เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 519 ขั้นเทวะบรรลุธรรม ขั้นเทวะไตรภพ
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 519 ขั้นเทวะบรรลุธรรม ขั้นเทวะไตรภพ
“ข้าจะลงรอยประทับอย่างหนึ่งไว้บนตัวเจ้า เมื่อใดอริย
เทวะผู้นั้นตามหาตัวเจ้าพบ เจ้าก็จงเรียกข้าผ่านรอยประทับ
ดวงนี้”
อริยเทวะโลกาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าพอได้ยินคำนี้
คิ้วของเจียงฉางเซิงกลับขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่มีทางรับปากคำขอประเภทนี้อย่างแน่นอน
อริยเทวะโลกาเอ่ยต่อว่า “อริยเทวะผู้นั้นแข็งแกร่งกว่าที่
เจ้าจะจินตนาการออก เขาเป็นคนละโมบยิ่งนัก เมื่อเขา
หมายตาแล้ว เขาก็จะไม่เลือกวิธีการเพื่อให้ได้ตัวเจ้ามา”
เจียงฉางเซิงย้อนถามว่า “พวกเจ้าล้วนมาจากมรรคา
อริยะ เหตุใดเจ้าต้องช่วยข้าขัดขืนเขาด้วย”
“ย่อมเป็นเพราะเดินคนละเส้นทาง เขาต้องการสิ่งใดก็
ต้องเอาสิ่งนั้นมาให้ได้ นั่นคือหนทางเพิ่มพูนพลังของเขา ส่วน
การช่วยเหลือสรรพชีวิตที่ประสบทุกข์เข็ญคือหนทางเพิ่มพูน
พลังของข้า อย่าเอาความคิดของปุถุชนมาประเมินมรรคา
อริยะเลย ใจเจ้าอาจคิดว่ายามเผชิญหน้ากับอริยเทวะผู้นั้น
เจ้าอาจโชคดีใช้วิธีการอื่นหลบหนีได้ แต่ข้าขอยืนยันกับเจ้าว่า
ทุกสิ่งล้วนไร้ประโยชน์”
อริยเทวะโลกาจับจ้องเจียงฉางเซิงพลางบอกเช่นนี้
คำพูดของเขาจริงจังอย่างยิ่ง ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบเจียงฉางเซิง
ไม่เชื่อเขาสักนิด
ต่อมาอริยเทวะโลกาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “แม้เจ้า
ไม่ยินยอม แต่ข้าก็จะช่วยเหลือเจ้า วันหน้าเจ้าจะขอบคุณข้า
เอง ตัวข้าทำตามเจตจำนงของตนเอง มิต้องการให้
เจ้าตอบแทน”
ฉับพลันทันใดนั้นคลื่นพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งก็ระเบิด
ออกมาจากร่างของอริยเทวะโลกา มันเขย่าห้วงมิติบริเวณนี้ให้
สั่นสะเทือนไปทั่ว แม้แต่เทพเซียนของแดนสวรรค์บนโลกคุน
หลุนกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเดินทางไปมาอยู่ในห้วงมิติล้วน
ตื่นตระหนก พวกเขาพากันหันมามอง
“เจ้าบอกว่าเขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ แล้วเจ้าไม่
เหมือนกันหรอกหรือไร”
เจียงฉางเซิงแค่นเสียงหยัน เขาคิดว่าอีกฝ่ายไร้เหตุผล
สิ้นดี ในเมื่อจะสู้ ไยต้องพร่ำพูดคำพูดไร้สาระมากมาย
ถึงเพียงนั้น
มูลค่าสี่ร้อยห้าสิบสองแต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์นั้น
แข็งแกร่งมาก ซ้ำร้ายยังมูลค่ามากกว่าตัวเขาเสียด้วย แต่ใน
เมื่อศัตรูบุกมาถึงหน้าประตูแล้ว เจียงฉางเซิงย่อมไม่มีวัน
ขลาดเขลายอมแพ้โดยมิสู้!
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากผ่านการฝึกบำเพ็ญมานานปี
มูลค่าของตัวเขาเองก็เข้าใกล้สามร้อยแต้มเซ่นไหว้มรรคา
สวรรค์แล้วเหมือนกัน เมื่อเสริมด้วยสมบัติอาคมและพลัง
อภินิหารที่มีอยู่เต็มตัว เขาก็อยากลองดูเหมือนกันว่าอีกฝ่าย
เอาอะไรมาโอหังเช่นนี้!
