เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 617 ภาคการแตูนแหงชาติ 17 ของขวัญจาก ลูกพี
ร้านอาหารหนานเซี่ยงไจ
วันนี้ฉินหร่านมาเร็วกว่าปกติ
เนื่องจากเฉิงเจวี้ยนกลัวว่าเฉิงมู่จะขับรถเร็ว เขาจึงเผื่อ เวลาไว้
เวลาสิบโมง ฉินหร่านก็มาถึงห้องอาหารส่วนตัวที่ ตระกูลมู่จองไว้
ห้องอาหารตกแต่งสไตลแเมืองเซี่ยงไฮ้สมัยก่อน ค่อนข้าง กว้างขวาง ทั่วทุกส่วนปรากฏเป็นรูปแบบหัวรถจักรที่ไม่ค่อย สว่างมากนัก แต่บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบมาก
ด้านในมีบริกรสี่คน ตอนที่ฉินหร่านกับเฉิงมู่มาถึง บริกร ก็เริ่มเสิรแฟชา
เฉิงมู่รับชุดน้ําชามาจากมือบริกรโดยตรง อีกด้านหนึ่งก็ โบกมือให้บริกรลงไป “พวกคุณไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว”
ค่าอาหารของร้านนี้ค่อนข้างแพง คาดว่าบริกรคงไม่ค่อย เห็นคนที่มาเยือนชงชาเอง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นเฉิงมู่ดู เชี่ยวชาญมาก พวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไร
ออกไปด้วยความเคารพยําเกรง
ฉินหร่านนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่างพลางนําของขวัญที่เฉิง เจวี้ยนมอบให้มู่หนานวางไว้บนโต฿ะ จากนั้นก็หยิบโทรศัพทแ ออกมาดูวีแชท
เฉิงเจวี้ยนมอบของขวัญให้มู่หนานแล้ว ฉินหร่านก็เตรียม ไว้ชุดหนึ่ง
เธอกดรูปโปรไฟลแฉังหนิงแล้วส่งข้อความไปหนึ่ง ประโยค——
(สืบได้ข้อมูลอะไรไหม?)
ฉังหนิงยังไม่ตอบ เธอจึงกดโทร.ไป
“ลูกพี่ฉัง” ฉินหร่านหาหูฟใงออกมา เธอสวมมันด้วย ท่าทางเอื่อยเฉื่อย
“กองกําลังนี้ไม่ได้ปรากฏตัวมานานหลายปีแล้ว” ทาง ด้านฉังหนิงยังดูสบายๆ เขาเองก็ไม่ได้อยู่ที่ห้องทํางาน แต่ กําลังนั่งอยู่ในคฤหาสนแที่เคนเนธซื้อเอาไว้ พ่อบ้านของเคน เนธเสิรแฟน้ําชาให้เขา “พวกเขายังไม่ตกต่ํา แค่อยู่ในสภาวะ ซบเซา เธอก็รู้นี่ว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ผู้ค้าอาวุธรายใหญ่ระดับ โลกคือตระกูลจระเข้ยักษแกับเฉิงจิน”
ฉังหนิงจิบชาแล้วกล่าวขอบคุณพ่อบ้านของเคนเนธก่อน จะพูดต่อ “ช่วงสองสามปีมานี้พวกเขาปรากฏตัวในงาน ประมูลใต้ดินที่รัฐMมาแล้วหลายครั้ง สถาบันปูองกันเป็นผู้ทํา
การค้านี้ทั้งหมด ระหว่างตกลงทําการค้าหลายครั้งนั้น ฉันก็ สืบมาได้ว่ามีคนที่เธอรู้จักอยู่สองคน”
“ฉันเข้าใจแล้ว ตึกลานจอดเครื่องบินรัฐMกับฐานของกู้ ซีฉือ” ฉินหร่านวางมือบนโต฿ะ หรี่ตาลงเล็กน้อย
ฉังหนิงหัวเราะ “ถูกต้อง แม้ว่าฝุายที่คุณตรวจสอบจะ ไม่ใช่อาวุธร้ายแรง แต่ก็เป็นในส่วนของรังสีอินฟราเรด ไม่ถึง ขนาดไม่มีใครสักคน ข่าวเดียวที่รู้ก็คือจะมีของสําคัญที่งาน ประมูลใต้ดินของเมืองหลวงในเดือนหน้า เรื่องพวกนี้เธอ สอบถามเฉิงจินก็ได้”
งานประมูลใต้ดินของเมืองหลวงเป็นของเฉิงจิน
หลังจากฟใงจบ ฉินหร่านก็เคาะโต฿ะพลางครุ่นคิด “ฉัน เข้าใจแล้ว”
“เคนเนธก็ไปเซี่ยงไฮ้แล้ว” ฉังหนิงวางถ้วยชาลงพร้อม กับเตือนไปหนึ่งประโยค
