เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1519 ใบรับรองการเปลี่ยนอาชีพเหรอ
อันที่จริงเฉินชางกำลังพิจารณาอย่างละเอียดอยู่ในระยะเวลาที่ตนอยู่ศูนย์ฉุกเฉิน เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำอะไรให้แผนกฉุกเฉินมากมายนัก
ในทางตรงกันข้ามที่นี่กลับสร้างความสำเร็จให้ตน เป็นฐานรองให้ตนก้าวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตนได้ผูกมิตรและรู้จักกับผู้เชี่ยวชาญมากมายก็เพราะอาศัยที่นี่เป็นฐานรองเท้า พัฒนาความสามารถในศาสตร์ด้านศัลยกรรมหัวใจ ศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมตับและถุงน้ำดีให้ตัวเอง ไม่ว่าจะในด้านวิทยานิพนธ์หรือโครงการหรือในแง่ศักยภาพทางคลินิกตนก็ไม่ได้ปรับปรุงให้ทางนี้มากมายนัก
อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นเหล่าอวี่หรือว่าเหล่าหม่ารวมถึงทุกๆ คนในแผนกฉุกเฉินล้วนให้ความนับถือตนเสมือนคนในครอบครัว ทำให้ตนมองที่นี่เป็นบ้านหลังหนึ่งไปโดยไม่รู้ตัว!
บางที… ก่อนเขาจะไปจากที่นี่ ควรจะทำบางอย่างเพื่อบ้านหลังนี้หน่อย! หลังจากตัดสินใจได้แล้วจู่ๆ เฉินชางก็นึกอะไรออก!
ใช่แล้ว! ทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินไง! เขาอาศัยเรื่องนี้เป็นแต้มต่อก้าวหน้าได้แน่นอน นำทีมนี้แล้วสร้างทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินชั้นแนวหน้าของเมืองหลวงขึ้น
[ติ๊ง! กระตุ้นภารกิจสร้างกองกำลังชั้นยอดหนึ่งทีม ก่อตั้งทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินหนึ่งทีม หลังเสร็จสิ้นภารกิจจะได้รับภารกิจเปลี่ยนอาชีพไปยังสาขาศัลยกรรมประสาท!]
พอข้อความนี้ดังขึ้น เฉินชางก็ตื่นเต้นไปทั้งตัว ในที่สุด… ในที่สุดก็จะได้เปิดผังทักษะใหม่แล้วสินะ พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางค่อนข้างตื่นเต้น
รอมาตั้งนานในที่สุดก็มีโอกาสเปิดผังศัลยกรรมประสาทแล้ว แบบนี้จะไม่ให้เฉินชางตื่นเต้นได้อย่างไรละ ยอมรับภารกิจแน่อยู่แล้ว!
พอเขาออกไป เหล่าอวี่มองแผ่นหลังของเฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้ อันที่จริง… ถ้ารั้งเฉินชางไว้ได้ ให้เขาขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกดีไหมนะ เฉินชางเชี่ยวชาญหลายสาขาเหลือเกิน เรียกได้ว่าเข้าใจการผ่าตัดฉุกเฉินหลายประเภทดี ทำได้เหมือนพลิกฝ่ามือ ในจุดนี้เฉินชางทิ้งห่างตนไปไกลเหลือเกิน ทีมศัลยกรรมประสาทก็เป็นความคิดริเริ่มของเหล่าอวี่เช่นกัน หลังจากกลับไป เฉินชางจะขึ้นเป็นระดับผู้อำนวยการแล้ว
ในเมื่อมาฝึกงาน ตนก็ไม่ควรจะฝึกฝนความสามารถของเขาเท่านั้น แต่ควรจะฝึกฝนทักษะรอบด้านให้เขาด้วย ในฐานะผู้อำนวยการจะต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ในการปฏิบัติงานทางคลินิก ส่วนทีมย่อยฉุกเฉินของศูนย์ฉุกเฉินก็เป็นเอกเทศ ตัดสินใจกู้ชีพและแก้ไขปัญหากันเองได้ บางทีช่วงที่เฉินชางยังอยู่ที่นี่คงต้องฝึกปรือกันหน่อยแล้ว!
