เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 398 ลิขิตสวรรค์
[ปีเฉิงเทียนที่สองร้อยสิบสอง หลี่วเสินโจวนำทารกเทพกำเนิดสวรรค์บุกมาโจมตี]
[เจ้ารอดชีวิตจากถูกล้อมโจมตีได้สำเร็จ พ้นเคราะห์ครั้งนี้ไปได้ ได้รับรางวัลรอดชีวิตเป็นวัตถุวิญญาณนามว่า ‘แท่นประหาร’]
มองดูการแจ้งเตือนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เจียงฉางเชิงก็โล่งอก
เขายังคงกังวลว่าอาจจะไม่ได้รับรางวัลรอดชีวิต แต่ดูแล้วเจ้าหลี่วเสินโจวนี่ไม่ใช่คนดีอะไรเลย
หากทารกเทพกำเนิดสวรรค์สามารถเอาชนะเขาได้ เจ้าหมอนี่จะต้องก่อความวุ่นวายเป็นแน่
แต่ว่านี่ก็ถือว่าปกติ ขอแค่ตอนนี้หลี่วเสินโจวสามารถเป็นประโยชน์ต่อตนก็พอ
ไม่เพียงเท่านี้ หลี่วเสินโจวก็เป็นตัวดึงดูดคนที่ดีมาก
อย่างไรเหล่าผู้ฝึกยุทธ์รุ่นใหม่ในมหาพิภพนิลเหลืองก็ยึดเอาหลี่วเสินโจวเป็นแบบอย่างในการฝึกฝนกันทั้งนั้น
เจียงฉางเชิงยังไม่ได้รับสืบทอดความทรงจำของแท่นประหารในทันที
และยังคงจ้องหลี่วเสินโจว รอให้หลี่วเสินโจวกลายเป็นเทพประจำโดยสมบูรณ์ก่อนเขาถึงจะวางใจได้
ในสนามรบนี้แม้แดนสวรรค์จะไม่มีความดีความชอบ แต่พวกเขาได้เห็นพลังของอัจฉริยะนิรันดรกาลจากมหาพิภพนิลเหลือง
และได้เห็นอภินิหารของมรรคาจารย์ที่แม้ภูตผีก็ยากจะหยั่งถึง พวกเขารู้สึกฮึกเหิมมาก
ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพแดนสวรรค์ฮึกเหิมขึ้นมาก
หลี่วเสินโจวให้ทารกเทพกำเนิดสวรรค์หยุดอยู่บนคงคาสวรรค์ นาวาสวรรค์ตามพวกเขาเข้าไปสู่โลกคุนหลุน
เขาตามจักรพรรดิสวรรค์เข้าไปในแดนสวรรค์เพียงลำพัง
นาวาสวรรค์รออยู่ด้านนอกของแดนสวรรค์ เจียงจื๋ออวี้ก็กลัวว่าหลี่วเสินโจวจะหักหลัง จึงนำหลี่วเสินโจวเข้าสู่บัญชีสถาปนาเทพในทันที
ยามที่ได้เห็นบัญชีสถาปนาเทพ หลี่วเสินโจวก็ยิ่งรู้สึกดีใจกับสิ่งที่ตนเองเลือก
ด้วยบัญชีสถาปนาเทพ เขาก็ได้รับพลังโชคชะตาจากบัญชีสถาปนาเทพ
แต้มโชคชะตาของเจียงฉางเชิงก็พลันเติบโตขึ้นมาก
เจ้าหมอนี่ตัวคนเดียวก็เทียบเท่ากับทั้งแดนสวรรค์เลย แข็งแกร่งจริงๆ
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลี่วเสินโจวไม่ได้ต่อต้านแม้แต่น้อย
นี่ก็คือเหตุผลหลักที่โชคชะตาสามารถหลอมรวมกันได้อย่างรวดเร็ว
เจียงจื๋ออวี้ก็เริ่มคุยกับหลี่วเสินโจวพร้อมกับแนะนำแดนสวรรค์
แดนสวรรค์นั้นอ่อนแอมากเหมือนกับที่หลี่วเสินโจวคาดไว้
แต่แดนสวรรค์พัฒนาไปเร็วมากจนทำให้เขาตกใจ เพราะส่วนใหญ่ในแดนสวรรค์เป็นสิ่งมีชีวิตในโลกเบื้องล่าง
