เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 367 ศาสตร์ยอดโอสถกับอำนาจของวังมังกร
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 367 ศาสตร์ยอดโอสถกับอำนาจของวังมังกร
[ปีติ้งเทียนที่หนึ่งร้อยสี่สิบสี่เจ้าตำหนักเทพจี้รับบัญชาจากเจ้าสวรรคปู้ลงมายังโลกเบื้องลางเพือตามหาวิชานิพพานกาเนิด
เจาเอาชีวิตรอดจากการทาสูของเขามาไดสำเร็จหลบพนเคราะหภัยสังหารมาไดไดรับรางวัลรอดชีวิตเป็นยอดเคลิดวิชาบำเพ็ญเซียนฺนามวาศาสตรยอดโอสถ’]
เมือเห็นการแจงเตือนตรงหน้าเจียงฉางเซิงก็คลี่รอยยิ้มศาสตรโอสถเป็นสิงทีเขารอคอยมานานแล้ว
สิงทีเขาเคยรำเรียนกอนหนานีเป็นเพียงวิชาหลอมโอสถทีเป็นวิชาพื้นฐานที่สุดเทานั้น
สูตรโอสถที่รำเรียนมาไดมีนอยเสียยิงกวานอยโอสถทีหลอมออกมาก็ไมนับวาเป็นโอสถเซียนเสียทีที่แเป็นชั้นสุญญตาทะลวงยุทธิ์
เจียงฉางซิงอารมณมดียิงกวาเดิมเขาเริมรับสิบทอดศาสตรยอดโอสถ
ไปฉีสังเกตเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจึงลอบสงสัยอยู่ในใจเมือครูนายทานไปตอสูมาอยางนันหรือ
แมการตอสู้ระหวางเจียงฉางเชิงกับเจ้าตำหนักเทพจี้จะแตพลังของจาตำหนักเทพจิแข็งกรงนัก
เพียงหนิงดาบนั้นก็สะเทือนทั่วทั้งโลกยุทธ์ไทธวงทำไปฉีสะดุงตื่นมันไมขี้เซาเหมือนไปหลงเสียหนอย
ไปฉีนึกสงสัยใครรู้อยู่ในใจแตไมกล้าถามมากเจียงฉางเชิงอยากพดเมือใดมันถึงจะถามไดผานไปเนินนาน
เจียงฉางเชิงก็ลีมตาขึนช้าๆศาสตรยอดโอสถลึกลำกวาทีเขาจินตนาการเอาไว
นอกจากสูตรยาจะมีมากมายมหาศาลมันยังบันทึกรายละเอียดของสมุนไพรนานาชนิดเอาไว
และสิงสำคัญที่สุดก็คือศาสตร์ยอดโอสถบันทึกวิธีฝึกฝนไตรธาตุอัคคีไวดวย
ไตรธาตุอัคคีถือกำเนิดจากการหลอมรวมชีวิตลมปราณและจิตวิญญาณ
ไมมีสิ่งใดที่มันแผดเผาไมได้มันร้อนระอุและรุนแรงอย่างทีสุด
เนืองจากไตรธาตุอัคคีเกิดมาจากชีวิตลมปราณและจิตวิญญาณนีเองหลังจากฝึกจนบรรลุแลว
ผูหลอมโอสถจึงควบคุมความรอนของเปลวเพลิงไดอยางสมบูรณแบบ
หนนี้ไดกำไรกอนโตแล้ว!
ไม่เพียงได้สารานุกรมโอสถเชียนมาแตยังได้ไตรธาตุอัคคีทีเทียบเทากับพลังอภินิหารมาอีกหนึงอยางด้วย!
