เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 363 จองจำห้าร้อยปี กับป่าโบราณต้องห้าม
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 363 จองจำห้าร้อยปี กับป่าโบราณต้องห้าม
เยี่ยจ้านแหงนหน้ามองเจียงฉางเซิงที่อยู่สูงขึ้นไปบนท้องนภา ในใจตื่นตะลึง ไม่แน่ใจว่านี่คือภาพลวงตาหรือร่างจริง
สำคัญที่สุดก็คือ เขาไม่อาจมองพลังของอีกฝ่ายออก หลังจากใช้นิพพานสามขั้น เขาก็ผลัดร่างเปลี่ยนกระดูกจนบรรลุถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยไปถึงมาก่อนแล้ว
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจียงฉางเซิง เขากลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก สิ่งนี้เกิดจากสัญชาตญาณ มันคืออารมณ์ที่เขาไม่อาจควบคุมได้
ไท่สือฉางเชอเห็นมรรคาจารย์ปรากฏกาย สติก็กลับคืนมาอีกครั้ง เขาลอบพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ต้องสู้กับวิชานิพพานสู่กำเนิด เขาไม่มั่นใจเลยจริงๆ
ไกลออกไปในเมืองที่พังถล่ม ผู้ฝึกยุทธอย่างพวกหลูโจวยินดีจนหลั่งน้ำตา พวกเขาโขกศีรษะคารวะมรรคาจารย์ที่อยู่ตรงสุดขอบฟ้า
เยี่ยชิงจือมองมรรคาจารย์อย่างตกตะลึง นางเคยจินตนาการฉากที่มรรคาจารย์ปรากฏตัวอยู่หลายแบบ แต่ไม่เคยคิดถึงสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ทหารสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์ที่อยู่บนทะเลเมฆเทียมฟ้า ต่างพรูลมหายใจ ความแข็งแกร่งของเยี่ยจ้านทำให้พวกเขาหวาดกลัว อีกฝ่ายไม่ใช่คนที่พวกเขารับมือได้อย่างแน่นอน หากแม้แต่ไท่สือฉางเชอยังพ่ายแพ้ บารมีของแดนสวรรค์คงเสียหายอย่างหนักแน่
“เจ้าไม่ควรระบายความแค้นของเจ้าใส่ปุถุชนทั้งหลาย” เจียงฉางเซิงผู้ยืนอยู่เหนือยอดเมฆกล่าวด้วยน้ำเสียงอันนิ่งสงบ
ผู้ศรัทธาในราชอาณาจักรหลัวหงมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลหลักก็เป็นเพราะความโหดร้ายของเยี่ยจ้าน ทำให้ประชาชนคับแค้นจนต้องลุกขึ้นสู้
ความแข็งแกร่งของราชอาณาจักรหลัวหงมีรากฐานมาจากพลังของเยี่ยจ้าน แต่ราษฎรของอาณาจักรหลัวหงไม่แข็งแกร่ง
แม้เยี่ยจ้านเป็นโอรสสวรรค์ แต่ใจเขาคิดถึงแต่เผ่าเยี่ย เขาคิดแต่จะเฟ้นหาคนที่พรสวรรค์ยอดเยี่ยม แม้แต่วังหลังของเขาก็มีแต่สตรีผู้มีพรสวรรค์วิถียุทธ์ยอดเยี่ยม ไม่สนใจหน้าตามองแต่พรสวรรค์เท่านั้น
เยี่ยจ้านแหงนหน้ามองเจียงฉางเซิงแล้วแค่นเสียงเอ่ยว่า “มรรคาจารย์ ข้าอยากสู้กับเจ้าตั้งนานแล้ว พอดีเชียว ในเมื่อเจ้าโผล่หัวมาแล้ว ก็ลองลิ้มรสพลังเผ่าเยี่ยของข้าบ้าง!”
