เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 618 ภาคการแตูนแห่งชาติ 18 ผู้มีอิทธิพลที่ ตระกูลหลิ่วไม่กล้าล่วงเกิน
- Home
- เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
- ตอนที่ 618 ภาคการแตูนแห่งชาติ 18 ผู้มีอิทธิพลที่ ตระกูลหลิ่วไม่กล้าล่วงเกิน
ของสีดําที่คล้ายกับรีโมตเหมือนจะเป็นกุญแจรีโมตของ รถหรูยี่ห้อหนึ่ง แต่ไม่มีโลโก้…
“ไม่มีอะไร” มู่หนานตอบอย่างสงบเสงี่ยม
พ่อบ้านมู่ลังเลเล็กน้อย เขารู้สึกว่าของสิ่งนั้นเหมือน กุญแจรถอัจฉริยะL’s Phantomมาก…
เพียงแต่ว่ารถL’s Phantomมีอยู่อย่างจํากัดทั่วโลก
ทั้งเมืองSก็มีเพียงคุณชายมั่วท่านนั้นที่มีรถแบบนี้อยู่หนึ่ง คัน
ที่พ่อบ้านมู่รู้เกี่ยวกับกุญแจนี้ก็เพราะมู่จื่อหนิงเคยนั่งรถ ของคุณชายมั่วท่านนั้น
แต่พอกลับมาคิดดูอีกที ทั่วทั้งโลกนี้มีรถรุ่นนี้จํากัดอยู่ที่ ห้าสิบคันเท่านั้น ทั้งประเทศจีนยังมีไม่ถึงสิบคันเลยด้วยซ้ํา ถึงตระกูลมู่จะร่ํารวย แต่ก็ยังไม่มีกําลังพอที่จะได้รถคันนี้มา ครอบครอง เขาน่าจะดูผิดไป
เมื่อเห็นพ่อบ้านมู่ไม่ได้สนใจต่อ มู่หนานก็ขมวดคิ้วปวด หัว
เขาไม่รู้ว่านี่คืออะไร แต่เห็นแค่สายตาอิจฉาตาร้อนของ เฉิงมู่วนเวียนอยู่รอบๆ เขาจึงรู้โดยสัญชาตญาณว่านี่ไม่ใช่ของ ธรรมดา จึงคิดจะกลับไปตรวจสอบ
ถ้ามันแพงเกินไป เขาจะคืนให้พี่เขยหน้าใหญ่ใจโตนั่นซะ
พอคิดถึงตรงนี้ มู่หนานก็ปวดหัวเล็กน้อย
สําหรับผู้ชายที่ยัดเศษเพชรตอนที่กั้นประตูวิวาหแ คน จนๆ อย่างมู่หนานไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าในหัวเฉิงเจวี้ยนคิด อะไรอยู่
**
พวกเขาสี่คนไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก นอกจากนาย ท่านมู่แล้ว ฉินหร่านกับมู่หนานก็แทบจะไม่คุยกันเลย เย็นชา กันทั้งคู่
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วกําลังจะไป นายท่านมู่ก็สั่ง ให้พ่อบ้านมู่หยิบของขวัญมอบให้ฉินหร่าน
“นี่คือ…” เมื่อฉินหร่านเห็นของขวัญในมือพ่อบ้านมู่ เธอ ก็ไม่ได้รับมา แค่ขมวดคิ้วเบาๆ
“ผมได้ยินเสี่ยวมู่เล่าให้ฟใงมาบ้างแล้วว่าครอบครัวของ เขาได้รับการดูแลจากคุณ” นายท่านมู่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง
เขารับของขวัญมาแล้วมอบให้ฉินหร่านด้วยตัวเอง “ไม่ใช่ของ ดีอะไร หวังว่าคุณจะรับไว้” เขาพูดด้วยแววตาจริงใจ ตอนที่พูดยังไออยู่หลายครั้ง ราวกับจะหมดลมหายใจได้ทุกเมื่อ ฉินหร่านจึงต้องรับไว้ด้วยความจําใจ “ขอบคุณค่ะ” เมื่อเห็นเธอรับไปแล้ว นายท่านมู่ก็ผ่อนคลายขึ้นมา พวกเขาลงไปชั้นล่าง เขายังเชิญฉินหร่านไปบ้าน ตระกูลมู่อีกด้วย เพียงแต่ว่าฉินหร่านต้องรอเฉิงเจวี้ยนมาแล้ว ไปหากู้ซีฉือต่อ เธอจึงปฏิเสธไป ทั้งสองฝุายแยกย้ายกันที่หน้าประตูโรงแรม มู่หนานและพวกนายท่านมู่กลับกันก่อน ส่วนฉินหร่านกับเฉิงมู่รออยู่หน้าประตูโรงแรม
ฉินหร่านชําเลืองมองแผ่นหลังนายท่านมู่ที่เดินออกไป ยื่นมือลูบคางอย่างอดไม่ได้ “ฉันจะให้อะไรเป็นของขวัญตอบ แทนเขาดี?”