ฉินหร่านผงกหัว ปวดหัวหน่อยๆ เฉิงเจวี้ยนเคยพูดถึง บ้างแล้ว
ทั้งสองวางสาย ขณะที่ฉินหร่านกําลังจะตัดภาพไปเล่น เกมก็มีข้อความเพิ่มเข้ามาในวีแชท
เธออ่านดูคร่าวๆ ก็พบว่าเป็นข้อความจากบรรณาธิการ หลิ่ว——
(ตะเกียงวิเศษ คาดว่าตอนต่อไปจะออกเมื่อไหร่? ออก วันที่ 10 เดือนหน้าทันไหม ช้าที่สุดอย่าให้เกินวันที่ 10 )
บรรณาธิการเสิ่นเป็นคนรับผิดชอบเรื่องต้นฉบับมาโดย ตลอด
เมื่อฉินหร่านเห็นข้อความบรรณาธิการหลิ่ว เธอก็อด ขมวดคิ้วไม่ได้ เมื่อคืนเธอก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ ที่บรรณาธิการ เสิ่นให้เธอเพิ่มเพื่อนบรรณาธิการหลิ่วคนนี้
**
กระดิ่งลมด้านนอกห้องอาหารส่งเสียง เป็นกระดิ่งลม ของแขกที่มาเยือน พวกมู่หนานน่าจะมาถึงแล้ว ฉินหร่าน ตอบกลับบรรณาธิการหลิ่วไปแค่ประโยคเดียวอย่างลวกๆ “ไม่ทัน” จากนั้นก็ปิดหน้าแชท
เธอวางโทรศัพทแไว้บนโต฿ะแล้วเงยหน้าขึ้น
เฉิงมู่ไปเปิดประตูตามเวลาอันควร
ด้านนอก มู่หนานและนายท่านมู่รวมไปถึงพ่อบ้านมู่เดิน เข้ามา
นายท่านมู่เห็นเฉิงมู่ในแวบแรก
สีหน้าเฉิงมู่แข็งกระด้าง มองในแวบแรกก็รู้สึกถึงความ ชั่วร้าย
แม้เขาจะไม่ได้ต่อยมวยเถื่อน แต่ก็ประมาทฝีมือเขาไม่ได้ เลย บนตัวมีกลิ่นอายของการฝึกซ้อมอย่างเด่นชัด
หลังจากที่เห็นเฉิงมู่ นายท่านมู่ก็ตกใจเล็กน้อย เขาไม่คิด ว่าลูกพี่ลูกน้องของมู่หนานจะมีคนแบบนี้คอยติดตาม
ตอนที่มู่หนานกลับมาในช่วงแรกๆ เขารู้ว่ามู่หนานยังมี ญาติคนอื่นๆ อยู่ ทว่านายท่านมู่กลับไม่ได้ให้ความสนใจญาติ ของเขามากนัก
สภาพการใช้ชีวิตของมู่หนานก่อนหน้านี้อยู่ในทางสว่าง
แม้จะบอกว่าเป็นคุณชายในครอบครัวที่ยากจน แต่ ตัวอย่างนี้ก็มีให้เห็นน้อยมาก นายท่านมู่รู้ว่ามู่หนานจะต้อง สืบทอดสติปใญญามาจากพ่อของเขาอย่างแน่นอน
ตอนที่เขาได้ข้อมูลของมู่หนานก่อนหน้านี้ นายท่านมู่ก็ รักเขามากอยู่แล้ว
หลังจากมู่หนานมาถึงเซี่ยงไฮ้ ได้มองอย่างใกล้ชิด นาย ท่านมู่ก็ค้นพบว่ามู่หนานดีเลิศกว่าที่เขาอ่านมาจากข้อมูลเสีย อีก
แต่แค่มีนิสัยเย็นชา รักสันโดษ
ดังนั้นเมื่อเขารู้ว่ามู่หนานให้ความสําคัญกับลูกพี่ลูกน้อง คนนี้มาก นายท่านมู่จึงอยากพบลูกพี่ลูกน้องของมู่หนานคนนี้ เสียหน่อย
ก่อนหน้าที่จะมา นายท่านมู่ก็ได้สอบถามข้อมูลฉินหร่าน มาจากพ่อบ้านมู่เรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านมู่บอกว่าฉินหร่านคน นี้ไม่ธรรมดาอยู่บ้าง
สําหรับเรื่องที่ว่าไม่ธรรมดาอย่างไรนั้น พ่อบ้านมู่ก็บอก ไม่ถูก
ตอนนี้เจอเฉิงมู่ พอเข้าประตูไปแล้วก็เจอฉินหร่าน นาย ท่านมู่พอจะเข้าใจเหตุผลที่พ่อบ้านมู่บอกว่าลูกพี่ลูกน้อง ของมู่หนานคนนี้ไม่ธรรมดาแล้ว
กลิ่นอายในตัวฉินหร่านไม่ค่อยเหมือนคนธรรมดาจริงๆ
“ท่านมู่” เมื่อเห็นชายแก่ ฉินหร่านก็ลุกขึ้นพร้อมกับ กล่าวทักทายนายท่านมู่ ท่าทางและน้ําเสียงค่อนข้างสุภาพ
สีหน้ามู่หนานอ่อนโยนลงเมื่อเจอฉินหร่าน “ทําไมพี่มา เร็วขนาดนี้?”