สมกับที่เป็นวิถีเซียน! จวบจนถึงตอนนี้หลี่วเสินโจวเข้าร่วมแดนสวรรค์ จึงทำลายสถิติระดับขั้นสูงสุดของทหารสวรรค์อีกครั้ง
ข่าวสารก็ถูกแพร่ไปทั่วภายในแดนสวรรค์ เจียงฉางเชิงจึงเริ่มรับสืบทอดความทรงจำของแท่นประหาร
แท่นประหารนั้นคือสมบัติวิเศษสังหาร ไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจมากนัก
เขตอาคมของมันง่ายมาก นั่นก็คือการตัดศีรษะของวิญญาณบาปบนแท่น
ตัดเคราะห์กรรม ตัดชะตากรรม และตัดพลัง
ไม่ว่ารากฐานพลังหรือกายเนื้อจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไมอาจต้านทานดาบลงทัณฑ์แห่งแท่นประหารได้!
นี่เป็นเพียงแค่การแนะนำแท่นประหารเท่านั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรยังต้องรอตรวจสอบ
ในตำนานไซอิ๋ว แดนสวรรค์ได้จับตัวซุนหงอคงไว้ ใช้โทษทัณฑ์สวรรค์ทุกรูปแบบ กลับทำให้ซุนหงอคงแข็งแกร่งกว่าเดิม
หลังจากทำความเข้าใจแท่นประหาร เจียงฉางเชิงยังไม่ได้นำแท่นประหารออกมาทันที
ตัดสินใจรอเจียงจื๋ออวี้จัดการหลี่วเสินโจวให้ดีก่อนแล้วค่อยนำออกมา
อีกฝั่งหนึ่ง หลี่วเสินโจวกลายเป็นทหารสวรรค์แล้ว ถูกเจียงจื๋ออวี้แต่งตั้งให้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของไทสื่อฉางเชอ
หลี่วเสินโจวก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบแต่อย่างใด อย่างไรพวกเขาก็เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน
เขาเชื่อว่าด้วยพลังของตัวเขาเองไม่ช้าก็เร็วก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง มรรคาจารย์ก็จะต้องสนับสนุนเขาเป็นแน่
ใต้บังคับบัญชาของหลี่วเสินโจวเป็นจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งครอบคลุมดินแดนในเขตดวงดาว
เมื่อคนกลุ่มนี้ร่วมมือกันก็สามารถต่อกรกับเผ่าฉางทั้งหมดได้
เจียงจื๋ออวี้กลับไม่ได้รีบแต่งตั้งให้พวกเขากลายเป็นทหารสวรรค์ แต่ยังมีอีกแผนการหนึ่ง
หลี่ชางไห่อยากจะหนีแต่ถูกลูกน้องของหลี่วเสินโจวจับตัวไป
หลี่วเสินโจวหันไปหาเจียงจื๋ออวี้แล้วถามว่า จะทำความรู้จักกับหลี่ชางไห่ได้หรือไม่
เจียงจื๋ออวี้พยักหน้าให้ แต่หลี่ชางไห่ยังสบประมาทมรรคาจารย์ต่อหน้าผู้อื่น สุดท้ายจึงถูกขังไว้ในคุกสวรรค์
หลี่วเสินโจวรู้สึกว่าเหลวไหลสิ้นดี เขาคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายปีแต่กลับไม่มีอยู่จริง
หลี่ชางไห่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับมรรคาจารย์เลย!
หรือว่ามรรคาจารย์ไว้ชีวิตหลี่ชางไห่แค่เพราะรู้สึกถูกชะตากับเขาเท่านั้นหรือ?