ชายแท้อย่างเฉิงมู่ตอบอย่างไม่ต้องคิด “เพชรหรือไม่ก็ไพ่ เทพ?”
ฉินหร่าน “…”
ฉินหร่านละสายตากลับพลางเอนตัวพิงเสาข้างๆ ไม่สน คําตอบของเฉิงมู่ ในหัวยังนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ นั่นคือตอน ที่คนตระกูลมู่มาหามู่หนานในช่วงแรกๆ…
เหมือนจะบอกว่านายท่านมู่สุขภาพไม่ค่อยดี…
ห้องปฏิบัติการของกู้ซีฉือมียาตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าจะใช้ได้ หรือเปล่า…
แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่รู้ว่านายท่านตระกูลมู่ท่านนี้ ปุวยเป็นอะไรกันแน่ คิดๆ ดูแล้วก็ส่งวีแชทไปถามมู่หนาน **
ในเวลาเดียวกัน เฉิงเจวี้ยนก็เจรจาธุรกิจกับเถ้าแก่หลิ่วเสร็จเรียบร้อยแล้ว “คุณชายเฉิง ปใญหาเรื่องสินค้าคงต้องรบกวนคุณแล้ว” เถ้าแก่หลิ่วพูดระหว่างที่ยื่นบุหรี่ให้เฉิงเจวี้ยน เฉิงเจวี้ยนเหลือบมองเสร็จก็บ่ายเบี่ยง เถ้าแก่หลิ่วผงะเล็กน้อย จากข้อมูลที่เขาได้ยินมา ดู เหมือนว่าคุณชายเฉิงท่านนี้เป็นคนสูบบุหรี่… ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ยื่นบุหรี่ให้
เฉิงเจวี้ยนส่ายหน้า หัวเราะเบาๆ “ครอบครัวผมคนนั้น ตอนนี้จมูกเหมือนหมา”
เมื่อพูดประโยคนี้ ดวงตาเยือกเย็นของเขาก็สว่างไสว เล็กน้อย ระหว่างหางคิ้วและหางตาเปื้อนยิ้ม
เฉิงเจวี้ยนพูดจบก็บอกลาเถ้าแก่หลิ่วแล้วออกจากบ้าน ตระกูลหลิ่วไป
เขานัดกับฉินหร่านไว้แล้วว่าจะไปฐานที่พักบนเขาของกู้ ซีฉือ และบังเอิญว่าเหยียนซีก็เพิ่งถ่ายรายการเสร็จพอดี จึง พักอยู่ที่นั่น
เถ้าแก่หลิ่วพาเฉิงเจวี้ยนมาส่งข้างนอกด้วยตัวเอง
เขายืนอยู่หน้าประตู หลังจากนั้นสักพักก็รู้ตัวว่าประโยค ที่เฉิงเจวี้ยนพูดมานั้นหมายถึงอะไร เขาอดหัวเราะไม่ได้และ แปลกใจในเวลาเดียวกัน
หลิ่วเจวี๋ยที่อยู่ข้างเขาก็แปลกใจมาก “คุณชายท่านนี้ ไม่ เห็นเหมือนในข่าวลือเลย…”
“ฉันแปลกใจกับฉินหร่านนั่นมากกว่า ผู้ดูแลสถาบันวิจัย ทางฟิสิกสแ…น่าสนใจดี” เถ้าแก่หลิ่วพูดพลางหัวเราะเบาๆ
เขารู้ว่าสถานะเฉิงเจวี้ยนไม่ธรรมดา เฉิงมู่คนที่ติดตาม เฉิงเจวี้ยนคนนั้นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน แต่เฉิงมู่ให้ความ เคารพฉินหร่านมาก…
