เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1582 มีคนกำลังจะหย่า!
เฉินชางเพิ่งกลับถึงเมืองหลวง มาถึงโรงพยาบาลได้ไม่นานก็ได้ยินพยาบาลหลายคนซุบซิบกันอยู่ตรงนั้น
ทำให้ทราบข่าวเรื่องหนึ่ง
ผู้อำนวยการเฉียวเฉิงอันกำลังจะหย่า
เฉียวเฉิงอันเป็นผู้อำนวยการประจำห้อง ICU แผนกฉุกเฉินหน่วยที่หก คอยเป็นแขนเป็นขาให้เหล่าอวี๋มาตลอด
มีบุคลิกอ่อนโยนไม่ชอบทะลาะกับใคร เห็นใครก็ยิ้มให้เสมอ
แถมยังได้รับความนิยมมากจนน่าแปลกใจ!
พอเอ่ยถึงผู้อำนวยการเฉียวแล้วดูเหมือนทุกคนในแผนกฉุกเฉินล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ผู้อำนวยการเฉียวเป็นคนดี’
แม้แต่ตอนที่เฉินชางฝึกอบรมผ่าตัดตับอ่อนก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการเฉียวเฉิงอันเช่นกัน การฝึกอบรมครั้งนั้นประสบความสำเร็จมาก ได้รับประโยชน์มากมาย
แต่เฉินชางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมจู่ๆ คนจิตใจดีอย่างผู้อำนวยการเฉียวถึงจะหย่า
พอเห็นเฉินชางเข้ามา กลุ่มพยาบาลรีบยิ้มด้วยความละอาย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ศาสตราจารย์เฉิน!”
หลังพูดจบก็ไปทำงานทันที ไม่ได้ยืนซุบซิบอยู่ตรงนั้นอีก
จะว่าไปก็บังเอิญเหมือนกัน ผู้อำนวยการเฉียวเฉิงอันเดินผ่านมาทางนี้พอดี
ผู้อำนวยการเฉียวอายุสี่สิบต้นๆ ยังหนุ่มแน่นมีอนาคต หน้าตาก็ดูภูมิฐานมาก ให้บรรยากาศเหมือนนักวิชาการคงแก่เรียน
เฉินชางไม่เข้าใจเลย คนแบบผู้อำนวยการเฉียวทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจมาก เพราะอะไรคนแบบนี้ถึงจะหย่า
อย่างไรก็ตาม บางครั้งหน้าที่การงานกับชีวิตส่วนตัวก็เป็นคนละเรื่องกัน
อีกอย่างทุกครอบครัวก็มีปัญหาส่วนตัวทั้งนั้น
ใครจะไปรู้แน่ชัดล่ะ
เฉินชางเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “อรุณสวัสดิ์ครับผู้อำนวยการเฉียว!”
เฉียวเฉิงอันยังคงยกยิ้มน้อยๆ เหมือนที่ผ่านมา แต่วันนี้ดวงตากลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
มองออกว่าค่อนข้างซีดเซียวจริงๆ
แม้แต่เส้นผมที่ปกติจัดทรงอย่างประณีต วันนี้กลับยุ่งเหยิงพอสมควร
“อรุณสวัสดิ์ครับศาสตราจารย์เฉิน” เฉียวเฉิงอันทักทายกลับพร้อมรอยยิ้ม
ตอนเจอกัน เฉินชางไม่ได้พูดอะไรออกไป
ตอนส่งเวรช่วงเช้า พอผู้อำนวยการเฉียวกลับไปที่ห้อง ICU เหล่าหม่าถึงได้กระซิบกับเฉินชาง “คิดว่าครั้งนี้เหล่าเฉียวคงจะหย่าจริงๆ แล้ว!”
เฉินชางผงะไปเล็กน้อยด้วยความฉงน “ทำไมล่ะ”
เหล่าหม่าถอนหายใจ “อาทิตย์นี้มีผู้ป่วยอาการหนักหลายคน ตอนที่เหล่าเฉียวเข้าเวร ภรรยาเขามาอาละวาดที่แผนกฉุกเฉิน”
“นายก็รู้นิสัยของเหล่าเฉียวนี่ เขาไม่ชอบทะเลาะโวยวาย แต่ว่า…ผู้ชายคนหนึ่งที่นิสัยดีขนาดนี้ กลับมาทะเลาะกับภรรยาของเขาในที่ทำงาน เท่าที่ฉันฟังมา…ดูเหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องนอกใจด้วย!”
เฉินชางตะลึงงัน “ผมว่าผู้อำนวยการเฉียว…ไม่เหมือนคนที่จะนอกใจได้นะ!”