เจียงฉางเชิงไมฝึกฝนมันทันทีแตสงจิตสัมผัสเขาไปในนาเตาทองมวงกอน
กายเนือของเจาตำหนักเทพจิสลายกลายเป็นเถาธุลีแลวแมแตศาสตราเทวะของเขาก็ถูกหลอมละลายแลวเซนกัน
เพือไม่ให้เจ้าสวรรคปูบริศนาคนนั้นตามหาพบแตดวงวิญญาณของเจาตำหนักเทพจิยังอยู
เพราะเจียงฉางเชิงตั้งใจจะคนวิญญาณเขาเพือทำความเขาใจโลกเทพยุทธกับเจาสวรรคปู
เขาสำรวจตรวจตราดวงวิญญาณของเจาตำหนักเทพจี้กอนเมื่อแน่ใจแล้ววาไมมีรอยประทับอันใดหรือวิชาใดฝังอยู่
เขาก็เริมอานความทรงจำยามใชดวงเนตรมหามรรคากับดวงวิญญาณมันมีคุณสมบัติเทียบเทากับการคนวิญญาณ
ผู้เฝึกยุทธ์ฝึกปรือกายามิฝึกปรือวิญญาณยามเผชิญหนากับดวงเนตรมหามรรคาดวงวิญญาณเจึงออนแอไรกำลังตอตาน
ความทรงจำของเจ้าตำหนักเทพจี้เหนือกวาไทสื่อฉางเชอมากนักปริมาณความทรงจำของทังสองคนเป็นคนละเรืองกันเลย
เจาตำหนักเทพจีรูวาอำนาจของโลกเทพยุทธจากตำไปสูงแบงออกเป็นทานเทพเจาตาหนักเทพเจาเทพยุทธมหาเจาสวรรค
ไดยินมาวาสูงกวามหาเจาสวรรคยังมีตัวตนทีสูงสงกวานันอีกแตนันเกินขอบเขตทีเจาตำหนักเทพจะไดของเกียวแลว
เจ้าสวรรค์ปู้ก็คือมหาเจ้าสวรรคองค์หนึ่งมหาเจาสวรรคมิเจ็ดสิบสององคพวกเขาแตละองคตางทรงอิทธิพลทังในอดีตและปัจจบัน
เจาตำหนักเทพจีเคยพบพวกเขาเพียงไมกี่องค์แลวการพบกันเหลานั้นก็เกิดจากการแนะนำของเจาสวรรคบูดวย
แมเจาเทพยุทธจะลำดับตำวามหาเจาสวรรคแตมหาเจาสวรรคก็ไมมีอำนาจเคลือนยายเจาเทพยุทธโดยตรง
เจาเทพยุทธคือตำแหนงที่ตระกูลยักษใหญ่เกาแกเหลานั้นของโลกเทพยุทธตังขึนมา
พลังของเจาเทพยุทธยากจะประมาณไดบางทีอาจออนแอกวามหาเจาสวรรคบางทีก็อาจแข็งแกรงกว่ามหาเจาสวรรค
จำนวนโดยละเอียดของพวกเขาแมแตเจ้าตำหนักเทพจี้กไมรู้แเนชัด
มหาพิภพนิลเหลืองมีโลกอยูเทาใดก็มีทานเทพอยูเทานันสวนตำแหนงเจาตำหนักเทพดูแลแตละเขตอีกทีพวกเขามิจำนวนมากถึงหลายรอยองค
นี่เป็นเพียงโครงสร้างอำนาจที่ปกครองดูแลโลกแหงยุทธิ์เทานัน
ภายในโลกเทพยุทธ์ยังมีโครงสร้างอำนาจที่ใหญกวานี้อีกก็เพราะแข็งแกรงมากนีเองโลกเทพยุทธจึงคุมทังมหาพิภพนิลเหลืองได
ในความทรงจำของเจ้าตำหนักเทพจี้เจียงฉางเชิงไดรับรู้เหตุการณ์บางอย่างเกี่ยวกับลัทธิโบราณ
เจ้าตำหนักเทพจี้มองวาลัทธิโบราณเป็นพวกหัวแข็งพวกเขาทั้งหมดเป็นคนบ้าเป็นกลุมผู้ฝึกยุทธเสียสติที่เสาะแสวงหาศาสตรโบราณทีเป็นเพียงเรืองงมงาย
