เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 35 ยอดฝีมือปรากฏกาย
บทที่ 35 ยอดฝีมือปรากฏกาย
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” ท่านอาจารย์จางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ในฐานะอาจารย์ใหญ่ แน่นอนว่าท่านอาจารย์จางไม่มีทางตัดสินเรื่องราวโดยไม่สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าศิษย์คนอื่น ๆ
“ท่านอาจารย์ใหญ่ขอรับ หลี่ลี่คนนี้เป็นศิษย์ใหม่ เพิ่งเข้าสำนักยังรับใช้ไม่ครบกำหนด ก็กลับมาเสียแล้ว พวกข้าเห็นดังนั้น จึงเข้าไปสอบถาม กลับถูกเขาเมินเฉย แล้วยังโอ้อวดว่าตนมีระดับหกแล้ว พวกข้าไม่เห็นด้วย จึงโต้เถียงกันไปมา ทว่าเขากลับลงมือ พวกข้าไม่ได้ทันระวังตัว จึงพลาดท่าเสียที ขอท่านอาจารย์โปรดพิจารณาด้วย” ลู่หย่งเล่อฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นอธิบาย
“เป็นเช่นนั้นหรือ?” ท่านอาจารย์จางย่อมไม่เชื่อว่าหลี่ลี่จะอวดอำนาจเช่นนั้น เพิ่งเข้าสำนัก รังแกศิษย์เก่าสิบกว่าคน เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ไม่มีความจำเป็น อีกอย่าง หลี่ลี่ เพิ่งจะบาดเจ็บเมื่อวาน ไม่มีทางไปหาเรื่องใครก่อนแน่
เห็นท่านอาจารย์มองมา ศิษย์รอบ ๆ จึงพยักหน้ารับเป็นเสียงเดียวกัน
“การที่หลี่ลี่กลับมา ข้าเป็นคนสั่งเอง เรื่องระดับหกนั่นก็มิใช่เรื่องอวดอ้าง แต่มันคือเรื่องจริง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ข้าจะจดบันทึกไว้ ต่อไปนี้ห้ามใครไปหาเรื่องหลี่ลี่อีก มิเช่นนั้นจะต้องถูกลงโทษตามกฎสำนัก หึ อย่าคิดว่าข้าลำเอียง อีกไม่กี่วัน หลี่ลี่จะได้รับรางวัลจากเบื้องบน เรื่องวันนี้ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปได้แล้ว!” ท่านอาจารย์จางขมวดคิ้วเล็กน้อย โบกมือไล่
ท่านอาจารย์จางเป็นอาจารย์มาหลายปี ท่านรู้ทันทีว่าศิษย์พวกนี้โกหก จึงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเข้าข้างหลี่ลี่ แถมยังเอ่ยชมเชยหลี่ลี่อีกด้วย
ศิษย์ทั้งห้าสิบกว่าคนยังไม่แยกย้าย เพราะทุกคนต่างตกตะลึง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หลี่ลี่
ฝึกฝนหนึ่งเดือนถึงระดับสี่ เข้าสู่สำนักกลาง นี่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว บัดนี้เพียงไม่กี่วัน แม้แต่ยังไม่ได้เข้าร่วมสำนักกลางอย่างเป็นทางการ หลี่ลี่ก็กลายเป็นระดับหก เรื่องนี้จะให้ศิษย์เหล่านี้เชื่อได้อย่างไร?
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง หลี่ลี่คงเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ
แต่คำพูดของท่านอาจารย์ย่อมไม่เท็จ ดังนั้นพวกเขาจึงยอมรับได้ยาก
“ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านพูดจริงหรือขอรับ?” ผ่านไปสองสามนาที เหล่าศิษย์จึงได้สติ กลับมาถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“เฮ้อ! จริงสิ!” ท่านอาจารย์จางถอนหายใจเบา ๆ ท่านย่อมเข้าใจความรู้สึกของศิษย์เหล่านี้ คนเราย่อมมีเหนือกว่าเสมอ หลี่ลี่นี่ช่างเป็นอัจฉริยะจริง ๆ แม้แต่ท่านที่เป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ยังอิจฉา
ตู้ม!