เดิมทีเขายังนึกว่าฉินหร่านจะมาในเวลากระชั้นชิด เหมือนเมื่อก่อน
“ทางผ่านพอดีน่ะ” ฉินหร่านพูดส่งๆ
หลังจากทักทายนายท่านมู่เสร็จ ฉินหร่านก็โยนกล่อง ของขวัญเล็กๆ ให้มู่หนานอย่างลวกๆ
กล่องของขวัญห่อแบบเรียบง่าย
“อะไร?” มู่หนานรับมาด้วยความประหลาดใจ
เฉิงมู่ยืนอยู่ข้างฉินหร่าน ตอบแทนฉินหร่าน “คุณชาย เจวี้ยนมอบของขวัญสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้น่ะครับ”
“พี่เขย?” มู่หนานชะงัก
ด้านข้าง เมื่อนายท่านมู่ที่กําลังนั่งลงและยังไม่ทันทํา ความเข้าใจเรื่องฉินหร่านได้ยินที่เฉิงมู่พูด นายท่านมู่ก็แปลก ใจเล็กน้อย เขานิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะมองมาทางเฉิงมู่ “ของขวัญสอบเข้ามหาวิทยาลัย?”
“ใช่แล้วครับ” นี่คือคุณปูุของมู่หนาน แต่เฉิงมู่กลับไม่ได้ รู้สึกกดดันแต่อย่างใด ไม่เหมือนพวกฉังหนิงที่สมบุกสมบัน
ก่อนหน้านี้ “คุณชายมู่หนานได้แชมปสอบเข้ามหาวิทยาลัย ระดับประเทศ”
“แชมปสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศ?” เมื่อได้ยิน ดังนั้น นายท่านมู่ก็ผงะไปทั้งตัว เขามองมู่หนาน “เธอบอกว่า เธอ…สอบได้ไม่ดีไม่ใช่เหรอ?”
นายท่านมู่ทราบว่ามู่หนานสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้
และเขาก็รู้ดีว่ามู่หนานทําคะแนนได้ดีมาโดยตลอด
วันที่ 23 เขายังตั้งใจถามเรื่องคะแนนมู่หนานโดยเฉพาะ เพียงแต่ว่าตอนนั้นมู่หนานมีท่าทีเย็นชามากและยังขมวดคิ้ว บอกว่าตัวเองสอบได้ไม่ดี
เขามีท่าทีจริงจังแบบนี้ นายท่านมู่จึงเชื่อว่าเป็นแบบนั้น จริงๆ สองวันที่ผ่านมานายท่านมู่จึงไม่กล้าพูดถึงเรื่องสอบเข้า มหาวิทยาลัยอีกเลย
ตอนนี้…นี่เรียกว่าสอบได้ไม่ดี ? !
“ก็สอบได้ไม่ดีจริงๆ นี่” มู่หนานยังคงแสดงท่าทางเยือก เย็น แต่น้ําเสียงเต็มไปด้วยความจริงจัง
พ่อบ้านมู่ยกมุมปากก่อนแล้วพูดขึ้นมาว่า “ขอเสีย มารยาทถามนะครับ คุณชายมู่หนานสอบได้คะแนนเท่าไหร่ ครับ?”
