เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 397 ผู้เป็นอัจฉริยะหมื่นยุคยังต้องก้มหัว แท่นประหารคือทัณฑสถาน!
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 397 ผู้เป็นอัจฉริยะหมื่นยุคยังต้องก้มหัว แท่นประหารคือทัณฑสถาน!
เจียงเทียนมิ่งและหลี่วเสินโจวนึกถึงในเวลาเดียวกัน
เจียงเทียนมิ่งนั้นตกใจ ส่วนหลี่วเสินโจวตื่นเต้นดีใจ
ในฝันลางบอกเหตุ กระบวนท่านี้ทำให้แดนสวรรค์พ่ายแพ้ราบคาบ
ในห้วงความทรงจำของหลี่วเสินโจว กระบวนท่านี้ทำให้ยอดฝีมือมากมายที่มาจากโลกเทพยุทธ์มลายหายไปจนสิ้น
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงมหาเจ้าสวรรค์ทั้งห้าท่าน
ได้เห็นกระบวนท่านี้อีกครั้ง หลี่วเสินโจวตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
นี่สิถึงจะเป็นยอดเคล็ดวิชาที่เขาอยากแสวงหา เพียงกระบวนท่าเดียวก็ทำลายทุกสิ่งได้!
ฉางเยวี่ยเฉียนเคลื่อนพลังบรรพยุทธ์ยิ่งใหญ่ กลายเป็นเกราะกำบังขนาดใหญ่ต้านทานการโจมตีจากเงาร่างที่สูงเสียดฟ้าที่ทำลายล้างทั้งปฐพี
ในเสี้ยววินาทีต่อมาเขาก็เบิกตากว้าง ใบหน้าเผยแววยากจะเชื่อออกมา
เพียงสัมผัสแสงจ้า พลังบรรพยุทธ์ของเขาก็สลายหายไปอย่างไรร่องรอยในพริบตา ไม่อาจต้านทานได้เลย
นี่คือยอดเคล็ดวิชาอะไรกัน ฉางเยวี่ยเฉียนไม่มีทางเข้าใจ
เขารู้ดีว่าตัวเองและหลี่วเสินโจวต่างชั้นกันมาก แต่ไม่น่าจะมากขนาดนี้
เหล่าเทพเซียนในแดนสวรรค์ต่างตกใจ กองทัพสองฝั่งก็เริ่มการโจมตีอีกครั้ง แต่ก็ขัดขวางแสงจ้าที่กว้างขวางนั้นไว้ไม่ได้
ตาเนื้อเห็นว่าแสงที่แข็งแกร่งนั่นจะกลืนกินฉางเยวี่ยเฉียน แล้วจู่ๆ แสงเจิดจ้าอันน่ากลัวนั่นก็หายไปอย่างไรร่องรอย
ฉางเยวี่ยเฉียนถอนหายใจโล่งอกไปที เผยรอยยิ้มออกมา เหตุที่เขาไม่หลบเป็นเพราะว่ามีที่พึ่งพาอยู่
หลังจากแสงจ้าที่แข็งแกร่งนั้นหายไป เงาร่างสูงเสียดฟ้านั่นก็หายไปเช่นกัน ทำให้ทุกคนตกตะลึง หลี่วเสินโจวก็มองด้วยความตะลึงงันเช่นกัน
แสงสีทองสูงหมื่นจั้งสว่างขึ้นจากด้านหลังแดนสวรรค์ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่องไปทั่วผืนแผ่นดินที่โล่งนี้
เงาร่างที่มีความสง่างามนี้ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น นั่นคือบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาตั้งอยู่เหนือเหล่าเทพแห่งแดนสวรรค์
มรรคาจารย์ที่นั่งอยู่สูงบนบัลลังก์เทพ มองลงมายังหลี่วเสินโจว
ครั้งที่แล้วเมื่อหลี่วเสินโจวเผชิญหน้ากับมรรคาจารย์ ยังไม่มีบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคามาก่อน
ดังนั้นการปรากฏตัวของมรรคาจารย์ครั้งนี้จึงทำให้เขาตกตะลึงมาก
นี่มันคือสิ่งใดกัน เหตุใดมรรคาจารย์ถึงเปลี่ยนเป็นตัวโตเช่นนี้ ไม่ด้อยไปกว่าทารกเทพกำเนิดสวรรค์เลย
แต่ทารกเทพกำเนิดสวรรค์นั้นถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาเดิม แล้วศิลาทารกเทพกำเนิดสวรรค์ใหญ่ขนาดนั้น แล้วคนจะเปลี่ยนเป็นตัวใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างไร