เปรี้ยง!
ปราณกำเนิดเทพอนธการระเบิดออกมาคล้าย
เกลียวคลื่นโถมซัด อริยเทวะโลกาที่เคลื่อนย้ายชั่วพริบตาเข้า
มาหาถูกปราณกำเนิดเทพอนธการสะกัดเอาไว้ที่ระยะห่างจาก
เจียงฉางเซิงไม่ถึงสิบจั้ง
อริยเทวะโลกาเผยสีหน้าแปลกใจ เห็นชัดว่าเขาประเมิน
พลังป้องกันของปราณกำเนิดเทพอนธการไว้ต่ำกว่านี้
ฝั่งเจียงฉางเซิงย่อมไม่มีทางนั่งรอความตาย เขายิงดัชนี
ออกไปทันที
ดัชนีมรรคพิฆาตโลกา!
อริยเทวะโลกาหลบอย่างรวดเร็ว เขาปรากฏตัวออกมา
อีกหนที่ห้วงมิติด้านบน จากนั้นก็ยกมือขวาฟันฝ่ามือลงมา
เบื้องล่าง ลำแสงที่เปล่งประกายดุจแสงดาวสีม่วงแดงพุ่ง
ทะยานมาจากสุดขอบจักรวาล มันพาคลื่นพลังอันทรงอำนาจ
ที่พร้อมทำลายทุกสิ่งมาด้วย
ปราณกำเนิดเทพอนธการตวัดออกไปดุจหมึกของพู่กัน
ทว่าทันทีที่ปะทะกับลำแสงเจิดจ้าลำนั้นมันก็แตกสลายในชั่ว
อึดใจ ในใจเจียงฉางเซิงตกตะลึงยิ่งนัก ถึงอย่างนั้นตราหยิน
หยางเบิกมรรคาที่อยู่ด้านหลังบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาก็
ขยายใหญ่ขึ้นในพริบตา ตราสัญลักษณ์หยินหยางขนาดมหึมา
เข้าไปขวางการโจมตีสายนี้แทนเขา
ครืนนน
พลังอันน่าหวาดกลัวสองสายปะทะกัน ห้วงมิติสะท้าน
สะเทือน พวกมันพัดพาปราณวิญญาณยุทธ์อันไร้รูปลักษณ์ให้
ปั่นป่วน เกิดเป็นกระแสลมรุนแรงโถมไปรอบทิศ พัดไปไกลจน
สุดลูกหูลุกตา
ผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหลายที่อยู่ไกลๆ หลบไม่ทันจึงถูกพลัง
ที่ซัดมาไกลนับหมื่นล้านลี้สายนี้พัดปลิวกระเด็น หากไม่ใช่
เพราะเจียงฉางเซิงใช้พลังโชคชะตาของตนเองปกป้องพวกเขา
ไว้ พวกเขาคงสลายเป็นธุลีในพริบตาเดียว
เมื่ออีกฝ่ายกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ แววตาของเจียง
ฉางเซิงจึงเย็นชายิ่งกว่าเดิม
กำเริบเสิบสานขนาดนี้ นี่ใจเขามีสรรพชีวิตที่ทุกข์ยากอยู่
จริงหรือเปล่า
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้น กระบี่อาณัติมรรคาสวรรค์พลัน
ปรากฏในมือ เขากุมด้ามกระบี่อย่างรวดเร็วแล้วตวัดฟันหนึ่ง
กระบี่
กาฬวาตสะบั้นมรรคา!
สายลมสีดำพุ่งผ่านตราหยินหยางเบิกมรรคา ชั่วพริบตา
นั้นอสนีบาตประหลาดก็แทรกผสานกับสายวาโย พวกมันพุ่ง
ไปทำลายลำแสงเจิดจ้าขนาดมหึมาของอริยเทวะโลกา
อริยเทวะโลกาขมวดคิ้วเป็นปม เอ่ยเสียงเข้มว่า
“เจ้าบรรลุขั้นเทวะบรรลุธรรมแล้วหรือ ไม่ถูกสิ พลังของ
เจ้าก้าวไปถึงขั้นเทวะไตรภพแล้ว!”
ขั้นเทวะบรรลุธรรม?
