เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 371 ง้างศรยิงเจ้าสวรรค์! ใต้หล้าไร้ใครเทียม!
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 371 ง้างศรยิงเจ้าสวรรค์! ใต้หล้าไร้ใครเทียม!
“ข้าก็อยากให้เจ้าแนะนำเขาให้ฟังอยู่พอดี” เจ้าสวรรค์ปู้จ้องจับฉางเยวียเฉียน สองผู้ทรงพลังที่มีชีวิตอยู่มาแล้วไม่รู้กี่ปีใช้วาจาฟาดฟันกัน ฉางเยวียเฉียนส่ายหน้าบอกว่า “ข้าก็ไม่รู้ไม่ต่างจากท่านหรอก เพียงแต่คิดว่าเจ้าสวรรค์อุตส่าห์เดินทางมาเยือนด้วยตนเองทั้งที คงมาเพราะใครสักคนที่ไม่ใช่เผ่าฉางของเราแน่ เพราะต่อให้เผ่าฉางทั้งเผ่าร่วมมือกันก็ยังไม่คู่ควรให้เจ้าสวรรค์ลงมือ”
ดวงตาที่ปรือเปิดครึ่งดวงของเจ้าสวรรค์ปู้ ค่อยๆ เปิดขึ้นเต็มดวงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ฉางเยวียเฉียนแหงนหน้ามองอย่างอาจหาญไร้ความกลัว ท่านเทพจื่อหวนร้อนใจไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เจ้าสวรรค์ใช้ค่ายกลกั้นเผ่าฉางเอาไว้แล้ว ต่อให้นางอยากเดินทางไปหามรรคาจารย์ที่โลกยุทธ์ไทฮวงก็ทำไม่ได้
“ดูท่าเจ้าจะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอดูหน่อยซิว่า เวลาผ่านไปสองแสนปี เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด!” เจ้าสวรรค์ปู้เอ่ยเสียงเย็นชา ดูเหมือนเขาจะหมดความอดทนแล้ว เขายกมือขวาขึ้นอย่างเชื่องช้า ฉางเยวียเฉียนถอนหายใจ กระบี่ผลึกแก้วสีน้ำเงินเล่มยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ เขาย่างเท้าบนอากาศก้าวขึ้นไปเบื้องบน เตรียมพร้อมประมือกับเจ้าสวรรค์ปู้ตามลำพัง
ยอดฝีมือกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของเผ่าฉางย่อมไม่มีทางนั่งอยู่เฉยๆ พวกเขาทยอยเหาะตามขึ้นมา ตั้งใจว่าจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ หนนี้ฉางเยวียเฉียนไม่ปฏิเสธเพราะเผ่าฉางเดินมาถึงทางตันแล้ว ผู้ฝึกยุทธเผ่าฉางนับหมื่นคนเหาะขึ้นมาบนฟ้า พวกเขาเกินกว่าครึ่งหนึ่งพลังเกินขั้นยุทธบรรจบเทพ คนที่พลังแข็งแกร่งกว่าท่านเทพจื่อหวนมีอยู่มากกว่าหนึ่งพันคน
เผ่าฉางครอบครองตำแหน่งท่านเทพของโลกเทพยุทธ์ได้ถึงเจ็ดตำแหน่ง สิ่งนี้ย่อมบ่งบอกว่าขุมกำลังของพวกเขาแข็งแกร่งมาก พวกเขารู้ดีว่าเจ้าสวรรค์แข็งแกร่งมากเพียงใด นั่นเป็นตัวตนที่ปกติพวกเขาไม่อาจเอื้อมถึง แต่วันนี้เพื่อเผ่าพวกเขายินดีสู้ตาย ไม่มีสักคนร้องขอชีวิต เจ้าสวรรค์ปู้เหยียดมองสมาชิกเผ่าฉางที่กำลังเหาะขึ้นมา เขาไม่มีท่าทีดูแคลน มีเพียงจิตสังหารที่ปรากฏชัดบนใบหน้า เขารู้สึกว่าถูกล่วงเกิน! เขาเป็นถึงมหาเจ้าสวรรค์เชียวนะ!
ทว่าในตอนที่เขาเตรียมจะลงมือนั้นเอง เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้น “ท่านเทพ พวกเจ้าช่างสรรหาเรื่องยุ่งยากมาให้ข้าเก่งเสียจริง แต่ในเมื่อตกลงกันแล้ว ข้าย่อมปกป้องพวกเจ้าทุกคน ถอยไปเถิด ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการต่อสู้ที่ไร้ความหมายต่อพวกเจ้า”
ท่านเทพจื่อหวนได้ยินก็พลันเผยสีหน้ายินดี พร้อมกับสีหน้าที่คาดไม่ถึงออกมา ฉางเยวียเฉียนอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาหันไปมองท่านเทพจื่อหวน หลังจากนั้นก็เห็นบุตรสาวพยักหน้า เขาพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะยกมือส่งสัญญาณให้คนเผ่าฉางเหาะลงไป เจ้าสวรรค์ปู้ยังไม่ลงมือ เขาเฝ้ารอให้เจียงฉางเซิงปรากฏตัว สายตาของเขาเหลือบมองทะเลดาวอันกว้างใหญ่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะโผล่มาจากที่ใด
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เขาก็เห็นเงาร่างหนึ่งฝ่าทะลุเมฆออกมา ร่างนั้นก็คือเจียงฉางเซิงนั่นเอง เจียงฉางเซิงเปิดใช้งานสมบัติอาคมทุกชิ้นบนตัว (นอกจากคัมภีร์ภูผาสมุทรกับคันฉ่องฟ้าดินที่เรียกกลับมาไม่ทัน) เขาถอนหายใจขณะที่เหาะขึ้นมา “คู่ต่อสู้มูลค่าหกสิบล้านล้านแต้มเซ่นไหว้เนี่ยนะ หรือมหาเจ้าสวรรค์?”
หกสิบล้านล้านแต้ม… ขั้นเจ้ายุทธ์ปฐมมรรคา! ในโลกเทพยุทธมีมหาเจ้าสวรรค์มากถึงเจ็ดสิบสององค์ นอกจากนั้นยังมีเจ้าเทพยุทธ์กับยอดฝีมืออื่นๆ อีกไม่รู้จำนวนเท่าไร โลกเทพยุทธแข็งแกร่งจริงๆ อย่างน้อยเจียงฉางเซิงก็ยังปราบให้ราบคาบด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ มหาเจ้าสวรรค์ยังมีมากขนาดนั้น แสดงว่าเหนือจากพวกเขาต้องมีตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าแน่!
เจ้าสวรรค์ปู้ขมวดคิ้ว สายตาจับจ้องเจียงฉางเซิง เขาประหลาดใจเมื่อพบว่าสายตาของตนไม่อาจมองทะลุรัศมีเจิดจ้าบนร่างอีกฝ่าย ไม่อาจสอดส่องโฉมหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้ แสงเทพสุดขอบตะวันปกคลุมร่างกายครึ่งท่อนบนของเจียงฉางเซิง ทำให้เขาดูลึกลับอย่างยิ่ง ผู้แข็งแกร่งทั้งหลายในเผ่าฉางก็มองเห็นเขาแล้วเช่นกัน แต่พวกเขาพากันทำหน้าฉงนเพราะไม่รู้ว่าผู้ที่มาเยือนคือผู้ใด แต่ฟังจากคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่าย ดูเหมือนจะมาช่วยพวกเขา
ในตอนนี้เอง! เจียงฉางเซิงพลันเพิ่มความเร็วจนตัวเองกลายเป็นแสงสีทองเส้นหนึ่ง พาความเร็วและพลังอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งพุ่งไปโจมตีบดขยี้เสาแสงสีขาว เปรี้ยง! สายลมรุนแรงพัดปั่นป่วน เกาะเวหาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผู้ฝึกยุทธเผ่าฉางคนแล้วคนเล่าทยอยกันยกมือขึ้นมาบดบังสายลม เกาะเวหาของท่านเทพรอบข้างต่างสั่นไหว อาภรณ์ของเจ้าสวรรค์ปู้สะบัดพึ่บพั่บจนเกือบฉีกขาด เขาขมวดคิ้วจนเป็นปม สายตาจับจ้องเจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงเหาะมาถึงหน้าฉางเยวียเฉียน แม้แต่ฉางเยวียเฉียนผู้มีพลังขั้นสุญญตาทะลวงยุทธ ตอนนี้ก็ยังอึ้ง “ถอยไปเถอะ ดูแลคนในเผ่าของเจ้าให้ดี” เจียงฉางเซิงบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจโต้แย้ง น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งอารมณ์แต่เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ฉางเยวียเฉียนสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่งแล้วถอยไปอย่างไม่อิดออด
หญิงรับใช้สองนางของท่านเทพจื่อหวนปราดเข้าประชิดตัวนางแล้วถามอย่างตื่นเต้นว่า คนผู้นั้นคือมรรคาจารย์หรือเปล่า? แม้พวกนางจะเคยเดินทางไปหาเจียงฉางเซิงที่โลกเบื้องล่างมาแล้ว แต่พวกนางไม่ได้พบหน้าเจียงฉางเซิงตรงๆ หลังเสาแสงสีขาวแตกสลาย คลื่นลมปราณสีขาวนับไม่ถ้วนก็กระจายไปทั่วทะเลดาว เจียงฉางเซิงราวกับถูกกลุ่มหมอกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง เขายกมือขวาขึ้นเรียก “เกาทัณฑ์เทพยิงตะวัน” ออกมารับมือกับเจ้าสวรรค์ปู้ เขาย่อมไม่อาจใช้เพียงดัชนีปราณตระกูลเฉิน มูลค่าพลังของเจียงฉางเซิงในปัจจุบันเพิ่งจะเฉียดๆ สองเท่าของเจ้าสวรรค์ปู้เท่านั้น ดังนั้นเขาจะประมาทไม่ได้
เขาถือคันธนูด้วยมือขวา แตะสายธนูด้วยมือซ้ายแล้วเล็งไปที่เจ้าสวรรค์ปู้ เจ้าสวรรค์ปู้ก้มลงมาถามอย่างไม่รีบร้อน “เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่? พลังระดับนี้จะต้องไม่ใช่ผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามอย่างแน่นอน”
เจียงฉางเซิงไม่ตอบ แต่กลับน้าวสายธนู คันธนูโก่งโค้งเชื่อมกับสายธนูดูประหนึ่งรูปวงกลม ชั่วพริบตานั้นพลังอันน่าวาดกลัวสายหนึ่งก็ระเบิดออกมาปกคลุมทั่วทะเลดาว แม้แต่คงคาสวรรค์ที่กำลังไหลอยู่ก็หยุดนิ่ง คนทั้งหมดของเผ่าฉางต่างหันไปมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ พลังนี้แข็งแกร่งจนฉางเยวียเฉียนรู้สึกว่าความน่าสะพรึงกลัวของมันกำลังจะทำให้หัวใจของเขาระเบิด
“บังอาจ!” เจ้าสวรรค์ปู้โกรธจัด เขาฟาดฝ่ามือลงมาเบื้องล่างอย่างรุนแรง พลังบรรพยุทธปริมาณมหาศาลก่อตัวรวมกัน กลายเป็นฝ่ามือยักษ์หนึ่งข้างที่ใหญ่โตเทียบได้กับโลกแห่งยุทธ มันบดบังคงคาสวรรค์กับเมฆที่ทอแสงเรืองรองจนหายไปจากสายตาของคนเผ่าฉาง ประหนึ่งโลกสักใบกำลังบดขยี้ลงมา
ในตอนนั้นเอง มือซ้ายของเจียงฉางเซิงก็คลายออก แสงสีทองเส้นหนึ่งพุ่งออกมา!
