เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 528 อวตารสู่อดีต ปัจจุบันและอนาคต
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 528 อวตารสู่อดีต ปัจจุบันและอนาคต
ตลอดเวลาสิบปี เจียงฉางเซิงไม่เคยพบนายท่านของ
หุบเขาคุนหลุนผู้เป็นบุตรชายของเจียงสวินคนนั้นเลย ทั้งที่
ตอนเพิ่งมาถึงเจ้าปีศาจจิ้งจอกบอกชัดๆ ว่านายท่านของมัน
อยากพบเขา แต่ต่อมากลับบอกว่าปิดด่านฝึกบำเพ็ญอยู่ เขา
เดาว่าระหว่างนั้นคงเกิดบางอย่างขึ้นทำให้นายท่านแห่ง
หุบเขาคุนหลุนเปลี่ยนใจ
สิบปีนี้ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันอันใด ชีวิตของเจียงฉางเซิง
เงียบสงบอย่างยิ่ง ไม่มีเรื่องอย่างอัจฉริยะที่อายุมากกว่า
มาข่มเหงรังแกใดๆ ทั้งสิ้น เด็กในที่แห่งนี้ล้วนเป็นคนเผ่าเจียง
พวกเขาต่างแบกภาระหนักอึ้งในการฟื้นฟูเผ่าเจียงให้กลับมา
รุ่งเรืองจึงไม่มีเวลามารังแกคนในเผ่าด้วยกันเอง
เพราะเคยมีประสบการณ์จริงมาแล้ว เจียงฉางเซิง
จึงก้าวเข้าสู่วิชากายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลเร็วขึ้นกว่า
เดิม แต่เพราะไม่มีทรัพยากรล้ำค่าแห่งฟ้าดินมาหล่อหลอม
ร่างกาย วิชากายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลของเขาจึงด้อย
กว่าร่างต้นอยู่มาก ทว่าเมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเซียนในแดน
มนุษย์ เขาไม่ต่างจากสมบัติอาคมในร่างมนุษย์แล้ว พละกำลัง
นับอนันต์ พลังอาคมก็มหาศาล
วันนี้ เจียงฉางเซิงที่กำลังฝึกวิชาอยู่ในห้องได้ยินเสียง
ระฆังของหุบเขาคุนหลุน
เขาลุกขึ้นเดินออกจากกระท่อมไม้ทันที แสงตะวันสาด
ลงมาตกต้องร่าง ตัวเขาในวัยสิบเจ็ดปีหน้าตาเหมือนร่างต้น
ทุกประการ ใบหน้าหล่อเหลา ท่าทางองอาจสง่างาม แม้สวม
อาภรณ์ธรรมดาก็ยากจะปิดบังกลิ่นอายอันเหนือธรรมดาได้
ศิษย์เผ่าเจียงทยอยเดินออกมาจากกระท่อมไม้กับหอ
ที่อยู่รอบๆ ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวเจียงฉางเซิงก็กลายเป็นศิษย์ที่อายุ
มากที่สุดเสียแล้ว
ศิษย์ทุกคนที่อายุครบสิบหกปี บางคนจะถูกพาตัวไปฝึก
บำเพ็ญต่อ บางคนถูกเจียงซานที่เป็นบุตรบุญธรรมของนาย
ท่านแห่งหุบเขาคุนหลุนพากลับไปยังแดนมนุษย์ แต่เจียงฉาง
เซิงพิเศษกว่าคนอื่น กำหนดเวลานั้นของเขาล่าช้ามาหนึ่ง
ปีแล้ว
ศิษย์หลายสิบคนเดินมาที่ลานกว้างใจกลางหุบเขา
ทุกคนยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เจียงฉางเซิงยืนอยู่
หัวแถวทางด้านซ้ายสุด เรือนร่างผึ่งผายของเขาดึงดูดสายตา
ของสาวน้อยทั้งหลายให้หันมามอง แม้ว่าจะมีสายเลือดของ
เผ่าเจียงเหมือนกันหมด แต่ใบหน้าของเจียงฉางเซิงงามที่สุด
แม้แต่สาวน้อยทั้งหลายก็สู้ไม่ได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ปีศาจจิ้งจอกก็เหาะลงมาจากฟ้า มันเพิ่ง
