เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 543 เผ่าราชาแห่งวิถีเซียน เจตจำนงที่ถูกผูกมัด
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 543 เผ่าราชาแห่งวิถีเซียน เจตจำนงที่ถูกผูกมัด
อริยเทวะซากศพเห็นจงคูปรากฏตัว กายเนื้อก็สั่นเทา
หาใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความยินดี
แม้แต่จงคูก็ถูกปราบเหมือนกัน บ่งบอกได้ว่ามรรคา
จารย์ไม่หวาดกลัวมรรคาอริยะ อย่างน้อยก็ไม่หวาดกลัวการ
ล่วงเกินมรรคาอริยะ
หากเป็นเช่นนี้ ใจของเขาก็ไม่ต้องสับสนอีกต่อไปแล้ว
ชาตินี้เขาเกิดมาเป็นอริยเทวะของมรรคาอริยะก็จริง แต่
ในใจเขายังเคียดแค้นมรรคาอริยะอยู่ เป้าหมายอย่างที่สอง
ของเขาคือการปลดปล่อยผู้คนของมหามรรคาสายเก่า ส่วน
เป้าหมายแรกคือการล้างแค้นมรรคาอริยะ
จงคูเห็นอริยเทวะซากศพแล้วเหมือนกัน แต่เขาไม่
มีเวลามาสนใจอริยเทวะซากศพ เขาดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่
สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความทรมานที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม
เปลวเพลิงของกระจกดับสูญเพลิงสวรรค์หยินหยาง
มีพลังของมรรคาสวรรค์แฝงอยู่และไม่ใช่มรรคาสวรรค์ที่เจียง
ฉางเซิงสร้างขึ้นมาด้วย แต่เป็นพลังของมรรคาสวรรค์ที่
ตกทอดมาจากวิถีเซียนยุคโบราณอันไกลโพ้น มรรคาสวรรค์
ในยามนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด ดูจากขั้นพรหมจำนวน
ไม่น้อยที่เจียงฉางเซิงเคยพบตอนไปเยือนวิถีเซียนยุคโบราณก็
พอแล้ว วิถีเซียนในยุคนี้เทียบกับวิถีเซียนในยุคนั้นไม่ได้อย่าง
สิ้นเชิง
จงคูทรมานอย่างยิ่ง ในใจรู้สึกสิ้นหวัง
เขาค้นพบว่าตนเองจับสัมผัสโลกด้านนอกไม่ได้เลย
ซ้ำร้ายยังติดต่ออริยเทวะยมพิภพไม่ได้อีกด้วย
ต้องรู้ไว้ว่าก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยเอ่ยเรื่องมรรคาจารย์กับ
อริยเทวะยมพิภพเลย สิ่งนี้จะทำให้อริยเทวะยมพิภพประเมิน
มรรคาจารย์ผิดพลาดได้
“เขาปราบข้าได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ เกรงว่าคง
ไม่ใช่ขั้นเทวะหลุดพ้นธรรมดา ครานี้ยุ่งยากแล้วสิ…”
จงคูใจกระวนกระวาย กองทัพอริยะกับอริยเทวะ รุ่งโรจน์
ก็รุ่งโรจน์ด้วยกัน ล่มจมก็ล่มจมด้วยกัน หากอริยเทวะยมพิภพ
ตาย พวกเขาทั้งหมดก็ต้องลงสุสานไปด้วย
แน่นอนว่าเขาเพียงกังวลเท่านั้น เขายังเชื่อว่ามรรคา
จารย์เอาชนะอริยเทวะยมพิภพได้ยากมาก อริยเทวะยมพิภพ
แข็งแกร่งมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะทำให้เขา
ยอมสยบได้อย่างไรกัน
ยิ่งอริยเทวะยมพิภพในตอนนี้ได้รับถ่ายทอดวิชาจากอริย
ราชันอีก พลังของเขาจะเพิ่มพูนไปถึงระดับใด แม้แต่ตัวเขาก็
ไม่อาจคาดคะเนได้
จงคูเพียรพยายามสงบอารมณ์ ในเมื่อมรรคาจารย์ไม่
สังหารเขา นั่นก็เท่ากับว่ายังมีโอกาสพลิกสถานการณ์อยู่
ด้านนอกกระจก
เจียงฉางเซิงรอคอยอย่างอดทน รออยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุด
รางวัลรอดชีวิตก็มาหา
[อายุเซียน 14,434 ปี จงคูจับตัวเจียงเจี่ยน เจียงอี้ผู้เป็น
ลูกหลานของเจ้ากับผู้ที่มีกรรมเกี่ยวพันแน่นแฟ้นกับ
เจ้าคนอื่นๆ ไว้ เจ้าบังเอิญพบจงคูแล้วเอาชีวิตรอดจากการ
โจมตีของจงคู ตัดบ่วงกรรมหนนี้ได้สำเร็จ ได้รับรางวัล
รอดชีวิตเป็นยอดเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียน นามว่า ‘คัมภีร์วิเศษ
สวรรค์นิรมิต’
คัมภีร์วิเศษสวรรค์นิรมิต?
