เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1569 หนึ่งสำนักสามสมาชิกวิทยาศาสตร์
ความจริงแต่ไหนแต่ไรสวีจื่อหมิงเป็นคนตระหนักในตัวเอง
อยู่ในเมืองหลวงโลกเช่นนี้เขาไม่นับว่าเป็นคนมีความสามารถชั้นยอด
ตัวเองทั้งไม่นับว่าพยายามที่สุด แล้วก็ไม่นับว่ามีพรสวรรค์ที่สุด
ยิ่งไม่นับว่ามีคนใหญ่คนโตให้พึ่งพิง
ดังนั้นนี่จึงทำให้หัวหน้าสวีค่อนข้างมองทุกอย่างด้วยความเย็นชา
แต่ทว่า…
ใครจะนึกถึงภายใต้ความบังเอิญของโชคชะตาเขาถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
นี่ทำให้เขาว่าวุ่นใจอยู่บ้าง
ถึงขั้น…รู้สึกเหมือนได้รับความโปรดปรานจากคนที่เหนือกว่า!
สวีจื่อหมิงถึงขั้นสับสนอยู่สิบนาทีเต็ม
หัวหน้าสวีรู้สึกการเสนอชื่อนี้รบกวนชีวิตประจำวันของเขา
กระทบการจัดวางงานตามปกติของตัวเองยุ่งยากเกินไปแล้ว!
ดังนั้นสวีจื่อหมิงจึงโทรหาหวังทงเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความหดหู่
“หวังทงผมมีข่าวร้ายจะบอกคุณ!”
ขาวร้าย!
อะไรหรือหวังทงถามด้วยความกังวล
“อะไรเหรอเกิดเรื่องอะไรน”
สวีจื่อหมิงถอนหายใจบอก
“เฮ้อ…ผมนะ! ถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
ผมตั้งใจว่าปิดเทอมจะพาภรรยากับลูกไปเที่ยวสักครึ่งเดือน
ผมก็ลาพักร้อนล่วงหน้าแล้ว ภรรยาผมก็ทักทายหัวหน้าจ้าวแล้ว คุณว่าไง!”
“เรื่องนี้ทำลายจังหวะชีวิตผมไปหมดแล้ว!”
หวังทงได้ยินสวีจื่อหมิงถอนหายใจก็เกือบจะเชื่อเจ้าหมอนี้แล้ว!
หากไม่รู้อาจยังคิดว่าตัวเองถูกไลออกจากงานใช่ไหมนี่!
ถูกเสนอชื่อแต่ถอนหายใจเนี่ยนะ นึกถึงตรงนี้หวังทงเกือบวางสาย
แต่นึกถึงนิสัยของเพื่อนร่วมห้องเก่าตัวเองเขาถึงค่อยเข้าใจขึ้นมา
สวีจื่อหมิงเจ้าหมอนี่มีนิสัยปรับตัวง่ายเสมอมา
คุณเตะเขาหนึ่งทีเขาก็เดินต่อไปข้างหน้าได้
ถ้าคุณไม่สนใจเขาเขาก็ยังทำตัวน่าตลกได้อย่างร่าเริง!
แต่นึกถึงน้ำเสียงและการบ่นของสวีจื่อหมิง
หวังทงยังคงอดขำเผื่อนไม่ได้
คนอื่นเขาอยากเพิ่มชื่อเสียงต้องใช้ความพยายามเท่าไร!
คุณนี่นะ!
เจ้าคนไม่รู้จักแสวงหาความก้าวหน้า!
แต่หวังทงยังคงปลอบ
“เฮ้อใครว่าไม่จริงละ ตั้งแต่ที่ผมมาเป็นผู้อำนวยการนะ
ผมก็ประเมินว่าต้องเลื่อนเกษียณไปอีกหลายปี ถึงเงินค่าประจำตำแหน่งจะหนึ่งร้อยห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ว่า…
ผมอยากเพลิดเพลินกับวัยเกษียณนะ!”
ตามคาดสวีจื่อหมิงตกอยู่ในความสับสนระหว่างเงินกับเกษียณอีกครั้ง
เลือกยากมาก!