เถ้าแก่หลิ่วนึกไม่ถึงว่าผู้ดูแลสถาบันวิจัยทางฟิสิกสแคน หนึ่งรวมถึงคนตระกูลฉิน…จะสามารถทําให้เฉิงมู่เคารพสุดจิต สุดใจถึงเพียงนี้ได้
ขณะที่เขากําลังคิด ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมา ใกล้ๆ พูดด้วยความเคารพ “เถ้าแก่หลิ่ว คุณชายสี่ต้องการ พบคุณ”
“เขาต้องการพบฉัน?” เถ้าแก่หลิ่วกัดบุหรี่พลางเหลือบ มองหลิ่วเจวี๋ย
ตระกูลหลิ่วไม่ได้ขาวสะอาด เถ้าแก่หลิ่วเหยียบย่ําเลือด นับไม่ถ้วนเพื่อปีนขึ้นสู่ตําแหน่ง วิธีการโหดเหี้ยม คุณชายสี่ ท่านนี้เป็นน้องชายต่างแม่ของเขาและยังเป็นลูกนอกสมรส ของพ่อเขา หมกมุ่นแต่เรื่องผู้หญิง ไม่เอาการเอางาน แต่รู้จัก กาลเทศะดี เขารู้ว่าใครแหย่ได้ ใครแหย่ไม่ได้
เถ้าแก่หลิ่วจึงไม่ได้จัดการเขา เหลือแค่ชีวิตน้อยๆ ให้เขา
“เหมือนว่าเงินจะขาดมือ แต่ช่วงนี้เขาอยู่บริษัทของ ตระกูลมั่วและทําได้ไม่เลวเลยทีเดียว มั่วจือไหวรู้ว่าเขาเป็น คนตระกูลหลิ่ว ก็เลยไว้หน้าอยู่บ้าง…” หลิ่วเจวี๋ยกล่าว
“ช่วงนี้แขกคนสําคัญมาเซี่ยงไฮ้ไม่น้อย ให้มันทําตัวดีๆ หน่อย” เถ้าแก่หลิ่วบีบบุหรี่ เขาก้มหน้าพร้อมกับพูดด้วย
น้ําเสียงเหมือนคนตาย “ถ้ามันตาต่ําไปล่วงเกินคนสําคัญเข้า พอถึงตอนนั้นก็แบกหน้าไปจัดการเองแล้วกัน”
พูดจบก็กลับห้องหนังสือโดยตรง
“ได้ยินหรือยัง?” หลิ่วเจวี๋ยมองชายวัยกลางคนตรงหน้า ประตู
ชายวัยกลางคนพยักหน้าด้วยความเคารพ “ผมจะเตือน คุณชายสี่ให้ดีครับ” เขานิ่งไปสักพักก่อนจะพูดต่อ “คุณหลิ่ว คนสําคัญที่เถ้าแก่พูดถึง…”
“คุณก็น่าจะรู้ว่าช่วงนี้เถ้าแก่พบใคร” หลิ่วเจวี๋ยเอามือ ไพล่หลัง “คนพวกนั้น…แม้แต่เถ้าแก่เองก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน ช่วงนี้บอกคุณชายสี่สงบเสงี่ยมลงหน่อยแล้วกัน”
หลิ่วเจวี๋ยไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่เขาก็ชัดเจนอยู่เรื่องหนึ่ง นอกจากเฉิงเจวี้ยนแล้ว ยังมีคนที่มีสถานะไม่ธรรมดาอยู่ใน เซี่ยงไฮ้อีกหลายคน
ชายวัยกลางคนพยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง ตอบเสร็จก็ ออกไปคุยเรื่องนี้กับคุณชายสี่ท่านนั้น
**
ทางด้านนี้
มู่หนานส่งนายท่านมู่กลับมาถึงบ้านตระกูลมู่แล้ว
แต่ไหนแต่ไรมามู่จื่อหนิงก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านตระกูลมู่ เมื่อ เห็นนายท่านมู่กลับมาแล้ว เธอก็ลุกขึ้นทันที น่าจะกําลังคุย โทรศัพทแกับใครสักคนอยู่