เปรี้ยง! ลูกธนูแสงสีทองฉีกทำลายฝ่ามือยักษ์ขนาดเท่าโลกข้างนั้น จากนั้นพุ่งตรงไปหาเจ้าสวรรค์ปู้อย่างที่ไม่มีอะไรขัดขวางได้ เจ้าสวรรค์ปู้เบิกตาโต เขาล่วงกระจกหยกบานหนึ่งออกมาขวางด้านหน้าทันที เพล้ง! กระจกหยกแตกกระจุย เจ้าสวรรค์ปู้ถูกกระแทกปลิวออกไปพร้อมกับกระอักเลือด แต่เขาตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว เขาหันมามองเจียงฉางเซิงอย่างพรั่นพรึง
“อ้อ?” เจียงฉางเซิงอุทานออกมาอย่างแปลกใจ แล้วยิงธนูอีกครั้ง เจ้าสวรรค์ปู้กัดฟัน สัญชาตญาณบอกเขาว่าเขาหลบลูกธนูดอกนี้ไม่ได้ เขาโคจรปราณตามสัญชาตญาณ ปราณเทาพวยพุ่งออกมาห้อมล้อมรอบกาย อสนีบาตสายแล้วสายเล่าปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าถักทอกันจนเขาตกอยู่กลางหมอกสีเทา
เปรี้ยง! แสงสีทองกลบเจ้าสวรรค์ปู้หายไป แล้วพุ่งลากยาวหายเข้าไปในหมู่เมฆเรืองรองเหนือคงคาสวรรค์ เจียงฉางเซิงไม่ง้างธนูต่อ เขายกมือขึ้นกวักหนึ่งหน เงาร่างหนึ่งพลันลอยออกมาจากเพลิงปราณสีทอง เขาก็คือเจ้าสวรรค์ปู้นั่นเอง ทว่าเวลานี้เจ้าสวรรค์ปู้ถูกระเบิดจนไม่เหลือสภาพมนุษย์ ร่างกายเกินครึ่งเห็นกระดูกขาวโพลนน่าสยดสยอง โผล่ออกมาดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
“เจ้าบังอาจนัก!” เจ้าสวรรค์ปู้ตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว แต่เขายังไม่ตาย ร่างกายของเขาระเบิดออกกลายเป็นปราณดำก้อนหนึ่ง จากนั้นจึงแผขยายออกมาด้วยความเร็วที่มนุษย์เดินดินยากจะจินตนาการ ปกคลุมห้วงมิติทั้งหมดเอาไว้ “กายาสุญญตา!”
“ตายซะ!” เสียงตวาดอันเกรียงไกรของเจ้าสวรรค์ปู้ดังก้องไปทั่วทะเลดาวอันกว้างใหญ่ไพศาล
อสนีบาตสีม่วงเข้มเส้นแล้วเส้นเล่าผ่าเปรี้ยงออกมาจากห้วงมิติอันดำมืด พวกมันใหญ่โตประหนึ่งแนวเทือกเขา ก่อตัวรวมกันกลายเป็นโซ่ที่มีหัวแหลมเหมือนหอกมากมายนับพันหมื่นเส้นอย่างรวดเร็ว แม้โซ่แต่ละเส้นจะใหญ่ไม่เท่าคงคาสวรรค์ แต่เมื่อรวมทุกเส้นเข้าด้วยกัน พื้นที่ที่พวกมันครอบคลุมได้ก็มากกว่าคงคาสวรรค์ที่โอบอุ้มโลกมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนไว้เสียอีก พวกมันพุ่งเข้ามาจู่โจมเจียงฉางเซิงพร้อมกันจนเกิดเป็นลิ่มยักษ์ขนาดมหึมา
