เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 291 วานรสวรรค์ไป๋หลิง เผ่าเฉียงเหลียง
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 291 วานรสวรรค์ไป๋หลิง เผ่าเฉียงเหลียง
ปลายปีเป็นปีที่หิมะขาวปกคลุมทั่วเมืองอีกครา เมืองจิงเฉิงแลดูงามแปลกตาในม่านสีขาวอันเวิ้งว้าง เมืองนี้เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติยาวนานนับพันปี ไม่ใช่เพิ่งสถาปนาขึ้นเมื่อราชวงศ์ต้าจิ่งก่อตั้งแคว้น เดิมทีเคยเป็นเมืองหลวงของสองราชวงศ์ในสมัยสิบสามรัฐ ราชวงศ์ฉู่ก่อนหน้านั้นก็ตั้งเมืองหลวงไว้ที่นี่เช่นกัน
เจียงฉางเซิงนั่งอยู่บนต้นวิญญาณปฐพี ก้มมองทั่วเมือง เห็นผู้คนสัญจรไปมาในตรอกซอกซอยใหญ่เล็ก จิตใจพลันเคลื่อนไหว ชาติก่อนเขาก็เป็นคนธรรมดาดิ้นรนเพื่อปากท้อง จึงสามารถเข้าถึงมุมมองของสามัญชนได้ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งโลกีย์ พลังอันไร้รูปร่างที่ดูราวกับไม่มีอยู่ แต่กลับสามารถผลักดันให้โลกนี้หมุนไปในทิศทางเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อฝึกฝนวิชามรรคาธรรมชาติขั้นที่เก้า เจียงฉางเซิงพบว่าตนเองชื่นชอบการสังเกตโลกมนุษย์ มองดูสรรพสิ่งในฟ้าดิน แม้เพียงการเกิดและร่วงโรยของต้นหญ้าก็ทำให้เขาเกิดปัญญารู้แจ้ง หรืออาจกล่าวได้ว่านี่คือทางผ่านที่ผู้จะเป็นเซียนต้องเดิน ต้องเข้าใจชีวิต
เจียงฉางเซิงทอดมองสภาพผู้คนในเมืองจิงเฉิง หวนคิดถึงเหล่าผู้ศรัทธาที่เขาเคยยื่นมือช่วยเหลือ ผู้ศรัทธาที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเขาลล้วนมีชีวิตเปลี่ยนไป ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่เปลี่ยนไปในทางดี บ้างก็หันเข้าสู่ความชั่ว บ้างก็เลิกศรัทธาในตัวเขา เรื่องราวมีมากมายหลายแบบ บางคนถูกตระกูลใหญ่ในเมืองกดขี่จนไร้ทางออกเขาจึงยื่นมือช่วยไว้ แต่หลังจากนั้นคนผู้นั้นกลับเรียนรู้วิชายุทธ์กลับมาล้างแค้นฆ่าล้างตระกูลฝ่ายตรงข้ามจนถูกทางการไล่ล่า เขาสังหารผู้คนระหว่างเส้นทางหลบหนีมากยิ่งขึ้น แม้ไม่อาจเลือกทางเองได้แต่กลับยิ่งสร้างบาปขึ้นเรื่อยๆ
บางคนศรัทธาในตัวเขาปรารถนาจะช่วยเหลือผู้คนแต่กลับถูกหักหลัง หันจากดีเป็นร้าย แน่นอนว่าก็มีไม่น้อยที่ชีวิตดีขึ้น บ้างเผชิญความเป็นความตาย บ้างผ่านความสิ้นหวัง จึงเริ่มอุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่นภายใต้นามของเขา ทุกสิ่งเหล่านี้ทำให้เจียงฉางเซิงใคร่ครวญถึงวิธีปฏิบัติต่อผู้ศรัทธาเซ่นไหว้เขา