ขั้นเทวะไตรภพ?
หรือว่าพวกมันจะเป็นระดับขั้นที่อยู่เหนือกว่าขั้นเทวะ
เหนือดับสูญ
ในเมื่ออีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้ ก็หมายความว่าตัวอริยเทวะ
โลกาเองบรรลุขั้นเทวะไตรภพแล้ว หากแต้มเซ่นไหว้มรรคา
สวรรค์สี่ร้อยแต้มนับเป็นขั้นเทวะไตรภพ เช่นนั้นแต้มเซ่นไหว้
มรรคาสวรรค์สองร้อยถึงสามร้อยแต้มก็น่าจะเป็นขั้นเทวะ
บรรลุธรรม
เจียงฉางเซิงขบคิดว่องไวดุจอสนีบาต ขณะเดียวกัน
การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่หยุดชะงัก กระบี่อาณัติมรรคา
สวรรค์ฟาดฟันออกมาอีกหน สัญลักษณ์หยินหยางอันลี้ลับ
สลายไปพร้อมกับหนึ่งกระบี่ที่ฟันออกมา พลังฟ้าดินสิ้นสลาย
เปล่งแสงสว่างไสวเจิดจ้าพุ่งเข้าสังหารประหนึ่งดาวตกพุ่งผ่าน
ห้วงอวกาศ
สีหน้าของอริยเทวะโลกาเคร่งขรึม หน้าผากของเขาเปล่ง
แสงสีทองพร้อมกับมีลวดลายสีแดงหน้าตาคล้ายเปลวเพลิง
เส้นแล้วเส้นเล่าลอยออกมา
เขาตบฝ่ามือลงมาเบื้องล่าง หนึ่งฝ่ามือนี้ทำให้พลังแห่ง
กฎนับพันหมื่นในห้วงมิติรวมตัวกันเป็นวัตถุ มันกระหวัดพัน
เกี่ยวกับสายลมที่โถมออกมาจากฝ่ามือแล้วตบลงมาหาพลัง
ฟ้าดินสิ้นสลายพร้อมกัน
แสงเจิดจ้าสาดส่องไปทั่ว แรงปะทะอันยาก
จะจินตนาการทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในห้วงมิติสูญเสีย
ประสาทสัมผัส เจียงฉางเซิงต้องใช้จิตย้ายพวกเขาเข้าไปไว้ใน
โลกคุนหลุน
ห้วงมิติของห้วงสุญญตาปริแตก ก่อนที่สีสันทั้งมวล
จะดับสูญ ค่ายกลสังหารเก้านภาสิบปฐพีพลันปรากฏโอบล้อม
โลกคุนหลุน ปกป้องโลกคุนหลุนเอาไว้
ด้วยระดับขั้นบำเพ็ญของเจียงฉางเซิงในวันนี้
ประสาทสัมผัสของเขาย่อมไม่ได้รับผลกระทบ เขามองห้วงมิติ
ของห้วงสุญญตาที่ปริแตก อริยเทวะโลกาผู้นั้นดูเหมือน
จะรู้ทันความน่ากลัวของพลังฟ้าดินสิ้นสลาย เขาถอยห่างออก
ไปอย่างรวดเร็ว แต่จากนั้นก็บุกเข้ามาสังหารเขาใหม่ด้วย
ความเร็วที่ว่องไวกว่าเดิม
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้น ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองลอยออกมา
แล้วขยายใหญ่อย่างว่องไว เถาวัลย์สีทองนับไม่ถ้วนสะบัด
ออกไปราวกับแส้คมกริบ
ฝ่ามือของอริยเทวะโลกาฟาดฟันเถาวัลย์เส้นแล้วเส้น
เล่าดุจกระบี่คมกริบ แต่ผลปรากฏว่าเขากลับถูกเถาวัลย์มาก
ยิ่งกว่าเดิมเข้ามาโอบล้อม
ยิ่งระดับขั้นบำเพ็ญของเจียงฉางเซิงแข็งแกร่งเท่าใด
สมบัติอาคมของเขาก็สำแดงพลังได้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น หาก
พูดถึงเนื้อแท้ของพลัง เขาคิดว่าพลังอาคมของตนเองไม่ด้อย
กว่าพลังเทพของอีกฝ่ายสักนิด
เจียงฉางเซิงฉวยโอกาสที่ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองกำลัง
โรมรันกับอริยเทวะโลกา หยิบน้ำเต้าสะบั้นเซียนออกมาแล้ว
เปิดปากขวด
“ในเมื่อเจ้าไม่รับฟังเหตุผลเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็จะธำรง
ความยุติธรรมแทนสวรรค์ให้เอง!”
