพูด
แต่นี้คือวิธีจัดการที่ได้รับผลลัพธ์ดีที่สุดแล้ว
“ต่อไปนี้มีเรื่องอะไรก็มาบอกฉัน จะช่วยได้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องมาบอกกล่าวกันบ้าง ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเสี่ยง” ฉินเสี้ยวยวนหวังดีกับเฉินชางมาก
เฉินชางพยักหน้ารับ “ได้ครับ จะบอกแน่นอน ขอบคุณครับลุงฉิน”
ฉินเสี้ยวยวนฟังเจตนาหยอกล้อบางส่วนในน้ำเสียงของเฉินชางออก “เอ่อ…ตอนทำงานธุรการกับทำงานทางคลินิกมันต่างกันออกไปแล้วสินะ ง่ายเลย…”
ฉินเสี้ยวหยวนกับเฉินชางคุยกันอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง
เป็นครั้งแรกที่เฉินชางคุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนหนึ่งนานขนาดนี้
ฉินเสี้ยวยวนไม่มีลูกชาย อีกทั้งเขายังปฏิบัติต่อเฉินชางเสมือนลูกชายแท้ๆ มาตลอด
เขาย่อมคาดหวังให้เฉินชางประสบความสำเร็จเช่นกัน
ฉินเสี้ยวยวนไม่ได้บอกเรื่องนี้กับฉินเยว่ แค่มาคุยเรื่องพวกนี้กับเฉินชางเป็นการส่วนตัว
สุดท้ายก็คุยกันถึงเรื่องจัดงานแต่ง
งานแต่งจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม ฉินเสี้ยวยวนจองโรงแรมเอาไว้แล้ว อีกทั้งในช่วงนี้ฉินเยว่ก็ใช้สมาธิไปกับเรื่องจัดงานแต่งอยู่ตลอด
บริษัทเซี่ยงเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเม้นท์รับผิดชอบดูแลงานแต่ง ช่วยลดปัญหายุ่งยากให้เฉินชางไปได้มากทีเดียว
พอทราบว่าเฉินชางกำลังเตรียมตัวไปที่เมืองอาบูดาบีเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฉินเยว่ก็กว้านซื้อครีมกันแดดมาเป็นจำนวนมาก
ถึงอย่างไรดูไบก็มีสภาพภูมิอากาศแบบทะเลทรายที่ร้อนระอุ อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนจะสูงถึงสี่ห้าสิบองศา ในภาพแวดล้อมแบบนี้ ฉินเยว่กังวลใจมากว่าหลังจากกลับมาแล้วเฉินชางจะดำเป็นตอตะ ะโกไป
เดี๋ยวก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ถ้าเฉินชางตัวดำปี๋ ฉินเยว่ต้องกลายเป็นบ้าแน่นอน
งานดำเนินไปตามปกติ
ช่วงหลายวันมานี้นอกจากผ่าตัดแล้ว เฉินชางก็เริ่มร่อนการ์ดเชิญด้วย
ถึงอย่างไรก็ล้วนเป็นเพื่อนร่วมงานในองค์กร ส่งการ์เชิญให้ดูค่อนข้างเป็นทางการกว่าแน่นอน
หลังจากทราบข่าวว่าเฉินชางกำลังจะแต่งงาน ทุกคนในโรงพยาบาลก็พากันตั้งตารอ
หากได้รับการ์ดเชิญจากเฉินชาง สำหรับทุกคนแล้วนับว่าเป็นเรื่องมีหน้ามีตาอย่างหนึ่ง
ถึงอย่างไร…การได้ไปร่วมงานแต่งของเฉินชางก็เป็นเรื่องที่มีเกียรติมาก
ฝ่ายเหล่าหม่าก็อดไม่ไหวเดินเข้าไปหาเฉินชาง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อาชาง นายไม่คิดบ้างเหรอว่าพวกเรามีวาสนาต่อกันเป็นพิเศษ”
เฉินชางขมวดคิ้ว “คุณต้องการอะไรครับ”
เหล่าหม่ากระแอมเล็กน้อย “นายไม่คิดว่าฉันมีพรสวรรค์ในการเป็นพิธีกรหรอกเหรอ”
พอเฉินชางได้ยินก็ตกใจจนขนลุกขนชันไปทั้งตัว
ให้เหล่าหม่าดำเนินงานพิธี เฉินชางคิดว่างานแต่งอาจกลายเป็นตลกหกฉากได้
ในงานพิธีสำคัญแบบนี้ หากเฉินชางไม่กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจอันเป็นเด็กน้อยของเหล่าหม่าเข้าก็นึกอยากกีดกั้นเหล่าหม่าออกไปแต่เนิ่นๆ
ดังนั้นพอได้ยินคำพูดของเหล่าหม่า เฉินชางจึงรีบเอ่ยปรามว่า “หัวหน้าหม่า หยุดความคิดที่เป็นภัยร้ายของคุณเดี๋ยวนี้เลย!”
หม่าเยว่ฮุยกลอกตาใส่ “ใจแคบ!
ให้ฉันได้รู้สึกมีส่วนร่วมบ้างไม่ได้หรือไง”
เฉินชางขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงยังไงเหล่าหม่าก็มีเจตนาดี หางานเหมาะๆ ให้เขาแล้วกัน!
คิดไปคิดมาเฉินชางก็พบงานที่เหมาะสมแล้ว พยักหน้าให้พลางเอ่ยว่า “อืม ผมมีไอเดียอย่างหนึ่ง”
เหล่าหม่าตาลุกวาว “ฉันทำได้แน่!”
เฉินชางบอกว่า “ที่บ้านผมยังขาดคนหั่นเนื้ออยู่ งานเลี้ยงน้ำไหลในแถบชนบท คนเยอะงานแยะ หัวหน้าหม่าไม่คิดเหรอว่างานนี้เหมาะกับทักษะเฉพาะของคุณมาก”
พอเหล่าหม่าได้ยินก็โมโหจนมือสั่น ลุกขึ้นเดินออกไปคล้ายจะโกรธเคือง
แต่ไม่นานนักก็เดินกลับมาอีก “ชางเอ๋อร์ ลูกชายนายขาดพ่อไหม”
พอเฉินชางได้ยินประโยคนี้ก็คิดดูอย่างละเอียด ถลึงตาจ้องเหล่าหม่าทันที สีหน้าโกรธเกรี้ยว!
พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง
คุณคิดจะทำอะไร
พอเหล่าหม่าเห็นสถานการณ์ก็อึกอักอยู่ครู่หนึ่ง อธิบายออกไป “ฉันหมายถึงพ่อบุญธรรม!”
เฉินชางถึงได้โล่งใจ
ให้เหล่าหม่าเป็นพ่อบุญธรรมงั้นเหรอ
ลองดูกันไปในระยะยาวเถอะ
แต่ทำแบบนี้จะมีระดับความเป็นภัยมากกว่าให้เขาเป็นคนดำเนินพิธีหรือเปล่านะ