เดิมทีก็เป็นปัญหาซับซ้อนยิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้ลังเล ยังคงรักษาความถี่ในการช่วยเหลือผู้ศรัทธาเซ่นไหว้ไว้ทุกเดือนเช่นเดิม แต่ในโลกนี้ก็ยังคงมีผู้ที่ไม่ทันได้รับความช่วยเหลือจากเขา นี่ก็คือความโหดร้ายของความเป็นจริง หากเขาสถาปนาวิถีเซียน สร้างเทพเซียนมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวโลก อาจทำให้คนหลุดพ้นจากความทุกข์ยากได้มากขึ้น แน่นอนว่าก็อาจก่อให้เกิดผลร้ายมากขึ้นเช่นกัน ในโลกนี้ไหนเลยจะมีหนทางที่ได้ทั้งสองสิ่งพร้อมกัน
เจียงฉางเซิงครุ่นคิด ขณะนั้นผลมรรคาในกายพลันปลดปล่อยพลังประหลาดไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของเขา หลอมรวมร่างวิญญาณให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ พลันคิดเย้ยตนว่า
‘เดิมทีข้าเพียงอยากมีชีวิตเพื่อตนเอง ใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัวอยู่ให้นานยิ่งขึ้น ทว่าบัดนี้กลับพะวงถึงผู้อื่นเสียแล้ว หรือข้าจะแข็งแกร่งพอแล้วจริงๆ เพียงแต่ยังไม่อาจถึงระดับความแข็งแกร่งที่ข้าปรารถนา’
เขาไม่ได้ปฏิเสธสภาพจิตใจในยามนี้ แต่ก็ยังยึดมั่นในความมุ่งมั่นที่จะไล่ตามจุดสูงสุด ไล่ตามความเป็นอมตะ จินอูตกลงบนบ่าของเขา ใช้ศีรษะถูเบาๆ กับแก้มเขา เปลวเพลิงบนตัวมันไม่ได้ทำร้ายเขา ตรงกันข้ามกลับทำให้รู้สึกอบอุ่น
ขณะเดียวกัน นอกเขตรัฐซื่อ บนเส้นทางภูเขาสายหนึ่ง เจียงเยี่ยแบกห่อสัมภาระด้วยแขนข้างเดียว ระหว่างเดินทาง พอมองเห็นทิวทัศน์ของรัฐซื่อก็เผยสีหน้าเปี่ยมความคาดหวังออกมา บนบ่าของเขามีวานรน้อยขนขาวเกาะอยู่ มันเกาศีรษะแล้วกวาดตามองรอบทิศ ก่อนกล่าวเสียงต่ำว่า
“เจียงเยี่ย เจ้ามั่นใจหรือว่ามรรคาจารย์อยู่ที่รัฐซื่อ เหตุใดข้าจึงมิอาจรู้สึกถึงพลังของยอดผู้แข็งแกร่ง หรือแม้แต่ระดับที่สูงกว่านั้นเลย”
เจียงเยี่ยกล่าวอย่างหยิ่งทรนง “นั่นเพราะมรรคาจารย์อยู่เหนือการรับรู้ของเจ้า เจ้าจึงสัมผัสไม่ได้”
วานรน้อยขนขาวฮึดฮัด “เจ้าช่างพูดเก่งนัก เท่าที่เห็น เผ่ามนุษย์คงไม่อาจต้านทานเผ่าเฉียงเหลียง [1] ได้หรอก ที่ทางใต้ของไท่ฮวง เผ่าเฉียงเหลียงเหิมเกริมยิ่งนัก ทุกเผ่าล้วนเกรงใจและหลีกหนี หากถูกพวกนั้นหมายตาย่อมไม่ใช่เรื่องดี”
เจียงเยี่ยกล่าวด้วยความรำคาญ “ตลอดทางเจ้าเอาแต่พูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้เผ่าเฉียงเหลียงจะแกร่งกล้าเพียงใด แต่เผ่ามนุษย์เราก็หาได้ยอมอ่อนข้อ ไม่ต้องรบกันสักตั้งจึงจะรู้ผลแท้จริง!”
