เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1581 ไปล่วงเกินใครไว้
นับตั้งแต่ก่อตั้งแผนกทรัพยากรบุคคลมา นี่คือครั้งแรกที่ต้องปวดหัวเพราะเรื่องที่มีคนสมัครเข้ามาเยอะเกินไป!
พอผู้อำนวยการแผนกทรัพยากรบุคคลเห็นแบบฟอร์มนี้ก็ค่อนข้างปวดหัวทันที!
จะบ้า!
ดูไปก่อนแล้วกัน ผู้สมัครต่างประเทศอาจจะไม่เลวร้ายก็ได้ ใช่ไหมล่ะ
คนนี้…จบปริญญาเอกจากคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาด อะไรนะ คะแนนตีพิมพ์ SCI สามสิบกว่าเหรอ
เยี่ยม! เยี่ยม! เยี่ยม!
คนนี้ก็ยอดเยี่ยมมาก จบการศึกษาจากโรงพยาบาลจอห์น ฮอปกินส์เหรอ
ชำนาญการผ่าตัดศัลยกรรมหัวใจ มีประสบการณ์ทางคลินิกสิบปี!
ใช้ได้ เก็บไว้พิจารณาก่อน!
พอคิดมาถึงตรงนี้ ผู้อำนวยการแผนกทรัพยากรบุคคลหยิบปากกาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเตรียมเขียนรายงาน
แต่ว่า…
ขณะที่เขียนอยู่
เสมียนที่อยู่ด้านข้างกลับมีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เอ่ยถามผู้อำนวยการว่า “ผู้อำนวยการครับ…มาตรฐานที่ตั้งเป้าไว้ของปีนี้กับปีก่อนเหมือนกันไหมครับ ที่เขียนว่าเลือกพิจารณาก่อนหมายความว่ายังไงเหรอครับ”
ผู้อำนวยการแผนกทรัพยากรบุคคลได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที เด็กคนนี้ เข้ามายุ่งกับงานเกินไปหน่อยแล้วมั้ง
“เลือกพิจารณาก่อนหมายถึงมีสิทธิ์เข้ารับการพิจารณาก่อนในเงื่อนไขที่เท่าเทียมกัน!”
“ปกติแล้วฉันจะแบ่งลำดับความสำคัญออกเป็นเลือกพิจารณาก่อน ผ่านเกณฑ์ รอยืนยันและไม่ผ่านเกณฑ์”
แน่นอนว่าผู้อำนวยการแผนกทรัพยากรบุคคลไม่ได้มีอำนาจมากขนาดนั้น เขาจำแนกคุณสมบัติของบุคลากรเหล่านี้โดยอ้างอิงจากงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเงื่อนไขทางคลินิกเท่านั้น
จากนั้นก็ส่งไปให้เหล่าผู้บริหาร เมื่อผู้บริหารเห็นชอบแล้วถึงจะเริ่มจัดสอบบรรจุ
แต่ว่า!
ถ้าหากคุณสมบัติยอดเยี่ยมจริงๆ ก็ข้ามการสอบข้อเขียนไปสอบสัมภาษณ์ได้เลย
แต่ว่าอย่างน้อยคุณต้องจบปริญญาเอกจากมหาลัยดังถึงจะนับว่ายอดเยี่ยมพอ
ผู้อำนวยการแผนกมองเสมียนแวบหนึ่ง “นายจริงจังหน่อยสิ”
เสมียนยิ้มกระอักกระอ่วน “ผู้อำนวยการครับ…ไม่ใช่ว่าผมไม่จริงจัง แต่ว่า…ที่เลือกไว้พิจารณาก่อนไม่มากไปหน่อยเหรอครับ”
ผู้อำนวยการแผนกยิ้มอย่างตื่นเต้น “มากเหรอ ก็ดีนี่! ที่สำคัญคือคนกลุ่มนี้ยอดเยี่ยมมาก!”
“นายรู้เอาไว้เถอะ การที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างพวกเราได้เห็นคนหนุ่มสาวที่ยอดเยี่ยมมากขนาดนี้ จะว่ายังไงดีล่ะ แบบนี้เรียกว่ากระหายความสามารถน่ะ!”
เสมียนเห็นว่ามีรายชื่อที่คัดไว้เจ็ดถึงแปดสิบคนแล้ว ในใจเต็มไปด้วยคำบ่น นี่คุณกระหายขาดไหนกัน จะรับทั้งหมดห้าสิบคน ลำพังชาวต่างชาติที่เลือกไว้พิจารณาก่อนก็ปาไปเจ็ดสิบกว่าคนแล้ว รวมกับชาวจีนที่เลือกไว้เมื่อวาน มีทั้งหมดสองร้อยคนแล้ว!
