เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 373 โลกคุนหลุนที่หล้าตกตะลึง!
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 373 โลกคุนหลุนที่หล้าตกตะลึง!
เมื่อเห็นว่ามรรคาจารย์สามารถควบคุมดวงดาวทั่วทั้งท้องฟ้าและโลกแห่งยุทธ์แสนกวางใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
เผ่าฉาง ท่านเทพ และผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาต่างตกตะลึงจนนิ่งงันไป
เจียงฉางเชิงยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงของเขาออกมาแต่อย่างใด
แต่หมู่ดาวที่กำลังเริงระบำ และโลกแห่งยุทธ์ที่จับตัวอยู่รวมกันนั้น ช่างน่าตกตะลึงเกินไปจริงๆ
“นี่ต้องเป็นระดับขั้นใดกัน!”
“ข้าสัมผัสพลังยุทธ์ไม่ได้สักนิด…!”
“นี่มันเกินจริงไป นี่มันเป็นพลังของเทพชัดๆ!”
“พลังระดับนี้ควรค่าให้พวกเราแสวงหา!”
“น่าหวาดกลัวนัก มิน่าเล่าจึงได้ดูหมิ่นโลกเทพยุทธ์ ให้เป็นเหล่าผู้แข็งแกร่งที่เร้นกายจากโลกเทพยุทธ์ ก็ยากจะมีพละกำลังที่แกร่งกล้าเพียงนี้”
เจียงฉางเชิงฟังพวกเขาพูดคุยกันแล้วต้องแอบทอดถอนใจอยู่ในใจ
เขาแสร้งทำเป็นสงบเยือกเย็น แต่ความจริงแล้วเขาใช้พลังอาคมไปมหาศาล
ไม่ใช่แค่พลังอาคมเท่านั้น แต่ยังมีดวงจิตด้วย เพราะเขาต้องแน่ใจว่าไม่ได้กระทบต่อกฎแห่งฟ้าดินของโลกแห่งยุทธ์ทั้งหลาย และไม่ได้ส่งผลต่อสรรพชีวิตในแต่ละโลกแห่งยุทธ์
กระบวนการนี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็นมาก ลำบากยากเย็นกว่าต่อสู้กับเจ้าสวรรค์ปู้และต้นกำเนิดคงคาสวรรค์เสียอีก!
แน่นอนว่านี่เป็นแค่การเปรียบเปรยเท่านั้น เพราะเขายังไม่เคยต้องใช้พลังมากมายขนาดนี้มาก่อน
หากว่ากันเรื่องสภาพร่างกาย ตอนนี้เขายังทานรับได้ไหว อย่างน้อยจัดการเรื่องนี้จนเสร็จก็ไม่มีปัญหาใดๆ
เจียงฉางเชิงมองไปทางคงคาสวรรค์ โอกาสที่ดีเช่นนี้หากสลายหายไปก็น่าเสียดายนัก
โลกเทพยุทธ์สามารถใช้ประโยชน์จากคงคาสวรรค์ได้ไม่น้อย ตอนคงคาสวรรค์ประทานพรครั้งก่อน ก็ทำให้ปราณวิญญาณยุทธ์ของโลกยุทธ์ไทฮวงเพิ่มพูนขึ้นมาก และทำให้การบรรลุขั้นง่ายดายขึ้น
หากเปลี่ยนให้เป็นแดนสวรรค์ประทานพร ต้องทำให้สรรพชีวิตทั้งหลายรู้สึกขอบคุณแดนสวรรค์มากยิ่งขึ้นเป็นแน่
เจียงฉางเชิงใช้ดวงจิตปกคลุมคงคาสวรรค์เอาไว้
ทันใดนั้น คงคาสวรรค์ยิ่งใหญ่อลังการเกินเปรียบเริ่มเข้าใกล้ผืนดินของโลกแห่งยุทธ์เข้ามาเรื่อยๆ
ภาพนี้ทำเอาผู้ที่คอยดูอยู่ต่างตกตะลึง มรรคาจารย์ต้องการจะทำสิ่งใด!
“แต่นี้ไป คงคาสวรรค์เป็นของแดนสวรรค์ และจะยังคงสร้างความผาสุกให้แก่สรรพชีวิตทั้งหมดต่อไป!”
เสียงของเจียงฉางเชิงดังขึ้น และทำให้ทุกคนเกิดความใคร่รู้เกี่ยวกับแดนสวรรค์
คงคาสวรรค์เคลื่อนตัวเข้าหาผืนแผ่นดินโลกแห่งยุทธ์อย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็หยุดอยู่เหนือผืนแผ่นดินโลกแห่งยุทธ์
พื้นที่ที่ครอบครองนั้นกลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ดวงอาทิตย์ของโลกแห่งยุทธ์ต่างๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน โดยยังคงลอยสูงอยู่เหนือทวีปโลกแห่งยุทธ์ ซึ่งอยู่เบื้องล่างของคงคาสวรรค์
เจียงฉางเชิงตัดสินใจมอบอำนาจแห่งทิวาราตรีให้แก่เทพดวงอาทิตย์ ซึ่งก็คือจินอู โดยมีกฎแห่งโชคชะตาที่ควบคุมสิ่งมีชีวิตนานาในทวีปโลกแห่งยุทธ์ ส่วนดวงอาทิตย์ก็กลายมาเป็นมาตรวัดเวลาและทิศทางแทน
ผ่านไปเนิ่นนาน เมื่อการเคลื่อนไหวทั้งหมดหยุดลงกะทันหัน ทุกคนที่เฝ้าดูต่างก็มึนงงเล็กน้อย
ผ่านไปนานเท่าใดแล้ว ครึ่งชั่วยามได้หรือไม่
จักรวาลแห่งโลกเบื้องล่างนี้ ถูกมรรคาจารย์นำมารวมไว้ด้วยกัน เหลือเชื่อจริงๆ
“นับแต่นี้ไป โลกนี้คือโลกคุนหลุน เผ่าฉางมีหน้าที่เฝ้าดูแลห้วงว่างเปล่าของโลกคุนหลุน คนในเผ่าที่ต้องการการฝึกฝนยุทธ์ สามารถเข้าไปในโลกคุนหลุนได้!”
เจียงฉางเชิงทิ้งท้ายไว้เช่นนี้แล้วหายตัวไป
ฉางเยวี่ยเฉียนและท่านเทพจื่อหวนต่างก็ได้ยินกระแสจิตของเขา บอกว่าหลังจากพวกเขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้ลงไปหาเขาในโลกเบื้องล่าง
ท่านเทพจื่อหวนมองไปยังโลกคุนหลุนที่ใหญ่กว่าโลกยุทธ์ไทฮวงนับพันเท่า มองอยู่เนิ่นนานกว่าจะตั้งสติได้อีกครั้ง
โลกแห่งยุทธ์หลายร้อยแห่งรวมเข้าด้วยกัน บางแห่งมีขนาดใหญ่กว่าโลกยุทธ์ไทฮวงหลายสิบเท่า จากนี้ไปโลกแห่งยุทธ์เหล่านี้จะมีชื่อเดียวกันว่า โลกคุนหลุน!
ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆดำ ผืนดินปกคลุมด้วยหินหนืดที่มีรูพรุนนับไม่ถ้วน ราวกับอเวจีบนแดนมนุษย์
ท่านเหยียนนั่งสมาธิลอยอยู่กลางอากาศ มีสีหน้าประหลาดใจ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังท้องฟ้า
ผู้ฝึกยุทธ์ไม่มีดวงจิต เขาไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นนอกพิภพ แต่ด้วยระดับยุทธ์ของเขา จึงสามารถสัมผัสได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
“หรือว่าศึกโลกแห่งยุทธ์จะยุติลงก่อนกำหนด”
ท่านเหยียนรู้สึกกลัวอยู่ในใจ เมื่อลมปราณนอกพิภพอันน่าสะพรึงกลัวสงบลง เขาก็พุ่งตัวผ่านทะเลเมฆมุ่งหน้าไปยังนอกพิภพทันที
ผ่านไปไม่นานเขาก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าพลังของคงคาสวรรค์หายไปแล้ว และเขาก็สามารถบินออกจากโลกแห่งยุทธ์ไปได้อย่างอิสระ
ยิ่งอยู่ไกลจากพื้นดินเท่าใด เขาก็ยิ่งมีสีหน้าหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น นี่เขามองเห็นสิ่งใดกัน!