วานรน้อยขนขาวแบมือ “เฮ้อ ข้าเองก็ห่วงเจ้าจริงๆ นั่นแหละ นายท่านส่งข้ามาคุ้มครองเจ้า แม้ข้าจะไม่ใช่ผู้มีพลังแข็งแกร่งแต่ก็ยังพอรู้เท่าทันอยู่บ้าง”
เจียงเยี่ยเบะปาก ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ อีก เขายังจดจำภารกิจที่ท่านอาจารย์มอบหมายไว้ได้ดี การกลับมาครั้งนี้เขาจะต้องได้เป็นอ๋องผู้ครองรัฐ เพียงแต่เขาห่างไกลจากเมืองซุนเทียนมานาน หากกลับไปทันทีก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม จึงคิดจะไปหามรรคาจารย์ ให้มรรคาจารย์ช่วยกล่าวแทน หนึ่งคนหนึ่งวานรค่อยๆ เดินห่างออกไปท่ามกลางหิมะขาวเวิ้งว้าง เหลือไว้เพียงรอยเท้าบนผืนหิมะ ทว่ารอยเท้านั้นก็พลันถูกหิมะที่ปลิวว่อนกลบเสียหมด ไม่ได้เหลือร่องรอยใดไว้เลย
เที่ยงวันถัดมา เจียงเยี่ยมาเยือน กล่าวอ้างว่าตนเป็นองค์ชายมาร้องขอความเป็นธรรม เจียงฉางเซิงอนุญาตให้เขาเข้าสู่เขามังกรผงาด ครั้นเขาก้าวเข้าสู่ลานด้านใน ก็พลันสะดุดตากับภาพที่เห็น มู่หลิงลั่วและจีอู๋จวินงามดุจเซียนจากสรวงสวรรค์ เยี่ยสวินตี๋และเทพกระบี่ที่นั่งสมาธิอยู่บนชายคาสง่างามเยี่ยงจอมยุทธ์ผู้ไร้เทียมทานสูงส่งยิ่งนัก นายท่านไป๋ที่สั่งสอนเจียงเทียนมิ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่สูงส่งเหนือผู้ใด ไป๋ฉี ไป๋หลง ไท่หว่า ไท่ซี จินอู ยิ่งทำให้เขารู้สึกประหม่า
“เผ่า… ราชา…”
วานรน้อยขนขาวร้องขึ้นอย่างตกใจ เสียงสั่นเครือปนไม่อยากเชื่อสายตา มันจับจ้องที่ไท่หว่าและไท่ซี ร่างสั่นระริก เจียงเยี่ยได้ยินดังนั้นก็พลันหันมองไปยังไท่หว่าและไท่ซี ทุกคนในลานเรือนได้ยินเสียงร้องของมัน ต่างก็หันมองไท่หว่ากับไท่ซีตามไปด้วย
เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้น เอ่ยว่า “เข้ามาเถิด”
ระหว่างคิ้วของเจียงเยี่ยมีปานเป็นเส้นแนวตั้ง สิ่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำสายเลือดโดยแท้ของสกุลเจียงไปแล้ว เจียงเยี่ยจ้องมองเจียงฉางเซิง สีหน้ายิ่งเคร่งเครียด แม้เจียงฉางเซิงจะดูอ่อนวัยและรูปงามยิ่ง แต่เพียงสบตา เขาก็แน่ใจได้ทันทีว่านี่คือมรรคาจารย์ เล่าลือกันว่ามรรคาจารย์ไร้ตำหนิแม้แต่น้อย ความสมบูรณ์แบบนี้ยังสะท้อนผ่านโฉมหน้า ร่างกาย และบุคลิก เจียงเยี่ยก้าวเข้ามาตรงหน้าเจียงฉางเซิง คุกเข่าลงกล่าวว่า
“เจียงเยี่ย ขอบพระคุณและคารวะมรรคาจารย์”
วานรน้อยขนขาวเพ่งมองเจียงฉางเซิง แล้วก็พบว่ามันไม่อาจมองเจียงฉางเซิงออกเลย ใจรู้สึกตระหนก แต่พอสบกับสายตาที่ยิ้มละไมของเจียงฉางเซิง ก็ถึงกับรีบก้มหน้าทันที เจียงฉางเซิงเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ ว่า
“เจ้ามีเรื่องอันใดที่ต้องขอความเป็นธรรมหรือ”
เจียงเยี่ยเงยหน้าเล่าถึงเรื่องราวที่เคยเผชิญมา ยิ่งเล่ายิ่งรู้สึกเจ็บในอก ไม่ทราบว่าเหตุใดครั้นเห็นเจียงฉางเซิงก็รู้สึกราวกับสนิทใจอย่างประหลาด แม้แต่เวลาเล่าเรื่องพวกนี้ให้ท่านอาจารย์ฟัง ยังไม่เคยรู้สึกเศร้าเช่นนี้