หากเพือเสาะหาและศึกษาศาสตรโบราณนันพวกเขาไมสนใจิสิ่งใดทั้งสิ้น
เจาตำหนักเทพจีเคยเผชิญหนากับสาวกของลัทธิโบราณเจียงฉางเชิงเฝ้ามองการตอสูหนนัน
อีกฝ่ายสรางอักขระยันตแปลกประหลาดบางอยางไดจากนันก็หยิบยืมพลังของอักขระยันต์มาใช้ตอสู้
หากเห็นเพียงเทานี้ยังตัดสินไมได้วาศาสตร์นั่นเกี่ยวข้องกับการฝึกบำเพ็ญเซียนหรือไม่
บางทิศาสตรโบราณอาจเป็นเพียงสาขาหนึงของการบำเพ็ญเชียนหรือไมก็เป็นศาสตรที่เกาแกยิ่งกวาการบำเพ็ญเซียนอักขระยันต์
เจียงฉางเชิงพลันนึกถึงเจียงชันบนกระดูกของเจียงชันภ็มีอักขระลึกลับอยูเชนกัน
หรือวาดาวสังหารนิรันดรกาลจะเกี่ยวของกับศาสตร์โบราณ
การเขนฆาสรรพชีวิตมีจุดประสงคเพือฟืนอารยธรรมศาสตรโบราณอยางนันหรือเจียงฉางเชิงยิ่งคิดภึยิงรสึกวาเป็นไปได้
เขาอานความทรงจำจากวิญญาณของเจาตำหนักเทพตอเขาทำความเข้าใจโลกเทพยุทธทำความเขาใจลัทธิโบราณ
ยิงเขาใจสิงเหลานันเขาก็ยิ่งรู้สึกวาสิงที่ลัทธิโบราณเสาะแสวงหาไมใชวิชาบำเพ็ญเชียน
วิชาบำเพ็ญเซียนมีจุดเดนขอใหญ่อยูขอหนึงนันภก็คือการฝึกฝนดวงวิญญาณ
แตลัทธิโบราณกลับไมเคยแสดงพลังวิญญาณอันกลาแข็งออกมาเลย
บนโลกใบนี้มีวิญญาณร้ายอยู่อยางเชนสะบั้นเศียรหรือดวงวิญญาณลึกลับในรางของเยียจาน
แตรางวิญญาณจำพวกนีแมจะหลุดพนจากขอจำกัดของสังสารวัฏแตยามต่อสูก็ยังสูดวยหนทางของผูฝึกยุทธ์
ดวงวิญญาณของพวกเขาอาจใชอีกรูปลักษณหนึงปรากฏตัวบนโลกก็จริงแตก็ยังถูกลมปราณทำลายไดอยูดี
ทวาดวงวิญญาณของผูฝึกเซียนเมือบรรลุถึงระดับหนึงแลวผู้ฝึกยุทธ์จะไมอาจจับสัมผัสได้แม้แตนิดเดียว
เนี่คือความแตกต่างจากแกนแท้ของคุณสมบัติ
วิถียุทธที่เขารูจักมาจนถึงตอนนี้ไมมีวิชาใดข้องเกี่ยวกับการศึกษาวิญญาณเลย
บางทีในโลกเทพยุทธอาจมีแตเจาตำหนักเทพไมมีโอกาสเกียวของกับมัน
หลังจากเจียงฉางเชิงอานความทรงจำทังหมดของเจาตำหนักเทพจีจบแลวเขาก็ทำลายดวงวิญญาณของอีกฝ่ายทิ้ง
เขาลองพยากรณพลังของเจาสวรรคปูในใจนาเสียดายที่ตอนนี้ยังพยากรณ์ไมได
เขาจึงต้องพยากรณหาผู้แข็งแกรงในอาณาเขตแตละแหงเชนเดิม
ตอนนี้ทะเลดาวที่อยู่ใกลกับคงคาสวรรคอยเนขอบเขตการพยากรณแลว
โชคยังดีผูแข็งแกรงภายในขอบเขเตที่ตรวจสอบได้ยังสู้เจ้าตำหนักเทพจี้ไมไดอยูไกลโข
เจียงฉางเชิงพรูลมหายใจอยางโลงอกแลวเลิกคิดมากหันไปเริ่มฝึกปรือไตรราตุอัคคีแทน
ณ มหาสมุทรไรขอบเขตสายลมโชยพัดแสงตะวันสวางสดใส
โฮกกก!