เฉินชางมองแจ้งเตือนระบบ แบบไหนถึงจะนับว่าสร้างกองกำลังชั้นยอดทีมหนึ่งได้
[เงื่อนไขภารกิจ: บ่มเพาะฝึกปรือสมาชิกห้าคนในทีมย่อยให้แตกฉานด้านการผ่าตัดศัลยกรรมประสาทหนึ่งแขนง หรือฝึกฝนสมาชิกให้สำเร็จเทคนิคผ่าตัดศัลยกรรมประสาทในระดับปรมาจารย์สามคน! (คำเตือน: ฝึกซ้ำไม่ได้)]
พอเฉินชางเห็นก็ขมวดคิ้วทันที! ว่าแล้วว่าภารกิจคงไม่ง่าย เทคนิคผ่าตัดศัลยกรรมประสาทไม่ซ้ำรูปแบบ แถมต้องได้ห้าผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ก็สามปรมาจารย์อีก ความยากระดับนี้… จู่ๆ ค่อนข้างยากจริงๆ
ดูเหมือนระบบจะไม่เปลี่ยนไปเลย ยิ่งรางวัลอู้ฟู่เท่าไรระดับความยากก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ เหลือเวลาตั้งสองเดือนกว่าก่อนจะต้องไป
พอออกจากห้องทำงานของเหล่าอวี่ ห้องสำนักงานของตนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร เดิมทีห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์มีข้าวของวางไว้มากมาย เฉินชางมองคำว่า “สำนักงานเฉินชาง’ ที่แขวนอยู่ด้านบนค่อนข้างตกอยู่ในภวังค์ โดยทั่วไปแล้วมีเพียงพวกหมอชื่อดังระดับประเทศถึงจะมีสำนักงาน แต่ตอนนี้เฉินชางกลับได้ตีตั๋วล่วงหน้าแล้ว
พอเปิดประตูเข้าไป เฉินชางตาเป็นประกายทันที บนผนังเต็มไปด้วยโล่และธงสารพัด ยังมีถ้วยรางวัลด้วย โต๊ะเก้าอี้ก็เป็นของใหม่เอี่ยมทั้งสิ้น ด้านหลังมีชั้นหนังสือเรียงเป็นแถวมีหนังสือบางส่วนจัดวางไว้แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังวางเปล่า
ด้านข้างมีหุ่นจำลองร่างกายตั้งอยู่ ด้านบนของตู้เต็มไปด้วยอวัยวะจำลองสารพัดชนิด เทียบกันดูแล้วขนาดของห้องทำงานทั้งห้องใหญ่กว่าของเหล่าอวี่เล็กน้อย รูปแบบการตกแต่งบรรยายได้เพียงว่าอลังการ
มีฉากม่านกั้นบานหนึ่งพอเปิดออกจะเห็นเตียงเดี่ยวเรียบง่ายหลังหนึ่ง สะอาดเรียบง่ายเน้นใช้งานจริง พอเห็นห้องนี้เฉินชางซาบซึ้งขึ้นมาจริงๆ
แล้วช่วงเลิกงานจะกลับบ้าน คนที่อยู่รอบข้างทักทายเฉินชางด้วยรอยยิ้ม จู่ๆ เฉินชางก็พบว่าตนค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมที่นี่ไปแล้ว
วันต่อมา เฉินชางตื่นค่อนข้างสาย ระยะนี้เขาคอยจัดแจงข้อมูลทำสรุปบางส่วนอยู่ตลอด ถึงแม้เฉินชางจะยังไม่ได้คิดจะเริ่มเขียนหนังสือ ‘ความรู้เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ แต่เขาคิดว่าตัวเองค่อยเก็บรายละเอียดบางส่วนไปอย่างช้าๆ
ยกตัวอย่างเช่นใน ‘ความรู้เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ มีหมวดหมู่ย่อยส่วนหนึ่งอย่าง ‘ศัลยกรรมหัวใจฉุกเฉิน’ ‘ศัลยกรรมทางเดินอาหารฉุกเฉิน’ “ศัลยกรรมมือฉุกเฉิน’ ทักษะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ล้วนมาจากความเข้าใจและข้อมูลจากประสบการณ์ของเฉินชางเอง
เขาใคร่ครวญในมุมมองของหมอแผนกฉุกเฉินคนหนึ่งว่าต้องใช้วิธีกู้ชีพฉุกเฉินแบบไหนในการรักษาเหตุฉุกเฉินเหล่านี้ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจะต่างไปจากเป้าหมายและเกณฑ์ที่แพทย์เฉพาะทางกำหนดขึ้น
เมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้ว ‘ความรู้เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ ในปัจจุบันเป็นแบบนี้ การประเมินของแพทย์เฉพาะทางไม่กว้างไกลเท่าแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจัยที่พิจารณาถึงก็ต่างกันด้วย
ดังนั้นเฉินชางจึงตระหนักได้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าภาระบนร่างตนหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เฉินชางตระหนักได้อีกอย่างว่าหนังสือบางประเภทจำเป็นต้องอุทิศความพยายามทั้งชีวิตของใครคนหนึ่งเพื่อทำให้สมบูรณ์แบบ
ตัวเฉินชางเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าในช่วงที่ตนยังมีชีวิตอยู่จะเขียนให้ดีได้หรือไม่ แต่เขาจะทุ่มกำลังทั้งหมดอย่างเต็มที่แน่นอน เตรียมการตั้งแต่อายุสามสิบ หวังว่าจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก่อนตนแก่โรยรา
หมอคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจ กับหมอคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจ + ศัลยกรรมประสาท + ศัลยกรรมทั่วไป ความเข้าใจที่มีต่ออาการของโรคชนิดหนึ่งจะแตกต่างกันอย่างมาก นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่ามหากาพย์ชั่วชีวิต!
ในช่วงส่งเวร แพทย์ส่งเวรคือหวงปืนไห เขารายการเหตุการณ์ช่วงเมื่อคืนนี้ เขาเอ่ยว่า
“หนิวเชี่ยน เพศหญิง อายุยี่สิบเอ็ดปี กระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายในช่วงตีสอง ขาดอากาศจนหมดสติไป ถูกคนที่สัญจรผ่านช่วงกลางคืนช่วยไว้…”
พอได้ยินประโยคนี้ เฉินชางและเหล่าหม่าสบตากันตามสัญชาตญาณ! เหตุการณ์หนึ่งผุดขึ้นในหัวพร้อมกัน จะใช่หญิงสาวที่บังเอิญพบตอนไปวิ่งในสวนสาธารณะเมื่อวานไหมนะ
ในเวลานี้หวงปืนไหรายงานเคสต่อไป
“อันที่จริงเมื่อคืนผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลือทันเวลา การฟื้นตัวก็เร็วมาก แต่ว่า… ช่วงตีห้ากว่าๆ ของวันนี้จู่ๆ ผู้ป่วยก็ลุกจากเตียงแล้วแอบหนีออกจากโรงพยาบาล ทิ้งเศษเงินกองหนึ่งและกำไลเงินวงหนึ่งไว้บนเตียงก่อนจะไป ยอมรับจริงๆ ครับ”
พอเล่ามาถึงตรงนี้ทุกคนล้วนตะลึงงันไป ช่างเป็นผู้หญิงพิลึกคนหนึ่งเลยจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวเหล่านี้ทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาหลายส่วน ว่ากันตามตรงสำหรับคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย ถึงแม้จะต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเองแต่ว่า… สำหรับในมุมมองของศูนย์ฉุกเฉิน ทุกคนล้วนไม่รู้สึกดีแน่นอน แต่เห็นได้ชัดมากว่าหวงปืนไหยังพูดไม่จบ
“แต่ว่าผู้ป่วยยังไม่ทันไปไหนไกล ออกไปไม่ถึงสิบนาทีก็ล้มลงที่ประตูโรงพยาบาล ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน อาการหลักคือหายใจหอบถี่ หัวใจก็ไม่ค่อยมั่นคง เพิ่งสั่งให้ติดตามอาการตลอดสิบสี่ชั่วโมง อีกทั้งให้พยาบาลช่วยดูแลสักหน่อย…”
พูดยังไม่จบประตูห้องทำงานแผนกฉุกเฉินก็ถูกเปิดออก หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา หญิงสาวเพิ่งจะเข้ามาก็คุกเข่าลงบนพื้นดังตุบ ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกใจ!