เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 180 ราชวงศ์สั่นคลอน สำแดงอิทธิฤทธิ์ง่ามหอบฟ้า
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 180 ราชวงศ์สั่นคลอน สำแดงอิทธิฤทธิ์ง่ามหอบฟ้า
ตอนที่ 180 ราชวงศ์สั่นคลอน สำแดงอิทธิฤทธิ์ง่ามหอบฟ้า
เจียงเชอเล่าตารางประจำวันของตนเองจบ ก็เหลือบมองเจียงฉางเซิงอย่างเป็นกังวล พอบังเอิญสบสายตากับเจียงฉางเซิงเข้า เขาก็ตกใจกลัวจนตัวสั่นระริก เจียงฉางเซิงพอใจกับความมีวินัยของเจียงเชอมากทีเดียว แต่เจ้าหนูนี่ดูขาดความหยิ่งผยองไปหน่อย เป็นฮ่องเต้จะเป็นเช่นนี้ไม่ได้
เจียงฉางเซิงเอ่ยว่า “นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เจ้าจงไปฝึกวรยุทธ์กับหยางโจว หาเวลาออกจากวังหลวงมาที่อารามมังกรผงาดด้วย” เจียงเชอได้ยินคำนี้ก็ยินดีปรีดา รีบคารวะขอบคุณเจียงฉางเซิง
เขาได้ยินชื่อเสียงวรยุทธ์ของหยางโจวมานานแล้ว ได้ฝึกวรยุทธ์กับหยางโจว ไม่เพียงแต่เขาจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังได้สะสมเส้นสายอีกด้วย เขาย่อมเข้าใจว่านี่คือเจตนาดีของมรรคาจารย์ ในใจจึงตื่นเต้นอย่างยิ่ง ขอเพียงได้รับการยอมรับจากมรรคาจารย์ เช่นนั้นตำแหน่งผู้สืบทอดราชบัลลังก์ของเขาก็มั่นคงแล้ว
แม้เป็นองค์รัชทายาท แต่เขาก็กังวลมาตลอด นับตั้งแต่ต้าจิ่งก่อตั้งแคว้นหนึ่งร้อยสี่สิบปี นอกจากจิ่งเหรินจงไม่มีองค์รัชทายาทสักคนที่สืบต่อราชบัลลังก์สำเร็จ แม้แต่ชาวบ้านก็ยังล้อเลียนกันว่าผู้ใดได้เป็นองค์รัชทายาท ผู้นั้นถึงคราวซวยเป็นแน่แท้ เขาพากเพียรเช่นนี้ก็เพราะไม่อยากกลายเป็นเรื่องตลกขบขันของผู้อื่น วันนี้ในที่สุดเขาก็ได้ความมั่นใจมานิดหน่อยแล้ว เจียงเชอคำนับแล้วเดินออกไปทันที
เจียงฉางเซิงถอนหายใจ “เด็กคนนี้เพียบพร้อมทั้งบู๊บุ๋น น่าเสียดายที่หยิ่งผยองน้อยไปหน่อย” ไปฉีเอ่ยอย่างจนปัญญา “นายท่านคนดีของข้า ต่อหน้าท่านเขายังจะหยิ่งผยองอะไรได้อีกเล่า” เทพกระบี่กลั้นหัวเราะไม่ไหว
เจียงฉางเซิงหันไปมองหวงเทียนกับเฮยเทียนแล้วบอกว่า “ส่งเจ้าตัวน้อยสองตัวนี้ไปเล่นกับเจียงเชอเวลาว่างๆ เป็นเช่นไร” ไปฉีได้ยินแล้วก็เข้าใจเจตนาของเขาทันที เทพกระบี่ถอนหายใจ “ดูท่าฮ่องเต้ซุนเทียนคงไม่ใช่ฮ่องเต้ผู้โชคดีที่สุดแล้วสินะ” อนาคตของเจียงเชอคงยิ่งใหญ่เหลือประมาณ
“ช่วยไม่ได้ ช่วยต้าจิ่งก็เท่ากับช่วยพวกข้าด้วย” เจียงฉางเซิงพึมพำแผ่วเบาหลังจากนั้นจึงหลับตาลง อีกด้านหนึ่งเจียงเชอรีบร้อนกลับมาเล่าบทสนทนาทั้งหมดระหว่างตนกับมรรคาจารย์ให้ฮ่องเต้ซุนเทียนฟัง ฮ่องเต้ซุนเทียนดีพระทัยยิ่งนัก
ปีซุนเทียนที่ยี่สิบเจ็ด เดือนสาม หยางโจวก้าวสู่ขั้นเทวชน ลมปราณเพิ่มพูนพรวดพราด ทำเอาอารามมังกรผงาดตกอกตกใจ การเลื่อนขั้นของเขาถูกเล่าลือกระจายไปทั่วยุทธภพต้าจิ่งอย่างรวดเร็ว ส่วนมู่หลิงลั่วก็กลับมาถึงตระกูลมู่แล้ว