เสียงของเจียงฉางเซิงดังขึ้น สิ้นเสียงแสงสีขาวสายหนึ่งก็
เหาะออกมาจากน้ำเต้าสะบั้นเซียน
อริยเทวะโลกากำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เจียงฉาง
เซิงทีละน้อย ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองจัดการยากกว่าที่เขาคิด
เอาไว้ ภายในของเถาวัลย์เหล่านี้บรรจุพลังแห่งมหามรรคาไว้
มากมาย แม้มันจะสร้างบาดแผลให้เขาไม่ได้ แต่ก็ส่งผลทำให้
เขาจบศึกนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน
ตอนนั้นเองที่เขาเห็นแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งมาอย่าง
รวดเร็ว เขาหลบอย่างว่องไว แต่แล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
เมื่อเขาเหมือนจับสัมผัสอะไรบางอย่างได้ เขาเบี่ยงศีรษะหลบ
วูบอีกหน
ดาบบินสะบั้นเซียนพุ่งเฉียดข้างลำคอของเขาไป มัน
เลี้ยวอ้อมลำคอของเขาแล้วตั้งท่าจะฟันลงมาที่ศีรษะ
หน้าผากของเขาเปล่งแสงสีทองระยิบระยับก่อนจะยิง
เปลวเพลิงสีแดงออกมาดีดดาบบินสะบั้นเซียนกระเด็นไป
เจียงฉางเซิงลุกขึ้นยืน พลังของอีกฝ่ายแข็งแกร่งจริงๆ
ดังนั้นเขาตั้งใจจะสู้อย่างเต็มกำลังสักหน
มือของเขาถือกระบี่อาณัติมรรคาสวรรค์ ก้าวเท้าออก
ไปหนึ่งก้าว เพียงก้าวเดียวก็บุกทะลวงมาถึงเบื้องหน้าอริยเท
วะโลกา คมกระบี่พลิ้วไหว หนึ่งกระบี่ฟันฉับออกไปเกิดเป็นเงา
กระบี่นับพันหมื่นที่ถูกฟาดฟันด้วยกระบวนท่าที่แตกต่างกัน
อริยเทวะโลกายกมือขึ้นปัดป้อง เขาตั้งรับกระบวนท่าต่อ
กระบวนท่า จากนั้นเสียงของเขาก็ดังตามมา “การโจมตี
ก่อนหน้านี้ของเจ้าล้วนแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ข้า
คาดเอาไว้ แต่กระบวนท่าของเจ้าในตอนนี้แตกต่างอันใดกับ
มนุษย์ธรรมดากันเล่า”
เจียงฉางเซิงไม่ตอบ เขายังสะบัดกระบี่ต่อไป
ห้วงมิติยังไม่ทันฟื้นกลับมาเป็นปกติจากแสงเจิดจ้าของ
พลังฟ้าดินสิ้นสลาย ทว่าในเวลาสั้นๆ นี้ ทั้งสองคนประมือกัน
ไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
จู่ๆ อริยเทวะโลกาก็สัมผัสพบบางสิ่ง เขาหน้าถอดสีใน
บัดดล
เขาสัมผัสได้ว่าพลังแห่งมหามรรคาอันแข็งแกร่งหลาย
สายกำลังกระจายอยู่รอบด้าน ปิดกั้นทางหนีของเขา
ตอนนั้นเองเจียงฉางเซิงก็ถอยพรวดไปด้านหลัง มือซ้าย
ยกขึ้นมาด้านหน้าแล้วออกแรงกำ พลังแห่งมหามรรคาหลาย
สายที่โอบล้อมอริยเทวะโลกาอยู่บีบเข้ามารวมกันอย่าง
ฉับพลัน
เคล็ดวิชาเทวะยอดมรรคา!
ผสานรวมพลังแห่งมหามรรคา!
