เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 36 เล่นกับเจ้าสักหน่อย
บทที่ 36 เล่นกับเจ้าสักหน่อย
หนึ่งแรงปราบสิบเล่ห์เหลี่ยม เผชิญหน้ากับเงาฝ่ามือที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า หลี่ลี่ ไม่สนใจแม้แต่น้อย เย้ยหยันออกมาคำหนึ่ง พลันชกหมัดพุ่งทะลุออกไป
ซู่ม!
พลังโจมตีอันรุนแรง ก่อให้เกิดลมกรรโชก พุ่งตรงไปที่หน้าอกของเมิ่งฮั่น
เงาฝ่ามือแปรเปลี่ยน เงาฝ่ามือที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าพลันรวมตัวกัน กลับกลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่เท่าพัดของเมิ่งฮั่น
“ไม่เลว สามารถทำลายท่าฝ่ามือบินทั่วท้องฟ้าของข้าได้ เจ้าหนูนี่ยังพอมีฝีมือให้ข้าสู้ด้วยหน่อย” เมิ่งฮั่นหัวเราะเสียงดัง มือขวารีบคว้าไปที่หมัดของหลี่ลี่
“เจ้ายกยอตัวเองเกินไปแล้ว” หลี่ลี่ยิ้มอย่างเฉยเมย พลังไม่ได้เพิ่มขึ้นกลับลดลง ใช้พลังระดับหกมาต่อกรโดยสมบูรณ์ เขาไม่ได้ใช้พลังของวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ออกมาแม้แต่น้อย
เห็นแววตาตื่นเต้นของเมิ่งฮั่น หลี่ลี่ก็รู้ว่าเจ้าคนตัวโตนี่คงเป็นแค่คนคลั่งไคล้การต่อสู้เท่านั้น คนแบบนี้ย่อมไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แถมเขายังเห็นหลี่หย่งเล่อที่อยู่ไม่ไกล พลันเขาก็เข้าใจทุกอย่าง
ตึง!
เสียงหมัดปะทะฝ่ามือดังขึ้น พลังอันมหาศาลโจมตีเข้ามา หลี่ลี่ถอยหลังไปทันทีห้าก้าว ส่วนเมิ่งฮั่นกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“ไม่เลว น่าสนใจดี” หัวเราะเสียงดัง เมิ่งฮั่นลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก้าวเท้าไปข้างหน้า ร่างกายที่ใหญ่โตกลับใช้ฝ่ามือเงาฟ้าที่พลิ้วไหว พูดไม่ออกจริง ๆ
หลี่ลี่ไม่รีบร้อนเอาชนะเมิ่งฮั่น เขาจะใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจกับฝ่ามือเงาฟ้าอย่างละเอียด การต่อสู้ใช้ฝ่ามือ ย่อมไม่มีการปกปิดใด ๆ แบบนี้หลี่ลี่ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นคว้าเอง
หมัดเก้าทลายกับฝ่ามือเงาฟ้ามีความแตกต่างกันอย่างมาก แต่หลี่ลี่ ได้หลอมรวมความคล่องแคล่วของหมัดแมวเข้ากับหมัดเก้าทลายไปด้วย ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
คนหนึ่งโจมตีดุจสายฝน คนหนึ่งป้องกันดุจสายลม ทั้งสองคนเคลื่อนไหวไปมาในลานบ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะต่อสู้กันได้สูสี
นอกลานบ้านเล็ก ๆ ศิษย์สำนักกลาง หลายร้อยคนมารวมตัวกัน ไม่ใช่แค่บนกำแพงและหลังคาที่เต็มไปด้วยผู้คน แม้แต่การถ่ายทอดสดก็ยังมี
ในเวลานี้ ศิษย์สำนักกลาง ทุกคนต่างประหลาดใจ หลี่ลี่ไปถึงการแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับหก เดิมทีศิษย์เหล่านี้ไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเป็นแค่ข่าวลือ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่เพียงแต่เชื่อ แต่ยังตกตะลึงอย่างมาก
“พี่เมิ่ง ทำลายไอ้สารเลวนี่ซะ”
“ทุบกระดูกมันให้แหลกคามือ”
“เอาแบบทำให้มันไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตดีกว่า”
เหล่าศิษย์เริ่มส่งเสียงโห่ร้อง คนเหล่านี้ล้วนเป็นศิษย์ที่เคยถูกหลี่ลี่ทำร้ายมาก่อน ตอนนี้พี่เมิ่งมาช่วยพวกเขาแก้แค้น แต่ละคนจึงรีบมาทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บ
