เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 529 เขาคือเจียงเสวียนเหนียน
หลังจากเข้ามาอาศัยในโลกของเผ่าเจียง ชีวิตของเจียง
ฉางเซิงก็กลับไปแห้งแล้งอีกครั้ง เขาไม่แวะไปหาเจียงสวิน
ในทันที แต่ฝึกวิชากายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลต่อ
เขาค้นพบเรื่องที่ยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือถึงเขาจะไม่
ได้อยู่ในร่างต้นของตน แต่ความทรงจำยังอยู่ นั่น
หมายความว่า สิ่งที่เขาเรียนรู้จนแตกฉาน สิ่งที่เขาฝึกปรือและ
ประสบการณ์ที่เขาสั่งสมที่นี่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง หาใช่ความคิด
เพ้อเจ้อ
กล่าวจากบางแง่มุม นี่ก็นับเป็นโชควาสนาอย่างหนึ่ง
เขาได้มาศึกษาวิชาในห้วงมิติเวลาอื่น เมื่อนำ
ประสบการณ์ที่สั่งสมกลับไปโลกแห่งความเป็นจริงแล้วฝึกฝน
ซ้ำอีกครั้ง ย่อมลงแรงครึ่งเดียวได้ผลลัพธ์เป็นเท่าทวี
เรื่องนี้ทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนพูด
เกี่ยวกับมรรคาจารย์มากขึ้นมาอีกหน่อย
อวตารไปอยู่ในอดีต ปัจจุบันและอนาคต นี่มิใช่วิธีการ
ฝึกบำเพ็ญอย่างหนึ่งหรือไร
วิธีฝึกบำเพ็ญที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ปราศจาก
ขีดจำกัดทั้งปวงรวมถึงกาลเวลาด้วย
เจียงฉางเซิงฝึกบำเพ็ญวิชากายทองคงกระพันกำเนิด
จักรวาลไปพลางก็ครุ่นคิดเรื่องนี้ไปด้วย
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ทุกเดือนจะมีคน
ส่งทรัพยากรวิเศษแห่งฟ้าดินฤทธิ์ร้อนที่จำเป็นสำหรับเคล็ด
วิชากายทองมาให้ เจียงฉางเซิงอาศัยสิ่งเหล่านี้ทำให้กายเนื้อ
แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
กาลเวลายี่สิบปีผ่านพ้นไปเช่นนี้
วันนี้มีสตรีนางหนึ่งแวะมาเยี่ยมเจียงฉางเซิง นางก็คือ
หนึ่งในศิษย์สี่คนที่ออกจากหุบเขาคุนหลุนมาพร้อมกันเมื่อ
ตอนนั้น นางมีนามว่าเจียงหลิง
เจียงฉางเซิงจำใจลุกขึ้นมาต้อนรับ ทั้งสองคนนั่ง
ประจันหน้าจิบชาร่วมกันอยู่ในลานเรือน
นับตั้งแต่มาถึงเผ่าเจียง สายสัมพันธ์ของพวกเขาห้าคน
ก็แน่นแฟ้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจียงหลิง นางเป็นมิตร
อย่างยิ่ง มักจะเทียวไปเทียวมาทำให้เจียงฉางเซิงไม่ห่างเหิน
จากพรรคพวกกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้
“ปีนี้การทดสอบภายในของเผ่าเจียงจะเริ่มขึ้นแล้ว
รางวัลคือสมบัติอาคมอันแข็งแกร่งชิ้นหนึ่งกับสิทธิ์การเข้าหอ
ประจำเผ่า เจ้าไม่เข้าร่วมหรือ ในหมู่พวกเรา เจ้าน่าจะมีหวัง”
เจียงหลิงวางถ้วยชาลงแล้วถามอย่างจริงจัง