เจียงฉางเซิงฟังจบจึงกล่าวว่า “เจ้าต้องการสิ่งใด ล้างแค้นหรือ”
เจียงเยี่ยส่ายหน้า “ข้าเพียงอยากกลับไปขอรับ แต่ข้าหายสาบสูญไปนานถึงเพียงนี้…”
เจียงฉางเซิงเอ่ยว่า “อืม ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะให้โอรสสวรรค์แต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋อง”
เจียงเยี่ยคือผู้ศรัทธาเซ่นไหว้ของเขา เจียงฉางเซิงจึงได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่าย ได้ยินดังนั้นเจียงเยี่ยปลื้มปีติยิ่งนัก รีบคุกเข่ากล่าวขอบคุณเจียงฉางเซิงทันที เจียงฉางเซิงจ้องมองวานรน้อยขนขาว ถามว่า
“เจ้ารู้จักเผ่าราชาไท่ฮวงหรือไม่”
แท้จริงแล้วเขาเคยสงสัยมาก่อน เมื่อตอนที่ลอบสอดส่องแผ่นศิลาของเผ่าราชาไท่ฮวง ก็เคยเห็นภาพมนุษย์งูร่างหนึ่ง ปัจจุบันมาดูอีกครั้ง ไท่หว่าและไท่ซีนั้นคือเผ่าราชาโดยแท้ มิแปลกที่พวกเขาเกิดมาก็มีต้นสิ้นภพคอยปกปักษ์ เผ่าราชาย่อมมีความพิเศษเหนือสิ่งอื่นใด ให้สรรพชีวิตคุ้มครองโดยธรรมชาติ นี่คือพรสวรรค์ของผู้เป็นราชา
วานรน้อยขนขาวพยักหน้าแล้วส่ายหน้าต่อ กล่าวว่า
“ข้าไม่รู้จักโดยตรง แต่เผ่าของข้าสืบทอดความทรงจำรุ่นต่อรุ่น ภาพของเผ่าราชาในความทรงจำของบรรพบุรุษช่างเหมือนกับพวกเขาไม่มีผิด”
ฝูงชนค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ ไท่ซีดูจะตื่นเต้นที่สุด วานรน้อยขนขาวขึ้นมาถามถึงเผ่าราชา ไท่หว่ากลับสงบนิ่ง สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน วานรน้อยขนขาวรู้สึกตึงเครียดกล่าวว่า
“เกี่ยวกับเผ่าราชา ข้ารู้เพียงตำนานเท่านั้น อย่างไรเผ่าราชาก็ล่มสลายไปนานแล้ว บัดนี้หลงเหลือเพียงสิ่งมีชีวิตจากเผ่าราชาจำนวนน้อยกระจัดกระจายอยู่ทั่วใต้หล้า เจ้ามาถามข้าก็ไม่ได้ประโยชน์ใด”
เจียงเยี่ยรู้สึกสงสารมัน รีบกล่าวว่า
“มรรคาจารย์ เมื่อเทียบกับเผ่าราชา ยังมีอีกหนึ่งเผ่าที่ควรจับตามอง นั่นก็คือเผ่าเฉียงเหลียง เผ่าเฉียงเหลียงกำลังเตรียมโจมตีเผ่ามนุษย์ขอรับ!”
คำพูดนี้เพิ่งหลุดออกมา สายตาทุกคู่ก็หันไปจับจ้องเขาโดยพร้อมเพรียง วานรน้อยขนขาวพยักหน้ารัวๆ
“ถูกต้อง เผ่ามนุษย์ขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ วิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์แพร่หลายไปยังเผ่าต่างๆ แล้ว วิชานี้จะทำลายสมดุลแห่งแดนใต้ของไท่ฮวง พวกเผ่าเฉียงเหลียงซึ่งนึกว่าตนเป็นเจ้าโดยชอบธรรม ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยได้เป็นแน่…”
เจียงฉางเซิงคำนวณในใจเงียบๆ
‘ยอดฝีมือแห่งเผ่าเฉียงเหลียงแข็งแกร่งเพียงใด’
[ต้องใช้แต้มเซ่นไหว้ 5,550,000,000 แต้ม ต้องการดำเนินการต่อหรือไม่]
‘ไม่’
‘ผู้แข็งแกร่งที่สุดที่เผ่าเฉียงเหลียงเชิญมาได้แข็งแกร่งเพียงใด’
[ต้องใช้แต้มเซ่นไหว้ 5,900,000,000 แต้ม ต้องการดำเนินการต่อหรือไม่]
ขั้นจักรพรรดิฟ้าดินแห่งสวรรค์ชั้นห้า!