หลายปีนี้ที่อยู่ร่วมกันทำให้หลี่วเสินโจวเข้าใจนิสัยใจคอของหลี่ชางไห่
คนคนนี้เป็นคนซื่อตรงไม่เอนเอียง มีจิตใจยึดมั่นในความถูกต้องถึงขั้นดื้อรั้นเลยก็ว่าได้
ในบางเรื่องเขาถึงกับกล้าต่อปากต่อคำ บางทีมรรคาจารย์อาจจะเห็นว่าเขาเป็นคนดีจึงยกโทษให้เขาอย่างนั้นหรือ?
หลี่วเสินโจวก็ได้แต่คิดแบบนี้ ต่อมาเขาก็เข้าใจถึงตัวตนของบุญบารมีและพลังบาปกรรม
วิถีเซียนคือการที่สามารถรู้สึกถึงชะตากรรมที่แฝงอยู่ได้
คุกสวรรค์
ปัง!
หลี่ชางไห่ที่ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ผมเผ้ายุ่งเหยิงและสกปรก ถูกโยนเข้าไปในคุก
หญ้าแห่งฟาดลงมาบนหน้าถึงกับทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา
เขาคลานขึ้นมาอย่างยากลำบาก เกาะกำแพงหายใจหอบแรง
ห้องขังที่มืดมัว ผนังเปียกชื้น เหนือศีรษะของหลี่ชางไห่มีช่องหน้าต่างเล็ก
ท่ามกลางท้องฟ้าด้านนอกมีฝูงนกกระเรียนเซียนบินเรียงแถวผ่านไป ช่างงดงามยิ่งนัก
“สุดท้ายก็เดินมาถึงจุดนี้…”
ใจของหลี่ชางไห่ตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง
ตอนที่เขาเห็นว่าหลี่วเสินโจวสหายสนิทที่น่าเคารพนับถือที่สุดเลือกที่จะไปสวามิภักดิ์กับมรรคาจารย์
เขาก็รู้สึกหมดสิ้นทุกความคิด รู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีความหวังอีกต่อไป
สิ่งที่เรียกว่าความเป็นธรรม สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรม ล้วนเป็นเพียงแคเรื่องน่าขัน
“กลิ่นอายพลังของเจ้าทำให้ข้ารู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง”
เสียงจากตรงข้ามคุกสวรรค์ส่งออกมา เมื่อหลี่ชางไห่ได้ยินก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ทั้งตัวแข็งทื่อ
เขาสงสัยว่าตนเองหูฝาดไป “กำลังภายในของเจ้าสูงนัก คงจะมาจากมหาพิภพนิลเหลืองกระมัง เฮ้ย เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
โมปู้นี่ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้องขังตรงข้าม ขมวดคิ้วแล้วกล่าวถาม
คงไม่ใช่โดนตีจนมึนไปหรอกนะ ช่างทำให้โลกเบื้องบนขายหน้าจริงๆ!