นอกจากท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุน ยังมีสมาชิกเผ่าเจียง
คนอื่นที่ออกตามหาสายเลือดที่พลัดหลงอยู่ข้างนอกอีก
ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างพวกเขาแต่ละกลุ่มขึ้นมา
เจียงฉางเซิงส่ายหน้าตอบว่า “ไม่ไปหรอก ข้ายังเยาว์วัย
อยู่ ไปก็ได้แค่ร่วมแข่ง เสียเวลาเปล่าๆ พวกเจ้าก็เหมือนกัน รีบ
ใช้เวลาฝึกฝนเข้า”
“แล้วหากพลิกความคาดหมายเล่า ไปเข้าร่วมก็ไม่
เสียหายสักหน่อย”
“ไม่เสียหายอย่างไร หากเจ้าไป จิตใจก็จะคาดหวัง หาก
พ่ายแพ้ ในใจย่อมผิดหวัง ไม่อยากยอมรับ ส่งผลต่อจิตใจได้
อย่างง่ายดาย หรือไม่ระหว่างการต่อสู้ก็อาจสร้างบาปกรรม
ขึ้นก็ได้ ข้าแนะนำว่าพวกเจ้าอย่าไปดีกว่า พวกเจ้ายังฝึกฝนไม่
ถึงคอขวดเสียหน่อย”
เจียงฉางเซิงแนะนำอย่างจริงใจ เจียงหลิงได้ยินเช่นนั้นก็
เริ่มคล้อยตาม
“หากว่างก็พาพวกเขามาหาข้า ข้าจะชี้แนะการฝึก
บำเพ็ญให้พวกเจ้าเอง” เจียงฉางเซิงเอ่ยต่อ
อยู่ด้วยกันมานานหลายปี พวกเขาย่อมมีความผูกพันกัน
อยู่บ้าง หากช่วยเหลือพวกเขาได้ เจียงฉางเซิงก็ยินดีให้
คำแนะนำ พบพานคือวาสนา นับประสาอะไรกับเมื่อพวกเขา
เป็นลูกหลานของตนเอง
เจียงหลิงได้ยินดังนั้น คิ้วงามที่ขมวดมุ่นก็คลายออก
นางคลี่รอยยิ้มอีกครั้ง ห้าปีก่อนพวกเขามารวมตัวกันที่เรือน
ของเจียงฉางเซิงเพื่อแบ่งปันจุดที่ฝึกติดขัด ปรากฏว่าพอเจียง
ฉางเซิงชี้แนะพวกเขาทีละคน พวกเขาก็บรรลุในบัดดล
การฝึกฝนหลังจากนั้นราบรื่นอย่างยิ่ง เหตุการณ์นี้ทำให้เจียง
ฉางเซิงกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเล็กๆ ของพวกเขา ทุกคน
ต่างนับถือเขากันทั้งสิ้น
“เช่นนั้นข้าจะไปเรียกพวกเขามาเดี๋ยวนี้เลย”
เจียงหลิงจากไปอย่างรีบร้อน ทำให้เจียงฉางเซิงกลั้นยิ้ม
เอาไว้ไม่ไหว
วันนี้เรือนของเจียงฉางเซิงบรรยากาศครึกครื้น เจียงฉาง
เซิงเฝ้ามองเจ้าตัวน้อยทั้งสี่โต้เถียงกันอยู่เบื้องหน้าตนเอง จู่ๆ
เขาก็เข้าใจความรู้สึกยามผู้อาวุโสมองลูกหลานที่อายุห่าง
จากรุ่นของตนเองแล้ว
บางครั้งครึกครื้นบ้างก็ไม่เลว นี่เป็นเรื่องที่ยากจะพบใน
โลกคุนหลุน ต่อให้เรียกลูกๆ หลานๆ มาอยู่ต่อหน้าเขา
พวกเขาก็มีแต่จะเกร็ง ไม่กล้าทำตามอำเภอใจเช่นนี้
วุ่นวายอยู่หนึ่งวัน เจียงฉางเซิงก็กลับมาฝึกบำเพ็ญ
อีกครั้ง
ด้านในตำหนักหลังหลักที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของเผ่า
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนมาพบเจียงสวินอีกครั้งเพื่อ
รายงานสถานการณ์
“การฝึกของเจียงเฉียนผู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง” เจียงสวิน