เหล่าหม่าพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้อนี้ฉันรู้ดีเลย เหล่าเฉียวคนนี้ไม่ใช่คนนอกลู่นอกทาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนอกใจเลย ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
“หรือว่า…เป็นฝ่ายภรรยาเขาที่มีปัญหา” เหล่าหม่าขมวดคิ้วอดถามไม่ได้
หลังจากเฉินชางได้ยินก็ชะงักไปทันที ส่ายหน้าให้
ทั้งสองคนแอบซุบซิบกันอยู่ครู่หนึ่งถึงได้แยกย้ายกันไปทำงาน
ช่วงเวลาของวันจันทร์ค่อนข้างล้ำค่า
ตอนเช้าต้องออกราวน์วอร์ดชุดใหญ่ พวกอู๋ฮุย หวงปินไห่และต้าหลิวล้วนปรับตัวเข้ากับสไตล์การราวน์วอร์ดของเฉินชางได้แล้ว
เตรียมตัวเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้ป่วยไว้ล่วงหน้า
หลังจากผู้ป่วยอาการทรงตัวจะย้ายไปยังแผนกผู้ป่วยในแทน จะอยู่ในแผนกฉุกเฉินนานไม่ได้
หลังผ่านการจัดระเบียบมาหนึ่งสัปดาห์ คนไข้ในแผนกผู้ป่วยในก็ไม่ได้เยอะเท่าก่อนหน้านี้อีก
ประกอบกับความเร็วในการราวน์วอร์ดของเฉินชางรวดเร็วมาก ยังไม่ถึงสิบโมงก็ราวน์วอร์ดเสร็จแล้ว
แต่ในช่วงเวลานี้ เฉินชางก็ไม่ได้อยู่ว่าง
ตอนบ่ายมีผ่าตัดหนึ่งเคส เฉินชางใช้เวลาช่วงเช้าเริ่มคัดแยกรายชื่อและเอกสารที่ทางโรงพยาบาลอันดับสองส่งมา
เฉินชางไม่มีทางผ่อนปรนความเข้มงวดกับเรื่องการรับสมัคร
ถึงอย่างไรทุกคนก็จะกลายเป็นลูกทีมของตนในวันหน้า จะรับเข้ามาส่งๆ ไม่ได้
อันที่จริง งานธุรการยุ่งยากกว่างานทางคลินิกมาก เนื่องจากมีหลายเรื่องที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แถมยังต้องชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย รวมถึง…
สรุปคือตอนนี้เฉินชางพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหลังจากอู๋ถงฝู่ขึ้นเป็นผู้อำนวยการถึงค่อยๆ หายไปจากงานชั้นคลินิก
ตอนเที่ยง เฉินชางไปกินข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาลพร้อมเหล่าหม่า
แต่มีผู้อำนวยการบางส่วนทยอยเดินเข้ามาหาเรื่อยๆ
“ศาสตราจารย์เฉิน ผมได้ยินว่าอาคารฉุกเฉินโรงพยาบาลอันดับสองของคุณเพิ่งก่อตั้งขึ้นขาดคนอยู่ใช่ไหม”
เฉินชางชะงักไปเล็กน้อย “ครับ แน่นอนว่ายังขาดอยู่ ตอนนี้ผมต้องการบุคลากรมาก มณฑลตงหยางสู้เมืองหลวงของพวกเราไม่ได้ ไม่ได้มีบุคลากรชั้นยอดมากขนาดนั้น!”
ผู้อำนวยการเหล่านี้ได้ฟังก็รีบเอ่ยว่า “ศาสตราจารย์เฉิน อย่าใกล้เกลือกินด่างไปเลย ผมมีลูกศิษย์คนหนึ่ง จบปริญญาเอกแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าทำงานที่ไหน ผมคิดว่าให้ไปติดตามคุณดีที่สุดแล้ว คุณคิดว่ายังไง”
พอมีคนเปิดประเด็นก็มีคนแห่มาเพิ่ม!
คนจำนวนมากทยอยเข้ามาหา
“อ้อ! ศาสตราจารย์เฉิน ลูกศิษย์ของผมเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ขยันเอาการเอางาน ไม่มีคู่รัก อยู่ปักกิ่งก็ซื้อบ้านไม่ไหวหรอก ผมคิดว่ามณฑลตงหยางใช้ได้เลย ‘วารสารปลูกถ่ายตับ’ ที่ตีพิมพ์ปีก่อน...”