เปรี้ยง! ปราณกล้าแกร่งสีขาวสายแล้วสายเลาแผ่ออกมาจากในร่างของเขาอย่างไม่ขาดสาย
พลังปราณของเขาเพิ่มพรวดพราดอีกหน จุดโลหิตบนร่างกายของเขาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เส้นเลือดตรงลำคอปูดออกมา ร่างกายของเขาดูเหมือนจะโบยบินขึ้นมา
หนึ่งท่าเขาคำรามอย่างดุดันแล้วพุ่งออกมาประหนึ่งลูกธนูสังหาร เขาทะยานไปด้านบน ร่างกายแหวกอากาศเกิดเป็นคลื่นปราณรูปมังกรตัวแล้วตัวเลาบุกเข้าไปสังหารเจียงฉางเซิงอย่างทรงพลัง
แต่เจียงฉางเซิงผู้สูงนับหมื่นจั้ง ยิ่งใหญ่ปานใดเล่า ยามเผชิญหน้ากับเยี่ยจ้านที่เข้ามาจู่โจม เขาเพียงกดฝ่ามือข้างหนึ่งลงมาเบื้องล่าง
ตู้ม! หัวใจของเยี่ยจ้านหยุดเต้นอย่างฉับพลัน พลังอำนาจอันยากจะจินตนาการกดทับลงมา มันถล่มความมุ่งมั่นของเขาจนย่อยยับ พลังปราณสลายหายไปในพริบตา
พรวด! เขากระอักเลือดออกมาคำหนึ่งแล้วปลิวลงไปเบื้องล่าง ดิ่งลงไปเป็นเส้นตรง
ฟ้าดินเงียบงันเพราะเหตุการณ์นี้! ในสายตาของผู้ที่ชมการต่อสู้ มรรคาจารย์เพียงกดฝ่ามือลงมาอย่างสบายๆ หนึ่งหนเพียงเท่านั้น เยี่ยจ้านก็พ่ายแพ้ นี่มันพลังอันใดกัน ทุกคนต่างมองอย่างไม่เข้าใจ เพราะไม่เข้านี้เองจึงยิ่งคารพยำเกรง
ความรู้สึกของไท่สือฉางเชอลึกล้ำยิ่งกว่า เยี่ยจ้านผ่านนิพพานอีกขั้นพลังย่อมแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนสู้กับเขาเมื่อครู่
แต่ผลปรากฏว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามรรคาจารย์ เขากลับต้านไม่ได้แม้แต่การโจมตีเดียว
“ไม่เสียทีที่เป็นผู้อาวุโส พลังระดับนี้หากอยู่ที่มหาพิภพนนิลเหลือง คงเป็นยอดฝีมือผู้เลื่องชื่อ อย่างน้อยก็คงบรรลุถึงระดับขั้นเจ้ายุทธปฐมมรรคา” ไท่สือฉางเชอถอนหายใจอยู่ในใจ
ขั้นเจ้ายุทธปฐมมรรคาเป็นตัวตนที่เขายากจะได้พบเจอ ฝุ่นที่ฟุ้งตลบจางลง
เยี่ยจ้านนอนอยู่กลางซากปรักหักพัง ทั่วร่างมีแต่เลือดและอ่อนแรงยิ่งนัก แม้แต่ดวงตาเขาก็ลืมไม่ขึ้น
“เยี่ยจ้านทำกรรมชั่วหนักหนา แต่เห็นแก่ที่ก่อตั้งราชอาณาจักรหลัวหงปกป้องมนุษย์นับล้าน ให้จองจำห้าร้อยปี ทบทวนความผิด หวังว่าเวลาห้าร้อยปีจะช่วยชำระล้างจิตใจเจ้าจนกลับเนื้อกลับตัวได้”
เสียงของเจียงฉางเซิงกังวานทั่วฟ้า เขายกมือขึ้นไม่ทันไร เศษศิลานับไม่ถ้วนก็ลอยขึ้นมาจากพื้นแล้วมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่ทุกคนยังทำหน้าเหลือเชื่ออยู่ พวกมันก็ก่อตัวเป็นภูเขายักษ์สูงพันจั้งลูกหนึ่งทับลงมาบนร่างของเยี่ยจ้าน พัดฝุ่นฟุ้งตลบ วิชาเทพมหารังสรรค์!
“ราษฎรผู้ประสบภัยในหนนี้ ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ ได้รับผลกระทบจากศึกที่แดนสวรรค์มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าจะใช้วิชาฟื้นตายกลับเป็น!”
เสียงของเจียงฉางเซิงดังขึ้นอีกครั้ง แสงสีเขียวจำนวนมหาศาลลอยจากกลางฝ่ามือของเขา แล้วกลายเป็นฝนดาวตกโปรยปรายไปทั่วทุกแห่งหนในใต้หล้า
เมื่อทำทุกสิ่งนี้เสร็จ เขาก็หายไปท่ามกลางทะเลเมฆ
“ชนะแล้ว!” หลูโจวตะโกนร้องด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเหวี่ยงกำปั้นอย่างไม่สนใจอาการบาดเจ็บ
ภายในเมืองที่พังถล่ม มีเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นตามมา เยี่ยชิงจือนิ่งตะลึงไปครู่หนึ่งก็รีบเหาะออกจากเมือง นางเหาะรวดเดียวข้ามแผ่นดินรกร้างมาถึงหน้าภูเขายักษ์สูงพันจั้งลูกนั้น
นางฟาดฝ่ามือลงไป หมายจะทำลายตัวภูเขาให้แตกกระจาย แต่กลับทำไม่ได้แม้แตน้อย
ทันทีที่ลมปราณของนางสัมผัสถูกตัวภูเขา มันก็สลายหายไปโดยพลัน “เยี่ยจ้าน!”