เสียงมังกรคำรามดังกัมปนาททำใหประชาชนเผามนุษย์บนหมูเกาะในมหาสมุทรตินตระหนก
พวกเขาทุกคนเงยหน้ามองก็เห็นมังกรเขียวตัวหนึ่งเที่ยวเหาะอยูบนท้องนภารางมังกรยาวนับพันจังกรงเล็บทังสิมีเมฆาลอยติดตามทรงพลังนาเกรงขาม
ภาพเนี้ทำให้ผู้คนนับไมถ้วนที่เฝ้ามองอยูตะลึงนิ่งงัน
แมแตสัตวบิศาจในทะเลก็โผลออกมาจากผิวนำมองทองนภาอยางนิพนเชนกัน
ดานหลังมังกรเขียวมีมังกรดำกับมังกรแดงตามมาอีกอยางละหนิงตัวสามมังกรเหาะทะลุฝานทะเลเมฆ
พวกมันสะบัดกายมังกรอวดรางแทจริงอันสงางามองอาจของนใหสรรพชีวิตไดเห็นนี่ไมใชมังกรน้ำแตเป็นมังกรจริงๆ!
ในปีนี้เองมหาสมุทรไรขอบเขตก็ถือกำเนิดวังมังกร!
อาวตงฺอาวซีอาวเบยเรียกขานตนเองวาสามราชามงกรตั้งตนเป็นขุมกำลังใตอาณัติแดนสวรรค
ปกครองดูแลแดนสมุทรในมหาสมุทรไรขอบเขตพวกมันใชตัวตนที่เป็นมังกรกับนามของแดนสวรรครวบรวมทหารบิศาจจำนวนมาก
ทำใหขุมกำลังแข็งแกรงไรผู่ใดตานทานไมถึงหาบีนามวังมังกรก็ขจรขจายไปทั่วทั้งมหาสมุทรไร้ขอบเขต
ราชวงศแหงโชคชะตาทังหลายของเผามนุษยรับรรืองนี้โชคดีที่วังมังกรไมทำอันตรายราชวงศ์แหงโชคชะตา
ที่วังมังกรต้องการมีเพียงการปกป้องระเบียบในมหาสมุทรใหการฆารันฟันแทงลดนอยลงเทานัน
การผงาดขึนมาของวังมังกรสงผลกระทบกับเผาบิศาจมากทีสุดราชาบีศาจกับเจาบิศาจหันไปพึพิงวังมังกรมากขึนเรื่อยๆ
นับตั้งแตทำลายอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเผามนุษย์เผาบีศาจก็ไมเคยสำแดงแสนยานุภาพยิ่งใหญ่ที่ไหนอีก
เผ่าบีศาจทีแข็งแกรงในแดนสมุทรทังหลายจึงผิดหวังมาก
ยามนีเมื่อวังมังกรอ้าแขนต้อนรับพวกเขาพวกเขายอมไมปฏิเสธอีกอยางการเขารวมวังมังกรก็เทากับวามิสิทธิกลายเป็นเทพบิศาจด้วย!
เทพบิศาจ!
คำคำนึดึงดดใจของเผาปิศาจทีแข็งแกรงจำนวนมากไดอยางชะจัดด
เขตทางใตของมหาสมุทรไรขอบเขตณชายขอบของไทฮวงในตำหนักศิลาขนาดมหึมาหลังหนึง
ยอดฝีมือเผาปีศาจกลุมหนึงแปลงกายมารวมตัวกันอยูที่นี่
พวกมันทังหมดยังเหลือเอกลักษณของรางเดิมเอาไวบางสวน
มีเพียงจอมราชันเผาบีเศาจที่นั่งอยูบนบัลลังก์ในตำหนักเทานั้นที่ดูเหมือนมนุษยทุกประการ
จอมราชันเผาบีศาจสวมอาภรณสีขาวทังรางเสนผมสีขาวโพลนทั่วทั้งศีรษะประดับดวงหน้างามเย้ายวน
เขานั่งไมพูดไมจาอยูบนบัลลังกแตกลับแผแรงกดดันออกมามหาศาล
“พวกเรากดอำนาจของวังมังกรตอไปไมไหวแลวเผาบีศาจใกลจะเหลือแตชือเต็มทน!”