เขาเหมือนจะอยากได้เงินเดือนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ที่ระดับเดียวกับรองรัฐมนตรี
แต่ทว่า…
เขาก็อยากเกษียณล่วงหน้าอยู่เป็นปลาเค็ม!
สวีจื่อหมิงสาบานว่านี่เป็นตอนที่เขาปวดหัวที่สุด
เขารู้สึกว่าหัวใจห้องซ้ายกับหัวใจห้องขวากำลังต่อสู้กัน
จนถึงขั้นที่ลิ้นหัวใจยังดีดเล็กน้อย!
รู้สึกว่าจังหวะไซนัสของตัวเองเริ่มไม่เป็นจังหวะ
เหล่าสวีสูดหายใจลึกสงบจิตใจ
“หวังทงผมลำบากจริงๆ! เฮ้อ…ช่างเถอะๆ”
หวังทงเห็นสวีจื่อหมิงเงียบไปย่อมรู้ว่าเจ้าหมอนี่คิดจะทำอะไร
เขาอดหัวเราะไม่ได้
“พอแล้วๆ ผมประเมินว่าครั้งนี้คุณพยายามสุดความสามารถอย่างมากก็ได้แค่ไปร่วมงานเท่านั้นแหละ
คุณอย่าพยายามเลย”
“ผมได้ยินว่าสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ครั้งนี้เป็นของโรงพยาบาลจีนตะวันตก
คุณ…เก้าในสิบก็แค่ถูกเสนอชื่อไปร่วมการเลือกกับคนเขาก็พอ”
“พอๆคุณอย่าคิดให้เปลืองเซลล์สมองเลย”
“พูดเหมือนคุณเป็นคนถูกเสนอชื่ออย่างงั้นแหละ”
สวีจื่อหมิงถูกหวังทงพูดจนหน้าแดง เขาโต้แย้งอย่างไม่พอใจ
“ถ้า…ถ้าผมได้รับเลือกละมันต้องมีโอกาสสิน่า!”
แต่…การโต้แย้งนี้ไร้ผล แม้แต่ตัวเขาก็ไม่เชื่อนับประสาอะไรกับหวังทง
หวังทงหลุดหัวเราะ
“พอเลยคุณทำเรื่องที่ควรทำเถอะ ถ้าคุณได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จริงๆ
ผม…ผมจะเปิดคลังไวน์คุณมาเลือกไปได้เลยสามขวด”
สวีจื่อหมิงได้ยินก็ตื่นเต้นแล้ว!
เจ้าหมอนี่เป็นคนโลภมาก
คลังไวน์ของหวังทงทำเขาน้ำลายสอมานานแล้ว
แต่นึกถึงความยากของสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เขาก็ส่ายหน้ายิ้มเยาะ
“กับอีแค่ไวน์นั้นผมสนที่ไหน! ผมเลิกเหล้าแล้ว”
พูดจบเขาก็วางสาย
เมื่อถึงตอนบ่ายสวีจื่อหมิงนึกถึงเรื่องนี้ก็ยังคงลังเลอยู่บ้าง
แต่เหล่าสวีเป็นคนไม่คิดมาก
ผ่าตัดเสร็จเคสหนึ่งก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว!
เช้าของวันหยุดที่หาได้ยากเขากลับบ้านแต่เช้า
ตอนที่ผ่านตลาดของกินก็ตัดสินใจจะให้รางวัลตัวเองด้วยของกิน
จึงซื้อปลาหลีฮื้อหนึ่งตัว แล้วก็ถือโอกาสซื้อผักสดแข่งเชาวน์ปัญญากับความกล้ากับแม่ค้าจนได้ตั้งโอ๋สองกำ
แม่ค้าร้านขายผักเป็นคนตะวันออกเฉียงเหนือเธออดค่อนแคะไม่ได้
“เหล่าสวีคุณนี่นะ…ต่อราคาเกินไปแล้วนะ! เอาเปรียบฉันอีกแล้ว!”
