เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 606 ภาคการ์ตูนแห่งชาติ 6 งานเขียน ระดับเทพภาคหนึ่ง
บริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแ (Extreme Comics) บริษัท การแตูนที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ
บรรณาธิการเสิ่นเป็นบรรณาธิการฝุายภาพการแตูนของ เอ็กซแตรีมคอมิกสแมีนักเขียนการแตูนอยู่ในความควบคุมหลาย คน ไม่กี่ปีก่อน นักเขียนในควบคุมที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของเขา ได้จุดแสงสว่างสถาปนาเทพ ‘ซิริอุส’
‘ซิริอุส’ วางแผงต่อเนื่องเพียงปีเดียว และมียอดขาย การแตูนที่หน้าร้านสูงเกินสามล้าน
พุ่งทะยานขึ้นสู่พีระมิดแห่งการแตูนในประเทศ
ในปีนั้นที่ IP ยังไม่ได้เป็นที่นิยมขนาดนี้ บริษัทภาพยนตรแ หลายแห่งสอบถามถึงลิขสิทธิ์ของภาพยนตรแภายในภาคของ ผลงานนี้
เพียงแต่หลังจาก ‘ซิริอุส’ เปิดตัวออกมาภาคแรก ทุกคน ในบริษัทต่างไม่สามารถติดต่อตัวผู้เขียน ภาคสองไม่ปรากฏ เป็นเวลานานจนความร้อนแรงทั้งหมดไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคได้
ผู้ที่สอบถามถึงลิขสิทธิ์เหล่านี้จึงยังไม่ได้ข้อสรุป
การแตูนภายในประเทศได้ถูกฟื้นฟู ในตอนนั้น ‘ซิริอุส’ เป็นที่นิยมในอินเทอรแเน็ตเป็นอย่างมาก มาในตอนนี้เงียบ สนิท
ไม่ต้องพูดถึงบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแที่เดิมทีมีนักเขียน ฝีมือเทพมากมาย
ในตอนแรกที่บรรณาธิการเสิ่นมาปรากฏตัวที่เอ็กซแตรีม คอมิกสแเป็นเพราะตะเกียงวิเศษ ในทุกปีมีการเสนอชื่อบุคคล ใหม่ที่ตําแหน่งของบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแ บรรณาธิการเสิ่น ยังคงลงทะเบียนให้ตะเกียงวิเศษต่อเนื่องถึงสี่ปี บรรณาธิการ คนอื่นรอบข้างเขาเลื่อนตําแหน่งกันหมดแล้ว มีแค่เขาที่ยังย่ํา อยู่กับที่ ยังคงเป็นบรรณาธิการตัวเล็กภายในสํานักงาน
บรรณาธิการเสิ่นเอาโทรศัพทแออกมา ดูหน้าแรกของ ‘ตะเกียงวิเศษ’ ในเวยปอ สักพักจึงพูดขึ้น “ฉันยังรออยู่”
หญิงสาวยืนขึ้นเมื่อเห็นท่าทีแบบนี้ของเขา เธอรู้ว่า บรรณาธิการเสิ่นนอกจากจะเป็นบรรณาธิการของตะเกียง วิเศษแล้วยังเป็นแฟนคลับของตะเกียงวิเศษ เห็นเขาเป็นแบบ นี้จึงได้แต่ส่ายหน้า “เอาเถอะ คุณรอต่อไป”
เธอเปิดประตูตรงออกไป
ภายในห้องบรรณาธิการเสิ่นยังคงดูโทรศัพทแต่อ
จากนั้นจึงเปิดวีแชทเข้าไปหน้าข้อความส่วนตัว ถามไถ่ ชีวิตประจําวัน…
[ตะเกียงวิเศษ กลับมารึยัง] สี่ปีแล้วที่เขาถามแบบนี้อยู่ทุกวันไม่เคยขาด **
ตระกูลฉินในเมืองหลวง วันนี้ทั้งฉินซิวเฉินและฉินฮั่นชิวต่างอยู่ครบ
ฉินฮั่นชิวอยู่ที่ห้องครัวเสมอ เจรจากับพ่อครัวแล้วว่าจะ กินอะไรวันนี้ เขาไม่ให้คนอื่นเข้าไปก่อกวน แต่ชอบให้เฉิง เจวี้ยนเป็นลูกมือเป็นพิเศษ “เสี่ยวเฉิง คุณเข้ามาช่วยฉัน ไม่ อนุญาตให้พวกเขาช่วย”
