เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 624 ภาคการแตูนแห่งชาติ 24 บุก คุณชาย สี่ตระกูลหลิ่ว
หม้อไฟ? นี่มันอะไรอีกเนี่ย?
“คุยกันไม่กี่ประโยคไม่รู้เรื่องหรอก” ฉินหร่านดื่มชานม ก่อนจะค่อยๆ พูดเป็นประโยคสุดท้าย “พรุ่งนี้เราคุยไปด้วย กินไปด้วยดีกว่า”
เธอวางสาย
ทางด้านบรรณาธิการเสิ่นยังไม่ได้สติกลับมา
บรรณาธิการเสิ่นไม่ได้สวมหูฟใงและยังเปิดเสียงโทรศัพทแ ผู้ช่วยเฉาที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ยินเหมือนกัน
“ตะเกียงวิเศษ…เรียกคุณไปกินหม้อไฟ?” ผู้ช่วยเฉามอง บรรณาธิการเสิ่นด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
บรรณาธิการเสิ่นก็อึ้ง “คงงั้นมั้ง”
ขณะที่เขากําลังพูด โทรศัพทแก็ส่งเสียงแจ้งเตือน ตะเกียง วิเศษส่งสถานที่กลับมาแล้ว
ผู้ช่วยเฉาดูสถานที่ที่ส่งมา พบว่าเป็นร้านหม้อไฟที่มี ชื่อเสียงมากในเซี่ยงไฮ้ร้านหนึ่ง ห่างจากที่นี่ไม่ไกลมากนัก
นี่จะบังเอิญไปแล้วมั้ง?
แล้วอีกอย่าง…
ผู้ช่วยเฉามองบรรณาธิการเสิ่นด้วยความคิดเรื่อยเปื่อย “ตะเกียงวิเศษไม่ยอมพบใคร แต่ครั้งนี้เธอยอมพบคุณ…”
บรรณาธิการเสิ่นเหลือบมองเธอ “อย่าคิดอะไรซี้ซั้วน่า”
แต่เขาก็แปลกใจอยู่ลึกๆ เวลาที่เขาคุยกับตะเกียงวิเศษ ทุกครั้งที่พูดถึงภาพโปรโมทหรือไม่ก็งานนอก ตะเกียงวิเศษก็ จะเลี่ยงประเด็น พอเวลาผ่านไปบรรณาธิการเสิ่นจึงไม่พูดถึง อีก
เวลาบริษัทมีกิจกรรม เขาก็จะช่วยตะเกียงวิเศษปฏิเสธ ไปโดยตรง
ผ่านมาแล้วหลายปี บรรณาธิการเสิ่นยังจําวิถีชีวิตของ เธอได้
ครั้งนี้ตะเกียงวิเศษต้องการพบเขา บรรณาธิการเสิ่นจึง ไม่มั่นใจเล็กน้อย
“พูดก็พูดเถอะ เสียงตะเกียงวิเศษเพราะมากเลยนะ” ผู้ช่วยเฉาพูดอีกประโยคก่อนจะคุยเรื่องจริงจังด้วยสีหน้า
เคร่งเครียด “พรุ่งนี้ให้ฉันไปกับคุณนะ เราเอาเรื่อง บรรณาธิการหลิ่วไปคุยกับเธอให้เข้าใจ”
เธอรู้ดีว่าบรรณาธิการเสิ่นกังวลว่าคุณชายสี่ตระกูลหลิ่ว จะดองตะเกียงวิเศษ
**
ฉินหร่านให้หลิ่วเจวี๋ยช่วยแนะนําร้านหม้อไฟ
เธอนัดเหยียนซีกินหม้อไฟตอนสิบเอ็ดโมง
และบอกเหยียนซีแล้วว่าจะมีบรรณาธิการเสิ่นมาด้วย
เหยียนซีไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องพวกนี้ เพื่อนของฉินห ร่านค่อนข้างเยอะ เขาชินแล้ว
เวลาสิบโมงครึ่ง ร้านหม้อไฟยังไม่เปิด
