เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 126 สังหารคนมิสู้สังหารใจ เป็นไปไม่ได้
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 126 สังหารคนมิสู้สังหารใจ เป็นไปไม่ได้
ตอนที่ 126 สังหารคนมิสู้สังหารใจ เป็นไปไม่ได้
ท่ามกลางหมู่เขา จอมราชันสังหารลอยอยู่บนท้องฟ้า สายลมคลั่งที่พัดดังหวีดหวิวรอบกายเขาถอนต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่ารอบด้านออกจากดินมาลอยคว้างอยู่บนฟ้า จอมราชันสังหารเงยหน้า ดื่มด่ำกับพลังโชคชะตามหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาหล่อหลอมกายา มุมปากของเขายกโค้ง
“ความรู้สึกเช่นนี้… ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ…” จอมราชันสังหารพึมพำ เขากำลังจะบรรลุระดับชั้นที่สูงกว่า ระดับขั้นที่ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชไขว่คว้ามาตลอด! เขาสัมผัสได้ว่าลมปราณกำลังเพิ่มพูนอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้ จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดประการหนึ่งขึ้นมา บางทีหลังจากเลื่อนชั้นแล้ว เขาอาจจะเอาชนะมรรคาจารย์ได้!
ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏ พวกมันก็งอกเงยเหมือนต้นหญ้าในทุ่ง ไม่มีทางหยุดยั้ง วันนี้ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชถอนกำลังจากไปแล้ว เหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังอยู่บนทวีปชีพจรมังกร ไยไม่ลองดูสักหนเล่า ต่อให้สู้ไม่ได้ก็หนีได้นี่ ไม่สิ เขาอาจทำลายต้าจิ้งให้พินาศก่อน เป็นการแก้แค้นมรรคาจารย์!
จอมราชันสังหารขบคิดสารพัดวิธี แต่แล้วจู่ๆ เขาก็กังวลขึ้นมาอีก พลังแห่งโชคชะตามารวมตัวกันมากมายถึงเพียงนี้ มรรคาจารย์จะมาเยือนก่อนเวลาหรือไม่ “คงไม่หรอกกระมัง ต้าจิ้งอยู่ทางใต้ ห่างจากที่แห่งนี้ตั้งสองแสนหลายหมื่น…” จอมราชันสังหารคิดอยู่เงียบๆ เขากวาดสายตามองแผ่นดินรอบทิศอย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเอง! สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังทิศหนึ่งพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ไล่ตามสายตาของเขาไปก็พบนักพรตคนหนึ่งยืนอยู่บนยอดเขาที่ห่างออกไปสองลี้ คนผู้นั้นสวมเสื้อคลุมนักพรตที่งดงามอย่างยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามดุจเทพเซียน ทั้งยังเยาววัยยิ่งนัก มองปราดแรกดูเหมือนเทพเซียนลงมายังโลกมนุษย์ เขาคือเจียงฉางเซิงนั่นเอง เจียงฉางเซิงจ้องมองจอมราชันสังหารด้วยสีหน้าอันเรียบเฉย
จอมราชันสังหารหัวใจเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ที่แห่งนี้มีนักพรตอยู่ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เขาสำรวจดูแล้วแท้ๆ แล้วอีกฝ่ายยังหลบรอดประสาทสัมผัสของเขา เข้ามาใกล้ได้โดยไร้ร่องรอยอีก แม้กระทั่งตอนนี้ที่มองเห็นอีกฝ่ายแล้ว จอมราชันสังหารกลับได้รับรู้ว่าตนสัมผัสลมปราณของอีกฝ่ายไม่ได้
“มรรคาจารย์” จอมราชันสังหารเดาตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายออกในพริบตา แม้จะน่าเหลือเชื่อ แต่มีความเป็นไปได้นี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ลมหายใจของเขาหยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ ตกลงในห้วงแห่งความพรั่นพรึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขายังไม่ทันเลื่อนขั้นแล้วจะสู้มรรคาจารย์ได้อย่างไร ต่อให้หนีตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะหนีพ้น