เฉิงเจวี้ยนถอดเสื้อคลุมออก ม้วนแขนเสื้อขึ้นอย่างใจเย็น แล้วมองฉินหร่าน “เธอพูดคุยกับคุณอาไปก่อน ฉันจะเข้าไป ช่วยงานนะ” “อือ” ฉินหร่านนั่งอยู่ที่โซฟาตอบอย่างเชื่องช้า เฉิงเจวี้ยนเข้าไปช่วยฉินฮั่นชิวทํากับข้าว ฉินซิวเฉินวางสคริปทแในมือแล้วเงยหน้ามองฉินหร่าน “เสี่ยวหลิงให้มาเตือนเธอว่าต้องไปอัดรายการกับเขา” “เข้าใจแล้ว” ฉินหร่านพยักหน้า “ช่วงนี้เหงารึเปล่า” ฉินซิวเฉินเห็นท่าทีแบบนี้ของเธอ แล้วอดที่จะส่ายหน้ายิ้มไม่ได้ “ได้ยินว่าคุณปูาจํากัดเวลาเล่น คอมพิวเตอรแเธอ อยากไปเซี่ยงไฮ้ไหม” “เซี่ยงไฮ้?” ฉินหร่านมองเฉิงเจวี้ยน
“รายการวาไรตี้ครั้งที่สามของเหยียนซีอยู่เซี่ยงไฮ้ เธอให้ นายน้อยเฉิงที่สามพาเธอไปเที่ยวเล่นกับเขาได้” ฉินซิวเฉิน เอนพิงด้านหลัง
นึกถึงภาพถ่ายงานแต่งงานครั้งก่อนของฉินหร่าน หลังจากถูกถ่ายโดยสํานักข่าว และวิดีโอสํานักข่าวทั้งหมด ของเธอหายไปภายในคืนเดียว
ตอนนี้ตัวตนของฉินหร่านต่างจากคนทั่วไป มีคน มากมายจับจ้องมองที่เธอ
ฉินซิวเฉินพอจะรู้ว่าเฉิงหั่วกําลังทําอะไรอยู่ เดาว่าสิ่งนั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับเฉิงหั่วเล็กน้อย
ฉินหร่านถือถ้วยชาดื่มอย่างช้าๆ “ดูสถานการณแก่อน แล้วกัน รอมู่หนานสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ฉันอยากพา เขาไปดูรัฐ M สักหน่อย”
“ได้หมดเลย” ฉินซิวเฉินพยักหน้า จากนั้นจึงเปิดดู สคริปทแในมือต่อ
เฉิงมู่เดินเตร็ดเตร่รอบห้องโถงของตระกูลฉินแล้วรอบ หนึ่ง กลับมาเห็นสคริปทแในมือของฉินซิวเฉินพอดี “‘ดินแดน แห่งเทพ’?”
“คุณรู้จักเหรอ” ฉินซิวเฉินพลิกไปอีกหน้าแล้วมองเฉิงมู่ อย่างแปลกใจเล็กน้อย
“ช่วงนี้อ่านการแตูนอยู่พอดี ‘ดินแดนแห่งเทพ’ เป็น การแตูนที่ร้อนแรงที่สุดภาคหนึ่งของมั่วเวิ่นแห่งท้องนภา จะ ถ่ายทําเป็นภาพยนตรแแล้วเหรอ” เฉิงมู่ถามฉินซิวเฉิน
“ฉันกําลังพิจารณา การเริ่มถ่ายทําภาพยนตรแภาคนี้ผู้ กํากับอาจไม่เลือกฉัน” น้ําเสียงฉินซิวเฉินสงบนิ่ง “แต่มั่วเวิ่น แห่งท้องนภาเก่งกาจจริงๆ”
เทพเจ้าแห่งการแตูนผู้มีชื่อเสียงสิบปีภายในประเทศ ‘ดินแดนแห่งเทพ’ ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ และแพร่หลายไป ทั่วโลก
ตอนที่ทั้งสองคนพูดคุยกัน ฉินหร่านถือโทรศัพทแเล่นเกม อยู่ด้านข้างไม่เงยหน้า
ช่วงนี้เฉิงมู่พูดได้ดี ได้ยินฉินซิวเฉินพูดถึงการแตูนเขาจึงรีบ ตอบ “คุณก็อ่านการแตูนเหรอ ฉันแนะนํา‘ซิริอุส’ การแตูนเรื่อง หนึ่งให้คุณ ถึงจะอยู่ในคนหมู่น้อยแต่สนุกมาก แต่แค่ไม่มีภาค สองออกมาเลย”
ไม่ไกลนัก ผู้ดูแลที่รินชาเข้ามาสองถ้วยได้ยินจึงมองเฉิงมู่ แล้วส่ายหน้ายิ้ม “คุณบอกว่า ‘ซิริอุส’ อยู่ในคนหมู่น้อยเหรอ คุณน่าจะไม่ได้สนใจในโลกของการแตูนมาก่อนถึงไม่รู้ว่าใน ตอนแรกผลงานซิริอุสภาคนี้ดังไปถึงท้องฟูา เทพเจ้าแห่ง