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ มองหลี่ลี่ด้วยสายตาอิจฉา ส่วนศิษย์หญิงที่อยู่ไกลออกไปก็ส่งสายตาให้เป็นประกาย ศิษย์อัจฉริยะอย่างหลี่ลี่ ช่างสูงส่งขึ้นมาในพริบตา
“หลี่ลี่ เจ้ากลับไปฝึกฝนที่ห้องของเจ้าก่อน ตอนนี้ข้าจะไปรายงานเรื่องของเจ้าที่สำนักใน จำไว้ อย่าไปหาเรื่องใคร” ท่านอาจารย์จางกำชับ จากนั้นก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ศิษย์ระดับหก แล้วยังได้รับการรายงานจากท่านอาจารย์ใหญ่ไปยังสำนักใน เหล่าศิษย์ต่างรู้ดีว่าหลี่ลี่ได้กลายเป็นศิษย์อัจฉริยะของสำนักกลางอย่างไม่ต้องสงสัย ฐานะที่สูงส่งขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะล่วงเกินได้ง่าย ๆ อีกต่อไป ไม่นานนัก ทุกคนก็แยกย้ายกันไป
“หย่งเล่อ ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าที่โอสถก็แล้วกัน” ในบรรดาคนทั้งหมด ลู่หย่งเล่อได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด หวังเฮ่าที่สนิทจึงเข้ามาประคอง
“ไม่ ไปเรือนเสี่ยวเยว่ก่อน ความแค้นนี้ ข้าต้องชำระแน่ บาดแผลเล็กน้อยนี้ ไม่นับเป็นอะไร” ลู่หย่งเล่อกัดฟันพูด ปฏิเสธความหวังดีของหวังเฮ่า
ด้านหลังยอดเขาบัว เรือนเสี่ยวเยว่
“พี่เมิ่ง ท่านต้องออกหน้าแทนพวกข้าด้วย!” เพิ่งเข้าไปในลานบ้าน ลู่หย่งเล่อก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง
แอ๊ด ประตูที่ทำจากไม้ไผ่ถูกเปิดออก ชายร่างสูงใหญ่กำยำ สูงเกือบสองเมตร สวมชุดรัดรูปสีดำเดินออกมาอย่างรวดเร็ว
เห็นสภาพของลู่หย่งเล่อ เมิ่งฮั่นขมวดคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เกิดอะไรขึ้น?”
“พี่เมิ่ง มีศิษย์ใหม่คนหนึ่ง ไม่รู้ใช้วิธีใด ถึงฝึกฝนจนถึงระดับหก พอเข้าสำนักกลาง ก็โอ้อวดว่าตนเป็นที่หนึ่งของสำนักกลาง พวกข้าไม่ยอม จึงเข้าไปทักท้วง ใครจะไปคิดว่าเขาจะลงมือ ทุบตีพวกข้าสิบกว่าคน แล้วยังประกาศว่าภายในสามวัน ถ้าไม่มีใครท้า เขาจะครองตำแหน่งที่หนึ่งนี้ไว้”
ลู่หย่งเล่อฝึกฝนในสำนักกลางมานานกว่าสองปี ย่อมรู้จักศิษย์ในสำนักเป็นอย่างดี แน่นอนว่าเขารู้จุดอ่อนของแต่ละคน จุดอ่อนของเมิ่งฮั่นคนนี้คือ รักพวกพ้อง ใครมายุ่งกับเพื่อน เขาไม่มีทางอยู่เฉย อีกอย่าง เขาเป็นคนบ้า เมื่อได้ยินว่ามีคนเก่งกว่า ย่อมทนไม่ได้
“ใครกัน? บังอาจนัก ข้าจะไปดูหน่อยซิ ว่ามันเก่งจริงอย่างที่พูดหรือไม่!” เมิ่งฮั่นแค่นเสียงเย็นลุกขึ้นยืนทันที
ลู่หย่งเล่อยิ้มเยาะในใจ รีบบอกที่อยู่ของหลี่ลี่ให้เมิ่งฮั่นรู้
เมิ่งฮั่นเป็นอัจฉริยะอีกคนหนึ่งของสำนักหมิงเยว่ต่อจาก ปี้ชิงหลวน, ลู่เส้าเฟิง, สวี่ฉางซาน ใช้เวลาเพียงปีเดียวก็ฝึกฝนจนถึงระดับสี่ เข้าสู่สำนักกลาง ปัจจุบันอยู่ในสำนักกลางมาเกือบปีแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะเลื่อนขั้นไปถึงระดับเจ็ด เป็นหนึ่งในอัจฉริยะไม่กี่คนของสำนักกลาง จึงได้รับการจัดสรรที่พักเป็นพิเศษจากท่านอาจารย์ใหญ่ สามารถฝึกฝนได้เองตามอัธยาศัย
ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สามระดับของสำนักใน หรือสำนักนอกทั้งสามระดับ ต่างก็มีการจัดอันดับ แม้จะไม่ใช่อัจฉริยะ แต่สิบอันดับแรกจะได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ และนับตั้งแต่เข้าสู่สำนักกลางในเดือนที่สอง เมิ่งฮั่นก็ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของสำนักกลางมาโดยตลอด แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา
ลู่หย่งเล่อฝืนความเจ็บปวดที่แขน เดินตามหลังเมิ่งฮั่นไปโดยไม่คิดไปที่กระท่อมโอสถ ช่างเป็นคนที่ฉลาดและมีความอดทน มิน่าถึงได้เป็นถึงคนพิเศษ
“หวังเฮ่า ไปบอกทุกคน บอกว่าอาจารย์พี่เมิ่งฮั่นจะไปประลองกับหลี่ลี่” มองเมิ่งฮั่นที่เดินนำหน้าไป ลู่หย่งเล่อพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หวังเฮ่าถอนหายใจในใจ พยักหน้ารับ แล้วหันหลังกลับไป
จากปากต่อปาก เรื่องราวของหลี่ลี่ในสำนักกลางก็แพร่สะพัดออกไปอีกครั้ง เหตุการณ์ที่นางคนเดียวเอาชนะศิษย์เก่าสิบกว่าคนได้แพร่กระจายไปทั่วสำนักกลาง เหล่าศิษย์ต่างอยากเห็นโฉมหน้าอัจฉริยะจอมโอหังผู้นี้ และบังเอิญในเวลานี้เอง มีข่าวลือว่าเมิ่งฮั่น ผู้เป็นที่หนึ่งในใจพวกเขา กำลังจะท้าทายหลี่ลี่ ทั้งสำนักกลางต่างพากันแตกตื่น เหล่าศิษย์หลายร้อยคนต่างหลั่งไหลกันไปยังที่แห่งนั้น
หลี่ลี่มิได้ล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้ เมื่อกลับถึงห้อง เขาก็นำตำราโอสถขั้นต้นออกมาศึกษา การสอนในวันนี้ทำให้เขาสนใจเรื่องโอสถเป็นอย่างมาก
ขณะที่หลี่ลี่กำลังตั้งใจศึกษา จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่น ประตูห้องก็ถูกพังเข้ามา ชายร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรยืนอยู่ที่หน้าประตู
“เจ้าคือหลี่ลี่หรือ?” เมิ่งฮั่นถามเสียงเย็น
“เจ้าเป็นใคร?” หลี่ลี่ขมวดคิ้ว
“ข้าคือเมิ่งฮั่น คนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักกลาง ออกมา ข้าจะดูว่าเจ้ามีฝีมือแค่ไหน ถึงกล้าเป็นที่หนึ่งในสำนักกลาง” เมิ่งฮั่นไม่พูดพร่ำทำเพลง พูดตรงประเด็น
มีคนมาหาเรื่องอีกแล้ว
หลังจากถูกคนสิบกว่าคนรุมทำร้าย หลี่ลี่ก็รู้ว่าเรื่องวุ่นวายจะต้องตามมาไม่หยุดหย่อน แต่เขาก็หาได้หวาดกลัว แค่นเสียงเย็น วางตำราลง แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
“เจ้าหนู รับหมัดข้าสักหมัดก่อน” เมิ่งฮั่นไม่รอช้า เห็นหลี่ลี่เดินออกมา ก็คำรามเสียงต่ำ ก้าวเท้าเข้าหา ปล่อยหมัดตรงไป
“ต่อให้ร้อยหมัด ข้าก็รับได้” หลี่ลี่แค่นเสียงเย็น ไม่หลบหลีก ปล่อยหมัดพุ่งชน ตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
ตึง!
เสียงกระทบกันดังสนั่น ร่างกายของทั้งสองไม่ไหวติง กำลังภายในเท่าเทียมกัน
“ไม่เลว มีฝีมืออยู่บ้าง” พบเจอคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียม เมิ่งฮั่นไม่โกรธ กลับตื่นเต้น เปลี่ยนหมัดเป็นฝ่ามือ ใช้วิชาเงาฝ่ามือ ในพริบตา ฝ่ามือหลายสิบฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