เขามองดูอย่างละเอียด เห็นเพียงแค่ลูกกลมมีแสงเปล่งประกายลอยอยู่บนมือขวาของมรรคาจารย์ ด้านในมีเงาเลือนรางที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่
หลี่วเสินโจวสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขานึกถึงการต่อสู้ครั้งก่อนที่มรรคาจารย์ใช้กลวิธีทำให้เขาตัวเล็กลง
นี่มันคือยอดเคล็ดวิชาอะไรกัน จากการที่เขาเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เขาไมอาจรู้ได้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น
“ครั้งก่อนแม้แต่ร่างแยกของข้ายังสู้ไม่ได้ บัดนี้กลับมาอีกครั้งเจ้าคิดว่าเจ้ายังมีโอกาสที่สองนั้นอยู่อีกหรือ”
เสียงของเจียงฉางเชิงดังขึ้น ทำให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
ภายในนาวาสวรรค์ หลี่ชางไห่บาดเจ็บสาหัส ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
เขาเงยหน้ามองเงาร่างใหญ่นั้นในระยะไกล จ้องตาโต
ร่างแยกหรือ? พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับตัวตนอะไรกันแน่
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นที่อยู่ภายในนาวาสวรรค์ล้วนเป็นคนสนิทของหลี่วเสินโจว ในขณะนี้ก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
พวกเขาได้ยินข่าวมาว่าหลี่วเสินโจวพ่ายแพ้ในเงื้อมมือของมรรคาจารย์อย่างย่อยยับ
ว่ากันว่าการต่อสู้ครั้งนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์มากมาย และมหาเจ้าสวรรค์ทั้งห้าท่านตายไป นั่นเพียงแค่ร่างแยกอย่างนั้นหรือ?
ฝ่ายแดนสวรรค์กลับมีความสงสัยว่ามรรคาจารย์เคยต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เมื่อใดกัน
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็ดูแล้วสงบดี แท้จริงแล้วเป็นเพราะมีมรรคาจารย์คอยปกป้องคุ้มครองพวกเขาอยู่
พวกเขารีบหันไปทางมรรคาจารย์ ตั้งตารอคอยอภินิหารถัดไปของมรรคาจารย์
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เห็นมรรคาจารย์ต่อสู้ พวกเขาเฝ้ารอคอยมากทีเดียวว่ามรรคาจารย์จะแสดงอภินิหาร ขอให้ได้สัมผัสวิถีเซียนที่ห่างไกลเกินเอื้อมมือสักครั้ง
“ข้าย่อมรู้ดีว่าไม่มีโอกาสครั้งที่สองหรอก แต่เพื่อมรรคาจารย์แล้ว ข้ายินดีรับใช้แดนสวรรค์ ขอให้มรรคาจารย์เผยพลังที่แท้จริงของวิถีเซียนให้ข้าได้เห็น!”
หลี่วเสินโจวตะโกนเสียงดัง หลังจากที่ผ่านความรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ เขาก็ยิ่งฮึกเหิมมากขึ้น
เขาเคยลองจินตนาการถึงสถานการณ์หลากหลาย สถานการณ์ที่เขาคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว
ทารกเทพกำเนิดสวรรค์ได้ลอกเลียนพลังของมรรคาจารย์ แต่ก็ไม่สามารถข่มขู่มรรคาจารย์ได้แม้แต่น้อย
หลี่ชางไห่ได้ยินคำพูดของหลี่วเสินโจวก็กำหมัดแน่น
แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือความรู้สึกไร้ซึ่งพลัง ไร้ซึ่งพลังที่จะไปต่อสู้กับมรรคาจารย์
ไร้ซึ่งพลังที่จะเผชิญหน้ากับหลี่วเสินโจว เขาถึงกระทั่งไม่รู้ว่าหน้าที่ของตนเองคืออะไร
“เช่นนั้นก็ให้ข้าตัดพลังของเจ้ากับทารกเทพกำเนิดสวรรค์ก่อนซะสิ!”