มองดูศิษย์ที่บาดเจ็บเหล่านี้ ศิษย์ที่เหลือที่มามุงดูต่างหัวเราะอย่างรู้กัน อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่ข่าวลือ แต่ถ้าไม่ได้สนิทกับหลี่ลี่ พวกเขาก็จะไม่ด่าหลี่ลี่ แต่ก็จะไม่ช่วยเช่นกัน
ทั้งสองคนต่อสู้กันนานถึงครึ่งชั่วโมง ฝ่ามือเงาฟ้าถูกใช้ออกมาตั้งแต่ต้นจนจบถึงสองรอบ หลี่ลี่ก็เข้าใจแล้ว ถ้าดูต่อไปก็ไม่มีความหมาย ในเวลานี้ เขาจึงพูดอย่างเฉยเมยว่า “จบได้แล้ว”
วิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ทำงาน เพียงแค่การแปรผันระดับแรกสุด แต่กลิ่นอายของหลี่ลี่ ก็เปลี่ยนไปในทันที
จากที่เคยเคลื่อนไหวหลบหลีก หลี่ลี่เปลี่ยนจากหมัดเป็นฝ่ามือ เริ่มใช้ฝ่ามือเงาฟ้า
ใช้เมิ่งฮั่นเป็นเป้า หลี่ลี่เริ่มออกกระบวนท่าฝ่ามือเงาฟ้า ด้วยความช่วยเหลือของวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ ตอนแรกหลี่ลี่ยังติดขัด เกือบพลาดไปหลายครั้ง แต่หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง จุดที่ติดขัดและเข้าใจยาก หลี่ลี่ก็ค้นพบวิธี ฝ่ามือเงาฟ้าก็ใช้ได้คล่องแคล่วมากขึ้น
หมัดเก้าทลายเป็นพื้นฐาน ทำให้ผู้ฝึกฝนในระยะแรกคุ้นเคยกับการไหลเวียนของลมปราณในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้ชำนาญมากขึ้น
ความคล่องแคล่วของหลี่ลี่ผสานกับหมัดเก้าทลาย เสริมด้วยวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ที่ฝึกฝนถึงขั้นสองแปรเปลี่ยน ลมปราณจึงยิ่งบริบูรณ์และชำนาญ ทำให้หลี่ลี่ เรียนรู้ฝ่ามือท่าอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
“เจ้าเอาข้าเป็นเป้าฝึกฝ่ามือเงาฟ้า?” เมิ่งฮั่นถามด้วยความไม่เชื่อสายตา ขณะที่พยายามป้องกันและหลบหลีก
เมิ่งฮั่นเป็นคนคลั่งไคล้การประลอง เป็นคนตรงไปตรงมา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาโง่ หลี่ลี่มีกลิ่นอายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาย่อมรู้ว่าหลี่ลี่เก็บงำความลับเอาไว้มาก
“ก็นับว่าใช่มั้ง! แต่ตอนนี้จบแล้ว” หลี่ลี่ยิ้มอย่างเฉยเมย พลันใช้ฝ่ามือบินทั่วท้องฟ้า
แตกต่างจากที่เมิ่งฮั่นใช้โดยสิ้นเชิง เงาฝ่ามือที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าดูเลือนลาง ในขณะเดียวกันร่างกายของหลี่ลี่ ก็ปรากฏขึ้นและหายไป ราวกับถูกเงาฝ่ามือเหล่านี้บดบัง ทำให้ไม่สามารถจับตำแหน่งที่แน่นอนได้
จ้องมองเงาฝ่ามือที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า เมิ่งฮั่นผ่อนการป้องกันลงโดยสิ้นเชิง ทันใดนั้น เขาราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง ดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้นออกมา
คนคลั่งไคล้การต่อสู้ก็ยังคงเป็นคนคลั่งไคล้การต่อสู้ ตอนต่อสู้ยังเหม่ออีก ถ้าเจอคนที่ต้องการฆ่าเขา คงไม่ต้องออกแรงเลย
หลี่ลี่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ รวมเงาฝ่ามือเข้าด้วยกัน กลายเป็นฝ่ามือเดียว ในเวลานี้ฝ่ามือของหลี่ลี่ ได้สัมผัสกับเสื้อผ้าที่หน้าอกของเมิ่งฮั่นแล้ว
ฝืนระงับพลังไปเจ็ดส่วน แต่ฝ่ามือนี้ยังคงมีพลังไม่น้อย โครม! ร่างกายที่ใหญ่โตของเมิ่งฮั่นกระเด็นถอยหลังออกไป ชนกำแพงลานบ้านจนฝุ่นตลบ
ในชั่วพริบตา ทั้งในและนอกลานบ้านก็เงียบสงัด ศิษย์ใหม่เพิ่งเข้าสำนัก กลับเอาชนะคนที่เป็นสุดยอดในสายตาของทุกคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีใครเชื่อความจริงนี้
“หรือว่าเวลามันนานเกินไปจนตาฝาด?”
“ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ ตาข้าก็ฝาดเหมือนกัน”
“พี่เมิ่งต้องหลบได้แน่ ๆ”
“พี่เมิ่งต้องอยากลองดูว่าหลี่ลี่ มีพลังฝ่ามือมากแค่ไหน ดูสิ พี่เมิ่งไม่ได้บาดเจ็บเลย”
บนกำแพง บนหลังคา เหล่าศิษย์ต่างพูดประโยคเหล่านี้ซ้ำ ๆ พยายามหาเหตุผลมาหักล้างความจริงที่อยู่ตรงหน้า แต่พวกเขาก็พบอย่างรวดเร็วว่าเหตุผลเหล่านี้น่าขันสิ้นดี
ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน เมิ่งฮั่นกลับไม่เจ็บปวดเลย ไม่สนใจปัดฝุ่นบนร่างกาย รีบวิ่งไปหาหลี่ลี่ เป็นคนแรก
หลี่ลี่ขมวดคิ้ว รวบรวมลมปราณอีกครั้ง
“บอกข้าได้ไหมว่าท่านี้ใช้ยังไง?” เมิ่งฮั่นไม่ได้โจมตี แต่ถามด้วยสีหน้าคาดหวัง
“เจ้าใช้วิชาดาบเก้าเงาเป็นไหม?” หลี่ลี่ไม่ได้ตอบ แต่ถามกลับ
เพราะมุ่งมั่นกับหมัดเก้าทลาย หลี่ลี่จึงไม่ได้สนใจดาบเก้าเงา ตอนนี้เจอวิธีฝึกฝนวิชาต่อสู้ที่ดีแล้ว หลี่ลี่ย่อมไม่พลาด
“เป็น! เป็น! เป็น! เป็นท่าพื้นฐานที่สุด” เมิ่งฮั่นพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
“พวกเรามาหาที่ลับตาคนหน่อยเถอะ แล้วค่อยประลองกันใหม่” หลี่ลี่มองดูผู้คนรอบข้าง ขมวดคิ้วแล้วพูด
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา แค่เจ้าบอกวิธีใช้ท่านี้ ข้าจะเป็นน้องเจ้าก็ได้” ในเวลานี้เมิ่งฮั่นไม่ได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย
“ช่างเถอะ! เจ้าเป็นถึงอันดับหนึ่งของสำนักกลาง ข้าไม่มีคุณสมบัติเป็นพี่เจ้าหรอก” หลี่ลี่ปฏิเสธ
“ไม่มีคุณสมบัติอะไร? ตอนนี้เจ้าอยู่ในสำนักกลาง เอาชนะข้าได้ ข้ายอมรับ ตอนนี้เจ้าคืออันดับหนึ่ง เจ้าก็คือพี่ข้า” เมิ่งฮั่นพูดพร้อมหัวเราะ
“พวกเจ้าไสหัวไปให้หมด ถ้าข้ารู้ว่าใครเข้าใกล้แถวนี้ ระวังจะขาหัก โดยเฉพาะพวกเจ้า” เมิ่งฮั่นหันกลับไป พูดด้วยความโกรธ ผู้คนรอบข้างจึงรีบแยกย้ายกันไปทันที