เหยียบพื้นดินก็มีอีกร่างหนึ่งลอยตามลงมาด้วย คนผู้นี้สวม
อาภรณ์สีคราม ใบหน้าเหมือนคนอายุสี่สิบต้นๆ ปอยผมที่
ทิ้งตัวลงมาสองข้างดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย เรือนผมยาวที่อยู่ใต้
กวานหยกเป็นสีดำแซมขาว ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาให้
บรรยากาศเหมือนผู้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
“ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่ก็คือนายท่านของข้า หรือก็
คือนายท่านแห่งหุบเขาคุนหลุน พวกเจ้าจะเรียกท่านว่าท่านผู้
บรรลุแห่งคุนหลุนก็ได้”
ปีศาจจิ้งจอกยิ้มแย้มเอ่ยแนะนำ ระหว่างที่พูดมันก็แอบ
ขยับเข้าไปใกล้ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุน
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนสีหน้าเรียบเฉย สายตามอง
สำรวจเด็กทั้งหมดที่อยู่ในลาน สุดท้ายสายตาก็หยุดลงบนร่าง
เจียงฉางเซิงเป็นเวลาหลายชั่วอึดใจ
“เจ้า เจ้า…”
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนยกแส้นักพรตขึ้นมาแล้วเริ่มชี้
คนแรกที่ชี้ก็คือเจียงฉางเซิง
เขาชี้เลือกคนไปทั้งหมดห้าคน แล้วให้ทั้งห้าคนเดินแยก
ออกมาด้านข้าง
เจียงฉางเซิงสุขุมยิ่งนัก แต่อีกสี่คนที่เหลือตื่นเต้นดีใจ
มาก นี่หมายความว่าพวกเขาผ่านด่านแล้ว การตรากตรำ
ฝึกฝนหลายปีที่ผ่านมาได้รับการยอมรับแล้ว
“คนอื่นทุกคนเตรียมตัวเก็บสัมภาระ กลับบ้านเถิด”
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเอ่ยอย่างนิ่งสงบ เมื่อคำนี้เอ่ย
ออกมา เด็กหนุ่ม เด็กสาวที่เหลืออีกหลายสิบคนก็ส่งเสียง
ฮือฮาดังอื้ออึงทันที พวกเขาพากันถามว่าเพราะเหตุใด ในเมื่อ
คนส่วนใหญ่ยังอายุไม่ครบสิบหกปี มีเด็กน้อยสองคนเพิ่งมา
ถึงแค่ครึ่งปีด้วยซ้ำ
ปีศาจจิ้งจอกก็มองท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนอยาง
แปลกใจเช่นกัน
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเอ่ยตอบว่า “แผนการเปลี่ยนไป
แล้ว ตัวตนที่ไล่ล่าเผ่าเจียงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แม้แต่
จักรพรรดิเซียนแห่งเผ่าเจียงก็ยังบาดเจ็บหนัก ข้าจะลบ
ความทรงจำของพวกเจ้าแล้วผนึกสายเลือดของพวกเจ้าไว้
นับจากนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจงเป็นคนธรรมดาเถิด”
ฟังคำพูดนี้จบ ทุกคนก็เงียบงัน
เจียงฉางเซิงกลับสงสัยใคร่รู้ว่าผู้ใดกันที่ทำให้เจียงสวิน
บาดเจ็บหนักได้
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนก้าวมาข้างหน้าแล้วเริ่มลบ
ความทรงจำของเด็กน้อยทีละคน เด็กหนุ่มเด็กสาวที่ถูกเขา
ใช้วิชาใส่ต่างพากันสลบไสลไปทีละคนจนกระทั่งคนสุดท้าย
ไม่นานนักท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนก็หมุนตัวจากไป