“ทำอย่างไรดีเจ้าคะ ข้าคงกล่อมท่านปู่ลำบาก เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นก็คงต้องบอกเรื่องของท่าน” ในห้วงความฝัน มู่หลิงลั่วบอกด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ เจียงฉางเซิงหัวเราะ “บอกไปเถิด ไม่เป็นอะไรหรอก” เขาเลื่อนขั้นมาถึงวิชามรรคาธรรมชาติขั้นแปดแล้ว เขาไม่หวั่นเกรงทวีปเทพโบราณอีกต่อไป
มู่หลิงลั่วเริมเล่าเรื่องของตระกูลมู่กับทวีปเทพโบราณให้เขาฟัง ทุกแห่งหนต่างมีราชาปีศาจปรากฏตัวขึ้น อาณาจักรถูกรุกรานจากปีศาจ สำนักก็เช่นเดียวกัน แม้แต่ตระกูลมู่ก็พบเจอการจู่โจมจากสัตว์ปีศาจอยู่ตลอด ประมุขตระกูลมู่ก็มีแผนการจะหนีไปจากทวีปเทพโบราณเช่นกัน เพียงแต่ใต้หล้ากว้างใหญ่นัก ไม่รู้ว่าสมควรไปที่ใด
เจียงฉางเซิงบอกว่า “มุ่งมาทิศเหนือ ตามหาทะเลสวรรค์ ข้าจะปกป้องตระกูลมู่เอง” มู่หลิงลั่วพยักหน้าอย่างตื่นเต้น หลังจากนั้นก็ออกจากความฝันไป เจียงฉางเซิงหัวเราะเบาๆ เขาหยิบเกาทัณฑ์เทพยิงตะวันออกมา ยิงธนูหนึ่งดอกไปยังทวีปเทพโบราณ ในลมปราณสอดแทรกดวงจิตเสี้ยวหนึ่งของเขาไปด้วย
ณ ภูเขาด้านหลังตระกูลมู่ มู่เสวียนกังเรียกคนในตระกูลทั้งหมดมาเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของยอดคนที่มู่หลิงลั่วกล่าวถึง ทันใดนั้นแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวสายหนึ่งก็ร่วงลงมา ทำให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างหวาดผวา พวกเขามองเห็นภาพที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงไปชั่วชีวิต ทะเลเมฆบนท้องนภาถูกลำแสงสีทองเส้นหนึ่งทะลวงผ่านเป็นรู ก่อเกิดสายลมแรงน่าหวาดหวั่น ท่ามกลางแสงสีทองนั้นมีเงาคนผู้หนึ่งปรากฏอยู่เลือนราง
ลมปราณของเจียงฉางเซิงรวมตัวเป็นเงาร่างสูงร้อยจั้ง ก้มลงมองเบื้องล่างจากใจกลางแสงสีทอง ประหนึ่งทวยเทพบนสวรรค์ก้มหน้ามองสรรพชีวิตในใต้หล้า พลังที่เทียบเท่ากับขั้นจอมราชันยุทธ์ทำให้ทั้งตระกูลมู่สั่นสะท้าน
“ทวีปเทพโบราณเผชิญหายนะ ตระกูลมู่จงละทิ้งแผ่นดินล่องทะเลเดินทางไปทางเหนือเถิด มุ่งหน้ามาทางทิศเหนือ ฟังคำสั่งของมู่หลิงลั่ว หนทางยาวไกล แต่ขอเพียงพวกเจ้ามาถึง ข้าจะปกป้องตระกูลมู่ ให้ตระกูลมู่อยู่อย่างสงบสุขจนผ่านพ้นมหันตภัยของโลกมนุษย์ที่เกิดจากเผ่าปีศาจไป หวังว่าพวกเจ้าจะเดินทางมาถึงอย่างราบรื่น”
เสียงของเจียงฉางเซิงดังก้อง เสาแสงสีทองสลายหายไป มู่เสวียนกังเบิกตาโต เขามีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีแล้วเพิ่งเคยสัมผัสแรงกดดันที่แข็งแกร่งเช่นนี้เป็นหนแรก อีกฝ่ายเหนือกว่าขั้นถ้ำสวรรค์สามยิ่งนัก! มู่เสวียนกังหันไปมองมู่หลิงลั่วแล้วเอ่ยเสียงสั่น “หลิงลั่ว เขาเป็นคนหรือเป็นเซียนกัน”
มู่หลิงลั่วตอบอย่างนิ่งสงบ “หากเป็นคน ไหนเลยจะช่วยข้าจากสุดปลายขอบฟ้าได้ถึงสองครั้งสองครา เขาจะจะต้องเป็นท่านเซียนแน่ๆ!” มู่เสวียนกังสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเคร่งขรึม “ทุกคนเก็บข้าวของ เที่ยงวันพรุ่งนี้ทั้งตระกูลจะอพยพขึ้นเหนือ!”