เหตุใดโลกแห่งยุทธ์นี้จึงได้ใหญ่โตขึ้นถึงเพียงนี้ แล้วเหตุใดจึงมีดวงดาวตั้งมากมายอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
ในเวลานั้นเอง ท่านเหยียนเห็นอีกาทองสามขาโฉบผ่านความว่างเปล่าไป และบินเข้าหาดวงอาทิตย์ขนาดมหึมา
เขาอยากไล่ตามไปโดยสัญชาตญาณ แต่กลับมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
เป็นบุรุษในอาภรณ์สีขาว ใบหน้าหล่อเหลา แต่สีหน้าเย็นชา เขาเงื้อกระบี่งดงามขึ้นและกล่าวว่า
“เวลานี้สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ยังไม่สามารถเข้าออกโลกคุนหลุนได้ตามใจ!”
บุรุษอาภรณ์สีขาวเป็นผู้ฝึกยุทธ์เผ่าฉาง พลังยุทธ์ของเขาจัดว่าเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดยุทธ์กำเนิดสวรรค์
ท่านเหยียนขมวดคิ้วถามว่า “โลกคุนหลุน? หมายความว่าอย่างไร เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่”
มารดรมันเถิด เขาคงไม่ได้เดินทางข้ามมิติหรอกกระมัง ในมหาพิภพนิลเหลืองมีตำนานที่เกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ์ที่เดินทางข้ามมิติเวลา เขาจึงทำได้แค่ใช้ตำนานที่ว่ามาอธิบายเหตุการณ์ในเวลานี้ได้เท่านั้น
“ไม่มีสิ่งใดต้องบอก จงลงไปเสีย!”
บุรุษอาภรณ์สีขาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขามองออกว่าพลังยุทธ์ของท่านเหยียนไม่ได้ด้อยไปกว่าตน แต่เขาไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย
ท่าทีของเขาทำเอาท่านเหยียนมีเพลิงโทสะขึ้นมาเต็มอก แต่เขาไม่รู้แน่ชัดว่าเวลาตนเองอยู่ในสภาวการณ์เช่นใด จึงไม่กล้าผลีผลามลงมือ
“ช้าก่อน!”
เสียงหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงตื่นตระหนก ชายชราผู้หนึ่งเหาะมาหาบุรุษอาภรณ์สีขาวอย่างรวดเร็ว คารวะอย่างนอบน้อมและกล่าวว่า
“ข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขา ให้ข้าเตือนเขาเองเถิด เขาเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์อันดับต้นๆ ของเผ่าเรา วันหน้าจะต้องมีคุณูปการต่อโลกคุนหลุนเป็นแน่!”
สีหน้าของบุรุษอาภรณ์สีขาวผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
นับตั้งแต่มารที่นี่และเห็นพลังอันยิ่งใหญ่ของมรรคาจารย์ ฉางเยวี่ยเฉียนก็เริ่มทำงานเพื่อคนในเผ่า นับแต่นี้ไปเผ่าฉางจะเดินตามรอยของมรรคาจารย์
ชายชรามองท่านเหยียนและกระซิบว่า “นายน้อย ลงไปเถิด”
“ต้นสายคงคาสวรรค์ถูกมรรคาจารย์ทำลายไปแล้ว จากนี้ไปเราจะไม่ได้อยู่ในมหาพิภพนิลเหลืองอีกต่อไป แต่จะอยู่ในโลกคุนหลุน ท่านมาคิดว่าจะสร้างเผ่าเหยียนขึ้นมาใหม่ในโลกคุนหลุนอย่างไรเถิด”
“มรรคาจารย์สร้างโลกคุนหลุนแห่งนี้ขึ้นด้วยอภินิหารขั้นสูงสุด โลกแห่งยุทธ์ทั้งปวงรวมเข้าด้วยกัน ก่อนที่มรรคาจารย์จะเอ่ยปากห้ามเข้าออกโดยพลการ และเผ่าฉางเป็นผู้พิทักษ์รักษาห้วงแห่งนี้ อย่าได้ทำให้เผ่าฉางลำบากใจเลย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของท่านเหยียนก็ดูมีชีวิตชีวาหาใดเปรียบ ตะลึง! หวาดกลัว! สับสน!