เอ่ยถาม เขายังคงนั่งอยู่ในเงามืดจึงมองเห็นใบหน้าที่แท้จริง
ไม่ชัด เผยออกมาเพียงร่างกายที่แก่ชราและอ่อนแรง
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ไม่ทราบแน่ชัด
ขอรับ เจ้าเด็กคนนี้วันๆ เอาแต่หมกอยู่ในเรือน นอกจากศิษย์
สี่คนที่มาด้วยกัน เขาก็ไม่คบหากับผู้ใดทั้งสิ้น”
เจียงสวินไอสองสามหน ทำเอาท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุน
เผยสีหน้ากังวลออกมา เขาทำท่าอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่สุดท้ายก็เงียบไว้
“ไม่ต้องกังวล ร่างกายของข้า ข้าย่อมรู้ดีที่สุด หากยัง
ตามหาผู้สืบทอดเผ่าเจียงไม่พบ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะทนต่อไป
ให้ได้ เผ่าเจียง…จะมาจบสิ้นในมือข้าไม่ได้…” เจียงสวินพูด
มาถึงท่อนสุดท้าย เสียงก็เริ่มขาดๆ หายๆ
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนกัดฟันเอ่ยว่า “ท่านพ่อ อย่างไร
ข้าก็คงต้องพูด เหตุใดต้องรักษานามของเผ่าเจียงเอาไว้
ให้จงได้ด้วย เผ่าเจียงเหลือแต่ชื่อแล้ว หลังจากท่านคง
ไม่มีผู้ใดบรรลุเป็นจักรพรรดิเซียนได้อีก พวกเราหลบซ่อนตัว
ทำให้เด็กน้อยมากมายเหล่านั้นไม่ต้องเข้ามาพัวพันกับ
ชะตากรรมของเผ่าเจียงได้แท้ๆ…”
เขาไม่เอ่ยต่อจากนั้น ห้องโถงใหญ่จมลงในความเงียบ
แต่อาวุธที่ตั้งอยู่สองฝั่งของห้องโถงใหญ่กำลังสั่นระริก ผู้บรรลุ
แห่งคุณหลุนสังเกตเห็นภาพนั้นก็ลนลานรีบคุกเข่า
“เจ้า…ห้ามพูดอีก…คำพูดเช่นนี้…”
เสียงของเจียงสวินดังออกมา แม้น้ำเสียงจะสั่นเทาแต่
มันแฝงด้วยโทสะ
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนจรดหน้าผากชิดกับพื้นไม่กล้า
เงยหน้าขึ้นมา
เจียงสวินกัดฟันกรอดเล่าว่า “ในตอนนั้น เป็นเพราะข้า
เอง…เพราะบิดาของเจ้าลุกขึ้นมาต่อต้านสายเลือดจักรพรรดิ
เพราะความแค้นส่วนตัวถึงเปิดโอกาสให้มารสวรรค์ จนเผ่า
เจียงตกต่ำอย่างทุกวันนี้ โลกมากมายเท่าใดต้องพินาศเพราะ
ข้า นี่ไม่ใช่แค่ศักดิ์ศรีของเผ่าเจียง…อีกอย่าง สายเลือดของ
เผ่าเจียงก็ไม่ควรถูกกลบฝังหายไป…เจ้าไม่เข้าใจว่าเผ่าเจียง
ในอดีตรุ่งโรจน์มากเพียงใด…เจ้าไม่รู้จักความแข็งแกร่งของ
บรรพบุรุษเหล่านั้นของเผ่าเจียง…”
เสียงหอบหายใจสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง น้ำเสียงของ
เขาแผ่วเบาลงทุกที
แต่เมื่อพูดมาถึงตอนท้าย ก็ดูเหมือนตัวเขาเองจะเริ่มไม่
มั่นใจเสียแล้ว
“นี่เป็นความคิดของเจ้าเพียงคนเดียว หรือมีคนมากกว่า
นี้…” เจียงสวินถอนหายใจแล้วถามขึ้นมา
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนเงยหน้าขึ้นมาอย่างเนิบช้า เขา
กัดฟันเอ่ยว่า “ท่านแม่ตายแล้ว พี่สาม พี่สี่กับพี่เจ็ดก็ตายแล้ว
คนรุ่นหลังมากมายตั้งเท่าไรตายตกตามกันไปเพื่อนามของ
เผ่าเจียง ท่านพ่อ ข้าไม่มีวันลืมเสียงที่พี่เจ็ดเรียกให้ข้าช่วย
ก่อนตาย…พวกเขาเกิดในเผ่าเจียง แต่พวกเขาไม่ได้เป็นคน
เลือก เหตุใดต้องให้พวกเขาก้าวสู่ความตายเพื่อเกียรติยศของ
บรรพบุรุษด้วยเล่า
ท่านพ่อ ท่านต่อสู้เพื่อเผ่าเจียงมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้
ทุ่มเทสิ้นแรงกายแรงใจ ยามนี้ตัวท่านยังต้องพิษมารอีก ไย
ต้อง…โลกมีนับหมื่นใบ ขอเพียงพวกเราเร้นชื่อซ่อนนาม
ล้มเลิกการแย่งชิงอาณาเขตเก่าก่อนของเผ่าเจียง เผ่ามาร
สวรรค์ก็ไม่แน่ว่าจะตามหาพวกเราพบ…”
เจียงสวินหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะช่างเศร้าสร้อย
“ไม่แน่อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นก็รอดูเถิด หลบซ่อนตัวไว้
ก่อน คอยดูซิว่ามารสวรรค์จะตามล่าพวกเราพบหรือไม่…”
“ท่านพ่อ ข้า…”
“ออกไปเถอะ ข้าเหนื่อยแล้วจริงๆ”
ท่านผู้บรรลุแห่งคุนหลุนได้ยินคำนี้ก็ถอนหายใจ เขา
ลุกขึ้นค้อมคำนับแล้วหมุนตัวเดินออกไป ห้องโถงใหญ่จม
สู่ความเงียบ
…
วันเวลาหลังจากนั้น เจียงฉางเซิงมุ่งศึกษากายทอง
คงกระพันกำเนิดจักรวาล บางครั้งเจียงหลิงกับสหายอีก
สามคนก็มาเยี่ยมเยียนเขา เวลาที่เหลือเขาล้วนใช้กับการฝึก
บำเพ็ญ บางครั้งเขาก็ลืมไปแล้วว่าตัวเขากำลังอยู่ในอนาคต
เขาเข้าใจวิชากายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลลึกซึ้ง
มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้เขาค้นพบว่าตนเองดูแคลนวิชากาย
ทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลเกินไป ต่อให้เป็นมนุษย์เดินดิน
ทว่าเพียงย่างเท้าเข้าสู่วิชากายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาล
ก้าวแรก เขาก็เริ่มสัมผัสการมีอยู่ของพลังแห่งกฎได้แล้ว
เวลาห้าสิบปีผ่านไปอย่างไวว่อง ในที่สุดเจียงฉางเซิงก็
หยิบยืมพลังแห่งกฎมาฝึกปรือวิชากายทองคงกระพันกำเนิด
จักรวาลได้แล้ว
ภายในห้อง เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้นมาพร้อมกับสีหน้า
ยินดีปรีดา
‘คิดไม่ถึงว่าการเริ่มต้นฝึกวิชากายทองคงกระพันกำเนิด
จักรวาลตั้งแต่เป็นมนุษย์เดินดินก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน’
เจียงฉางเซิงคิดอยู่เงียบๆ บางทีการเป็นมนุษย์เดินดิน
อาจเป็นเหมือนกระดาษขาวที่ละเลงสีสันลงไปได้ตามใจ
ตอนนี้เขาสัมผัสพลังแห่งกฎได้ง่ายดายกว่าสมัยร่างต้นอยู่
ระดับขั้นเดียวกันเสียอีก
ห้าสิบปีผ่านไปแล้ว แต่เขายังคงหน้าตาเหมือนสมัยอายุ
