เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 533 คุกต้องห้าม ความแข็งแกร่งของเทวะหลุดพ้น
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 533 คุกต้องห้าม ความแข็งแกร่งของเทวะหลุดพ้น
กลับมาถึงตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเซิงไม่ได้ฝึก
บำเพ็ญ แต่ยืดตัวเหยียดเส้นเหยียดสาย
ตอนนี้เขาเข้าสู่ช่วงแปรเปลี่ยนของผลมรรคาพรหม
จากนี้ต่อให้ไม่ฝึกบำเพ็ญ เขาก็ยังสำเร็จผลมรรคาพรหมได้
อย่างราบรื่น ถึงอย่างไรเขาก็ส่งพันหมื่นเจตจำนงไปยังอดีต
ปัจจุบันและอนาคตแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาพูดไว้ดิบดีว่าจะไปท่องแดนมนุษย์กับมู่ห
ลิงลั่วและไป๋ฉี เขาย่อมไม่ลืม
ทว่าก่อนหน้านั้นเขาต้องสะสางอีกเรื่องหนึ่ง
มีคนกำลังเรียกหาเขา
ตอนนี้เจียงฉางเซิงมีผู้ศรัทธามากเกินกว่าที่จะคาดเดา
ได้ ทุกวันจะมีผู้ศรัทธาจำนวนมากเรียกหาเขาภายในใจ แต่
มีคนผู้หนึ่งที่มีตัวตนพิเศษ
นั่นคือเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ผู้ออกท่องมหาสมุทรเชื่อม
อนธการกับเจียงอี้
ก่อนหน้านี้ที่ผ่านด่านเคราะห์ เจียงฉางเซิงเคยเห็น
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์สิ้นใจไปแล้ว ก่อนหน้านั้นคือชะตากรรม
ที่เขาอาจจะได้พบเจอ ในความเป็นจริงแล้ว นั่นเป็นเรื่องที่เคย
เกิดขึ้นในอดีต เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ดูเหมือนตายไปแล้ว แต่ก็
คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์กำลังท่องอยู่ในดินแดนที่
แปลกประหลาด ที่นี่มีเกาะลอยอยู่หลายแห่ง หมอกแผ่คลุม
อย่างหนาทึบ จันทร์เต็มดวงใหญ่ยักษ์แต่ละดวงประดับอยู่
เหนือความว่างเปล่า เรียงรายเป็นเส้นตรงเหมือนกำลัง
ชี้นำทาง
“สมควรตายยิ่งนัก กลับไปไม่ได้…เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
แม้แต่มรรคาจารย์ก็ไม่รู้สึกถึงการเรียกหาของข้า…”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ทำหน้าสิ้นหวัง ก่อนหน้านี้ที่
มหาสมุทรเชื่อมอนธการเขาได้เข้าไปในมหาพิภพจิตจร ทำให้
เขามีความหวังต่อมรรคาจารย์เสี้ยวหนึ่ง คิดว่าต่อให้ตนอยู่
ที่นี่ก็ติดต่อกับมรรคาจารย์ได้ ทว่าความเป็นจริงช่างโหดร้าย
อยู่ที่นี่เขาเข้าไปในมหาพิภพจิตจรไม่ได้ ติดต่อกับ
มรรคาจารย์ก็ไม่ได้ เขาก็เป็นเหมือนดวงวิญญาณโดดเดี่ยว
ลอยล่องอยู่ในดินแดนรกร้างว่างเปล่า ความเงียบเหงาและ
สิ้นหวังวนเวียนอยู่ในใจเขา
เขาไม่รู้ว่าจะออกจากที่นี่อย่างไร และที่บัดซบยิ่ง
ไปกว่านั้นก็คือเขาอยู่ในสถานการณ์อับจนหนทาง แต่
ภายในใจกลับอดเป็นห่วงเจ้าหนูเจียงอี้มิได้
พวกเขาไม่ได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน ทั้งยัง
ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เหตุใดตนถึงได้ห่วงใยอีกฝ่าย
เช่นนี้กัน
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์นึกไปถึงอดีตของตนกับเจียงอี้ เขา
เองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน บางทีก็อาจจะเป็นเพราะเจียงอี้
กระตือรือร้นในการชักจูงเขาก้าวเข้าสู่วิถีเซียน วันเวลาที่
ทั้งสองได้ออกเดินทางด้วยกันก็ยิ่งทำให้เขายากจะลืมเลือน
เมื่ออารมณ์ความคิดถูกเจียงอี้ดึงไป การเหาะเหินของ
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ก็ช้าลงทีละนิด ตัวเขาเริ่มลดระดับลง
ผ่านชั้นหมอกหนาก่อนจะมาลงบนแผ่นดินที่คล้ายกับ
ทะเลทราย
สองมือจุ่มลงไปในทรายอันนุ่มนิ่ม ตัวจมลงช้าๆ ส่วนตัว
เขา แววตาก็เหม่อลอยไปโดยไม่รู้ตัว
“ข้าอยู่นี่”
พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในใจของเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์
น้ำเสียงราบเรียบ เสียงไม่ดังนัก แต่ในวินาทีต่อมา เฒ่าลี้ลับ
ลิขิตสวรรค์ก็เบิกตาโตเหมือนตื่นจากฝัน เขากระโดดลอยขึ้น
จากพื้นทราย
เขาลอยอยู่กลางอากาศ หอบหายใจแรงราวกับว่าเพิ่ง
ผ่านเคราะห์ภัยมา เขาหันไปมองพื้นทรายข้างล่าง นัยน์ตา
เต็มไปด้วยความหวาดผวา
เขาได้สติกลับมา กดความตื่นเต้นไว้พลางถามในใจ
“มรรคาจารย์?”
“มีเรื่องใดรึ”
เมื่อได้ยินเสียงของมรรคาจารย์อีกครั้ง ความตื่นเต้น
ภายในใจของเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ก็แปรเปลี่ยนเป็นความ
ซาบซึ้งใจ เขาพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้สงบลง
จนเมื่อเขาใจเย็นลงแล้วถึงได้เล่าสถานการณ์คับขันของ
ตนเอง
มีตัวตนที่แข็งแกร่งหมายตาเจียงอี้อยู่ เขาสำแดงเคล็ด
วิชาลับของตนเพื่อปกป้องเจียงอี้ สละชีวิตตนเองเพื่อแลกกับ
โอกาสรอดของเจียงอี้
เคล็ดวิชาลับของเขามีชื่อเรียกว่าบันทึกเทพลิขิตสวรรค์
โลหิตสังเวยกายเนื้อ ดวงวิญญาณเข้าสู่ลิขิตสวรรค์ หนี
ออกจากสวรรค์ ยิ่งวรยุทธ์สูง หลังโลหิตเซ่นไหว้ก็จะยิ่งได้รับ
พลังที่สูงมากขึ้นเท่านั้น ทว่าทุกครั้งที่ใช้โลหิตเซ่นไหว้ก็จะเสีย
ความทรงจำไปส่วนหนึ่ง ในกาลเวลาอันเนิ่นนาน เขาก็อาศัย
บันทึกเทพลิขิตสวรรค์จนเดินมาถึงระดับในตอนนี้ได้
ครั้งนี้ ดวงวิญญาณของเขามายังคุกต้องห้าม
คุกต้องห้ามก็เป็นมิติโดดเดี่ยวที่คล้ายกับมหาสมุทร
เชื่อมอนธการ มีตำนานว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสังสารวัฏ
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ไม่ได้เพิ่งมาเป็นหนแรก แต่ครานี้เขาพบ
ว่าตัวเขาออกไปไม่ได้
เจียงฉางเซิงได้ยินแล้วกลับไม่สนใจตัวตนที่หมายตา
เจียงอี้เลย และไม่ได้สนใจคุกต้องห้ามเช่นกัน เขาสนใจใน
บันทึกเทพลิขิตสวรรค์มากกว่า
โลหิตเซ่นไหว้กายเนื้อ แลกมาเป็นความทรงจำที่
แข็งแกร่งกว่า อีกทั้งยังไม่ใช่สังสารวัฏที่ลืมภพก่อน เป็นเพียง
การกำเนิดที่สูญเสียความทรงจำไปส่วนหนึ่ง
วิชานี้แข็งแกร่งมาก อย่างน้อยก็ทำให้เจียงฉางเซิงรู้สึก
แปลกใหม่