“โม…ปู้นี่?” หลี่ชางไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เขารีบคลานไปที่หน้าประตูห้องขังอย่างรวดเร็ว ทั้งสองมือจับซีกรงไม้แน่น จ้องไปยังที่มืดด้านในห้องขังที่อยู่ตรงหน้า
“หิม? หลี่ชางไห่? เจ้ายังไม่ตายรึ”
โมปู้นี่ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ เขาหายวับไปที่หน้าประตูคุกสวรรค์
เมื่อสองสหายได้พบหน้ากัน ต่างก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ในใจทั้งรู้สึกประหลาดใจและดีใจ
เต็มไปด้วยความสับสน ความมึนงง “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เกิดอะไรขึ้น”
ทั้งสองคนถามขึ้นพร้อมกัน ต่อมาก็ชะงัก หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
ทั้งสองคนก็สบตากันแล้วหัวเราะดังขึ้น หัวเราะอย่างเต็มที่ ทำให้นักโทษสวรรค์ในห้องขังใกล้ๆ ไม่พอใจ
หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง ทั้งสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากันที่หน้าประตูคุก
สีหน้าของหลี่ชางไห่ดูสับสนอย่างมาก โมปู้นี่เอ่ยอย่างทอดถอนใจ
“ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ความจริงคือโลกเทพยุทธ์ละทิ้งโลกเบื้องล่างนั้นไปก่อน”
“ต้องการทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในร้อยโลกแห่งยุทธ์ มรรคาจารย์ลงมือเพื่อช่วยพวกเขา”
“อีกอย่างกฎเกณฑ์ของแดนสวรรค์ก็ยุติธรรมมาก นักโทษสวรรค์ส่วนใหญ่ของที่นี่คือทหารสวรรค์”
“เทพแห่งผืนดินและเทพขุนเขาที่ถูกมนุษย์ฟ้องร้อง เรื่องเช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในมหาพิภพนิลเหลือง”
“เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าคนธรรมดาฟ้องร้องเจ้าสวรรค์แห่งโลกเทพยุทธ์สำเร็จ ดึงเจ้าสวรรค์ลงมาจากตำแหน่งได้สำเร็จน่ะ”
“อย่าว่าแต่เจ้าสวรรค์เลย สิ่งมีชีวิตในโลกแห่งยุทธ์ไม่มีวิธีจะโค่นล้มท่านเทพได้ด้วยซ้ำ!”
ตลอดหลายปีที่ถูกคุมขังมา โมปู้นี่ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างลำบากเลย
นอกเหนือจากการฝึกฝน เขาก็ได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของแดนสวรรค์ มีความรู้สึกดีกับแดนสวรรค์มากขึ้นเรื่อยๆ
เพียงแต่เขาไมอาจปล่อยวางเรื่องการตายของหลี่ชางไห่ได้
บัดนี้หลี่ชางไห่มีชีวิตอยู่ ความรู้สึกไม่ดีของโมปู้นี่ที่มีต่อมรรคาจารย์ก็หายไป
ยอมเริ่มพูดจากใจจริง เขากับหลี่ชางไห่ไม่เหมือนกัน ในผู้ฝึกยุทธ์นับล้านคนเขาสนใจแค่หลี่ชางไห่เท่านั้น
หลี่ชางไห่กัดฟันกล่าวตอบ “แม้จะเป็นเช่นนี้ก็ไม่ควรจะสังหารผู้ฝึกยุทธ์ตั้งมากมายขนาดนั้น… และน้องฉือ…”
โมปู้นี่พูดขัดจังหวะ “การต่อสู้เพื่อชิงอำนาจจะไม่มีการฆ่าฟันได้อย่างไรกัน หลี่ชางไห่”
“หรือตลอดชีวิตเจ้าไม่เคยเข่นฆ่าผู้คนมาก่อน ส่วนฉางฉือนั้นเจ้าคิดมากไปแล้ว”
“แท้จริงเผ่าฉางไม่ได้ถูกทำลายเลย เผ่าฉางยังอยู่ ก่อนหน้านี้ฉางฉือยังมาเยี่ยมข้าอยู่เลย”
“อะไรนะ ฉางฉือยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ” หลี่ชางไห่กล่าวถามด้วยตาโต ลมหายใจเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้นมา
โมปู้นี่กลอกตามองบนแล้วกล่าวว่า “เป็นอย่างที่คาดไว้ เพื่อนพ้องไม่สำคัญเท่าผู้หญิงจริงๆ ช่างทำให้ข้าเจ็บใจยิ่งนัก”