ถ้าสุ่มตามหานักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ก็ย่อมรู้ ว่ามีคนผิดแผกที่สอบได้ 739 คะแนนเป็นธรรมดา แต่พักนี้ พ่อบ้านมู่กับนายท่านมู่ไม่ได้สนใจว่าแชมปสอบเข้า มหาวิทยาลัยจะได้คะแนนเท่าไหร่อยู่แล้ว
“739” มู่หนานขมวดคิ้ว
แม้ปีนี้ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะยาก แต่หลังจากที่เขา สอบเสร็จแล้ว เขาก็นําข้อสอบส่งให้ซ่งลี่วแถิงอีกรอบ
ซ่งลี่วแถิงบอกว่านอกจากคะแนนวิชาภาษาแล้ว จะมีการ หักไปหนึ่งหรือสองคะแนน แต่สําหรับฉินหร่านนั้นเธอคว้า คะแนนเต็มทุกวิชามาได้
ตอนที่มู่หนานสอบก็คาดไว้ว่าตัวเองน่าจะทําได้ประมาณ 740 คะแนน แต่พอได้ยินที่ซ่งลี่วแถิงพูดเขาก็สะเทือนใจ เล็กน้อย
แม้ซ่งลี่วแถิงจะบอกว่าไม่ต้องไปเทียบกับเครื่องจักรทํา ข้อสอบอย่างฉินหร่าน
แต่มู่หนานก็ยังคิดว่าตัวเองยังเรียนไม่เก่ง
ระหว่างที่ฉินหร่านเรียนหนังสือ เธอยังดูแลเรื่องอื่นๆ ไป ด้วย ส่วนชีวิตหลักๆ ของเขาก็แค่เรียนอย่างเดียว อย่างอื่นก็ แค่ทํางานแปลภาษาบ้าง แต่งานแปลเหล่านี้ล้วนมีซ่งลี่วแถิง เป็นคนเลือกงานให้ จึงช่วยเรื่องภาษาอังกฤษของเขาได้มาก
มู่หนานพูดไปตามความจริง พ่อบ้านมู่ที่อยู่ข้างๆ เขาฟใง เสร็จก็มีสีหน้าว่างเปล่า ปรายตามองมู่หนาน
สายตานี้แปลได้ว่า——
ผมละเชื่อความร้ายกาจของคุณจริงๆ!
นายท่านมู่ทานอาหารมื้อนี้ด้วยความรู้สึกหวั่นไหว เล็กน้อย
“เร็ว มาดูกันว่าคุณชายเจวี้ยนให้อะไรคุณ!” เฉิงมู่ชินกับ พฤติกรรมคนรอบข้างเฉิงเจวี้ยนและฉินหร่านแล้ว เขาจึง ไม่ได้แปลกใจกับคําตอบมู่หนาน แค่อยากรู้ว่าของในกล่องมู่ หนานคืออะไร
ตอนนี้เฉิงเจวี้ยนเป็นพี่เขยมู่หนาน เฉิงมู่จึงรู้สึกว่าของที่ เขามอบให้มู่หนานจะต้องไม่ธรรมดา
พอได้ยินเฉิงมู่พูดมาแบบนี้ มู่หนานก็เหลือบมองฉินห ร่านพลันนึกถึงซองแดงที่เฉิงเจวี้ยนให้เขาตอนวันแต่งงาน เขาไม่อยากเปิดของขวัญกล่องนี้ต่อหน้าคนตระกูลมู่เล็กน้อย
“เปิดดูเถอะ” ฉินหร่านเอามือกอดอก ยกคางให้มู่หนาน และพูดอย่างสบายอารมณแ
ฉินหร่านยังไม่เห็นของขวัญที่เฉิงเจวี้ยนให้มู่หนาน เธอ เดาจากน้ําหนักก็คิดว่าน่าจะเป็นพวกเพชรอะไรทํานองนั้น เธอจึงไม่ได้สนใจ
มู่หนานก้มหน้าค่อยๆ แกะของขวัญ
เฉิงมู่โน้มตัวเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
กล่องค่อนข้างเบา พอแกะออกมาก็พบว่าของที่อยู่ในนั้น หุ้มด้วยเบาะนุ่มหนึ่งชั้น ข้างในเป็นพวกกุญแจรีโมตสีดํา อันหนึ่ง
“พรึบ——”
มู่หนานเห็นมันแล้วรีบปิดกล่องทันที
พ่อบ้านมู่ที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “นี่ มัน…”