ความรู้สึกนานาปนเปอยู่ภายในใจเขา ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่อาจเข้าใจได้ แต่เขาเชื่อว่าผู้อาวุโสในตระกูลของตนจะต้องไม่ได้พูดโกหก
เหตุที่นอกพิภพเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงก่อนหน้านี้ ก็เป็นฝีมือของมรรคาจารย์นี่เอง
สร้างเผ่าเหยียนขึ้นมาใหม่ในโลกคุนหลุน? พูดเล่นอะไรอยู่หรือ? หรือว่าโลกเทพยุทธ์ไมอาจมาช่วยเขาได้?
ท่านเหยียนสังเกตเห็นความเคารพยำเกรงบนใบหน้า และความคลั่งไคล้ในดวงตาของชายชรา ทำเอาเขาไม่เข้าใจ หรือว่าเขาถูกทรยศแล้วหรอกกระมัง
หลังจากกลับมาที่ตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเชิงก็ส่งกระแสจิตไปยังเทพเซียนทั้งหมด เพื่อแจ้งสภาพการณ์ของนอกพิภพให้รู้ และให้มหาเทพทั้งสามองค์ไปเจรจากับเผ่าฉาง
ทหารสวรรค์ แม่ทัพสวรรค์ และเทพเซียนบนแดนสวรรค์ทั้งหลายต่างตื่นตกใจ
โลกแห่งยุทธ์ผสานเข้าด้วยกันและเปลี่ยนชื่อเป็นโลกคุนหลุนอย่างนั้นหรือ?
เผ่าฉางที่อยู่ในโลกเบื้องบน จะมารวมกับแดนสวรรค์?
ฉางเหยาหลิงและทหารสวรรค์เผ่าฉางจำนวนหนึ่ง พากันตื่นเต้นดีใจขึ้นมา และเริ่มแนะนำความแข็งแกร่งของเผ่าฉางแก่เทพเซียนคนอื่น
ไทสื่อฉางเชอก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เขาไปหาเจียงฉางเชิงทันที เพราะอยากให้เจียงฉางเชิงนำเผ่าไทสื่อเข้ามาไว้ในโลกคุนหลุนด้วย
หลังจากอยู่ที่แดนสวรรค์มานานหลายปี เขาก็เชื่อว่าแดนสวรรค์จะล้มล้างการปกครองของโลกเทพยุทธ์ที่มีต่อมหาพิภพนิลเหลืองได้ในเร็ววัน
หากเขาเข้ารวมแดนสวรรค์ตั้งแต่เนิ่นๆ วันหน้าจะได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นิรันดรกาลของยุคใหม่!