“ใชแลวลูกนองมากมายของขาหันไปเขารวมกับวังมังกรหมดแลวนาชังจริงๆ”
“ชวยไมได้แตเดิมเผาบีศาจก็เกิดจากการรวมกลุมของหลากหลายเผาพันธุไมมีความเกียวพันทางสายเลือดใหกลาวถึง
“สำหรับบีศาจสวนมากการเลือกเข้าพวกกับผู้แข็งแกรงเป็นหลักการมีชิวิตรอด”
‘เฮอจะไปกดอำนาจอย่างไรเลาผู้อื่นมีมังกรตัวเป็นเชียวนะแถมเบืองบนยังมิแดนสวรรคอิก
“แดนสวรรคแข็งแกรงมากเพียงใดแคตี้ชางหนึ่งในจตุมหาจอมทัพก็ไมใชตรทีพวกเราจะรับมือไดแลว
“ไดยินมาวาแดนสวรรคยังมีทหารสวรรคที่ฝีมือเหนือกวาจักรพรรดิยุทธอีกสองคนฺนาเหลือเชื่อจริงๆ”
“มรรคาจารยตองมาจากโลกเบืองบนแนพวกเราแยแล้ว”
จอมราชันเผาบีศาจฟังเจาปีศาจทังหลายสนทนากันแตไมสงเสียงตอบสักแอะแววตาของเขาเย็นยะเยือกอยางยิง
ครังแรกทีไดยินนามของมรรคาจารยจอมราชันเผาบีศาจกำลังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ
เวลานันเขาตั้งตาคอยที่จะได้ตอสู้กับมรรคาจารย์ลักหน
แตยามนี้ตอใหจอมราชันเผาบิศาจเชือมันในตนเองอีกเทาใดเขาก็รู้แเลววาตนเองไมใชคูตอสู้ของมรรคาจารย์อีกตอไป!
เขาคิดไมถึงจริงๆวาอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเผามนุษย์เพิ่งถูกเขาทำลายไปแท้ๆแตเผามนุษย์กลับมืคนเซนนี้โผลออกมาเขาไมเขาใจเลยจริงๆ
แตยามนีเขารูวาตนเองตองเลือก “ขาจะเดินทางไปเยือนแดนสวรรค!”
จอมราชันเผาบิศาจเอยปากเพียงพริบตาเดียวคำนึกึกลบเสียงของเจาบีศาจทังหมด
เจาบีศาจจำนวนไมนอยไดยินดังนันดวงตาก็ฉายประกายยินดีความจริงพวกเขาก็อยากเขารวมกับแดนสวรรค
แมแตเผาเฉียงเหลียงกับเผามารก็ไปเขารวมกับแดนสวรรคแลว
แคตองเผชิญหนากับสองเผาพันธุนีพวกเขาก็ไมเหลือความหวังอะไรแล้ว
เผาบิศาจแข็งแกรงแคตอนเผชิญหนากับมหาสมุทรไรขอบเขตเทานัน
หากเทียบกับในไทฮวงเผาบิศาจไมนับวาเป็นสิ่งใดทั้งสิ้นทุกเผาที่นั่นล้วนมีจักรพรรดิยุทธ์หนึ่งตน
นั่นคือระดับทีเทียบเทากับจอมราชันบีศาจเผาพันธุระดับพวกเขากับแดนสวรรคไปก็ไรความหวัง
จอมราชันเผาบีศาจเก็บสีหนาของพวกเขาไวในดวงตาในใจรูสึกจนปัญญาอยางยิง
เขาก็ตระหนักถึงความนากลัวของกาลเวลา
ชวงเวลาหลายปีที่ตนเองปีดดานอยู่แดนสวรรค์ชางพัฒนารวดเร็วเหลือเกินเร็วจนกำลังจะทวมเขาจนมิดหัว
จอมราชันเผาบิศาจลุกขึนยืนแลวเอยวา “ปรามกองกำลังของพวกเจาแตละตนใหสงปไวกอน
“รอขากลับมาขาจะพิสูจนความแข็งแกรงของเผาบีศาจใหแดนสวรรคเห็น!”