การแตูนในประเทศทั้งสอง ‘ดินแดนแห่งเทพ’ และ ‘ซิริอุส’ สูสีกัน แต่น่าเสียดาย…ไม่มีใครรู้ที่อยู่ของตะเกียงวิเศษ” พูดถึงตรงนี้ ผู้ดูแลกัดฟในกรอด “ทําไมล่ะ” เฉิงมู่มองผู้ดูแล ผู้ดูแลเงยหน้าแล้วยิ้มอย่างสง่างาม แม้กระทั่งเสียงยัง บางเบา “ฉันอยากจะฆ่าเขา” ฉินซิวเฉินอธิบายอยู่ด้านข้าง “เขาเป็นแฟนตัวยงของ ตะเกียงวิเศษและยังมีฉบับพิเศษ 3 ฉบับในครอบครอง” ที่โซฟา ฉินหร่านที่ไม่ส่งเสียงใดเลย เธอเลิกคิ้วขึ้น **
วันที่ 8 มิถุนายน การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของมู่หนาน เสร็จสิ้น
วันที่ 9 มิถุนายน หนิงเวยเชิญพวกเฉิงเจวี้ยน ฉินหร่าน และซ่งลี่วแถิงกินข้าว
ในตอนนี้ซ่งลี่วแถิงมีธุระมากมาย กินข้าวเสร็จจึงรีบ กลับไปห้องปฏิบัติการ หลายคนไม่กังวลกับผลการสอบเข้า มหาวิทยาลัยของมู่หนานเลย
“โจทยแข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากแค่ไหน” เฉิงเจวี้ยน แกะกุ้งให้ฉินหร่านและมองมู่หนาน
มู่หนานครุ่นคิดก่อนจะตอบ “ค่อนข้างยากทั้งหมด โดยเฉพาะวิทยาศาสตรแครอบคลุม”
เฉิงเจวี้ยนรู้ว่าการสอบปีนี้ยากแน่นอน “ได้คะแนนเต็ม ฟิสิกสแไหม”
“ถ้าไม่ได้ เหรียญทองปีก่อนของคุณก็สูญเปล่าแล้ว” ซ่ง ลี่วแถิงพูดเบา
ฉินหร่านไขว่ห้างแล้วเหลือบมองมู่หนาน “เมื่อวานฉัน เห็นโจทยแแล้ว คะแนนรวมของเขาน่าจะราวๆ 730”
“เดาได้รอบคอบ” มู่หนานพยักหน้า “เกือบจะ” “หา”
ที่ปลายโต฿ะ เฉิงมู่กินไม่ลงอีกต่อไป เมื่อได้ยินบทสนทนาอันน่าขนลุกนี้ กินข้าวเสร็จ ซ่งลี่วแถิงรับรู้ผลสอบของมู่หนานจึงกลับไป ห้องปฏิบัติการ หนิงเวยยุ่งอยู่ที่ห้องครัว ที่ด้านนอกมีคนพิงประตูอยู่
น้ําเสียงค่อนข้างทุ้ม เฉิงเจวี้ยนหันมองด้านนอกแล้วเลิกคิ้ว มู่หนานขมวดคิ้ว “ฉันจะออกไปสักพัก”
ฉินหร่านกําลังช่วยฉินหลิงบันทึกหน้าจอ ในขณะที่เฉิง เจวี้ยนมองออกไปด้านนอกอย่างครุ่นคิด
ที่ด้านนอก ยังคงเป็นชายชุดดําหลายคนเมื่อครั้งก่อน ชายชราผู้นํามองมู่หนานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “นายน้อยมู่ หนาน หวังว่าคุณจะกลับไปกับฉันได้ คุณปูุของคุณปุวยหนัก และอยากพบคุณ”
มู่หนานมองเขาอย่างเยือกเย็น “คุณปูุของฉันตายไปนาน แล้ว”
พูดจบเขาปิดประตูเสียงดัง ปใง
หลายคนด้านนอกยังคงพิงประตู หลังจากปิดประตู สีหน้าของเขากลับมาแสดงท่าทีเฉย เมยเช่นเดิม หูของเฉิงมู่ เฉิงเจวี้ยนและฉินหร่านต่างว่องไว พวกเขาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองฝุาย เฉิงเจวี้ยนมองฉินหร่านจากนั้นจึงลากเธอให้ลุกขึ้น และ กล่าวอําลาอย่างสุภาพ “คุณน้า คุณมีธุระ ถ้าอย่างนั้นพวก เรากลับก่อนแล้ว” หนิงเวยถือผ้าขนหนูยืนอยู่ข้างห้องครัว เธอมองมู่หนาน แล้วจึงค่อยมองฉินหร่านและเฉิงเจวี้ยน วางผ้าขนหนูที่โต฿ะ จากนั้นสักพักจึงพูดขึ้น “เดินทางปลอดภัย” ที่ผ่านมาหนิงเวยไม่ชอบสร้างปใญหาให้คนอื่น