เจียงฉางเซิงยังผสานรวมมหามรรคาไม่ได้ แต่เขา
หยิบยืมเคล็ดวิชาเทวะลากพลังของมหามรรคาคนละสาย
เข้ามารวมกันที่จุดเดียวได้ ความเร็วที่พวกมันพุ่งมารวมกัน
รวดเร็วยิ่งนัก อริยเทวะโลกาหลบหลีกไม่ทันอย่างสิ้นเชิง เขา
ทำได้เพียงระเบิดพลังเทพของตนออกมาต่อต้านเท่านั้น
เปลวเพลิงที่อัดแน่นด้วยกลิ่นอายของการทำลายล้าง
คล้ายสัตว์ร้ายแห่งจักรวาล มันกลืนกินทุกสิ่ง กัดกร่อนได้
แม้กระทั่งพลังแห่งมหามรรคาของเจียงฉางเซิง
พลังแห่งมหามรรคาหลายสายระเบิดตามต่อกัน ปลาย
หางของพลังแห่งมหามรรคาซัดไปถึงตัวอริยเทวะโลกา ทำให้
กายเนื้อของเขาสั่นสะท้าน สีหน้าย่ำแย่
“เจ้า…”
อริยเทวะโลกาตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ทันใดนั้นเขา
ก็เงยหน้าพรวด มุกที่เปล่งแสงต่างสีกันเจ็ดสิบสองลูกกำลังพุ่ง
ลงมา
เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์!
อริยเทวะโลกาไม่ทันหลบ เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์ก็
ร่วงลงมาแล้ว พลังอันแข็งแกร่งบดขยี้กายเนื้อของเขาจน
ดวงวิญญาณปรากฏออกมา
เจียงฉางเซิงเลิกคิ้ว มรรคาอริยะเกี่ยวข้องกับมรรคาแห่ง
วิญญาณจริงเสียด้วย ร่างวิญญาณของเจ้าหมอนี่แข็งแกร่ง
กว่ากายเนื้อเสียอีก
น่าเสียดาย เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์
เขาก็พ่ายแพ้แล้ว
พลังแห่งกฎเจ็ดสิบสองชนิดประหนึ่งโซ่ตรวจพันรัดรอบ
อริยเทวะโลกา แล้วเริ่มทำลายร่างวิญญาณของเขา
อริยเทวะโลกาสีหน้าบิดเบี้ยว เปลวเพลิงสีแดงทะลัก
ออกมาจากหน้าผาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจขับไล่เจ็ดสิบสองมุก
ทลายสวรรค์ได้
‘บัดซบ! นี่มันของวิเศษอันใดกัน’
อริยเทวะโลกาคำรามอย่างเกรี้ยวกราดในใจ เขาคิดไม่
ถึงอย่างสิ้นเชิงว่าตนเองจะพ่ายแพ้
ความโกรธคอยกระตุ้นพลังเทพ เปลวเพลิงสีแดงระลอก
แล้วระลอกเล่าทะลักออกมาจากหน้าผากของเขา แต่มันทำให้
เจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์ขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
เจียงฉางเซิงฟาดฝ่ามือเข้าใส่ ฝ่ามือสังสารวัฏกษิติครรภ์
นั่นเอง ฝ่ามือนี้ยังมาพร้อมกับพลังเนรเทศอันเป็นพลัง
อภินิหารที่เกี่ยวกับกรรมอีกด้วย
เมื่อหนึ่งฝ่ามือนี้ฟาดเข้าใส่ร่างวิญญาณของอริยเทวะ
โลกา อริยเทวะโลกาก็พลันหน้าถอดสี
ในตอนนี้เอง จู่ๆ ร่างวิญญาณของอริยเทวะโลกาก็หด
เล็กลง บีบอัดรวมกันเป็นจุดแสงจุดหนึ่งแล้วหายวับไป
เจียงฉางเซิงขมวดคิ้ว เขาแผ่จิตสัมผัสออกไป แต่
ตามหากลิ่นอายของอริยเทวะโลกาไม่พบแล้ว
“มรรคาจารย์แห่งวิถีเซียน ความแข็งแกร่งของเจ้าทำให้
ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ แต่ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งมากเท่าใด ก็มีแต่จะนำ
ภัยร้ายครั้งใหญ่หลวงมาให้ตนเอง อย่างมากที่สุดอีกหนึ่งแสน
ปี ข้าจะกลับมาอีกครั้ง ข้าจะต้องช่วยเจ้าให้จงได้!”