“มรรคาจารย์ ท่านจะช่วยข้าออกไปได้หรือไม่”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์พูดอย่างระมัดระวัง เขาช่วยมรรคา
จารย์ดูแลเจียงอี้แท้ๆ แต่ในยามที่ร้องขอเช่นนี้ เขาก็ยังทำตัว
ไม่ถูก กลัวว่าจะถูกมรรคาจารย์ดูถูก
จากนั้นเขาก็ต้องว้าวุ่นใจยิ่งกว่าเดิม เพราะเขาไม่ได้รับ
คำตอบจากมรรคาจารย์
หัวใจของเขาดำดิ่งลงสู่ก้นหุบเหว
เมื่อก่อนตอนอยู่ในห้วงมิติชั้นใน เขาก็เคยอาศัยกำลัง
ของวิถียุทธ์ แต่เมื่อเขาไม่อาจก้าวหน้าไปได้อีกเขาก็ถูก
ทอดทิ้ง
ถึงบันทึกเทพลิขิตสวรรค์ของเขาจะแข็งแกร่ง แต่การ
เวียนว่ายตายเกิดไม่ใช่เรื่องสนุกเลย อีกทั้งขั้นตอนในการฝึก
ซ้ำอีกครั้งยังน่าเบื่อมาก โดยเฉพาะทุกครั้งที่ใช้โลหิตเซ่นไหว้
เขาจะเสียความทรงจำไปเยอะมาก ความรู้สึกเช่นนี้ก็ไม่ดีเลย
ขณะที่เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
นั้น ก็มีแสงสีทองปรากฏพุ่งออกมาจากในความมืดตรงหน้า
มันขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว พูดให้ชัดก็คือกำลังพุ่งมาทางเขา
เขาตื่นตัวขึ้นมาทันควัน สภาพในตอนนี้ไม่มีกำลังต่อสู้
ได้เลย เขาคิดจะหนีตามสัญชาตญาณ แต่อีกฝ่ายกลับเร็ว
มากจริงๆ
เขาเพิ่งหันหลังกลับก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ดวงตาเบิก
โต
แสงสีทองมาถึงตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ปรากฏขึ้นมา
เป็นเค้าโครงของบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา บนบัลลังก์
เทพนั้นเป็นเงาร่างคนที่เขาไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต อย่างน้อยใน
โลหิตเซ่นไหว้ครั้งนี้ เขาก็ยังไม่ลืม
“มรรค…มรรคาจารย์…”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์เสียงสั่น ดีใจจนแทบบ้า
เจียงฉางเซิงมองเขาจากเบื้องบน “บันทึกเทพลิขิต
สวรรค์ยังสร้างกายเนื้อขึ้นเองได้ด้วยหรือ ไม่ใช่การ
กลับชาติมาเกิดใหม่หรือ”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ตอบกลับโดยพลัน “ถูกต้อง มัน
จะสร้างกายเนื้อขึ้นจากดวงวิญญาณ ใช้พลังแห่งลิขิตสวรรค์
เป็นตัวนำ หากท่านสนใจ ข้าก็ยินดีเขียนบันทึกเทพลิขิต
สวรรค์มอบให้ท่านได้”
เจียงฉางเซิงไม่ปฏิเสธ เขายกมือขึ้นสำแดงจักรวาลกลาง
ฝ่ามือ รับเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์มาไว้ในมือ ก่อนที่เขาจะแบมือ
ออก ไม่ให้บังทัศนวิสัยของเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ไม่ตื่นตระหนกเลย ซ้ำยังตื่นเต้น
ด้วยซ้ำ เขาเงยหน้าขึ้นถาม “มรรคาจารย์ ท่านหาคุกต้องห้าม
เจอได้อย่างไรกัน ต่อให้เป็นโลกเทพยุทธ์ก็ยังเข้ามาที่นี่ไม่ได้
เลย”
เจียงฉางเซิงพูด “ข้ามองเห็นทุกสรรพสิ่ง เจียงอี้อยู่ที่ใด
ข้าก็รู้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจ
การสวามิภักดิ์ต่อมรรคาจารย์เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ที่สุดในชีวิตเขาเลยจริงๆ!