เจียงฉางเชิงยกมือขึ้น ปล่อยทารกเทพกำเนิดสวรรค์ลงส่งไปที่หน้าหลี่วเสินโจว แล้วกลับคืนสู่ร่างสูงหมื่นจั้งอีกครั้ง
หลังจากหลี่วเสินโจวได้ฟัง ก็กระโดดพุ่งตัวขึ้นไปทันที มายังด้านบนศีรษะของทารกเทพกำเนิดสวรรค์
ทารกเทพกำเนิดสวรรค์กระโดดขึ้นตาม คำรามออกมาเพื่อเพิ่มพลัง
หลี่วเสินโจวปลดปล่อยพลังเทพเหนือกำเนิดออกไป แสงสีเงินปกคลุมร่างของทารกเทพกำเนิดสวรรค์
พื้นที่รอบข้างเริ่มบิดเบี้ยวไปตามพลังอันน่าเกรงขามนั้น ถาโถมลงมาทำให้ทั้งแดนสวรรค์รู้สึกสะเทือนใจ
นี่คือพลังแกร่งกล้าอะไรกัน ที่สำคัญที่สุดคือความแข็งแกร่งที่พวกเขาไมอาจเทียบได้
เมื่อไปเผชิญหน้ากับมรรคาจารย์ กลับดูอ่อนแอจนไม่อาจต้านทานได้แม้เพียงกระบวนท่าเดียว!
หลี่วเสินโจวยกมือขวาขึ้นสูงแล้วกำหมัดแน่น ท่ามกลางความมืดมิดก็มีเสียงเปรี๊ยะดังขึ้นราวกับกระจกแตก
ทุกคนเห็นชัดเจนว่ามีร่องรอยแตกกระจาย แต่ท่ามกลางความว่างเปล่าก็ยังคงเป็นความมืดมิด
เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่สุด ทารกเทพกำเนิดสวรรค์ยกเท้าขวาขึ้นอีกครั้ง ปลดปล่อยฟ้าดินสิ้นสลายออกมา
ก้าวเท้าลงไปบวกกับฟ้าดินสิ้นสลายจากพลังเหนือกำเนิดที่บดขยี้ห้วงอนันต์สุญญตาจนแตกละเอียด
พัดพาเอาพายุแห่งมิติกวาดเข้าหาเจียงฉางเชิงและแดนสวรรค์
ฟ้าดินสิ้นสลายในครั้งนี้เหนือกว่าครั้งก่อนมาก
ความแข็งแกร่งของแสงเจิดจ้านั้นทำให้เทพทั้งแดนสวรรค์ดูไร้ความหมายอย่างยิ่ง
แม้แต่บัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาก็ราวกับละอองธุลี
เจียงฉางเชิงยกมือขวาขึ้น ยื่นมือคว้าไปในอากาศ อภินิหาร!
จักรวาลในฝ่ามือ!
ลูกแก้วแสงจ้าที่เกิดจากฟ้าดินสิ้นสลายเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
มิติที่แตกกระจายทั้งหมดก็ถูกเขาเก็บไว้ในฝ่ามือ รวมทั้งทารกเทพกำเนิดสวรรค์และหลี่วเสินโจวด้วย
เหตุการณ์นี้สร้างความตะลึงให้กับเหล่าเทพในแดนสวรรค์ เพราะกระบวนท่าช้ากว่าก่อนหน้านี้
พวกเขาเห็นกับตาตนเองว่าศัตรูถูกบีบจนหดไปอยู่ในฝ่ามือของมรรคาจารย์ได้อย่างไร
มรรคาจารย์ไม่ได้แสดงอภินิหารทำลายล้างอันน่าหวาดผวา
เพียงแค่คว้ามือไปครั้งเดียวก็ราวกับจับแมลงที่คอยอยู่นำหน้า ปราบศัตรูได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งง่ายดายก็ยิ่งน่ากลัว!
เหล่าลูกน้องของหลี่ชางไห่และหลี่วเสินโจวก็มองจนตาค้าง ตะลึงจนไม่กล้าจะขยับตัว
บนฝ่ามือของเจียงฉางเชิง หลี่วเสินโจวที่ยืนอยู่บนไหล่ของทารกเทพกำเนิดสวรรค์เงยหน้ามองขึ้นไป
สายตาของเขามองทั้งครึ่งตัวของเจียงฉางเชิงอยู่ใกล้กันแค่นี้ เขาก็ยังคงมองรูปลักษณที่แท้จริงของมรรคาจารย์ไม่ชัด
ลูกแก้วแสงเก้าลูกที่อยู่ด้านหลังของมรรคาจารย์ประหนึ่งกฎเกณฑ์สวรรค์ลอยอยู่บนฟ้า ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม
หากบนโลกนี้มีเทพเจ้าผู้สรรสร้างทุกสรรพสิ่งจริง ก็น่าจะมีรูปลักษณ์เช่นนี้
หลี่วเสินโจวมีความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมาในห้วงสมอง
ก็มีพลังลึกลับสองสายเจาะเข้าสู่ตัวเขาและทารกเทพกำเนิดสวรรค์
เขาไม่ได้ขัดขวางและไม่อาจขัดขวางไว้ได้ กลับกลายเป็นต้องยอมจำนน
หลังจากพลังนี้ทิ้งร่องรอยประทับไว้ในตัวเขาอย่างไมอาจลบเลือน พลังนี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ได้ตื่นตกใจแต่กลับดีใจด้วยซ้ำ นี่เป็นแผนขั้นถัดไป!