แต่น่าเสียดายที่ไทสื่อฉางเชอกลับไปเจอกำแพง เจียงฉางเชิงบอกให้เขาตั้งใจฝึกยุทธ์แล้วค่อยพูดถึงเรื่องนี้กันในภายหลัง
หลังจากใช้พลังไปมหาศาล เขาต้องฟื้นฟูกำลังให้ดี เขาจะไม่รู้สึกปลอดภัยจนกว่าพลังอาคมของเขาจะอยู่ในภาวะอิ่มตัว
ช่วงเวลาหนึ่งหลังจากนั้น เหล่าเทพเซียนต่างเหาะออกไปยังนอกพิภพ เมื่อก้มหน้าลงมองโลกคุนหลุน ก็ต้องทอดถอนใจถึงความทรงพลังของมรรคาจารย์
แม้ไม่ได้แจ้งให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดรับรู้ แต่ข่าวนี้ก็แพร่ไปในมหาพิภพจิตจรอย่างรวดเร็ว
เหล่าเทพเซียนตั้งใจกระจายข่าวนี้ออกไป ทำให้ผู้ศรัทธาทั้งหมดตื่นเต้นดีใจ และข่าวก็แพร่่ออกไปในแดนมนุษย์
หลายเดือนต่อมา เจียงฉางเชิงก็ปล่อยสวรรค์สามสิบสามชั้นฟ้าออกมา และใส่ทั้งแดนสวรรค์เข้าไปไว้ในนั้น
เขาเปิดสวรรค์เก้าชั้นแรกออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เหล่าเทพเซียนที่ออกไปข้างนอกหาทางกลับเรือนไม่พบ
เทพเซียนต่างก็มีโชคชะตาของเขา จึงเข้าออกสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นได้ตามใจโดยไม่มีเขตอาคมปิดกั้นเอาไว้
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงสองอึดใจเท่านั้น มีเทพเซียนจำนวนน้อยที่สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติไป แต่พวกเขาก็ไม่ได้กังวลเพราะคิดว่าอาจเป็นฝีมือของมรรคาจารย์
การก่อตั้งโลกคุนหลุน ทำให้สวรรค์สูงขึ้นไปอีก เจียงฉางเชิงย้ายตำหนักเมฆาม่วงขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นที่สามสิบสาม เมื่อเขามองลงมาจะสามารถมองเห็นโลกคุนหลุนได้ทั้งหมด
เขาไม่ได้เปิดใช้เขตอาคมมิติของสวรรค์สามสิบสามชั้นฟ้า แต่นำสถานที่ฝึกบำเพ็ญนี้ไปซ่อนอยู่ภายในมิติอื่น ซึ่งยามนี้เทียบได้กับเบื้องบนของโลกคุนหลุน
เพียงแต่ตั้งแต่สวรรค์ชั้นเก้าขึ้นไป จะเป็นภาพล่องหน สิ่งมีชีวิตจากโลกภายนอกไม่สามารถมองเห็นได้ เมื่อเข้าใกล้สวรรค์สามสิบสามชั้นฟ้า จะถูกเขตอาคมทำให้ความรู้สึกเรื่องทิศทางสับสนไป
ไป๋ฉีและไป๋หลงเดินออกจากตำหนักเมฆาม่วง เมื่อได้ชมโลกคุนหลุนก็ต้องทอดถอนใจว่า นายท่านมีอภินิหารกว้างใหญ่นัก
เจียงฉางเชิงทำให้พวกมันเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้เสมอ
มู่หลิงลั่วเดินทางกลับมาจากเทียนจิ่ง เจียงฉางเชิงให้ไป๋ฉีไปรับนาง พร้อมกับแนะนำการก่อตั้งสวรรค์สามสิบสามชั้นฟ้าและโลกคุนหลุนแกนางไปพร้อมกัน
แม้ว่านางจะเป็นจักรพรรดินีสวรรค์ และเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุดของเจียงฉางเชิง แต่นางก็ยังต้องตกตะลึง
ณ ห้องทรงพระอักษร เทียนจิ่ง
“โลกคุนหลุน?” องค์รัชทายาทเจียงชิวตกตะลึง สีหน้าเผยความรู้สึกเหลือเชื่อออกมา
เจียงจื๋ออวี้ยืนอยู่หน้ากระบะทราย สองมือเท้าเอวพูดด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