สินคำนันเขาก็แปลงกายกลายเป็นสายลมปีศาจพัดออกไป
เจาบีศาจทังหลายมองหนากันแลวพากันถอนหายใจ
หนนิพวกเขามาก็เพือไลตอนใหจอมราชันเผาบีศาจยอมประนีประนอม
โชคดีที่จอมราชันเผาบีศาจไมอวดดีจนมองไมเห็นสิงใด
ปีติ้งเทียนที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้าเจียงฉางเชิงกำลังหลอมโอสถอยูในตำหนักเมฆามวง
สิงทีเขากำลังควบคุมอยูคือไตรธาตุอัคคีแสงเปลวเพลิงวูบไหวอยู่ในตำหนักเมฆามวง
ไปฉีเดินเขามาในตำหนักจนมาถึงหนาเตาหลอมโอสถแลวถามวา “นายทานจอมราชันเผาบิศาจตนนันทานคิดจะจัดการเชนไร”
จอมราชันเผาบีศาจเดินทางมาถึงประตูสวรรคทิศใตแลวเขาตองการพบเจียงฉางเชิง
ตอนนิกวนทงโยวนายทานไปกับจีอูจวินกำลังผลัดกันตอสูกับจอมราชันเผาปีศาจอยู่
ประตูสวรรคทิศใต้ครืาครื้นนักพวกกวนทงโยวเพียงอยากระบายความแคนเทานันพวกเขาจึงไมปลอยให้ไทสื่อฉางเชอกับเฮยโหวลงมือ
ฝ่ายตี้ชางก็ยืนดูอยูขางๆอยางเดียวความแคนระหวางเผามนุษยกับเผาบีศาจยากจะคลีคลาย
โดยเฉพาะอยางยิงทคนของอดีตอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ยิ่งแค้นจอมราชันเผาบีศาจสลักลึกในหัวใจ
“ขาตองการใหเขาพิสูจนตัวเอง”
เจียงฉางเชิงตอบอย่างนิ่งสงบขณะที่ในจิตใจกำลังกลัดกลุมไตรธาตุอัคคีนี่ควบคุมลำบากจริงฯเทียบกับพลังอภินิหารทังหลายกอนหนานีแลวใชยากกวาอีก
สาเหตุสำคัญก็เพราะไตรธาตุอัคคีเป็นสิ่งที่ใช้หลอมโอสถหากเป็นการตอสู้เขาอาจใชไตรธาตอัคคีไดอยางไมต้องพะวงอะไร
แตกับการหลอมโอสถไมใชเชนนั้นการควบคุมความรอนของเปลวเพลิงสำคัญอยางยิงยวดยิงเป็นโอสถที่ซับซ้อนภก็ยิ่งเป็นเซนนั้น
ความร้อนของเปลวไฟในแตละขันตอนตองเปลี่ยนแปลงไปมา
‘พิสูจนตนเองอย่างไรหรือสมตีชางหรือไร”
ไปฉีถามอยางสงสัยใครรูมันเป็นสัตวปีศาจย่อมไมรูสึกเป็นอริกับจอมราชันเผาบิศาจมากเทาใดนัก
เห็นจอมราชันเผาบีศาจแเดินทางมาเพียงผู้เดียวแล้วถูกรุมโจมตีมันก็รู้สึกนับถือจอมราชันเผาบีศาจอยู่ไมน้อย
ความกล้าหาญเชนนี้ใชวาทุกคนจะมีเมื่อจุดจบที่รออยู่อาจเปนความตาย!