ประเดี๋ยวก่อน เหตุไฉนมรรคาจารย์จึงไม่ลงมือเล่า จู่ๆ จอมราชันสังหารก็ฉุกคิดเรื่องหนึ่งได้ เขากับมรรคาจารย์ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน มรรคาจารย์อาจไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางทีมรรคาจารย์อาจไล่ตามพลังแห่งโชคชะตามารวมตัวกันเท่านั้น ทิ้งพลังแห่งโชคชะตา แล้วหนีดีหรือไม่ จอมราชันสังหารจมลงสู่การต่อสู้ขับเคี่ยวกับตัวเอง
เจียงฉางเซิงมองสำรวจครู่หนึ่งก็พบว่า พลังโชคชะตาในฟ้าดินกำลังไหลทะลักเข้าไปในร่างของจอมราชันสังหาร ช่วยให้เขาสร้างลมปราณได้จำนวนมหาศาลมากกว่าเดิม ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป พลังแห่งโชคชะตาในฟ้าดินก็เริ่มตกอยู่ในสภาพพังทลาย เวลานี้เขาเข้าใจความสำคัญของพลังแห่งโชคชะตาในโลกแห่งยุทธ์แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับราชวงศ์แห่งโชคชะตา เมื่อพลังแห่งโชคชะตาพังทลาย ภัยพิบัติจะถาโถมเข้าใส่ มนุษย์จะปลาสนาการหายสิ้น เรื่องนั้นยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้
เจียงฉางเซิงหายวับไปจากตรงนั้น เสี้ยวพริบตาต่อมา สายลมคลั่งรอบตัวจอมราชันสังหารก็ถูกกระแทกแตกกระจาย เจียงฉางเซิงโผล่มาจากความว่างเปล่าด้านหลังเขา แล้วทาบหนึ่งฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของเขา ตัดพลังแห่งโชคชะตาจนขาดสะบั้น ในเวลาเดียวกันนั้นก็ถ่ายเทพลังวิญญาณของตนเองใส่ในร่างจอมราชันสังหาร ช่วยกระบวนการเลื่อนขั้นของเขา
จอมราชันสังหารมาถึงจุดสำคัญของการเลื่อนขั้นแล้ว เจียงฉางเซิงจึงใช้พลังวิญญาณของตนเองแทนที่พลังแห่งโชคชะตาเพื่อช่วยให้เขาเลื่อนขั้นสำเร็จ จอมราชันสังหารตกตะลึงจนทำอันใดไม่ถูก แต่เขาขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย ต่อจากนั้นเขาก็พบว่าพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งกำลังช่วยให้ตนเองเลื่อนขั้น เขาตะลึงงันในทันใด นี่มรรคาจารย์กำลังช่วยให้เขาเลื่อนขั้นหรือ? จอมราชันสังหารจับต้นชนปลายไม่ถูก
เปรี้ยง! พลังปราณของเขาปะทุออกมาอย่างฉับพลัน ลมปราณทะลักทลายอย่างมิอาจห้าม ก่อตัวเป็นสายลมแรงกล้าหมุนวนรอบกาย ภาพจำลองฟ้าดินปรากฏขึ้นด้านหลังของเขาแล้วขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว เมื่อพลังแห่งโชคชะตาถูกตัด มันก็กระจายตัวออกไป พลังแห่งโชคชะตาในฟ้าดินไม่โหมพัดเกรี้ยวกราดอีกต่อไป ปรากฏการณ์ประหลาดก็เริ่มคลี่คลายลงด้วย
“ดูท่า เขาคงไม่รู้จักตัวตนของข้าจริงๆ…” จอมราชันสังหารแววตาทอประกายวูบหนึ่ง แล้วเอ่ยปากว่า “ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือข้า”
เจียงฉางเซิงตอบอย่างนิ่งสงบ “พลังแห่งโชคชะตาในฟ้าดินเกี่ยวพันถึงสรรพชีวิต การฝึกยุทธ์เพิ่มความแข็งแกร่งมิใช่สิ่งผิด แต่ต้องเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง”
“ท่านสั่งสอนได้ถูก ข้าน้อยทุกข์ใจที่ไร้หนทางเลื่อนขั้น จึงเลือกเดินทางผิดเช่นนี้” จอมราชันสังหารเอ่ยตอบ ในใจพรูลมหายใจอย่างโล่งอก เจียงฉางเซิงไม่เอ่ยอันใดอีก เวลาเคลื่อนคล้อยต่อไป
ครึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เจียงฉางเซิงก็ละมือออก การช่วยให้จอมราชันสังหารเลื่อนขั้นกินพลังวิญญาณของเขาไปไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วน สาเหตุสำคัญก็เป็นเพราะว่าตัวจอมราชันสังหารเองแข็งแกร่งมากพออยู่แล้ว ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุถึงประตูบานนั้น ชั่วพริบตาที่จอมราชันสังหารเลื่อนขั้นสำเร็จ บนท้องฟ้าก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดเฉกเช่นเดียวกับปีศาจอายุพันปีตนนั้น พลังแห่งโชคชะตาในใต้หล้าถาโถมรุนแรง เวลานี้ยอดฝีมือแห่งยุคจำนวนไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรกำลังฮือฮา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกขั้นกายาทองคำ เพราะพวกเขารู้ดีที่สุดว่าสภาพพลังแห่งโชคชะตาในตอนนี้ไม่ใช่การบรรลุขั้นกายาทองคำ แต่เป็นการบรรลุระดับขั้นที่สูงกว่านั้น
จอมราชันสังหารสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง แล้วสัมผัสลมปราณที่แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหมุนตัวมาน้อมตัวคำนับเจียงฉางเซิง “ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ บุญคุณนี้ข้าน้อยจะจดจำไว้” จอมราชันสังหารเอ่ยเสียงเคร่งขรึม แต่ในใจกำลังเย้ยหยัน มรรคาจารย์เอ่ยมรรคาจารย์ ข้อเสียของการซ่อนตัวฝึกบำเพ็ญอยู่บนภูเขาก็คือเจ้าไม่มีวันรู้ว่าศัตรูของตัวเองเป็นใครกันแน่
เขาไม่มีทางยอมให้บุญคุณความแค้นหมดสิ้นกันเพราะเรื่องนี้ ศิษย์น้องของเขาตายในมือมรรคาจารย์ ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชก็ถูกบีบให้ไปจากทวีปชีพจรมังกร ขุมอำนาจที่สั่งสมมาหลายพันปีมลายสิ้นเพราะเรื่องนี้ แค้นนี้ไฉนจักปล่อยวางได้ เขาถึงขั้นกำลังใคร่ครวญว่าหากลงมือตอนนี้จะสังหารมรรคาจารย์ได้หรือไม่
ตอนนั้นเองเจียงฉางเซิงก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ขอถามจอมราชันแห่งถ้ำสวรรค์สำแดงเดช เจ้าจะตอบแทนบุญคุณเช่นไร”
เมื่อคำนี้ถูกเอ่ยออกมา จอมราชันสังหารพลันหน้าเสีย เขาตกใจถอยพรวด ดึงระยะห่างจากเจียงฉางเซิงทันที สีหน้าของเขาย่ำแย่อย่างยิ่ง กัดฟันถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นผู้ใด ในเมื่อรู้แล้ว เหตุใดจึงยังช่วยข้าอีก”
เจียงฉางเซิงหัวเราะเบาๆ “ช่วยไม่ได้ ก็ข้ารอให้เจ้าเลื่อนขั้นมาตลอด แต่หากพลังแห่งโชคชะตาของใต้หล้าถูกเจ้าสูบไปจนสิ้น ใต้หล้าก็จะสูญสิ้น เรื่องนี้ขายอมไม่ได้ จึงได้แต่ช่วยเจ้าเลื่อนขั้นด้วยตนเอง”
หัวใจของจอมราชันสังหารสั่นสะท้าน อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะดูดกลืนพลังโชคชะตาของใต้หล้า สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองของเขาก็คือศิษย์น้องของเขา ทรยศ! เป็นไปไม่ได้ ศิษย์น้องของเขาจะทรยศได้อย่างไรกัน หรือว่าก่อนตายเขาจะถูกทรมานอย่างที่ยากจะจินตนาการ บีบบังคับให้ต้องสารภาพทุกสิ่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ เพลิงโทสะของจอมราชันสังหารก็พวยพุ่ง จิตสังหารล้นทะลักจากดวงตา
“ลงมือเถิด วันนี้เจ้าหนีไม่ได้แล้ว หากไม่ชนะข้าก็ต้องตายอย่างอัปยศ” เจียงฉางเซิงยกมือขึ้นมา แส้ขนกิเลนห้อยอยู่กับสายคาดเอว กระบี่เคลื่อนตะวันก็ยังนิ่งสงบอยู่ในฝัก ทั้งที่สองมือของเขาว่างเปล่า ไม่มีพลังปราณระเบิดออกมาสักนิด แต่จอมราชันสังหารกลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
“สมควรตาย ข้าเลื่อนขั้นแล้วแท้ๆ ไฉนยังกลัวเขาอยู่อีก!” จอมราชันสังหารคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวในใจ เขาเตรียมตัวต่อสู้ทันที สองแขนกางออก ภาพจำลองฟ้าดินปรากฏด้านหลังก่อนจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ฟ้าดินของเขาคล้ายกับของศิษย์น้องมาก เพียงแต่ด้านในมีเสียงที่ฟังดูคล้ายวิหคนับไม่ถ้วนกำลังร้องระงมดังกึกก้องฟ้าดิน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สู้ตัดสินชะตากันเถิด มรรคาจารย์!” จอมราชันสังหารตวาดอย่างเกรี้ยวกราด พลังปราณดุจเปลวเพลิง เส้นผมสีขาวปลิวสะบัดยุ่งเหยิง ณ ห้วงเวลานี้เขากลายเป็นดั่งเทพมาร กำลังภายในที่เหนือกว่าขั้นจักรวาลเขย่าพสุธาจนไหวสะเทือน เศษหินนับไม่ถ้วนสั่นไหวก่อนจะลอยขึ้นมากลางอากาศ ป่าไม้บนภูเขาไหวเอนอย่างรุนแรงประหนึ่งถูกลมสลาตันกดทับ
เส้นผมสีดำของเจียงฉางเซิงถูกพัดลอยพลิ้ว มุมปากของเขายกโค้ง ดวงตาฉายแววตั้งตาคอย พลังปราณระดับนี้ไม่เลวเลยทีเดียว แข็งแกร่งกว่าเทพกระบี่มากนัก!