แข็งแกร่งจริงๆ ดูท่าเผ่าเฉียงเหลียงจะอยู่ห่างจากเผ่ามนุษย์มากนัก ในช่วงสองปีก่อน ผู้แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตที่รับรู้ก็ยังไม่เกินหกพันล้านแต้มเซ่นไหว้ เจียงฉางเซิงให้ความสนใจกับคำพูดของวานรน้อยขนขาว เรื่องแดนใต้ของไท่ฮวง หรือว่าตอนนี้ระบบเพิ่งจะครอบคลุมแดนใต้ของไท่ฮวง เช่นนั้นหรือ ไท่ฮวงกว้างใหญ่ถึงเพียงใดกันแน่ เขาเริ่มซักถามวานรน้อยขนขาวทีละประเด็น
วานรน้อยขนขาวคือหนึ่งในเจ็ดวานรศักดิ์สิทธิ์แห่งไท่ฮวง วานรสวรรค์ไป๋หลิง ทั้งเจ็ดวานรมีความสามารถต่างกัน วานรสวรรค์ไป๋หลิงสามารถสืบทอดความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้มันรู้เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับไท่ฮวง ตามที่มันกล่าว ไท่ฮวงนั้นกว้างใหญ่ไพศาล กระทั่งเผ่าของวานรสวรรค์ไป๋หลิงเองก็ยังไม่อาจหยั่งรู้ทั่วได้ เพียงแค่แดนใต้เพียงส่วนเดียวก็นับว่าไร้ขอบเขตสำหรับเผ่ามนุษย์ และเผ่าปีศาจ มหาสมุทรไรขอบเขตคือสิ่งที่เรียกว่าห้วงอนันต์ แต่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงมหานทีผืนหนึ่งในไท่ฮวงเท่านั้น และยังมีมหานทีเช่นนี้อีกมากมาย
เผ่าเฉียงเหลียงมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคโบราณเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เนิ่นนานก่อนหน้านี้ เผ่ามนุษย์เคยถูกขับไล่ออกจากไท่ฮวงก็เพราะเผ่าเฉียงเหลียงได้รับคำสั่งจากเผ่าราชา บัดนี้เผ่ามนุษย์กลับมาอีกครั้ง แถมยังสร้างความปั่นป่วนถึงเพียงนี้ ย่อมทำให้เผ่าเฉียงเหลียงไม่พอใจนัก อีกไม่นานจะต้องยกกำลังมาบุกแน่ พวกเขาจะล้างบางผู้ฝึกวิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์ ผู้ใดฝึกวิชานี้ต้องตาย โดยเฉพาะผู้คิดค้นวิชานี้ นั่นคือเป้าหมายหลักของพวกเขา เผ่าเฉียงเหลียงมีชนเผ่าน้อยอยู่รวมพัน แต่ละเผ่าน้อยมีจำนวนประชากรมากกว่าหนึ่งร้อยล้าน ประหนึ่งเป็นราชวงศ์แห่งโชคชะตาแห่งหนึ่ง หากผู้ใดอยากตั้งหลักอยู่ในไท่ฮวงได้ จำต้องส่งเครื่องบรรณาการให้เผ่าเฉียงเหลียงทั้งสิ้น
เมื่อได้ยินคำบรรยายเกี่ยวกับเผ่าเฉียงเหลียงของวานรสวรรค์ไป๋หลิง ทุกคนยิ่งตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าในไท่ฮวงจะซ่อนเผ่าที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ไว้ เจียงฉางเซิงครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ในใจ นามของเฉียงเหลียงเขาเคยได้ยินมาในชาติก่อน บันทึกไว้ในคัมภีร์ภูผาสมุทร ว่ากันว่าในตำนานของทวีปอื่นๆ ก็เคยกล่าวถึงร่องรอยของเฉียงเหลียงเช่นกัน โลกแห่งวิถียุทธ์นี้เกี่ยวข้องเช่นไรกับโลกมนุษย์กันแน่ เจียงฉางเซิงเอ่ยขึ้นว่า
“พอดีเลย เมื่อพวกเจ้ากลับถึงเมืองซุนเทียน จงแจ้งโอรสสวรรค์ให้เตรียมการไว้ล่วงหน้า”
เจียงเยี่ยพยักหน้า ส่วนเจียงฉางเซิงก็หลับตาลง ผู้คนต่างรุมล้อมซักถามวานรสวรรค์ไป๋หลิง วานรสวรรค์ไป๋หลิงหวาดกลัวจึงตอบไปทีละข้อ จนกระทั่งม่านราตรีมาเยือน ทุกคนจึงยอมปล่อยพวกเขาไปด้วยความอาลัย หลังลงจากเขา เจียงเยี่ยกับวานรสวรรค์ไป๋หลิงต่างถอนหายใจพร้อมกัน
“บัดนี้ข้าเชื่อแล้วว่ามรรคาจารย์ไม่ใช่คนธรรมดาเลย เขากล้าเลี้ยงเผ่าราชาไว้ ถึงกับมีพญามังกรอยู่บนต้นไม้ด้วย แม้แต่อีกาเพลิงบนต้นไม้นั้นก็ไม่ธรรมดา ในความทรงจำของบรรพบุรุษข้าก็ไม่มีสัตว์เทพเช่นนี้…” วานรสวรรค์ไป๋หลิงกล่าวทอดถอนใจ เจียงเยี่ยได้ยินก็พลันเชิดหน้าขึ้น ทำท่าทางภาคภูมิใจ
[1] เฉียงเหลียงเป็นเทพในตำนานของจีน มีหัวเป็นเสือ ร่างเป็นมนุษย์ พร้อมถืองูสองตัว