นายท่านมู่ให้ความสําคัญกับมู่จื่อหนิงเป็นพิเศษ พอ เห็นมู่จื่อหนิงกลับมาแล้ว เขาก็อยู่คุยกับเธอที่ห้องโถงสักพัก
“คุณปูุ พรุ่งนี้เช้าผู้อํานวยการเห่าติดธุระที่โรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลของเขามีคนที่เก่งมากๆ คนหนึ่งมาประชุม ก็ เลยพาคุณปูุไปตรวจได้ในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้” มู่จื่อหนิง บอก
“เชิญผู้อํานวยการเห่ามาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” นาย ท่านมู่มองไปทางมู่จื่อหนิงพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
มู่จื่อหนิงและมู่หนานต่างก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่เขาพอใจมาก ที่สุด
เขาไม่นึกเลยว่ามู่จื่อหนิงจะโดดเด่นแบบนี้
ในห้องโถง คนอื่นๆ ก็มองไปทางมู่จื่อหนิงพลางพยัก หน้าไปตามๆ กัน “ได้ยินมาว่าผู้อํานวยการเห่าเห็นแก่หน้า ตระกูลหลิ่วและตระกูลมั่ว พี่จื่อหนิงสุดยอดไปเลย”
“……”
“คราวนี้เสี่ยวหนานได้แชมปสอบเข้ามหาวิทยาลัย ระดับประเทศ เด็กคนนี้นี่นะ 739 คะแนนยังบอกว่าตัวเอง สอบได้ไม่ดีอีกแน่ะ” นายท่านมู่ทอดถอนใจเสร็จก็นึกถึงมู่ หนาน ชื่นชมด้วยความใจกว้าง “นี่เป็นเพราะได้ยิน ลูกพี่ลูกน้องเขาบอก ฉันถึงรู้เรื่องนี้ได้”
เมื่อได้ยินที่นายท่านมู่พูด ทุกคนในห้องโถงก็มองมู่หนาน ด้วยความประหลาดใจ
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะได้แชมประดับประเทศ
“คุณชายมู่หนาน เรื่องมหาวิทยาลัยของคุณ ไม่ทราบว่า เข้ามหาวิทยาลัยเมืองหลวงหรือมหาวิทยาลัยAได้ไหมครับ?” คนระดับสูงของตระกูลมู่ท่านหนึ่งมองมาทางมู่หนาน พูดด้วย ความตกใจ “แชมปสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศน่าจะ เข้าสี่สถาบันวิจัยหลักได้”
“สี่สถาบันวิจัยหลักก็คือฟิสิกสแ คณิตศาสตรแ คอมพิวเตอรแ และการแพทยแ เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมมาก” พ่อบ้านมู่อธิบายให้มู่หนานฟใง แต่ก็กลัวว่าพูดมากไปมู่หนาน จะไม่เข้าใจ เขาจึงพูดน้อยๆ “คุณชายเสี่ยวหนาน คุณเป็นถึง แชมปสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขอแค่ไม่เดินทางผิด เข้าไปแล้วก็ เก่งขึ้นได้”