สิบเจ็ดสิบแปดปี
ความคิดของเขาหวนกลับไปหาโลกแห่งความจริง หนนี้
เขาอยู่ในอนาคตมานานยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ แม้เขาแน่ใจว่าเมื่อ
เขากลับไปยังร่างต้นของเขา เวลาจะผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ
แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองสมควรจะทำอะไรบางอย่างอยู่ดี
จะให้เขาฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นี่นับหมื่นปีจนขั้นบำเพ็ญไป
ถึงระดับเดียวกับร่างต้น แล้วค่อยหาทางแก้ปัญหาก็คงไม่ได้
กระมัง
ดูจากประสบการณ์การมาเยือนอนาคตหนก่อน เขาไม่
จำเป็นต้องลงมือเอง แต่เขาอาจต้องทำหน้าที่ชี้นำสั่งสอน
เหมือนตอนที่พบเจียงสวิน
เขาพอจะเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรืออนาคต
ตัวเขาก็เป็นเพียงดวงจิตที่มาสิงร่างเท่านั้น ไม่ได้
กลับชาติมาเกิดหรือข้ามเวลามาจริงๆ หากไปแตะต้องกรรม
ต่างๆ ย่อมถูกผลสะท้อนกลับของเวลาเล่นงาน เขาเดาว่าหาก
เขาตั้งใจจะลงมือเองเมื่อไร เขาก็คงถูกบีบให้กลับไปโลกแห่ง
ความจริง
ในการผ่านด่านเคราะห์หนก่อน ดูจากกรรมที่เกี่ยวพัน
กัน ตอนที่อัจฉริยะของสายเลือดจักรพรรดิคนนั้นบุกมา หาก
เจียงฉางเซิงอยู่ต่อ ฝ่ายนั้นต้องถูกเขาโจมตีใส่แน่ ดังนั้นเขาจึง
ถูกส่งตัวจากไปก่อน
นอกจากการแก้ปัญหาเรื่องหาทางกลับ เจียงฉางเซิงก็
ยังนึกถึงบิดามารดาของร่างนี้ด้วย หากเขามาสิงร่างผู้อื่นจริง
เขาย่อมยึดครองร่างผู้อื่นตลอดไปไม่ได้ อีกฝ่ายต้องกลับ
ไปดูแลบิดามารดายามแก่เฒ่าสิ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการ
คาดเดาของเขาเท่านั้น ถึงอย่างนั้นการคิดเผื่อไว้ก็ไม่เสียหาย
มีกายเนื้อที่ครอบครองวิชากายทองคงกระพันกำเนิด
จักรวาลก็ทำให้ร่างนี้มีคุณสมบัติมากพอจะร่วมวงแย่งชิง
จุดสูงสุดของโลกบำเพ็ญเซียนในวันหน้าแล้ว
เจียงฉางเซิงลุกขึ้นแล้วก้าวออกไปจากประตูห้อง
แสงตะวันสาดส่องลงมา ทันใดนั้นเขาก็เห็นผู้เฒ่าคน
หนึ่งนั่งอยู่ในลานเรือน อีกฝ่ายนั่งเหม่อลอยอยู่ริมสระน้ำสระ
น้อย
เจียงฉางเซิงเห็นเพียงแผ่นหลังอันงองุ้มของอีกฝ่ายก็รู้
ตัวตนของอีกฝ่ายตั้งแต่แวบแรก
“เจ้าแก่เสียแล้ว ทั้งยังดูเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง” เจียงฉางเซิง
เอ่ยทัก
ทันทีที่คำนี้เอ่ยออกมา เจียงสวินก็สะท้านไปทั้ง
สรรพางค์กาย เขาลุกพรวดหันมามองอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อ
เขาเห็นใบหน้าของเจียงฉางเซิงชัด เขาก็ทำหน้าตกตะลึง
ดวงตาแดงก่ำมีน้ำเอ่อคลออย่างรวดเร็ว เขาก้าวโซเซมาหา
เจียงฉางเซิง
ตุ้บ!