ถึงเขาจะพูดเช่นนี้แต่เห็นได้ชัดว่าเขาดีใจ ใบหน้าเผยรอยยิ้มตลอดไม่หายไปแม้แต่น้อย
“ฉางฉือได้เป็นคนของแดนสวรรค์แล้ว แต่เจ้าเป็นนักโทษของแดนสวรรค์ อย่าได้คิดถึงนางอยู่เลย”
“ควรคิดก่อนว่าจะทำตัวอย่างไรจะได้ออกไปในเร็ววัน แน่นอนว่าเจ้าดื้อดึงต่อไปก็ได้”
“เพื่อความเชื่อมั่นอย่างไม่ลืมหูลืมตาในกฎของโลกเทพยุทธ์ ถูกขังเป็นนักโทษชั้นล่างไปตลอด”
“รอวันที่น้องฉือของเจ้าอดกลั้นส่งเจ้าไปสู่ปลายทางครั้งสุดท้าย”
โมปู้นี่พูดด้วยเจตนาร้ายแอบแฝง ประโยคนี้มีพลังสังหารจริงๆ ทำให้หลี่ชางไห่ที่ฟังอยู่เจ็บปวดยิ่งนัก
ท้องฟ้าในยามพลบค่ำทั่วโลกปกคลุมไปด้วยพายุทรายสีโลหิต
พื้นที่ทรายกว้างใหญ่ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีบ้านไม่ถึงสิบหลัง
เจียงเจี้ยน หลินเฮาเทียน และผิงอัน กำลังคุยกับผู้เฒ่าตาบอดอยู่ในหมู่บ้าน
ดวงตาของผู้เฒ่าคนนี้พันด้วยผ้าสีเทาที่เก่าและสกปรก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
ผมเผ้าราวกับหญ้าแห้ง ทั้งเนื้อตัวผอมเหลือแต่กระดูก แต่พลังของเขากลับแข็งแกร่งมาก
เมื่ออยู่ตรงหน้าเขา พวกเจียงเจี้ยนทั้งสามคนไม่กล้าที่จะล่วงเกิน
“แดนต้องห้ามผืนนี้เคยเป็นสถานที่ที่ผู้แข็งแกร่งสองท่านเปิดศึกตัดสินกัน”
“พวกเขาต่อสู้กันหมื่นปี ทำให้พื้นที่นี้แยกออกมาจากวิถียุทธ์ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็พินาศไปพร้อมกับความแค้นที่ยากจะลบล้าง”
“หลังจากนั้นผู้ที่เข้าไปแล้วก็ยากจะหนีออกมาได้อีก นานวันเข้าก็กลายเป็นดินแดนในสามพันโลกที่ใครได้ยินก็ต้องหวาดกลัว”
ผู้เฒ่าใช้น้ำเสียงที่สะเทือนใจ ทำให้พวกเจียงเจี้ยนยากที่จะเข้าใจ
เจียงเจี้ยนถามด้วยความสงสัย “ในเมื่อเป็นสถานที่อันตราย เหตุใดท่านถึงยังไม่ยอมจากไปเล่า”
ในหมู่บ้านแห่งนี้มีเพียงแค่ผู้เฒ่าผู้นี้คนเดียว ช่างน่าประหลาดใจจริง
แต่ว่าผู้เฒ่าท่านนี้เคยช่วยทหารสวรรค์ที่หลงเข้ามาในสถานที่นี้ แดนสวรรค์จึงรู้สึกดีกับเขาไม่ได้ระวังตัวอะไร
ผู้เฒ่าตอบกลับ “ข้าย่อมมีชะตากรรมของตนเอง ไม่ใช่เพื่อปกป้องอะไรหรือกำลังเตือนใคร”
“ที่ข้าบอกพวกเจ้าก็เพียงแค่ทำตามใจเท่านั้นแหละ ถ้าอยากจะเข้าไปเสี่ยงดูจริงๆ”
“ต่อให้ใช้คำพูดของข้าก็ยากที่จะห้ามพวกเจ้าได้ เหมือนอย่างพวกเจ้าสามคนที่ตัดสินใจจะเข้าไปแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้นหลินเฮาเทียนก็หัวเราะคิกคัก
“ท่านผู้เฒ่า ท่านอ่านใจคนแม่นจริง เช่นนั้นท่านคิดว่าพวกข้าจะออกมาโดยไม่บาดเจ็บได้หรือไม่”
“มีบางคนใช่ มีบางคนไม่ใช่”
คำพูดของผู้เฒ่าทำให้หลินเฮาเทียนและเจียงเจี้ยนคิ้วขมวด
นี่มันยิ่งกว่าข้อสรุปว่าพวกเขาทุกคนต้องตายเสียอีก จึงยิ่งทำให้พวกเขากังวลใจ
ทั้งสามคนตกเข้าสู่ความเงียบ ผิงอันเริ่มเบื่อหน่ายกับการรอคอยจึงกล่าวว่า “ไปเถอะ… ไปเถอะ”
ผู้เฒ่าจ้องผิงอันแล้วกล่าวว่า “คนที่ควรตายกลับมีชีวิตรอด สิ่งของที่ไม่ควรหายกลับยังอยู่ในความมืดมิด”
“ย่อมมีลิขิตสวรรค์เป็นของตน หากวางแผนอย่างไม่ระมัดระวัง คิดจะต่อต้านลิขิตสวรรค์”
“สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีวันได้กลับมา” เจียงเจี้ยนคิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม
เขากัดฟันกล่าว “ขอให้ผู้เฒ่าบอกชัดเจนด้วยเถิด!”