เนื่องจากฉินหร่านมีเรื่องจะคุยกับบรรณาธิการเสิ่น เธอ จึงมาเร็วกว่าครึ่งชั่วโมงกว่า ร้านหม้อไฟแห่งนี้เป็นร้านเก่าแก่และตระกูลหลิ่วก็มีห้อง พิเศษอยู่ที่นี่ หลิ่วเจวี๋ยจึงช่วยฉินหร่านจองไว้แล้ว เมื่อฉินหร่านมาถึง ร้านหม้อไฟก็เปิดก่อนล่วงหน้าแล้ว ผู้จัดการออกไปต้อนรับฉินหร่านด้วยตัวเอง เธอเข้าไปได้ไม่นาน บรรณาธิการเสิ่นกับผู้ช่วยเฉาก็มาถึง “ไม่ทราบว่าคุณสุภาพบุรุษแซ่เสิ่นใช่ไหมครับ?” ผู้จัดการเห็นบรรณาธิการเสิ่นเดินตรงเข้ามา เขายิ้มน้อยๆ แบบพอเหมาะ ด้านหลังยังมีบริกรสี่คนราวกับอยู่ในวังที่ ใหญ่โตมโหฬาร บรรณาธิการเสิ่นกับผู้ช่วยเฉาไม่คิดว่าจะเห็นฉากนี้ ทั้งสองมองหน้ากัน บรรณาธิการเสิ่นเอ่ย “…ครับ”
“คุณฉินรอคุณอยู่ข้างบนแล้ว เชิญตามผมมาได้เลย ครับ” ผู้จัดการเดินนําทาง
ไม่นานก็มาถึงห้องอาหารสไตลแโบราณ
หน้าประตูห้องมีแพไม้ไผ่อยู่หนึ่งอัน บนนั้นเขียนอักษร จีนตัวเต็มว่า “柳” (หลิ่ว) เพียงแต่บรรณาธิการเสิ่นกับ ผู้ช่วยเฉาไม่ได้สังเกต
ทั้งสองยังแอบทึ่ง
พอผู้จัดการกําลังจะเอื้อมมือเคาะประตู เฉิงมู่ก็เปิด ประตูแล้ว เขาเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อเทียบกับ บรรณาธิการเสิ่นก็สูงกว่าครึ่งศีรษะ ร่างกายแข็งแรง พอเขา เห็นบรรณาธิการเสิ่นแล้วจึงเบี่ยงตัว “คุณคือบรรณาธิการ เสิ่นสินะครับ เข้ามาเถอะครับ คุณหนูฉินอยู่ข้างใน”
ระหว่างที่พูดเขาก็มองบรรณาธิการเสิ่นไปด้วย
แอบคิดในใจ บรรณาธิการเสิ่นท่านนี้คงไม่รู้แน่ๆ ว่า ตอนนี้ลู่จือสิงกับพวกนักวิจัยเลี่ยวกําลังอิจฉาริษยาเขา
บรรณาธิการเสิ่นผงกหัวอย่างหวาดระแวง “ผมเอง ครับ”
เฉิงมู่เป็นคนไม่ค่อยยิ้ม เขาเบี่ยงตัวหลีกทางให้ บรรณาธิการเสิ่นเข้าไป น้ําเสียงเข้มๆ ฟใงแล้วรู้สึกถึงแรง กดดันมหาศาล “เข้ามาก่อนสิครับ”
บรรณาธิการเสิ่นหูกระดิก เสียงนี้ฟใงดูไม่ค่อยเหมือน น้ําเสียงเอื่อยเฉื่อยที่เขามักจะได้ยินจากตะเกียงวิเศษ…
“ตะเกียง…” ขณะที่เขากําลังใช้ความคิด ก็มองไปทาง คนที่นั่งอยู่โต฿ะสี่เหลี่ยม
บรรณาธิการเสิ่นกับผู้ช่วยเฉาเคยอ่านการแตูนเรื่องซิริอุ สมาแล้ว สไตลแการวาดภาพงดงามแปลกตา องคแประกอบ ภาพได้สัดส่วนและมีพลัง
ทั้งสองต่างคิดในใจว่าคนเขียนเรื่องซิริอุสน่าจะเป็นคนที่ สง่าผ่าเผย สรุปคือไม่มีทางเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ ไปได้ ส่วน หน้าตาน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
แต่ทว่า…