เสียงของอริยเทวะโลกาดังขึ้น น้ำเสียงกลับไปแฝงด้วย
ความเวทนาสงสารดังเช่นก่อนหน้า
ในเวลาเดียวกันนี้เอง แสงเจิดจ้าของพลังฟ้าดิน
สิ้นสลายก็จางลง
มิใช่ว่าแสงเจิดจ้านี้คงอยู่ยาวนานขึ้น แต่เพราะการต่อสู้
ของพวกเขาสองคนรวดเร็วเกินไป
เมื่อห้วงมิติกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง เจียงฉางเซิงก็
เห็นว่าบนห้วงมิติมีบริเวณที่เป็นสีดำสนิทแต่งแต้มเพิ่มขึ้น
มากมาย บริเวณเหล่านั้นล้วนเป็นอาณาเขตสุญญตาที่จะ
ปรากฏขึ้นมาหลังจากห้วงมิติแตกสลาย
เขาหันกลับไปมองโลกคุนหลุนที่ไม่ได้รับผลกระทบอันใด
ในค่ายกลสังหารเก้านภาสิบปฐพี
เขากลับไปนั่งบนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา ขณะที่
จิตไล่ตามหาต่อไป น่าเสียดายที่ตามหาอริยเทวะโลกาไม่พบ
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนหนีรอดจากเงื้อมมือของเขาได้
หรือว่าอริยเทวะโลกาจะแข็งแกร่งกว่าเขา
ไม่ถูกต้องสิ หากเป็นเช่นนี้ เหตุใดอีกฝ่ายต้องหนีไปซ่อน
ด้วยเล่า
เจียงฉางเซิงพยากรณ์พลังของอริยเทวะโลกาทันที
[ต้องใช้แต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์ 387 แต้ม ต้องการ
ดำเนินการต่อหรือไม่]
ไม่!
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย เจ้าหมอนี่ยอมสูญเสียเพื่อแลก
กับการหนีรอด จากสี่ร้อยห้าสิบสองแต้มเซ่นไหว้มรรคา
สวรรค์ ลดลงมาเหลือสามร้อยแปดสิบเจ็ดแต้มเซ่นไหว้มรรคา
สวรรค์ ก็ไม่แปลกที่ต้องรออีกแสนปีค่อยหวนกลับมา
เจียงฉางเซิงวางใจขึ้นเล็กน้อย
เขามองห้วงมิติที่เสียหายรอบโลกคุนหลุน แล้วใช้วิชา
จักรวาลกลางฝ่ามือเก็บโลกคุนหลุนเข้ามาในฝ่ามือ พาโลกคุน
หลุนย้ายที่ทันที เขาจะถือโอกาสนี้ ย้ายโลกคุนหลุนไปไว้ไกล
สักหน่อย อย่างน้อยก็ออกห่างจากมหาพิภพนิลเหลือง
เขาเหาะไปตามทิศทางในความทรงจำของจักรพรรดิ
เทพมหาวัฏสวรรค์ของวิถีเทพ ตั้งใจว่าจะไปพัฒนาวิถีเซียนใน
อาณาเขตของวิถีเทพ เพราะฝั่งนี้มีโลกสวรรค์คอยรักษา
ความสัมพันธ์กับมหาพิภพนิลเหลืองอยู่แล้ว
‘หนึ่งแสนปี หากหนึ่งแสนปีให้หลังเจ้ากลับมาจริงๆ
ถึงเวลานั้นเจ้าก็อย่าคิดว่าจะหนีรอดอีกเลย’
เจียงฉางเซิงนั่งคิดอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา
อย่างเงียบๆ เขาคงต้องเร่งเลื่อนขั้นให้เร็วขึ้นอีก
อริยเทวะโลกายังไม่ใช่ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในมรรคา
อริยะ
ยังมีคนที่ไล่ล่าเทพแห่งมหามรรคาผู้นั้นอีก
แต่ก่อนหน้านั้น เจียงฉางเซิงตั้งตาคอยรางวัลรอดชีวิตที่
ได้จากอริยเทวะโลกาอย่างยิ่ง รางวัลรอดชีวิตในหนนี้จะต้อง
เป็นรางวัลที่เหนือกว่าที่แล้วๆ มาอย่างแน่นอน
……………………………………..