เยี่ยชิงจือสองตาแดงก่ำ นางไม่กล้าจินตนาการเลยว่าตอนนี้เยี่ยจ้านจะมีสภาพเป็นเช่นไร
“เลิกทำเรื่องโง่ๆ ได้แล้ว มรรคาจารย์บอกแล้วว่าจองจำห้าร้อยปี เจ้าทำอะไรไม่คิดเช่นนี้ อยากให้มรรคาจารย์สังหารเขาเสียตอนนี้น่ะหรือ สำหรับพวกเราแล้วเวลาห้าร้อยปีนับเป็นอะไร” เสียงของไท่สือฉางเชอลอยมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยแววเยาะหยัน
เยี่ยชิงจือหันขวับไปมองเขาแล้วเค้นเสียงลอดไรฟันเอ่ยว่า “ไท่สือฉางเชอ เหตุใดเจ้าจึงไปรับใช้มรรคาจารย์ เหตุใดต้องไล่ล่าพวกเรา”
ไท่สือฉางเชอแค่นเสียงหยัน “ได้ทำงานให้มรรคาจารย์เป็นบุญของข้า ส่วนที่ไล่ล่าพวกเจ้า พวกเจ้ามองตนเองสูงเกินไปแล้ว ข้าก็แค่รังเกียจคนเผ่าเยี่ยของพวกเจ้าเท่านั้น”
“ตอนที่เยี่ยเสินคงถูกจองจำในโลกเทพยุทธ ครานั้นพวกเจ้าเผ่าเยี่ยก็ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม ยอมทำสัญญามากมายเพื่อสยบเพลิงโทสะของโลกเทพยุทธ”
“พวกเจ้าเผ่าเยี่ยมีวันนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะพวกเจ้าทำร้ายตัวเอง ดูอย่างเผ่าหลี่สิ พวกเขาปกป้องอัจฉริยะรุ่นเยาว์อย่างไร พวกเขากล้าชนกับโลกเทพยุทธเพื่อคนในเผ่า!”
เยี่ยชิงจือเงียบงันไร้กำลังจะโต้แย้ง ไท่สือฉางเชอเดินผ่านข้างตัวนางไป “ไปเสียเถิด ไปดูสถานการณ์ของเจ้าเด็กนั่นเสียหน่อย ศึกวันนี้ทำให้ข้าต้องมองเขาใหม่แล้ว”
เยี่ยชิงจือได้สติกลับมาก็รีบตามไปทันที
ในเวลาเดียวกันนี้ ด้านในตัวภูเขา เยี่ยจ้านผู้มีเลือดอาบทั่วตัวลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง เมื่อกวาดสายตาดูก็พบแสงสะท้อนลายคลื่นคล้ายผิวน้ำอยู่ตรงปากถ้ำ
“มรรคาจารย์…” เยี่ยจ้านพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด
เพียงหนึ่งฝ่ามือของอีกฝ่ายก็ทำลายวิชานิพพานสู่กำเนิดของเขาจนราบคาบ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังหวาดผวาอยู่
“ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ามรรคาจารย์อยู่ในขั้นยอดยุทธ์กำเนิดสวรรค์ แต่ตอนนี้ดูท่าคงไม่ใช่เช่นนั้นอย่างแน่นอน”
“หึ อีกฝ่ายไม่สังหารเจ้าก็นับว่ามีเมตตาแล้ว หวังว่าเขาจะแค่จองจำเจ้าไว้ห้าร้อยปีจริงๆ” เสียงของบรรพจารย์เผ่าเยี่ยดังขึ้นในสมองของเยี่ยจ้าน
“ข้ากลับอยากรู้เสียมากกว่าว่า วิชาฟื้นตายกลับเป็นของเขาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จะว่าไปแล้ว ภูเขาลูกนี้ไม่ธรรมดาเลย มันไม่ได้ถูกสร้างมาจากลมปราณธรรมดาๆ แต่มีพลังแห่งกฎฟ้าดินแทรกอยู่ด้วย”