สมาชิกเผ่าฉางทุกคนถูกแรงกดดันกดทับจนทรุดลงคุกเข่า ตำหนักที่อยู่ใต้เท้าท่านเทพจื่อหวนพังทลายในพริบตา นางเงยหน้ามองอย่างหวาดกลัว เงาร่างของเจียงฉางเซิงเหาะอยู่ด้านบนของพวกนาง เขาเผชิญหน้ากับหอกโซ่นับหมื่นในห้วงมิติอันมืดมิดด้วยตัวคนเดียว แสงเทพสุดขอบตะวันสาดส่องลงมาเบื้องล่าง พร้อมกับที่เสื้อคลุมหยินหยางขลิบทองสะบัดเสียงดัง แม้เผชิญหน้ากับเจ้าสวรรค์ปู้ผู้แข็งแกร่ง แต่ร่างของเจียงฉางเซิงกลับไม่สั่นคลอน
เปรี้ยง! แสงสีทองเส้นหนึ่งฉายวาบด้านบน ฉางเยวียเฉียนกับท่านเทพจื่อหวนต่างมองไม่เห็นว่าเจียงฉางเซิงลงมืออย่างไร แต่พวกนางรู้ว่า เจียงฉางเซิงยิงธนูอีกหนึ่งดอก! ธนูนี้ทำลายโซ่ขนาดมหึมาตามทางผ่านจนแหลกกระจุย ในเวลาเดียวกันมันก็ขับไล่ห้วงมิติอันมืดมิดให้สลายหายไปด้วย
“ไม่นะ!” เจ้าสวรรค์ปู้คำราม ในน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความไม่อยากเชื่อ ความมืดมิดสลายไปอย่างรวดเร็ว หมู่เมฆเรืองรองเหนือคงคาสวรรค์ปรากฏออกมาอีกครั้ง เจียงฉางเซิงยกเกาทัณฑ์ขึ้นมาอีกหน เสียงของเขาดังขึ้นในหูของท่านเทพจื่อหวน “ท่านเทพ หากข้ายิงธนูทำลายทางเข้าออกทางนี้เสียจะเป็นอย่างไร?”
ท่านเทพจื่อหวนมองหมู่เมฆเรืองรองบนจุดสูงสุดที่อยู่ไกลๆ นั้นแล้วตอบออกมาอย่างไม่ทันคิด “โลกเบื้องบนก็จะเดินทางมาที่นี่ไม่ได้…” แต่แล้วชั่วอึดใจต่อมานางก็ได้สติจึงรีบบอกว่า “อย่างน้อยในระยะเวลาสั้นๆ ก็จะเป็นเช่นนั้น แต่ต่อไปโลกเทพยุทธต้องเปิดทางเข้าออกใหม่อีกครั้งแน่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้โลกเทพยุทธ์เปิดทางเส้นใหม่ไปแล้วกัน” พอเสียงของเจียงฉางเซิงเอ่ยจบ เขาก็ง้างคันธนูอีกครั้ง หนนี้พลังของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าธนูสามดอกก่อนหน้าอย่างที่ไม่อาจเทียบกันได้ เปรี้ยง!
วิชาเกาทัณฑ์ตาอี พิฆาตโลก!
ธนูแสงสีทองดอกนี้มหึมายิ่งกว่าธนูทั้งหลายก่อนหน้า มันกว้างยิ่งกว่าคงคาสวรรค์ พุ่งทะลุจักรวาลต่อหน้าดวงตาอันตื่นตะลึงของผู้ชมการต่อสู้ทุกคน ธนูหนึ่งดอกพุ่งทะลุหมู่เมฆเรืองรองเหนือคงคาสวรรค์ เมื่อแสงของลูกธนูจมหายไปท่ามกลางหมู่เมฆเรืองรองอันกว้างใหญ่สุดปลายเพดานท้องฟ้า เมฆแสงเรืองรองเหล่านั้นก็หดเล็กลง กลุ่มเมฆเรืองรองที่กระจายอยู่ด้านบนของจักรวาลทะเลดาวบริเวณนี้หายวับไป พาทำให้เหล่าดวงดาราหม่นแสงลงไม่น้อย ต้นธารของคงคาสวรรค์ถูกตัดขาดราวกับถูกใครบางคนตัดฉับออกไป