“ลูกศิษย์ผมเป็นคู่สามีภรรยา เหมาะสมกว่า ใช้ชีวิตเรียบง่ายในเมืองอันหยางได้ คุณก็รู้นี่ คู่สามีภรรยาน่ะลงหลักปักฐานได้!”
….
ทุกคนล้วนหวังอย่างยิ่งว่าลูกศิษย์ของตนจะติดตามเฉินชางสร้างอนาคตทางใดทางหนึ่งขึ้น
อันที่จริงคนที่เป็นอาจารย์ยังคงมีความใส่ใจลูกศิษย์เป็นอย่างมาก
แต่เฉินชางก็ไม่ได้ตอบรับทันที
เขาได้แต่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยว่า “โอเคครับ ทุกคนกลับไปบอกให้พวกเขาส่งประวัติมาที่อีเมลผมได้เลย”
พอเฉินชางพูดแบบนี้ ผู้อำนวยการรอบข้างต่างดีใจขึ้นมา
เพราะถึงอย่างไรเฉินชางก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แบบนี้หมายความว่ายังมีโอกาส
“ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณศาสตราจารย์เฉินมาก!”
“ถูกต้อง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ยังไงก็ได้รับน้ำใจในส่วนนี้ของศาสตราจารย์เฉินแล้ว”
“ใช่แล้ว ถึงยังไงก็เปิดรับสมัครทั่วไปนี่นา”
….
พอกลับมาถึงห้องทำงาน เฉินชางก็โทรคุยกับหลี่เป่าซานอีกหนึ่งชั่วโมง
ตอนบ่ายก็ไปผ่าตัด
เป็นเคสผ่าตัดเนื้องอกในกะโหลกศีรษะที่ไม่ยากมากนัก
ครั้งนี้เฉินชางเป็นผู้ช่วย อู๋ฮุยเป็นศัลยแพทย์หลัก
การผ่าตัดราบรื่นมาก
แต่ในช่วงเวลานี้เอง เหอจื้อเชียนวิ่งมาที่แผนกฉุกเฉินอย่างเร่งร้อน
รีบสอบถามกับพยาบาลว่า “ศาสตราจารย์เฉินล่ะ”
พยาบาลเห็นผู้อำนวยการเหอร้อนรนขนาดนี้ก็รีบตอบทันที “ผู้อำนวยการเหอ ศาสตราจารย์เฉินเข้าผ่าตัดค่ะ!”
หลังจากทราบเรื่องนี้ เหอจื้อเชียนตบหน้าผากทีหนึ่ง!
ใช่แล้ว เวลาศาสตราจารย์เฉินเข้าผ่าตัด ไม่เคยพกมือถือไปด้วยเลย
ทำแบบนี้จนเป็นนิสัยแล้ว
พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็รีบเดินไปทางห้องผ่าตัดอย่างเร่งรีบ
คาดเดาสถานการณ์ไม่ได้เลยจริงๆ!
ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!
ระหว่างที่เดินอยู่ เหอจื้อเชียนถอนหายใจตลอดทาง
ตอนที่มาถึงห้องผ่าตัด ทางฝั่งเฉินชางเพิ่งผ่าตัดเสร็จสิ้นพอดี
เฉินชางให้ความสำคัญกับอู๋ฮุยมากขึ้นเรื่อยๆ ชื่นชอบเขามากขึ้นเรื่อยๆ
นักเรียนคนนี้มีศักยภาพยอดเยี่ยมมาก
การผ่าตัดเนื้องอกในกะโหลกศีรษะคือการผ่าตัดระบบประสาทขั้นสูง แต่ผลงานของอู๋ฮุยน่าประทับใจมาก แถมยังมีวี่แววระดับปรมาจารย์รางๆ ด้วย!
เฉินชางมองแถบค่าประสบการณ์ อู๋ฮุยค้างอยู่ตรงขอบเกือบจะทะลวงผ่านได้แล้ว
ขาดก็เพียงโอกาสสักครั้ง
เฉินชางเอ่ยอย่างพอใจ “ผู้อำนวยการอู๋ ไม่เลวเลย ทำได้ดีมากครับ”
อู๋ฮุยหน้าแดง สำหรับเขาแล้วคำชมที่ได้รับจากเฉินชางถือเป็นเกียรติมหาศาล
ทุกคนล้วนเคยเห็นการผ่าตัดเนื้องอกในกะโหลกศีรษะของเฉินชางมาแล้ว นั่นเป็นการผ่าตัดที่เรียกได้ว่าเป็นตำนาน!
ตอนนี้เอง เหอจื้อเชียนก็เดินเข้ามา