เขาอดพูดไม่ได้ “ผู้อำนวยการครับ พวกเรามีโควตาบรรจุห้าสิบคนนะครับ! คุณ…!”
ผู้อำนวยการแผนกตบโต๊ะดังปัง “ใช่แล้ว พวกเรามีโควตาบรรจุเยอะเลย ห้าสิบคนเชียวนะ สมควรเปิดกว้างด้านเงื่อนไขให้เหมาะสม!”
เสมียนมีสีหน้าตึงเครียด รีบเอ่ยห้าม “ผู้อำนวยการครับ! ไม่ใช่แบบนั้น ผมหมายความว่าทางเรารับบุคลากรได้แค่ห้าสิบคน ตอนนี้เลือกไว้พิจารณาสองร้อยกว่าคนแล้ว คุณจะไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนเหรอครับ”
ผู้อำนวยการแผนกผงะเล็กน้อย “อา นายล้อเล่นใช่ไหม มีเยอะขนาดนั้นเสียที่ไหน ฉันจำได้ว่าเหลือคนที่รอการยืนยันอีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ”
โทษผู้อำนวยการแผนกไม่ได้จริงๆ ประเด็นหลักคือปีนี้มีคนสมัครเยอะเกินไปจริงๆ!
แถมยังมีคนที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย!
เสมียนยื่นรายชื่อให้ พอผู้อำนวยการแผนกเห็นก็ตะลึงงัน!
นี่…
แบบนี้น่ากระอักกระอ่วนแล้วสิ!
ทำยังไงดี
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ผู้อำนวยการหลี่ตัดสินใจง่ายๆ ว่าจะ…โยนภาระ!
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ให้พวกบอสใหญ่ตัดสินใจเถอะ อย่างเช่นท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลกับท่านเลขาธิการ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ถูกลิขิตให้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากครั้งหนึ่งเลย
แต่ว่าฉินเสี้ยวยวนยังคงคำนึงถึงปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง!
หากชาวต่างชาติพวกนี้เข้ามา ถึงแม้จะมีความสามารถสูงมากจริงๆ แต่ว่า…ไม่มีความหมายเลย เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ภาษาจีน!
ถึงอย่างไรโรงพยาบาลอันดับสองแห่งมณฑลตงหยางก็เป็นสถานพยาบาลสำหรับประชาชนในท้องที่
ดังนั้น หลังจากฉินเสี้ยวยวนตัดสินใจอยู่หลายครั้งก็สั่งให้แผนกทรัพยากรบุคคลส่งข้อความกลับไป
ผู้ที่จะสมัครเข้าร่วมต้องชำนาญการสื่อสารภาษาจีน!
อันที่จริง ฉินเสี้ยวยวนยังคงอยากจะกันคนกลุ่มนี้ออกไป
ถึงรับไว้ก็มีประโยชน์ไม่มาก
โรงพยาบาลกับสถาบันวิจัยแตกต่างกันมาก หน่วยงานหนึ่งให้บริการด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ อีกหน่วยงานหนึ่งให้บริการประชาชน
ถึงแม้จะเสียดายบุคลากรกลุ่มนี้
แต่ว่า…
รับไว้ก็ไม่มีประโยชน์เลยจริงๆ
ทว่าจู่ๆ ฉินเสี้ยวยวนก็ผุดไอเดียอย่างหนึ่งขึ้นมา!
ใช่แล้ว!
พวกเราไม่ได้ต้องการหมออย่างพวกเขา แต่พวกเราขาดแคลนผู้ช่วยแพทย์ ตัวอย่างเช่นบุคลากรที่รับผิดชอบการผ่าตัดเฉพาะทาง
ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับผู้ป่วย แค่สื่อสารกับหมอก็พอแล้ว
ถึงอย่างไรก็เป็นบุคลากรการศึกษาสูงทุกคน ล้วนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษทั้งนั้น
อีกอย่างหนึ่ง!
ฉินเสี้ยวยวนทราบเช่นกันว่าที่คนกลุ่มนี้แห่มา ไม่มีอะไรเหนือไปกว่าตามชื่อเสียงของเฉินชางมาเท่านั้น
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลังจากฉินเสี้ยวยวนโทรคุยกับเฉินชางแล้ว
เขาสั่งให้แผนกทรัพยากรบุคคลร่างประกาศรับสมัครใหม่หนึ่งฉบับ!
ประการแรกคือเป็นการรับสมัครพนักงานสัญญาจ้างระยะยาวเท่านั้น เน้นเติมเต็มตำแหน่งว่างเป็นหลัก
ประการที่สองคือรับสมัครเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น เปิดรับในตำแหน่งผู้ช่วยผ่าตัด
เพียงแต่…
เฉินชางตั้งเกณฑ์ไว้สูงมาก คนทั่วไปไม่มีหวังเลย
หลังจากแผนกทรัพยากรบุคคลได้รับเกณฑ์ฉบับล่าสุดก็ถึงกับอึ้งไปเลย!