พี่สาวขายผักที่นี่มายี่สิบปีแล้วเหล่าสวีก็ซื้อมายี่สิบกว่าปีแล้ว
ลูกสะใภ้ของพี่สาวคลอดลูก เหล่าสวีก็ติดต่อหัวหน้าหวงชิวอิงให้ตลอด
เหล่าสวีไม่วางท่า
ปกติซื้อผักก็คีบแตะสวมกางเกงขาสั้นพูดคุยเข้ากับทุกคนได้ดี
เหล่าสวีได้ยินดังนั้นก็รีบยิ้มบอก
“พี่หลิวพี่ยอย่าพูดมั่วๆ สิ ใครเอาเปรียบพี่กัน ถ้าสามีพี่หลิวได้ยิน
พรุ่งนี้ผมมาซื้อผักเขาต้องเพิ่มราคาผมแหง!”
ทุกคนหัวเราะฮ่าๆ
หลังกลับมาถึงบ้านเหล่าสวีทำอาหารเสร็จภรรยาก็กลับมาพอดี
จ้าวตั้นเยี่ยนเห็นดังนั้นก็ให้เหล่าสวีหนึ่งรอยหยวนอย่างรู้งาน
นี่ทำให้เหล่าสวีดีใจอยู่นานมาก จนกระทั่งตอนที่ทั้งสองใกล้นอนหลับ
จ้าวตั้นเยี่ยนก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“เหล่าสวีฉันได้ยินว่าคุณถูกเสนอชื่อให้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
ฉันเห็นประกาศในโรงพยาบาลแล้วนะ”
จำต้องพูดว่าสามีภรรยาคู่นี้ต่างเป็นคนไม่คิดมาก
เรื่องดีๆแบบนี้ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะต้องเพิ่มมื้อพิเศษอย่างตื่นเต้นแน่นอน
ตอนนี้นอนอยู่ครึ่งค่อนวันจึงเพิ่งนึกได้
สวีจื่อหมิงกลอกตา
“เฮ้อ คุณอย่ากวนผมเลย พรุ่งนี้ยังต้องเข้างาน ก็แค่เสนอชื่อไม่ใช่เหรอ เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหนกันเชียว”
จ้าวตั้นเยี่ยนพยักหน้า
“ก็จริง ยังไงซะคุณก็ไม่ได้รับเลือกหรอก”
พลิกตัวหนึ่งทีทั้งสองคนก็หลับไปจริงๆ
แต่…เฉินชางกลับนอนไม่หลับแล้ว ในหัวคิดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา
เจ้าสวีจื่อหมิงนี่ทำไมยังไม่มาหาตัวเองอีก หรือว่ามั่นใจเต็มเปี่ยม
หรือว่า…เจ้าหมอนี่ไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย
ว่ากันตามหลักใครได้รับการเสนอชื่อก็น่าจะดีใจสิ!
เขาอดถามฉินเยวไม่ได้
“เยวเยวถ้าคุณถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ คุณจะไม่ดีใจไม่ตื่นเต้นเหรอ”
ฉินเยวใกล้จะหลับแล้วเธองึมงำในปาก
“ฉันไมอยากเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์สักหน่อย”
“ไม่สิต้องเป็น!”
ฉินเยวนึกถึงตรงนี้ก็พลิกตัวลุกขึ้นไม่ได้อยากหลับแล้ว
เธอมองเฉินชางด้วยสีหน้าจริงจัง
“เป็น! ต้องเป็นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะเริ่มพยายาม!”
เฉินชางมองฉินเยวที่ตื่นตูมไม่เข้าใจอยู่บ้าง
“คุณ…คุณทำอะไรนะ”
ฉินเยวหรี่ตาพูดอย่างลี้ลับ
“หนึ่งสำนักสามสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์!”
“ถูกต้องพวกเราต้องทำ ‘หนึ่งสำนักสามสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์’ ให้สำเร็จ!”
เฉินชางตกตะลึง
“นี่มีแค่พวกเราสองคนนะ”
ดวงตาฉินเยวเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ซับซ้อน เฉินชางตรัสรูทันที
“คุณหมายถึง…พอของพวกเราเหรอ”
ฉินเยวกลอกตา
“คุณว่าท่านไหวไหมละ”