“มรรคาจารย์ ท่านเวียนว่ายตายเกิดหมื่นภพชาติ
แสวงหาวิถีเซียน หรือว่าวิถีเซียนจะเคยมีอยู่จริงกัน ข้าท่อง
ไปมาทั่ว ไปห้วงมิติชั้นในก็แล้ว เคยไปซากโบราณและแดน
ต้องห้ามมานับไม่ถ้วน ก็พบว่าตัวอักษรคำว่าเซียน หาใช่สิ่งที่
แต่งขึ้นมาเองไม่ หากแต่มีอยู่จริง เป็นระบบมหามรรคาที่
น่าอัศจรรย์ ซึ่งมีผลต่อการผลัดเปลี่ยนของมหามรรคาในยุค
หลัง”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ได้เปิดช่องพูดก็พูดไม่หยุด
เจียงฉางเซิงไม่ห้าม ควบคุมบัลลังก์เทพสวรรค์มหา
มรรคาให้เดินหน้าไปพลาง ฟังเขาเล่าเรื่องในอดีตไปพลาง
ที่เขาไม่ได้ออกจากคุกต้องห้ามในทันทีก็เพราะพบว่าที่นี่
มีของสิ่งหนึ่ง เขาอยากจะไปดูสักหน่อย
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์พูดเยอะมาก กระทั่งเผย
ถึงการดำรงอยู่ของมรรคาอริยะ ทว่าความเข้าใจในมรรคา
อริยะของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเจียงฉางเซิงเท่าไร
“ตอนนี้ มรรคาอริยะแห่งห้วงมิติชั้นในเริ่มลงมายังห้วง
อนันต์สุญญตา เทวะหลุดพ้นนั่นก็ต้องมาด้วยเช่นกัน มรรคา
จารย์ ท่านจะรับมือกับเทวะหลุดพ้นไหวหรือไม่”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์พลันถามด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด
เจียงฉางเซิงถามอย่างไม่ใส่ใจ “เทวะหลุดพ้นแข็งแกร่ง
มากเลยหรือ”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์สูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่งก่อน
จะตอบกลับ “ขั้นเทวะแบ่งออกเป็นเทวะหกตัณหา เทวะเหนือ
ดับสูญ เทวะบรรลุธรรม เทวะไตรภพและเทวะหลุดพ้น ข้า
มีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ พยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ไปถึงแค่เท
วะหกตัณหา ตำนานกล่าวว่าเทวะไตรภพสามารถมองเห็น
อดีต ปัจจุบันและอนาคตของตนเองได้ แต่เทวะหลุดพ้น
สามารถตัดอดีตและอนาคตทิ้งได้ จะว่าไปแล้วก็อยู่ขั้นเทวะ
เหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของเทวะไตรภพกับเทวะ
หลุดพ้น เทวะทั่วไปยากที่จะจินตนาการได้ โดยเฉพาะยิ่งเป็น
เทวะหลุดพ้น”
ไตรภพหลุดพ้น!
ล้วนมีความลี้ลับเสี้ยวหนึ่งของขั้นพรหม
แต่เจียงฉางเซิงเคยคำนวณไว้ว่าเทวะหลุดพ้นมีแต้ม
เซ่นไหว้มรรคาสวรรค์มากสุดแค่ห้าพันแต้ม นั่นคือขีดจำกัด
แล้ว หรือก็คือไม่มีเทวะหลุดพ้นที่สามารถเอาชนะเขาที่มีแต้ม
เซ่นไหว้มรรคาสวรรค์สี่พันแปดร้อยแต้มได้
ขั้นเทวะไม่ใช่ระดับขั้นวิถียุทธ์ทั่วไปแล้ว แต่เป็นระดับขั้น
บำเพ็ญของพันมหาโลกา
สามพันมหามรรคา สุดท้ายแล้วก็ไปสู่
จุดหมายปลายทางเดียวกัน ทิศทางก็คล้ายๆ กัน
มองจากคำบอกเล่าของเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ เทวะ
หลุดพ้นทำได้เพียงแค่ตัดกรรม ไม่อาจสร้างกรรมในอดีตและ
อนาคตได้ แค่ในจุดนี้ก็เทียบกับเขาไม่ได้แล้ว
เมื่อไม่เห็นว่ามรรคาจารย์เอ่ยปากพูด เฒ่าลี้ลับลิขิต
สวรรค์ก็นึกดีใจ ดูแล้วถึงมรรคาจารย์จะมีกายแห่งสังสารวัฏ