เจียงสวินคุกเข่าลงกับพื้น ขบกรามเอ่ยว่า “ผู้อาวุโส ข้า
ละอายใจต่อเผ่าเจียง…ละอายใจต่อท่าน…”
เจียงฉางเซิงเอ่ยว่า “ลุกขึ้นมาคุยกันเถิด”
เขาเดินไปทางโต๊ะหินในลานเรือน เจียงสวินลุกขึ้น
ทั้งสองคนนั่งประจันหน้ากัน
เจียงสวินมองใบหน้าของเจียงฉางเซิงที่เหมือนกับใน
ความทรงจำ แล้วก็นึกทอดถอนใจ
“ผู้อาวุโส ท่านเหมือนในวันวานทุกอย่าง ข้าเคยออก
ตามหาท่านไปทุกหนทุกแห่ง ตระเวนไปทั่วสายเลือด
จักรพรรดิและสายเลือดรอง แต่ไม่เคยหาตัวท่านพบ คิดไม่ถึง
ว่าท่านจะกลับชาติมาเกิดเป็นลูกหลานของเผ่าเจียง”
เจียงสวินเอ่ยปากก่อน น้ำเสียงของเขาเบาหวิว
เจียงฉางเซิงถามว่า “ตอนที่ข้าจากไป นอกจากเจ้ากับ
อัจฉริยะแห่งสายเลือดจักรพรรดิคนนั้น ยังมีใครอีกคนหนึ่ง
ลงมือด้วย เจ้าได้เห็นคนผู้นั้นหรือไม่”
เจียงสวินขมวดคิ้วตอบว่า “ไม่เห็นขอรับ ข้าคิดว่าผู้นำ
ของสายเลือดจักรพรรดิเป็นคนลงมือ แต่ต่อมาข้าเคยไปถาม
แล้ว กลายเป็นว่าไม่ใช่เขา หรือว่าผู้อาวุโสรู้จักคนผู้นั้นหรือ
ขอรับ”
เจียงฉางเซิงหัวเราะแล้วตอบว่า “ช่างมันเถิด ไม่ต้อง
พูดถึงเรื่องในอดีตแล้ว พูดถึงปัจจุบันเถอะ เล่าเรื่องของมาร
สวรรค์ตนนั้นให้ข้าฟังหน่อยซิ”
เจียงสวินได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาเดาว่า
ผู้อาวุโสท่านนี้จะต้องเป็นคนของแดนสวรรค์ที่เหินสู่เบื้องบน
เป็นแน่ ทุกครั้งที่เขาจนตรอก อีกฝ่ายก็ลงมาช่วยเขาคลี่คลาย
สถานการณ์ยากลำบากเสียทุกที หนก่อนถ่ายทอดพลัง
อภินิหารให้เขา หนนี้คงช่วยเขาจัดการเภทภัยจากมารสวรรค์
ฟื้นฟูเผ่าเจียงเป็นแน่
ในใจเขามีคำตอบแล้ว
ผู้อาวุโสท่านนี้จะต้องเป็นท่านผู้นั้นอย่างแน่นอน!
บรรพบุรุษผู้เป็นต้นตระกูลสายเลือดสายนี้ของพวกเขา
จักรพรรดิเซียนเจียงเสวียนเหนียน!
………………………………………