ฉินหร่านและเฉิงเจวี้ยนไม่ได้ถามต่อ ทั้งสองคนกลับถึงถิงหลาน ฉินหร่านยังไม่ได้ไปหาฉังหนิง เฉิงสุ่ยก็ส่งเอกสารการเข้ารหัสมาให้ “นี่คือปใญหาของบ้านคุณน้า” เฉิงเจวี้ยนยื่นเอกสารนี้ให้ ฉินหร่าน “ค่อนข้างวุ่นวาย เธออยากดูสักหน่อยไหม” ฉินหร่านนึกถึงตอนที่เห็นบอดี้การแดหลายคนที่ประตู ทางเข้าโรงเรียนครั้งก่อน เธอจึงเปิดออกดู ก่อนหน้านี้เธอเคยตรวจพบปใญหาบางอย่างของหนิงเวย เดิมทีเคยมีคนทั่วไปมารบกวนหนิงเวย แต่ฉินหร่านตรวจพบ เพียงว่าเธอทําการวิจัยทางเคมีให้กลุ่มหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าประสบการณแชีวิตของมู่หนานยังมีปใญหาอยู่ “เซี่ยงไฮ้ ตระกูลมู่…” ฉินหร่านพูดจบแล้วหรี่ตาเล็กน้อย
เฉิงมู่โน้มมามองเธอ
หลังจากมองแล้วจึงเงียบไป
ไม่แปลกใจตอนที่ก่อนหน้านี้เขาอยู่อวิ๋นเฉิงจะคิดว่าหนิง เวยคนนี้แปลกมาก ความแปลกประหลาดไม่น้อยไปกว่าเฉินซู หลาน ดูแล้วไม่ผิดเลยจริงๆ
“ฉันแค่เคยได้ยินตระกูลใหญ่ทั้งสองของเซี่ยงไฮ้ ตระกูล มั่ว ตระกูลหลิ่ว ส่วนตระกูลมู่…” เฉิงมู่ส่ายหน้า “ไม่เคยได้ ยิน”
“นายท่านเจวี้ยน ท่านผู้นั้นที่โรงพยาบาลแห่งแรกไม่ใช่ คุณพ่อของนายน้อยมู่หนานจริงๆ ที่ผ่านมาพ่อแท้ๆ ของเขา ตายไปนานแล้ว คุณปูุของเขาปุวยหนักเลยอยากให้นาย น้อยมู่หนานกลับไปสืบทอดตระกูลต่อสินะ” เฉิงมู่ค่อนข้าง ชื่นชมหนิงเวยที่ดูแลผู้ปุวยที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลยมายี่สิบปี
เฉิงเจวี้ยนไม่ได้อ่านข้อมูล ได้ยินเฉิงมู่พูดราวกับเดาพอจะเดาเนื้อเรื่องได้เช่นนี้ ปลายนิ้วของเขาแตะที่โต฿ะ “เสี่ยวหนานน่าจะไปเซี่ยงไฮ้” เขาเดาว่าหนิงเวยอาจให้มู่หนานกลับไปสักการะแผ่น จารึกของพ่อที่แท้จริงของเขา ฉินหร่านก็คิดเช่นเดียวกัน เธอครุ่นคิดแล้วก้มหน้าส่งวีแชทให้เหยียนซี… [ยังอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ไหม] หลังจากส่งเสร็จแล้วจึงโทรศัพทแหาหนิงเวย
** โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
พ่อบ้านชุดดําที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างถือโทรศัพทแอย่างไม่ ค่อยใส่ใจ พูดกับปลายสายอีกฝใ่ง “ใช่ เขาเพิ่งสอบเสร็จ ฉัน บอกไปนานแล้วว่าเขาน่าจะกลับตระกูลมู่ วางใจได้พวกเรา จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
วันที่ 11 มิถุนายน
แปดโมงเช้าที่สนามบิน
พ่อบ้านตระกูลมู่รออยู่ที่เครื่องขายตั๋ว ไม่ไกลนัก พวกมู่ หนานรีบเข้ามาอย่างใจเย็น
พ่อบ้านตระกูลมู่สังเกตว่าที่ด้านข้างมู่หนานยังมีคนอื่น อีกสองคนอยู่ด้วย สีหน้าอ่อนลง “นายน้อยมู่หนาน สองท่าน นี้มาส่งคุ