อะไรคือคะแนนตีพิมพ์ SCI 30 คะแนน
เงื่อนไขของศาสตราจารย์เฉินคือต้องมีคะแนนสถิติด้านวารสารชั้นคลินิก 30 คะแนนขึ้นไป!
อีกทั้งจะมีการสอบประเมินทักษะเฉพาะทางเหล่านั้นด้วย
แม้แต่เจ็ดสิบรายชื่อที่แผนกทรัพยากรบุคคลคัดไว้ก่อนหน้านี้ก็มีคนที่น่าพอใจไม่ถึงยี่สิบคน
ที่สำคัญคือประเด็นหลักไม่ใช่เรื่องพวกนี้
แต่เป็นเรื่องค่าจ้าง
ค่าจ้างที่เฉินชางเสนอให้ประเมินแล้วไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในการเดินทางจากอันหยางไปถึงอเมริกาด้วยซ้ำ!
แบบนี้จะมีคนสมัครเหรอ
น่าเสียดาย…
เรื่องแปลกๆ แบบนี้มีอยู่เสมอ
วันแรกที่ประกาศข่าวออกไป
ไม่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้เลย หลังจากทุกคนได้เห็นก็แทบหลุดขำออกมา!
โลกนี้จะมีเรื่องดีขนาดนี้เสียที่ไหน
ด้วยความสามารถและคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ใครจะมาที่นี่กันล่ะ
แต่ว่า!
ในวันต่อมา มีอีเมลสมัครงานเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ถึงขั้นที่มีหลายคนแสดงความจำนงว่าตนจะทุ่มเทเรียนรู้ภาษาจีนให้ได้
เรื่องนี้ทำให้ทุกคนในแผนกทรัพยากรบุคคลของโรงพยาบาลอันดับสองตะลึงไปเลย!
นี่…ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วงั้นเหรอ
ฝรั่งพวกนี้เป็นฝ่ายยอมออกเงินเพื่อมาเป็นผู้ช่วยให้ทางเรางั้นเหรอ
เรื่องนี้น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วมั้ง
แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้าแล้ว จะโต้แย้งไปก็ดูไร้ประโยชน์
มีคนสมัครเข้ามาจริงๆ
การรับสมัครบุคลากรในปีนี้เกิดปรากฏการณ์ที่ผิดปกติอย่างยิ่ง
โรงพยาบาลอันดับสองเล็กๆ แห่งหนึ่งกลับเกิดปรากฏการณ์บุคลากรชั้นยอดหลั่งไหลทวนกระแสเข้ามา!
หากเป็นปีก่อนๆ เรื่องพวกนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลย!
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แทบไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
ง่ายมาก เพราะเฉินชางไงละ!
นี่คือเสน่ห์ดึงดูดของนักวิชาการดาวเด่น
เฉินชางอายุแค่ยี่สิบแปดเท่านั้น
หมายความว่าอนาคตไร้ขีดจำกัด
ใครก็ตามที่มีสายตามีแววสักหน่อยล้วนมองออกทั้งนั้น ติดตามศาสตราจารย์เฉินต้องได้ประโยชน์แน่นอน
เรื่องในงานประชุม AATS ไม่นับเป็นข่าวใหม่อะไรในวงการ
ทุกคนล้วนทราบกันดีว่าเฉินชางพาทีมสมาชิกโนเนมเข้าร่วมงานประชุม AATS2020 แถมยังคว้ารางวัลได้มากมาย
ได้ติดตามเฉินชางเท่ากับมีอนาคตรออยู่!
ด้วยเหตุนี้ การรับสมัครงานของศูนย์ฉุกเฉินในปีนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ทันที
คุณลองจินตนาการดูสิ แพทย์ปริญญาเอกหลายพันคนแก่งแย่งกันเพื่อโควตาห้าสิบคนจะเป็นฉากแบบไหนกันล่ะ
เป็นฉากตระการตาน่าชม!
แม้แต่ฉินเสี้ยวยวนก็ไม่กล้ามองตรงๆ เช่นกัน
สถานการณ์แบบนี้ทำให้ฉินเสี้ยวยวนอดสะท้อนใจไม่ได้ แม้ตนจะทำงานมาทั้งชีวิตก็ยากที่จะได้พบสถานกาณณ์แบบนี้!
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ปีนี้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยการแพทย์ตงหยางได้รับความอยุติธรรมเสียแล้ว
พวกเราไปล่วงเกินใครไว้เหรอ ทำไมพวกคุณต้องมาแย่งชิงกับพวกเรา…