“ข้าก็ไม่เข้าใจลิขิตสวรรค์ ตัวข้าเองก็ติดอยู่ในสภาพที่ไม่อาจหวนกลับได้เช่นกัน พวกเจ้าไปเถิด”
ผู้เฒ่าส่ายหน้าเบา หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
เดินเข้าไปในบ้านที่เก่าและผุพังที่อยู่ด้านข้าง หลินเฮาเทียนลุกขึ้นยืน
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ให้ข้าเข้าไปคนเดียวเถอะ”
อย่ามองว่าปกติเขาดูไม่เอาไหน แต่คำพูดของผู้เฒ่าได้เตือนเขาแล้ว
เขาไม่ยอมเห็นเพื่อนพ้องตายไปต่อหน้าต่อตาเขาเด็ดขาด
เจียงเจี้ยนลุกขึ้นตามแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ให้ผิงอันอยู่ที่นี่ พวกเราทั้งสองเข้าไปกัน”
“ไป… ไป” ผิงอันเห็นพวกเขาลุกขึ้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เขาพุ่งตัวขึ้นไปยังขอบฟ้า หลินเฮาเทียนกับเจียงเจี้ยนตกใจจนหน้าซีด รีบตามพุ่งไป
หลี่วเสินโจวอยู่ในแดนสวรรค์เป็นปีที่ห้าแล้ว แดนสวรรค์มีแท่นประหารเข็นมา
เจียงฉางเชิงนำโชคชะตาของแท่นประหาร ผูกเข้ากับบัญชีสถาปนาเทพ
มอบให้เทพหนึ่งคนมีอำนาจเฉพาะในการใช้แท่นประหาร
การปรากฏตัวของแท่นประหารทำให้บรรยากาศในแดนสวรรค์กระอักกระอ่วนยิ่งขึ้น
การลงทัณฑ์ก่อนหน้านี้อย่างน้อยก็มีทางรอดอยู่บ้าง แต่เมื่อขึ้นไปยังแท่นประหาร
นั่นคือไม่มีโอกาสได้เกิดใหม่ไม่อีกต่อไป ถูกทำลายทั้งกายเนื้อและดวงจิต
ข่าวแพร่กระจายไปในมหาพิภพ จิตจรท่านเหยียนได้รับรู้เรื่องนี้แล้วก็รู้สึกตกใจอยู่ลึกๆ
มักจะรู้สึกว่าแท่นประหารถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตัวเขา เขาเตือนสติตัวเองคราวหน้าไม่อาจกระทำผิด
จะต้องทำความดีและสะสมบุญเอาไว้ ไม่เพียงแค่เขาพวกผู้ศรัทธาที่รู้สึกละอายใจกำลังเตือนตัวเอง
จะไม่ยอมถูกผลักขึ้นไปยังแท่นประหารเด็ดขาด
หลังจากวางแท่นประหารเรียบร้อยแล้ว เจียงฉางเชิงก็ปิดด่านอีกครั้งเพื่อบรรลุวิชามรรคาธรรมชาติขั้นที่สิบสอง
ในปีนี้เจียงจื๋ออวี้จัดให้กลุ่มเทพเซียนเดินทางไปยังมหาพิภพอาคมจิตวิญญาณ หลี่วเสินโจวก็ตามไปด้วย
มีผู้แข็งแกร่งคนนี้เดินทางไปด้วยกัน ทำให้เหล่าเทพเซียนมีความมั่นใจยิ่งขึ้น