“พวกเจ้าห้าคนตามข้ามา”
เจียงฉางเซิงกับเด็กอีกสี่คนติดตามเขาไป พวกเขา
เข้ามาด้านในของหุบเขา ที่นั่นเป็นเขตต้องห้าม ก่อนหน้านี้
ปีศาจจิ้งจอกไม่เคยยอมให้พวกเขาเข้ามา
หลังจากเดินผ่านเส้นทางขึ้นภูเขาอันลดเลี้ยวเคี้ยวคด
พวกเขาก็มาถึงหน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายพลังอาคมหนึ่ง ค่ายกล
ศิลาค่ายกลนี้ชำรุดทรุดโทรมนัก รอบด้านมีใบไม้ร่วงกองอยู่
เต็มไปหมด เห็นชัดว่าไม่มีคนปัดกวาดมานานมากแล้ว
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงกวักมือ
เรียกพวกเจียงฉางเซิงห้าคนให้ตามเขาเข้าไปในค่ายกล
จากนั้นเขาก็สะบัดแส้ใช้วิชา พลังวิญญาณไหลลงไปด้านล่าง
ปลุกให้ค่ายกลศิลาทำงาน ลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งสูงเสียดเมฆา
พวกเจียงฉางเซิงรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง ภาพเบื้องหน้าลายตา
น่าสับสน มองจับภาพสิ่งใดไม่ได้ทั้งสิ้น
ผ่านไปราวสิบลมหายใจ ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกกลับมา
เป็นปกติอีกครั้ง เจียงฉางเซิงลืมตามอง สิ่งที่เข้ามาในสายตา
คือฟ้าดินอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง ท้องนภากว้างประดับ
เมฆางดงามนัก กระเรียนเซียนบินเรียงเป็นทิวแถว หมู่เขาทอด
ยาวราวกับสันหลังนูนๆ เว้าๆ ของมังกรชราสักตัว พวกเขายืน
อยู่บนปลายยอดของเทือกเขาสักลูก สายลมพัดใบหญ้า
พลิ้วไหวชวนให้เขารู้สึกจิตใจปลอดโปร่งอย่างยิ่ง
“อ๊อก...”
เด็กหนุ่มร่างกำยำเหมือนหมีด้านข้างทนไม่ไหวทรุดลง
ไปคุกเข่าอาเจียนบนพื้น เด็กอีกสามคนก็สภาพไม่ได้ดีกว่ากัน
สักเท่าไร มีเพียงเจียงฉางเซิงกับท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุน
เท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเหล่มองเขาแล้วเอ่ยว่า “เจ้า
แตกฉานบางส่วนของเคล็ดวิชากายทองแล้วอย่างนั้นหรือ”
เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา สี่คนที่เหลือก็หันขวับไปมอง
เจียงฉางเซิง สีหน้าของพวกเขาประหลาดใจยิ่ง คนที่โตที่สุด
ในหมู่พวกเขาเพิ่งอายุสิบห้าปี ส่วนคนที่เด็กสุดอายุสิบสองปี
พวกเขาคิดว่าคนที่ฝึกเคล็ดวิชาปราณทองสำเร็จก่อนมาที่นี่
นับเป็นอัจฉริยะแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีคนฝึกเคล็ดวิชากายทอง
ที่ยากกว่าสำเร็จเสียด้วย มิน่าเล่าคนผู้นี้ถึงอยู่ในหุบเขาคุน
หลุนได้เพิ่มอีกหนึ่งปี
เคล็ดวิชากายทองเป็นเคล็ดวิชาที่ฝึกยากที่สุดในเคล็ด
วิชาทั้งสามเล่ม พวกเขาทุกคนล้วนฝึกฝนเคล็ดวิชาปราณทอง
มา คิดไม่ถึงว่ามีคนฝึกเคล็ดวิชากายทองสำเร็จด้วย
“พอจะนับว่าเป็นเช่นนั้นได้กระมัง” เจียงฉางเซิงเอ่ยตอบ
วิชาที่เขาฝึกไม่ใช่เคล็ดวิชากายทอง แต่เป็นวิชากายทอง
คงกระพันกำเนิดจักรวาลต่างหาก!