ดูท่าจะเป็นวิชาประเภทสนับสนุนเหมือนกับศาสตร์ยอด
โอสถสินะ
ก็พอไปวัดไปวาได้ อย่างน้อยก็ได้รางวัลล่ะนะ
เจียงฉางเซิงเลื่อนสายตาไปมองโลกที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปใน
ดวงวิญญาณของจงคู เจียงเจี่ยน เจียงอี้ หลินเฮ่าเทียนกับ
เฟิงอวี้ล้วนอยู่ในนั้น แม้แต่อริยเทวะโลกา จอมเทพปี้หลิ่ว
บรรพจารย์อธรรมเก้าหยินก็อยู่ในนั้นด้วย จงคูผู้นี้จับผู้
แข็งแกร่งมาไม่น้อยจริงๆ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็อยากดูหน่อยซิว่าเจ้าจะฟูมฟัก
ตัวตนแบบไหนออกมา”
เจียงฉางเซิงขบคิด เขาไม่คิดจะช่วยสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
ออกมา แค่แน่ใจว่าคนที่เขาเป็นห่วงปลอดภัยดีหรือไม่ก็
พอแล้ว ส่วนผู้ใดที่ตาย เขาก็รับดวงวิญญาณพวกเขามาใน
จังหวะที่เหมาะสม แล้วใส่ไว้ในสังสารวัฏของวิถีเซียน ถือเสีย
ว่าเป็นการหลุดพ้น อย่างไรก็ดีกว่าอยู่ในมือของจงคู
เจียงฉางเซิงเงยหน้ามองโลกสวรรค์ใบที่สอง ไท่วาที่
ควบคุมต้นไม้วิเศษเกล็ดทองได้สำเร็จแล้ว ยังไม่สร้างเผ่าพันธุ์
แห่งบุญบารมีขึ้นมาทันที แต่ทำสมาธิวิปัสสนาอยู่บน
ภูเขาใหญ่ลูกหนึ่ง
มู่หลิงลั่วกำลังฝึกวิชาอยู่ใกล้ๆ กับนาง ดูท่าทาง
ตั้งตาคอยอย่างยิ่งว่านางจะสร้างเผ่าพันธุ์แห่งบุญบารมีเช่นไร
ออกมา
เมื่อเกี่ยวพันกับบุญบารมีจากมรรคาสวรรค์ แม้กระทั่ง
เจียงฉางเซิงก็ทำนายไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เพราะมรรคาสวรรค์เดิมทีก็เป็นตัวแปรที่เขาสร้างขึ้น
เจียงฉางเซิงหลับตาแล้วเริ่มฝึกบำเพ็ญ
เพียงพริบตาเดียวกาลเวลาก็ผ่านไปอีกร้อยปี
วันหนึ่ง ยามเที่ยงวัน ดวงตะวันเจิดจ้าของโลกสวรรค์ใบ
ที่สองกำลังลอยสูงอยู่บนท้องฟ้า อาบโลกทั้งใบด้วย
ความอบอุ่น
ไท่วาลุกขึ้นยืน มู่หลิงลั่วมองนางเดินขึ้นไปบนยอดเขา
แล้วแหงนหน้ามองฟ้า รีดเค้นบุญบารมีของตนเอง
“ขอมรรคาจารย์ผู้สูงส่งและมรรคาสวรรค์โปรด
พิจารณา มหันตภัยย่างกรายมาถึงแล้ว แต่วิถีเซียนยังเล็กจ้อย
ข้ายินดีใช้บุญบารมีของตนเองแลกกับคำอธิษฐานอันยิ่งใหญ่
เพื่อถากถางอุปสรรคทั้งมวลให้วิถีเซียน ข้าขอก่อตั้งเผ่าพันธุ์
แห่งนักสู้ที่จะคอยปกป้องวิถีเซียนไปตลอดกาล นามว่าเผ่า
ราชา!
เผ่าราชาแห่งวิถีเซียนเอ๋ย จงบังเกิด!”