มู่หนานพยักหน้า “แบบนี้นี่เอง”
เขาไม่ค่อยรู้เรื่องสี่สถาบันวิจัยจริงๆ ตอนที่ติดต่อกับกลุ่ม ซ่งลี่วแถิง พวกเขาก็แค่พูดถึงสี่สถาบันวิจัยหลักเท่านั้น
สี่สถาบันวิจัยหลักมีคณิตศาสตรแ ฟิสิกสแ คอมพิวเตอรแ และการแพทยแ
คงเป็นเพราะพูดถึงเมืองหลวงและสี่ตระกูลหลักในเมือง หลวง คนอื่นๆ จึงไม่ได้เฉยชากับมู่หนานเหมือนแต่ก่อน
ถึงขนาดกระตือรือร้นขึ้นมาเล็กน้อย มู่หนานอดขมวดคิ้ว ไม่ได้
ก่อนหน้านี้ในบรรดาลูกหลานคนรุ่นใหม่ของตระกูลมู่มี แค่มู่จื่อหนิงเท่านั้นที่โดดเด่นที่สุด พอคนเหล่านี้มารายล้อมมู่ หนานในขณะนี้ มู่จงซีที่อยู่อีกด้านจึงไม่สบอารมณแในใจอยู่ หน่อยๆ เขามองมู่หนานด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความดูถูกดู แคลน
แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรมู่หนาน ได้แต่มองไปที่มู่จื่อหนิง และพูดด้วยน้ําเสียงอบอุ่น “จื่อหนิง เมื่อกี้ลูกบอกว่ามีที่เรื่อง สําคัญมากจะบอกทุกคนไม่ใช่เหรอ?”
“เรื่องสําคัญ?” เมื่อมู่จื่อหนิงบอกว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก แน่นอนว่าย่อมไม่ธรรมดา นายท่านมู่มองตรงไปที่มู่จื่อหนิง
ด้วยสายตาเคร่งขรึม เขาจําเรื่องที่ลูกน้องส่งมาให้ได้ พูดตรง ประเด็น “เซี่ยงไฮ้เกิดอะไรขึ้น?”
มู่จื่อหนิงละสายตาที่มองมู่หนาน เธอพูดกับทุกคนใน ห้องโถงด้วยความสุขุม “ช่วงนี้มีคนกลุ่มหนึ่งมาเซี่ยงไฮ้ แม้แต่ตระกูลหลิ่วก็ยังไม่กล้ายุ่งกับคนเหล่านี้”
พอได้ยินที่มู่จื่อหนิงพูด คนตระกูลมู่ในห้องโถงต่างก็มอง หน้ากัน
ตระกูลหลิ่วกับตระกูลมั่วเป็นสองตระกูลใหญ่ของเซี่ยง ไฮ้ ตระกูลหลิ่วที่เป็นหนึ่งในนั้นแตะทั้งทางมืดและทางสว่าง ระหว่างตระกูลมั่วและตระกูลหลิ่ว ตระกูลหลิ่วจัดเป็นอันดับ หนึ่งที่ไม่มีใครเทียบได้
ตระกูลมู่ยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ํา ที่มู่จื่อหนิงมีสถานะ สูงส่งในตระกูลมู่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะเธอคลุกคลีกับ ตระกูลมั่ว
ซึ่งจะเห็นได้ว่าเธอสามารถชั่งน้ําหนักสองตระกูลใหญ่ใน เซี่ยงไฮ้นี้ได้เป็นอย่างดี
บุคคลที่แม้แต่ตระกูลหลิ่วยังไม่กล้าล่วงเกิน…
เป็นใ