จากนั้นท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนก็เริ่มแนะนำ “ที่แห่งนี้
คือดินแดนของเผ่าเจียง มันเป็นโลกภายในของจักรพรรดิ
เซียนเจียงสวิน อยู่ที่นี่พวกเจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย
ฝึกบำเพ็ญได้อย่างเต็มที่ ไปเถิด ข้าจะพาพวกเจ้า
ไปที่พักอาศัยของพวกเจ้า”
เขายกมือขึ้นมากวัก น้ำเต้าใบหนึ่งก็ลอยออกมาจากใน
แขนเสื้อ มันขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว จากนั้นท่านผู้บรรลุก็
สะบัดแส้พาพวกเจียงฉางเซิงห้าคนขึ้นไปบนน้ำเต้า เด็กหนุ่ม
เด็กสาวทั้งสี่พากันเอะอะเจี๊ยวจ๊าว
น้ำเต้าเหาะอย่างว่องไว มันโบยบินผ่านหมู่เขา เจียงฉาง
เซิงมองเห็นคนจำนวนไม่น้อยกำลังนั่งสมาธิฝึกวิชาอยู่บน
ภูเขา บางคนก็กำลังฝึกวิชาอาคม ดูเหมือนพวกเขาจะเดินทาง
มาถึงถิ่นฐานของตระกูลเซียนแล้ว เรื่องนี้ทำให้ทายาทเผ่า
เจียงทั้งสี่ตื่นเต้นอย่างยิ่ง ทว่าเจียงฉางเซิงกลับรู้สึกหดหู่
คนเผ่าเจียงที่นี่ต่างวรยุทธ์ไม่สูงเท่าไรนัก ทั้งจำนวนคน
ก็น้อยกว่าเชื้อพระวงศ์สกุลเจียงในเทียนจิ่งเสียอีก
“ท่านผู้บรรลุ เผ่าเจียงเหลือแค่พวกเราหรือขอรับ
ข้างนอกยังมีสายรองของเผ่าเจียงเหลืออยู่อีกหรือไม่” เจียง
ฉางเซิงเอ่ยปากถามขัดความตื่นเต้นของสี่คนที่เหลือ
ผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเผยสีหน้าปั้นยาก แล้วถอนหายใจ
ตอบว่า “ในเมื่อพวกเจ้าเข้ามาแล้ว ข้าก็จะบอกความจริงที่
โหดร้ายกว่ากับพวกเจ้า เมื่อนานมาแล้วเผ่าเจียงเคยปกครอง
เหนือโลกนับหมื่น ปวงเซียนต่างเคารพนับถือ เผ่าพันธุ์
ทั้งหลายกยกย่องศรัทธา ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดคู่ต่อสู้ของเผ่า
เจียงมีเพียงคนในเผ่าด้วยกันเท่านั้น เหมือนที่จักรพรรดิเซียน
เจียงสวินของพวกเราเคยถูกคนในเผ่าเจียงไล่ล่า บางทีอาจ
เป็นเพราะเผ่าเจียงแข็งแกร่งและรุ่งโรจน์มากเกินไป สวรรค์
จึงริษยา ต่อมามารสวรรค์ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขากลืนกิน
ยอดฝีมือทั้งหลายของเผ่าเจียงเข้าไปมากมายจนได้รับพลังที่
ไม่เคยมีมาก่อน แล้วก่อตั้งเผ่ามารสวรรค์ขึ้น จากนั้นพวกเขา
ก็ล่าเผ่าเจียงอย่างเหิมเกริม จนเผ่าเจียงที่เคยกระจัดกระจาย
อยู่ทั่วหมื่นโลกเหลือเพียงสายตระกูลของพวกเราสายนี้
แม้กระทั่งตอนนี้เผ่ามารสวรรค์ก็ยังไล่ล่าพวกเราอยู่”
เด็กสาวคนหนึ่งอดถามไม่ได้ว่า “เผ่าเจียงตกอับ
ถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดเผ่ามารสวรรค์ยังไล่ล่าพวกเราอยู่อีก
กลัวว่าพวกเราจะแก้แค้นอย่างนั้นหรือ”
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนส่ายหน้า “นั่นเป็นเพียงเหตุผล
หนึ่งในหลายข้อเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวคืออำนาจที่อยู่
เบื้องหลังเผ่าเจียงต่างหาก”
“อำนาจที่อยู่เบื้องหลังอย่างนั้นหรือ”
ทุกคนต่างฉงนสนเท่ห์
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนบังคับให้น้ำเต้าเหาะไปบนฟ้า
สายตาทอดมองออกไปแสนไกล แววตาเต็มไปด้วยความ
โศกเศร้า
“เล่ากันว่า บรรพบุรุษของเผ่าเจียงคือมรรคาจารย์ ผู้นำ
แห่งปวงเซียนและผู้สร้างวิถีเซียน มรรคาจารย์คือผู้ก้าวพ้น
ทุกสิ่ง มีร่างอาคมนับพันหมื่น อวตารไปอยู่ได้ทั้งในอดีต ปัจ
จุบันและอนาคต ไม่ว่าผู้ใดก็ตามหาตัวเขาไม่เจอ ไม่ใช่แค่
มรรคาจารย์เท่านั้น บรรพบุรุษอีกคนหนึ่งของเผ่าเจียงเป็น
ถึงประมุขแห่งแดนสวรรค์ของแดนสวรรค์ เรียกขานนามว่า
จักรพรรดิสวรรค์ ทว่าแดนสวรรค์เหินสู่เบื้องบนไปเมื่อ
นานแสนนานมาแล้วจึงขาดการติดต่อกับเผ่าเจียงไป เผ่ามาร
สวรรค์กลัวว่าเรื่องนี้จะถูกแดนสวรรค์กับมรรคาจารย์ล่วงรู้
ดังนั้นจึงตั้งใจจะรีบเข่นฆ่าพวกเราให้สิ้นซาก”
เจียงฉางเซิงขมวดคิ้ว คำพูดประโยคหนึ่งของท่านผู้
บรรลุแห่งคุนหลุนดึงดูดความสนใจของเขา
ร่างอาคมนับพันหมื่น อวตารไปอยู่ได้ทั้งในอดีต ปัจจุบัน
และอนาคตอย่างนั้นหรือ
เขาคลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะคว้าจับบาง
สิ่งบางอย่างได้ แต่พอขบคิดอย่างถี่ถ้วนกลับคิดไม่ออก
เขารู้สึกเหมือนตนเองคว้าจับปริศนาของกรงขังแห่ง
กาลเวลาที่ตนเองหลงเข้ามาได้แล้ว
สี่คนที่เหลือจมดิ่งอยู่ในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเผ่า
เจียง สำหรับมนุษย์เดินดินเช่นพวกเขา แม้แต่โลกใบนี้
กว้างใหญ่เพียงใดก็ยังไม่รู้ พวกเขาย่อมไม่รู้ว่าโลกนับหมื่น
กว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แล้วมรรคาจารย์ผู้ตัวตนแสน
เลือนรางคนนั้นที่แท้แล้วเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งปานใดกันแน่
ถึงอย่างนั้นเมื่อได้ฟังคำพูดของท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุน ใน
หัวใจของพวกเขาก็มีเปลวเพลิงลุกโชติช่วง
เผ่าของพวกเขาแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จะให้จบสิ้นในยุค
ของพวกเขาได้อย่างไรกัน!