จอมราชันสังหารฟาดหนึ่งฝ่ามือออกมา ภาพจำลองฟ้าดินสูงหลายร้อยจั้งด้านหลังพุ่งตามออกมาโจมตีด้วย มันพุ่งผ่านร่างกายของเขา เข้ามาชนเจียงฉางเซิงด้วยพลังอันแข็งแกร่งประหนึ่งไม่มีสิ่งใดต้านทานมันได้ ชั่วพริบตานั้น ภายในภาพจำลองฟ้าดินพลันมีอสนีบาตปรากฏขึ้นนับไม่ถ้วน อสนีบาตด้านหน้าสุดรวมตัวกันกลายเป็นรูปวิหคนับพันนับหมื่นตัว พวกมันกรีดเสียงร้องพุ่งมาสังหารเจียงฉางเซิง
แสงอสนีบาตวูบวาบตกกระทบใบหน้าของเจียงฉางเซิง เสื้อคลุมขนนกเทพกิเลนสะบัดพรึ่บพรับ ยามอยู่เบื้องหน้าภาพจำลองฟ้าดินของจอมราชันสังหาร เขาดูตัวเล็กกระจ้อยร่อย ทว่าสายลมคลั่งและอสนีบาตที่ฟาดกระหน่ำลงมากลับไม่อาจทำให้ร่างกายของเขาไหวติงได้แม้แต่น้อย เขายกมือซ้าย เกาทัณฑ์เทพยิงตะวันโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าร่วงลงมาอยู่ในมือของเขา จากนั้นมือขวาของเขาก็ง้างธนูอย่างรวดเร็วแล้วปล่อยมือ
เปรี้ยงงง! ลำแสงที่น่ากลัวยิ่งกว่าสายหนึ่งพุ่งออกมา เพียงชั่วพริบตามันก็โจมตีภาพจำลองฟ้าดินแตกกระจาย สายลมแรงกล้าบดขยี้ทุกสิ่งในฟ้าดินประหนึ่งวันสิ้นโลก รัศมีแสงอันเจิดจ้านั่นทำให้ฟ้าดินหม่นสี จอมราชันสังหารเบิกตาโต บนใบหน้าคือสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา เขาหลบไม่ทันแล้ว แม้แต่ป้องกันก็ไม่ทันเหมือนกัน แสงอันเจิดจ้ากลบมอญร่างเขาจนมิด มันบดขยี้ขุนเขา สายธาราไปจนถึงผืนแผ่นดิน พุ่งทะลวงผลาญทุกสิ่งไปจนถึงสุดขอบฟ้า
เจียงฉางเซิงโยนเกาทัณฑ์เทพยิงตะวันเข้าไปในแหวนมหาวิญญาณ ฟ้าดินหวนกลับสู่ปกติ แสงเจิดจ้าหายไป ฝุ่นดินปกคลุมทั่วนภา เบื้องหน้าของเจียงฉางเซิงคือร่องเหวขนาดมหึมาร่องหนึ่ง มันกว้างร้อยจั้ง ลึกสิบกว่าจั้ง ลากยาวไปจรดขอบฟ้า ภูเขาลูกแล้วลูกเล่าที่อยู่ระหว่างทางถูกถล่มราบเป็นหน้ากลอง แม้แต่ทะเลเมฆบนท้องนภาก็ถูกฉีกทิ้งเป็นสองซีก ช่างยิ่งใหญ่อลังการยิ่งนัก จอมราชันสังหารผู้เปรอะเปื้อนเลือดทั่วทั้งตัวร่วงตกลงไปในหุบเหวมหึมา เส้นเอ็นกับกระดูกของเขาขาดเป็นท่อนๆ ลมหายใจเหลือเพียงรวยริน
เจียงฉางเซิงร่อนลงมาด้านข้างแล้วก้มมองเขา จอมราชันสังหารเบิกตาโพลง แต่เขาสัมผัสเจียงฉางเซิงได้ เขาเอ่ยอย่างยากลำบาก “มรรคาจารย์… เจ้าชนะแล้ว… แต่ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชยังมีโอกาส… ข้าส่งสารไปหากองกำลังแต่ละแห่งในแดนสมุทรใกล้ๆ แล้ว… ประกาศบอกว่าถ้ำสวรรค์สำแดงเดชละทิ้งทวีปชีพจรมังกรแล้ว… ศัตรูของเจ้าจะตามๆ กันมา เจ้าจะปกป้องต้าจิ้งได้อีกนานเท่าใด….”
เจียงฉางเซิงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชหลบเร้นจากโลกภายนอก อาศัยอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ของตนเองมาตลอด เหตุใดจึงต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องของอาณาจักรต่างๆ ด้วย”
จอมราชันสังหารหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง แล้วกัดฟันเอ่ยว่า “นั่นเป็นเพราะจอมราชันรุ่นก่อนไร้ความสามารถ… หากปล่อยสำนักหลังบัลลังก์ทำตามอำเภอใจ ปล่อยให้อาณาจักรใดผงาดขึ้นมา ช้าเร็วถ้ำสวรรค์สำแดงเดชย่อมถูกโค่นล้ม… หากข้าขึ้นครองตำแหน่งเร็วกว่านี้… ไหนเลยจะมีวันนี้ได้… พูดเรื่องพวกนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว ข้าคาดไว้อยู่แล้วว่าตนเองคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า… จึงสั่งถ้ำสวรรค์สำแดงเดชให้ถอนกำลังออกไปนานแล้ว สักวันหนึ่งถ้ำสวรรค์สำแดงเดชจะกลับมา… หวังว่ายามนั้นเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ ให้ศิษย์รุ่นหลังแก้แค้นให้พวกข้า….” เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด โลหิตทะลักออกมาจากปาก
แต่แล้วเจียงฉางเซิงกลับเอ่ยว่า “พวกเขากลับมาไม่ได้แล้ว คืนนั้นที่พวกเขาเตรียมจะถอนกำลังจากไป พวกเขาถูกข้าสังหารหมดแล้ว” จอมราชันสังหารตัวแข็งทื่อ ริมฝีปากสั่นระริก
สังหารคนมิสู้สังหารใจ! เขาเบิกตาโพลง ดวงตาเต็มไปด้วยโลหิต เขาจ้องมองเจียงฉางเซิงอย่างเคียดแค้น กรีดเสียงคำรามว่า “เป็นไปไม่ได้… เป็นไปไม่ได้… จูเซวี่ย ไอ้สุนัขที่สมควรถูกสับเป็นหมื่นชิ้น เจ้ากล้าขายถ้ำสวรรค์สำแดงเดช!” จอมราชันสังหารตะเบ็งเสียงคำราม ไม่นานคอของเขาก็ห้อยพับ ตายสนิท
เจียงฉางเซิงส่ายหน้า จูเซวี่ยก็คือยอดฝีมือขั้นจักรวาลที่บุกโจมตีเมืองหลวงก่อนหน้านี้ จูเซวี่ยไหนเลยจะล่วงรู้แผนการของจอมราชัน ไม่ว่าอย่างไรแผนการของจอมราชันก็ถูกคิดออกมาหลังจากจูเซวี่ยตายแล้ว เพียงแต่ว่าจอมราชันผู้ใกล้สิ้นใจ สูญเสียสติปัญญาไปแล้ว เจียงฉางเซิงโบกมือ ใช้ดินโคลนรอบด้านฝังกลบจอมราชันสังหาร เขากำลังจะจากไปอยู่แล้ว แต่ทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสถึงบางสิ่งจึงหันหน้าไปมองทางทิศตะวันออกแล้วเลิกคิ้ว
“พลังปราณ… หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือแห่งยุคที่มีค่าเท่ากับหนึ่งแสนแต้มเซ่นไหว้คนนั้น” เจียงฉางเซิงครุ่นคิดอยู่เงียบๆ ลมปราณของอีกฝ่ายแข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมราชันสังหารที่เลื่อนขั้นแล้วเสียอีก บางทีอาจเป็นเพราะจอมราชันสังหารเพิ่งเลื่อนขั้น ระดับขั้นจึงยังไม่เสถียรมากพอ แต่คนผู้นี้คือขั้นถ้ำสวรรค์ตัวจริงเสียงจริง!