คนที่นั่งพิงหน้าต่างเงยหน้าขึ้นมาพอดี ผิวเธอขาวราวกับ หิมะ ดวงตาเม็ดอัลมอนดแหรี่ลงนิดๆ หน้าตาละเอียดลออ กําลังดี มือขาวเรียวกําลังเล่นสายหูฟใงอยู่ ปลายคางเชิดขึ้น เล็กน้อย “พวกคุณนั่งกันตามสบาย”
เมื่อถูกประทับด้วยแสงแดดที่ลอดมาจากทางหน้าต่าง ทัศนียภาพก็งดงามตระการตาราวกับเป็นภาพลวง
ไม่ใช่แค่เป็นเด็กสาวจริงๆ เธอยังดูเท่อีกด้วย หว่างคิ้ว และดวงตาค่อนข้างไปทางง่ายๆ สบายๆ ใบหน้านี้…เข้าวงการบันเทิงได้ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง… ฝใ่งตรงข้ามเธอมีชาร้อนวางอยู่สองถ้วย ด้านข้างเธอยังมีอีกหนึ่งถ้วย บรรณาธิการเสิ่นกับผู้ช่วยเฉานั่งอยู่ฝใ่งตรงข้ามฉินหร่าน ในใจเกิดแรงกระเพื่อมอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ช่วยเฉา เธออดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองฉินห ร่านอีกครั้ง แอบคิดในใจว่าถ้าหน้าแบบตะเกียงวิเศษอยู่ใน วงการการแตูน แล้วมู่จื่อหนิงจะเป็นอะไรได้? “ตะเกียงวิเศษ คุณเป็นคนในพื้นที่เหรอคะ?” ผู้ช่วยเฉา แนะนําตัวก่อนจะถามฉินหร่าน
ฉินหร่านส่ายหน้า “เปล่า ฉันมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้น่ะ”
ผู้ช่วยเฉาถอนหายใจ เธอพยักหน้า “มิน่าล่ะ”
หลังจากทั้งสองสงบจิตสงบใจลงได้สักพัก บรรณาธิการ เสิ่นก็นึกถึงเรื่องสําคัญขึ้นมาได้
เขาเงยหน้าขึ้นมองฉินหร่านด้วยท่าทางเคร่งขรึม “ตะเกียงวิเศษ บรรณาธิการหลิ่วนั่นเดี๋ยวผมจะช่วยคุณพูด อีกที คุณอยู่กับเขาเถอะ ตอนนี้คุณได้รับความนิยมมาก บรรณาธิการหลิ่วคงไม่สร้างความลําบากใจให้คุณหรอก”
“ไม่มีทาง” ฉินหร่านส่ายหน้า
“ตะเกียงวิเศษ!” บรรณาธิการเสิ่นมองฉินหร่านด้วย ท่าทางจริงจัง “บรรณาธิการหลิ่วเขาเป็นถึงคุณชายสี่ตระกูล หลิ่ว คุณชายสี่ตระกูลหลิ่วมีเส้นสายกว้างขวาง”
“คุณชายสี่ตระกูลหลิ่ว?” เฉิงมู่ที่อยู่อีกด้านถามด้วย ความประหลาดใจ
เขาไม่เคยได้ยินหลิ่วเจวี๋ยพูดถึงคุณชายสี่ท่านนี้มาก่อน
“พวกคุณไม่ใช่คนในพื้นที่ คงไม่รู้สถานะตระกูลหลิ่ว ไม่รู้ ว่าพวกเขาโหดเหี้ยมกันขนาดไหน…” ระหว่างที่บรรณาธิการ เสิ่นพูด
เฉิงมู่ก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูอีกรอบ
บรรณาธิการเสิ่นกับผู้ช่วยเฉาไม่รู้ว่าเฉิงมู่เป็นอะไร
เห็นแต่ชายวัยกลางคนถือกระเปาเอกสารเดินเข้ามา “คุณหนูครับ มีงานที่เมืองหลวง ผมให้ท่านเขยเปลี่ยนตั๋ว เครื่องบินแล้ว ต้องบินกลับไปด่วน ผมจะเอาสัญญาให้คุณ ก่อน”
หัวหน้าฉินเข้ามา เขากุลีกุจอนําสัญญาที่ประทับตราเมื่อ วานให้ฉินหร่าน