เทียบกับการล้างแค้นมรรคาจารย์ เขาอยากรู้มากกว่าว่ามรรคาจารย์แข็งแกร่งมากเท่าใด
หากแข็งแกร่งมากพอเขาก็ยินดีจะเดินตามวิถีเซียน!
แม้แต่ทารกเทพกำเนิดสวรรค์ก็ไม่สามารถเลียนแบบพลังทั้งหมดของมรรคาจารย์ได้
มรรคาจารย์แข็งแกร่งเท่าใดกันแน่ ขณะที่หลี่วเสินโจวครุ่นคิดสายตาของเขาก็จับจ้องลำแสงสีทอง
เขาพลันรู้สึกราวกับตกอยู่ในภวังค์ เมื่อแสงสีทองหายไปเขาก็นึกว่าตนคิดไปเองจึงไม่ได้คิดมากอีก
เจียงฉางเชิงสะบัดมือ ปล่อยเขากับทารกเทพกำเนิดสวรรค์ออกมา
“พาพวกเขากลับสู่โลกคุนหลุน!”
เสียงของเจียงฉางเชิงดังขึ้นแล้วก็หายไป
ดวงจิตของเขาได้สำรวจดูแล้ว อีกทั้งยังสำรวจความทรงจำของหลี่วเสินโจวแล้ว
แต่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นกลอุบายใดจากโลกเทพยุทธ์ เป็นการกระทำของหลี่วเสินโจวเพียงผู้เดียวจริงๆ
เขาอยากลองสัมผัสกับความแข็งแกร่งของวิถีเซียน
เจียงฉางเชิงส่งเสียงไปหาเจียงจื๋ออวี้ ให้เจียงจื๋อนำตัวคนผู้นี้เข้าฝ่ายแดนสวรรค์
ให้หลี่วเสินโจวไปเป็นทหารสวรรค์ให้ได้ และตัดขาดกับวิถียุทธ์เสีย
หลี่วเสินโจวมีความเด็ดขาดมากพอ เขาพาคนสนิททั้งหมดของตนเองมา
ส่วนเผ่าหลี่วนั้นเขาไม่ได้สนใจ เหตุที่นำหลี่ชางไห่มาเพราะเขากลัวว่าเจียงฉางเชิงจะสังหารเขา จึงเอาหลี่ชางไห่มาเป็นเครื่องมือต่อรอง
หลี่วเสินโจวพลันโล่งอก คุกเข่ากราบไปทางที่มรรคาจารย์หายตัวไป
เอ่ยพร้อมหัวเราะเสียงสูงว่า “หลี่วเสินโจวขอยอมติดตามมรรคาจารย์ตลอดไป!”
สายตาของเขาจ้องมองอย่างมุ่งมั่น เขาจะต้องได้รับพลังแห่งวิถีเซียนอย่างแน่นอน!
เหล่าเทพแดนสวรรค์ต่างก็มองหน้ากัน จากนั้นก็ตื่นเต้นกันขึ้นมา
พลังหลี่วเสินโจวกับทารกเทพกำเนิดสวรรค์พวกเขาได้สัมผัสกับตัวเองมาแล้ว
ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้เข้าร่วมกับแดนสวรรค์ย่อมเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน
ไทสื่อฉางเชอ ฉางเยวี่ยเฉียน และเหล่าผู้แข็งแกร่งของเผ่าฉางยังคงตกตะลึงอยู่
เยี่ยมยุทธ์ในโลกเทพยุทธ์เช่นหลี่วเสินโจวก็ได้เข้าร่วมภายใต้บังคับบัญชาของมรรคาจารย์เช่นนี้หรือ
หลี่วเสินโจวยังเป็นเช่นนี้ได้ หากผู้เยี่ยมยุทธ์นิรันดรกาลคนอื่นเข้าร่วมด้วย
พวกเขาเข้าใจกันอย่างเงียบๆ ว่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง
พวกเขาได้เห็นความหวังที่แดนสวรรค์จะล้มล้างการปกครองของโลกเทพยุทธ์ได้อย่างแท้จริงแล้ว!