อย่างไรพวกเขาก็กำลังเผชิญหน้ากับพลังและดินแดนที่ไม่อาจคาดเดาได้อยู่
นาวาสวรรค์ของหลี่วเสินโจวถูกยึดไปแล้ว กลายเป็นนาวาสวรรค์ของแดนสวรรค์
ความเร็วไม่ด้อยไปกว่าทะเลเมฆเทียมฟ้าเลย
วันนี้นี่เองในคุกสวรรค์ ประตูคุกเปิดขึ้น โมปู้นี่เดินออกมา
เขายืนอยู่ข้างทหารสวรรค์ หันไปยิ้มให้หลี่ชางไห่ที่ยังถูกคุมขังอยู่แล้วกล่าวว่า
“สหาย ข้าออกไปก่อนนะ ข้าควรไปเยี่ยมหลี่วเสินโจวสักหน่อย”
“ตอนนี้พวกข้าล้วนเป็นทหารสวรรค์ระดับเดียวกันแล้ว ฮ่าๆ!”
เห็นท่าทางดีใจของโมปู้นี่ หลี่ชางไห่ก็รู้สึกทั้งโมโหทั้งดีใจแทนเขา อย่างน้อยเขาก็ยังมีชีวิตอยู่
“สหาย ข้าจะรอเจ้าอยู่ด้านนอก เจ้าต้องทำตัวให้ดีนะ อย่าได้ดื้อรั้น!”
โมปู้นี่โบกไม้โบกมือแล้วตามทหารสวรรค์ออกไป อารมณ์ของหลี่ชางไห่ก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น
เขาก็อยากออกไป แต่มรรคาจารย์สังหารผู้ฝึกยุทธ์ตั้งมากขนาดนั้น ทำให้เขายากที่จะยอมรับ
เขาโหยหาความรัก แต่เขามีความยุติธรรมอยู่ในใจ จะไม่ถูกสตรีครอบงำ
‘บางทีข้าก็ควรลองคิด…’ หลี่ชางไห่คิดขึ้นมาในใจ
มรรคาจารย์มีความผิด แล้วโลกเทพยุทธ์ไม่มีความผิดหรือ
หากว่าไม่มีมรรคาจารย์ ใครจะมีสิทธิลงโทษพวกที่มีความผิดในโลกเทพยุทธ์นั้นเล่า
เขายิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เขาเริ่มนั่งสมาธิฝึกฝน ฝึกฝนยอดเคล็ดวิชาลี้ลับที่ได้รับมาจากหลี่วเสินโจว
วิชานี้ทำให้เขาหงุดหงิดน้อยลง อีกด้านหนึ่งภายในตำหนักเหนือเมฆา สีหน้าของเจียงจื๋ออวี้แย่ยยิ่งนัก
เขาจ้องมองเฉินหลี่ในตำหนักแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ค้นหาพวกเขาให้เจอ!”
เฉินหลี่ตอบกลับ “มหาจอมทัพตี้ชางรีบไปแล้ว ฝ่าบาทอย่าได้กังวลเลย…”
“กังวลรึ? จะเป็นไปได้อย่างไร! โชคชะตาของผิงอันหายไปแล้ว”
“แต่โชคชะตาของเจียงเจี้ยนกับหลินเฮาเทียนยังอยู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่านั่นหมายความเช่นไร”
เจียงจื๋ออวี้เอ่ยถามด้วยความโกรธเกรี้ยว เฉินหลี่ฟังแล้วเหงื่อเย็นไหลเป็นสาย