เยี่ยจ้านไม่สนใจคำพูดของเขา ตัวเขานิ่งงันอยู่กับที่ สมองมีแต่สีขาวโพลน ชั่วขณะที่ฝึกวิชานิพพานสู่กำเนิดสำเร็จ เขารู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นแล้ว เขาถึงขั้นเกิดความหวังว่าจะแก้แค้นให้เผ่าเยี่ยได้ ไม่คิดว่า…
ผ่านไปครู่หนึ่ง เยี่ยชิงจือก็ปรากฏตัวที่ปากถ้ำ นางอยากฝ่าเข้ามาแต่ถูกเขตอาคมกั้นไว้ไม่ว่าอย่างไรก็เข้ามาไม่ได้
“เยี่ยจ้าน เจ้ายังอยู่ดีหรือไม่” เยี่ยชิงจือถามอย่างกังวล น้ำตาไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่ได้
เยี่ยจ้านเงยหน้าตอบว่า “ข้าไม่เป็นไร แค่เหนื่อยมากเท่านั้น เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไปคุมสถานการณ์ที่ราชอาณาจักรหลัวหงเถอะ ให้องครัชทายาทสืบทอดบัลลังก์”
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้น ชนะเป็นราชา แพ้เป็นโจร ข้าไม่ใช่คนแพ้ไม่เป็น และอีกอย่างตอนนี้ข้าก็ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว”
เยี่ยจ้านเอ่ยขัด แม้โลหิตจะอาบท่วมใบหน้าของเขา แต่แววตากลับใสกระจ่าง ความพ่ายแพ้หนึ่งหนทำให้เขาได้สติ
“พูดได้ดี! แพ้แล้วก็คือแพ้ ในอดีตเยี่ยเสินคงก็เคยแพ้มาก่อน ยามอ่อนแอจะพ่ายแพ้ก็ไม่แปลกอะไร เจ้าต้องเก็บไว้เป็นบทเรียน”
“ห้าร้อยปีดูเหมือนบทลงโทษ แต่ก็เป็นความใส่ใจอย่างหนึ่งเช่นกัน อย่างน้อยในห้าร้อยปีนี้ก็จะไม่มีผู้ใดมารบกวนเจ้า รวมทั้งคนจากโลกเบื้องบนด้วย”
เสียงของไท่สือฉางเชอดังลอยมา ขณะที่ตัวเขาเดินลัดเลี้ยวมาตามโถงถ้ำ เยี่ยจ้านเห็นไท่สือฉางเชอแววตาก็เย็นเยียบทันควัน เขาไม่พูดสิ่งใดตอบทั้งสิ้น
ไท่สือฉางเชอเอ่ยเหมือนแฝงความนัย “เผ่าเยี่ยตายหมดแล้ว ในเมื่อคิดจะฟื้นเผ่าเยี่ยขึ้นมาใหม่ พวกเจ้าก็ต้องมีที่พึ่งพิง ที่ที่ขัดขืนโลกเทพยุทธ์ได้มีไม่มากนัก แต่ที่นี่มีอยู่”
เยี่ยจ้านได้ยินดังนั้นก็จมลงในห้วงภวังค์ความคิดทันที
เยี่ยชิงจือถามอย่างตกตะลึง “เจ้าคิดจะให้พวกเราไปเป็นพวกเดียวกับแดนสวรรค์หรือ”
ไท่สือฉางเชอตอบว่า “แดนสวรรค์ก็มีตระกูลใหญ่อยู่เช่นกัน เมื่อแดนสวรรค์ขึ้นมาเป็นใหญ่ ไม่แน่มันอาจกลายเป็นโลกเทพยุทธ์แห่งถัดไป ถึงยามนั้น เผ่าเยี่ยย่อมกลายเป็นตระกูลใหญ่อายุหมื่นปี อยู่เหนือกว่าสรรพชีวิตทั้งหลาย เพียงแต่ว่าทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับผลงานของพวกเจ้า เวลาห้าร้อยปีมากพอให้พวกเจ้าค่อยๆ ขบคิด!”
กล่าวจบ ไท่สือฉางเชอก็หันหลังจากไป เยี่ยชิงจือมองเยี่ยจ้านอย่างเป็นกังวล ความจริงนางหวั่นไหวกับข้อเสนอนั้นแล้ว การเข้าร่วมกับแดนสวรรค์เป็นตัวเลือกที่ดีมากจริงๆ อาศัยเพียงพวกเขาสองคน จะฟื้นฟูเผ่าเยี่ยนั้นยากเย็นเกินไปจริงๆ