“ไม่ผิด จากนี้ไปจะไม่มีโลกแห่งยุทธ์อีกแล้ว มีเพียงโลกคุนหลุนเท่านั้น เป้าหมายของเทียนจิ่งยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมแล้ว เพราะแผ่นดินกว้างใหญ่ขึ้นกว่าพันเท่า! เตรียมตัวพร้อมแล้วหรือไม่”
เขารู้เรื่องนี้ตอนอยู่ในมหาพิภพจิตจร รู้สึกตกใจในตอนแรก หลังจากนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ความสนใจสูงสุดของเขาคือการขยายอาณาเขตของแคว้น แม้ว่าเทียนจิ่งจะติดอยู่ในหล่มโคลนแห่งสงคราม แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ขวางกั้นไม่ให้เขาทอดสายตาไปสู่อนาคต
ส่วนเจียงชิวนั้นอยู่ในอาการมึนงง เขารู้ว่าท่านปู่ของเขาเป็นเทพเซียน แต่เพราะพวกเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเกินไป ความรู้สึกของเขาจึงไม่ได้ลึกซึ้งมากนัก
เขายังไม่เคยเข้าไปในมหาพิภพจิตจรเลยด้วยซ้ำ คิดว่าทุกสิ่งเป็นไปตามที่ควรจะเป็น แล้วนี่เป็นเรื่องตื่นตะลึงที่สุดที่เขาเคยเจอนับตั้งแต่เติบโตขึ้นมา
ทันใดนั้นเขาก็ได้ตระหนักว่าเขาเกิดมาโชคดีนัก ได้เกิดมาในเทียนจิ่งซึ่งถูกลิขิตมาให้รวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง เป็นจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวในแดนมนุษย์
“แม้จะมีท่านปู่ของเจ้าคุ้มครอง แต่หากต้องการรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง ก็ยังต้องอาศัยความพยายามของตนเอง มิเช่นนั้นไม่ว่าผู้ใดจะรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง ก็ไม่สำคัญแต่อย่างใด ท่านปู่ของเจ้าคงคิดเช่นนั้น”
เจียงจื๋ออวี้กำชับ ด้วยกลัวว่าเจียงชิวจะมีความคิดไม่เข้าร่องเข้ารอย
เจียงชิวพยักหน้าทั้งเหม่อลอย เมื่อเห็นเขาเสียกิริยาเช่นนี้ เจียงจื๋ออวี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนที่เขาอยู่ในมหาพิภพจิตจร เขาก็เป็นดังนี้เช่นกัน
อีกฟากหนึ่ง มหาสมุทรไร้ขอบเขต เขาฟ้าร่วง
“โลกคุนหลุน? เป็นไปได้อย่างไร!”
บรรพจารย์เผ่าเยี่ยเบิกตากว้าง คิดว่าเรื่องนี้เหลือเชื่อนัก
เจียงฉางเชิงจงใจเปิดเผยข่าวของโลกคุนหลุน เมื่อได้รับความยินยอมจากตรีมหาเทพสวรรค์แล้ว เหล่าผู้ศรัทธาจึงกล้าเผยแพร่เรื่องนี้ และเยี่ยจ้านจึงกล้าบอกแก่บรรพจารย์เผ่าเยี่ย
เหนือศีรษะสามฉือมีเทพเจ้าอยู่ เรื่องที่มรรคาจารย์ไม่เห็นชอบ พวกเขาก็จะไม่กล้าลองทำ
ว่ากันว่ามรรคาจารย์สามารถสอดส่องได้ว่าพวกเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เมื่อมีชาวเผ่าฉางในมหาพิภพจิตจรมากขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยจ้านก็ได้เรียนรู้เรื่องราวสำคัญต่างๆ มากมายไปพร้อมกัน
ครั้งนี้แดนสวรรค์เห็นชอบให้เปิดเผยเรื่องนี้ เขาจึงพยายามบอกเล่าออกไปเต็มที่
“สามศรปลิดชีพเจ้าสวรรค์!”
“หนึ่งศรทำลายต้นสายคงคาสวรรค์!”
“ผสานโลกแห่งยุทธ์นับพัน สร้างโลกคุนหลุน!”
“ช้าก่อน!”
ยิ่งเยี่ยจ้านยิ่งพูดก็ยิ่งกระตือรือร้นและยิ่งภาคภูมิใจ แต่บรรพจารย์เผ่าเยี่ยกลับฟังจนมึนชาไปหมด