“เป็นไปได้อย่างไร…” ฉางเยวียเฉียนเบิกตาโต ทั้งร่างสั่นเทิ้ม เขาไม่อาจรักษาความสุขุมไว้ได้อีกต่อไป ธนูสามดอกสังหารมหาเจ้าสวรรค์ ธนูหนึ่งดอกกำจัดต้นสายคงคาสวรรค์! นี่มันพลังอะไรกัน? เหนือกว่าขั้นเจ้ายุทธ์ปฐมมรรคาอีกไม่ใช่หรือ? ฉางเยวียเฉียนจินตนาการไม่ออกสักนิด แม้แต่เขายังเป็นเช่นนี้ นับประสาอะไรกับสมาชิกเผ่าฉางคนอื่น ท่านเทพจื่อหวนมองอย่างนิ่งอึ้ง
ไกลออกไป ท่านเทพของโลกแห่งยุทธแต่ละใบต่างตาโตอ้าปากค้างอย่างไม่กล้าเชื่อสายตาของตนเอง ผู้ฝึกยุทธตระกูลใหญ่ที่รอคอยให้ศึกประชันโลกแห่งยุทธ์จบสิ้นลงเหล่านั้น ต่างก็มองกันตาค้างเรียกสติกลับมาไม่ได้
“ทุกคนจงฟัง หากไม่อยากตายจงอย่าขยับ และอย่าเล่นตุกติกอยู่ต่อหน้าข้า ไม่ว่าไกลเท่าใด การกระทำทุกอย่างของพวกเจ้าล้วนไม่อาจเล็ดลอดสายตาของข้าไปได้!” เสียงของเจียงฉางเซิงดังขึ้นในหูของผู้ชมศึกอยู่ไกลๆ ทั้งหลาย มันเย็นชาอย่างที่สุด
เขาหันหลังกลับมาแล้วก้าวลงมาจากเมฆ ตูม! ตูม! ตูม! เสียงระเบิดดังเป็นระลอกมาจากที่ไกลๆ ทุกคนต่างหันไปมอง พวกเขาเห็นหมอกโลหิตหลายสิบกลุ่ม ผู้ฝึกยุทธที่เดิมทีคิดหนีหรือคิดติดต่อตระกูลเหล่านั้น ต่างตกใจจนไม่กล้าแม้แต่จะกระดุกกระดิก เจียงฉางเซิงมาปรากฏตัวตรงหน้าท่านเทพจื่อหวนแล้วพูดว่า “ต่อไปก็จงอยู่ในโลกยุทธไทฮวงให้สบายใจ สักวันหนึ่งพวกเจ้าย่อมได้กลับไปยังมหาพิภพนิลเหลืองอย่างสง่าผ่าเผย”
คำพูดนี้ทำให้ท่านเทพจื่อหวนซาบซึ้งยิ่งนัก นางคุกเข่าคารวะขอบคุณเจียงฉางเซิงทันที ตอนนี้ฉางเยวียเฉียนเองก็กำลังคุกเข่าอยู่ข้างท่านเทพจื่อหวนด้วย เมื่อเห็นประมุขเผ่าทำเช่นนี้ ผู้ฝึกยุทธเผ่าฉางทุกคนก็ต่างพากันคุกเข่าตาม พวกเขามองเจียงฉางเซิงอย่างเคารพนับถือและเป็นมิตร พวกเขาเพิ่งเคยเห็นตัวตนที่แข็งแกร่งเช่นนี้เป็นหนแรก!
ใช้ธนูเพียงดอกเดียวทำลายต้นสายคงคาสวรรค์… เพียงเรื่องนี้ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนตามหลังอยู่ไกลจนมองไม่เห็นฝุ่น ต้นสายคงคาสวรรค์กว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด มันใหญ่โตยิ่งกว่าโลกแห่งยุทธหนึ่งร้อยใบรวมเข้าด้วยกันอีก ใหญ่โตโอฬารขนาดที่ไม่อาจใช้โลกแห่งยุทธไปวัดขนาดมันได้ แล้วยังมีเจ้าสวรรค์อีก เจ้าสวรรค์ของโลกเทพยุทธล้วนเป็นบุคคลในตำนาน ปกติล้วนทำตัวลึกลับหาตัวจับยาก วันนี้เมื่อถูกเจ้าสวรรค์ข่มขู่ทำให้พวกเขาสิ้นหวัง แต่คิดไมถึงว่ากลับกลายเป็นเจ้าสวรรค์ที่ถูกผู้อื่นสังหารด้วยธนูเพียงสามดอก!