หมื่นชาติภพ ชาติภพนี้ก็ไม่เห็นเทวะหลุดพ้นอยู่ในสายตาแล้ว
เขาเริ่มเฝ้ารอให้มรรคาจารย์เผชิญหน้ากับมรรคาอริยะ
เจียงฉางเซิงพลันถามขึ้น “ในมรรคาอริยะ ตัวตนเหนือ
ขั้นเทวะเหล่านั้นจะลงมายังห้วงอนันต์สุญญตาหรือไม่”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์นิ่งอึ้งก่อนจะตอบด้วยความลังเล
“น่าจะไม่กระมัง ถึงจะเป็นห้วงมิติชั้นในก็พบเห็นตัวตนขั้น
เหนือเทวะน้อยมาก บางทีข้าอาจจะมีประสบการณ์ไม่มากพอ
แต่หลังจากที่เทวะแห่งโลกเทพยุทธ์ไปที่ห้วงมิติชั้นในแล้ว
ส่วนใหญ่ก็จะดูถูกห้วงอนันต์สุญญตา โดยเฉพาะเทวะไตรภพ
และเทวะหลุดพ้นเหล่านั้น พวกเขาไม่เห็นห้วงอนันต์สุญญตา
อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ขนาดพวกเขายังเป็นเช่นนี้ จึงยิ่ง
ไม่ต้องพูดถึงมรรคาอริยะ มรรคาอริยะนั้นมีความพิเศษมาก
และไม่ได้สามัคคีกันขนาดนั้น ในห้วงมิติชั้นในก็อาจจะพบเห็น
มรรคาอริยะสังหารกันเองด้วยซ้ำ”
เจียงฉางเซิงได้ยินเช่นนี้ก็เบาใจขึ้นมาหน่อย น่าเสียดาย
ที่ระบบยังพยากรณ์ไปไม่ถึงมรรคาอริยะ ทำได้แค่เข้าใจความ
แข็งแกร่งของมรรคาอริยะ เขาถึงวางใจได้
เพราะไม่เข้าใจมรรคาอริยะ ดังนั้นหลังจากที่เขาบรรลุ
ขั้น เขาจึงไม่ได้ไปหาเรื่องอริยะเทวะโลกาในทันที
ในเมื่ออริยะเทวะโลกาจะมาหาเขาในอีกแสนปีต่อจากนี้
เช่นนั้นก็มีเวลาให้เขาได้เตรียมตัวแสนปีพอดี
ถึงตอนนั้นอริยะเทวะโลกาต้องเผชิญหน้ากับเขาที่มีแต้ม
เซ่นไหว้มรรคาสวรรค์มากกว่าหมื่นแต้ม แน่นอนว่านี่เป็นแค่
ขั้นต่ำ ก่อนเวลาแสนปีจะมาถึง เขาจะต้องไปถึงขั้นพรหมแล้ว
อย่างแน่นอน!
เขาถึงขั้นเฝ้ารอความสิ้นหวังของอริยะเทวะโลกายามที่
ได้พบกับเขาในตอนนั้นอยู่เล็กน้อย
ขณะที่เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์กำลังปลงกับเรื่องในอดีตอยู่
นั้น เจียงฉางเซิงพลันหยุดลง เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์เหมือน
จะรู้สึกอะไรได้ เขามองไปข้างหน้า แววตาเฉียบคมขึ้นมา
“กล้าบุกรุกคุกต้องห้าม เจ้ากำลังหาตัวข้าอยู่สินะ!”
เสียงที่เต็มไปด้วยไอสังหารดังก้องกังวานใน
ความว่างเปล่าอันมืดมิดแห่งนี้ แยกไม่ออกเลยว่าเสียงมาจาก
ทิศใด
……………………………………….
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ขมวดคิ้วก่อนจะพูดพึมพำกับ
ตัวเอง “เสียงนี้ฟังดูคุ้นๆ…”
เจียงฉางเซิงพูด “พลังแห่งการคืนชีพก็น่าจะมาจากที่นี่
กระมัง”
พลังแห่งการคืนชีพ?
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์เหมือนจะนึกอะไรได้ก็หน้าเปลี่ยนสี
ไป ในความคิดมีเงาร่างหนึ่งลอยขึ้นมา แต่ก็เลือนรางมาก
ราคาที่ต้องจ่ายของบันทึกเทพลิขิตสวรรค์ทำให้เขา
ปวดหัวทุกครั้งในช่วงเวลาสำคัญตลอด
เขาได้รับการขนานนามว่าหยั่งรู้ทุกอย่างในห้วงอนันต์
สุญญตา แต่เมื่อไปเกี่ยวข้องกับตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าเขา เขา
กลับไม่อาจหยั่งถึงได้ กระทั่งคนรู้จักบางคนก็ยังจำไม่ได้เลย
ด้วยซ้ำ