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเล่าความแข็งแกร่งของเผ่าเจียง
ในอดีตให้ฟังไปตลอดทาง พวกเขามีสายเลือดจักรพรรดิ
เป็นกำลังหลัก มีสายเลือดสายรองนับไม่ถ้วนเป็นกำลังหนุน
พวกเขาเคยเกรียงไกรเหนือพันมหาโลกา เกือบจะกลายเป็น
ผู้ปกครองที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่เผ่าเจียงที่แข็งแกร่ง
ถึงเพียงนั้น สุดท้ายก็ร่วงหล่น
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะจากที่ท่านผู้
บรรลุเล่าให้ฟัง มารสวรรค์ตนนั้นกลืนกินเลือดเนื้อของยอด
ฝีมือในสายเลือดจักรพรรดิไปจึงครอบครองพลังอัน
น่าหวาดกลัวที่สามารถสยบทุกสิ่ง ทว่าแม้เป็นเช่นนั้น
จักรพรรดิเซียนเจียงสวินบรรพบุรุษของพวกเขาก็ยังต่อสู้
คะคานกับฝ่ายนั้นได้
ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา จักรพรรดิเซียน
เจียงสวินประมือกับมารสวรรค์ตนนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน แพ้
มากชนะน้อย ถึงจะดูไม่ค่อยได้ แต่เขาก็กลายเป็น
หนามยอกอกของมารสวรรค์ที่ดึงเท่าไรก็ดึงไม่ออก
ครึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เจียงฉางเซิงก็ถูกจัดให้มาพักใน
เรือนหลังหนึ่ง คุณภาพของที่พักแห่งนี้ดีกว่าในหุบเขาคุนหลุน
มากนัก
เขาไม่ชักช้า เริ่มนั่งสมาธิฝึกวิชาอย่างรวดเร็ว
ตามที่ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนบอกมา กายทองที่เขาฝึก
เป็นวิชาที่น้อยคนนักจะเลือกฝึก ต่อไปเผ่าเจียงจะหา
ทรัพยากรวิเศษมาให้เขาหล่อหลอมกายาอย่างไม่ขาดตอนเอง
เขาสามารถฝึกวิชาได้อย่างสบายใจ
ตกกลางคืน
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนก็ก้าวเข้าไปในตำหนักใหญ่โต
หลังหนึ่ง เขาก้าวมาถึงหน้าบันไดแล้วมองไปยังร่างที่นั่งสมาธิ
อยู่บนแท่นรูปดอกบัวข้างบน
“ท่านพ่อ ข้าพาทายาทที่ข้าสั่งสอนกลับมาแล้ว ทั้งหมด
มีห้าคน คนหนึ่งในนั้นฝึกเคล็ดวิชากายทองสำเร็จเสียด้วย”
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเอ่ยปากเล่าให้ฟัง แต่คิ้วของเขา
ขมวดมุ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มกังวล
“โอ้? เขามีนามว่าอันใด ข้าจะจดจำไว้”
น้ำเสียงแก่ชราและอ่อนแรงเสียงหนึ่งดังขึ้น มันดัง
มาจากบิดาของท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุน หรือก็คือจักรพรรดิ
เซียนเจียงสวินนั่นเอง
มองจากเบื้องล่างขึ้นไปเบื้องบน แม้เห็นใบหน้าของเขา
ไม่ชัดเจนนัก แต่ร่างกายงองุ้มของเขาช่างคล้ายเทียนไขริบหรี่
กลางสายลม
“เขามีนามว่าเจียงเฉียน ปีนี้เพิ่งอายุสิบเจ็ดปี นิสัยไม่เลว
อย่างยิ่ง ในหมู่ศิษย์กลุ่มนี้ไม่มีใครเทียบเขาได้” ท่านผู้บรรลุ
แห่งคุนหลุนเอ่ยตอบ
ทันทีที่คำนี้ถูกเอ่ยออกมา ร่างของเจียงสวินก็สะท้าน
ไปทั้งตัว แล้วไอออกมาอย่างรุนแรง
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนรีบถามว่า “ท่านพ่อ ท่าน
สบายดีหรือไม่ ให้ข้าไปเรียกพวกพี่ใหญ่มารักษาท่านดีหรือไม่
”
“ไม่ต้อง ก่อนหน้านี้ตอนประมือกับมารสวรรค์ พวกเขาก็
บาดเจ็บหนักเช่นกัน ไม่ต้องไปรบกวนพวกเขาหรอก ข้าเพียง
นึกถึงสหายเก่าคนหนึ่งจนอารมณ์พลุ่งพล่านนิดหน่อยก็
เท่านั้น” เจียงสวินดึงร่างกลับมาทรงตัวดีๆ แล้วตอบเสียง
สั่นเทา
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ท่านหมายถึง
สหายร่วมเผ่าลึกลับที่สอนพลังอภินิหารให้ท่าน คนที่ท่านเคย
เล่าถึงผู้นั้นน่ะหรือ ก่อนหน้านี้ข้าก็คอยจับตาดูเขาเพราะนาม
นี้เหมือนกัน ข้าพบว่าเขาสุขุมกว่าคนอายุเท่ากันจริงๆ ตั้งแต่
เล็กก็ไม่ธรรมดา แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังเป็นแค่เด็กน้อย
คงจะนามซ้ำกันเท่านั้น”
………………………………………