เสียงของไท่วาสะท้อนก้องไปทั่วฟ้าดิน เมฆอสนีบาต
แห่แหนมารวมตัวกันบนท้องฟ้า อำนาจสวรรค์ก่อตัวตามมา
พลังแห่งบุญบารมีรอบตัวนางรวมตัวกันเกิดเป็นรัศมีแสง
สีทองพุ่งขึ้นไปบนท้องนภา อสนีบาตสวรรค์ผ่าลงมาจาก
ฟากฟ้า ทำให้รัศมีแสงสีทองอ่อนลงไปมากกกว่าครึ่ง กระนั้น
รัศมีแสงสีทองก็ยังพุ่งตรงทะลุเข้าไปในหมู่เมฆดำทะมึนอย่าง
มิอาจหยุดยั้ง
มู่หลิงลั่วพึมพำ “เผ่าราชาหรือ ช่างเป็นนามที่ชวนให้คน
คิดถึงจริงๆ”
สักช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต สมัยที่พวกนางยังอยู่ใน
ไท่ฮวงและยังไม่รับรู้การมีอยู่ของมหาพิภพนิลเหลือง เวลานั้น
ตำนานของเผ่าราชาแห่งไท่ฮวงเป็นสิ่งที่พวกนางทำได้เพียง
จินตนาการถึงเท่านั้น
หนึ่งหมื่นปีผ่านไป ไท่วาผู้เป็นทายาทของเผ่าราชาแห่ง
ไท่ฮวงก่อตั้งเผ่าราชาแห่งวิถีเซียนขึ้นมา นี่ไม่นับเป็น
การสืบทอดรูปแบบหนึ่งหรืออย่างไร
เพียงแต่เผ่าราชาของวิถีเซียนนี่จะมีพรสวรรค์แบบใดกัน
นะ
เมื่อแสงสีทองแห่งบุญบารมีทะลุเข้าไปในหมู่เมฆ
อสนีบาตก็ฟาดเสียงดังกัมปนาท โลกสวรรค์ใบที่สองเกิด
ปรากฏการณ์ประหลาดทั่วท้องนภา โดยมียอดเขาที่ไท่วาอยู่
เป็นศูนย์กลาง ดอกบัวสีทองผุดขึ้นมาทั่วพงพนาบนภูเขา แสง
สีทองแผ่เป็นวงกว้างฉายอาบย้อมท้องนภา
ในเวลาเดียวกันนี้ โลกคุนหลุนก็มีหยาดฝนสีทอง
โปรยปรายปกคลุมทั่วทั้งฟ้าดิน โลกสวรรค์มีภาพไท่วา
แหงนหน้ามองฟ้าปรากฏอยู่บนท้องนภา แม้มองเห็นใบหน้า
ของนางไม่ชัด แต่ผู้คนก็จดจำรูปร่างของนางได้
“นี่มันอะไรกัน”
“หรือว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่บรรลุขั้นเอกเทวะ”
“ไม่ใช่หรอก ตอนขั้นเอกเทวะถือกำเนิดก่อนหน้านี้
ไม่เห็นเคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้”
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
“ข้าเดาว่าไม่จักรพรรดิสวรรค์เลื่อนขั้น ราชันมรรคา
นิพพานก็บรรลุวิชาใหม่เข้าแล้ว”
“เหตุใดไม่มีผู้ใดเดาว่าเป็นมรรคาจารย์บ้างเล่า”
สรรพชีวิตในสองโลกต่างถกเถียง สรรพชีวิตในโลกคุน
หลุนแค่รู้สึกว่าฝนสีทองช่างแปลกประหลาด แต่สรรพชีวิตบน
โลกสวรรค์ที่มองเห็นร่างของไท่วารู้สึกตื่นเต้น นี่จะต้องเป็น
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมีผู้ยิ่งใหญ่คนใดเลื่อนขั้นอย่าง
แน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนใดนั้น มีเพียงคนน้อย
นิดที่เดาออก
ณ โลกสวรรค์ใบที่สอง
ไท่วามองอย่างตั้งตาคอย เมฆอสนีบาตปั่นป่วนก่อน
จะลอยแหวกออกเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ช่องหนึ่ง แสงสีทอง
ทอดลงมาหยุดเบื้องหน้าของนาง ภายในแสงสีทองสายมีไอ
สีม่วงสายน้อยกำลังเคลื่อนไหว สุดท้ายก็ก่อตัวเป็นทารกน้อย
สองตนอย่างรวดเร็ว
ไท่วาขมวดคิ้ว ในดวงตามีความผิดหวังอยู่เล็กน้อย
นางอยากสร้างเผ่าพันธุ์สักเผ่า เหตุไฉนจึงมีเพียงสิ่งมี
ชีวิตสองตนเท่านั้นเล่า
เรื่องนี้ทำให้นางคิดถึงตนเองกับไท่ซี ตอนพวกนาง
ถือกำเนิดก็มีเพียงกันและกันเท่านั้น หรือว่านี่คือชะตากรรม
รอจนกระทั่งทารกน้อยเติบโตเป็นเด็กน้อยสองคน กาย
เนื้อของพวกเขาที่ปรากฏให้เห็นดูไม่แตกต่างจากเด็กน้อยเผ่า
มนุษย์ทั่วไปตรงที่ใด คนหนึ่งเป็นบุรุษ คนหนึ่งเป็นสตรี
แสงสีทองสลายหายไป ไท่วาเอื้อมมือไปรับเด็กน้อย
ทั้งสอง
เจียงฉางเซิงที่อยู่ในตำหนักเมฆาม่วงอันแสนไกล
เห็นภาพนี้ก็ส่ายหน้าน้อยๆ
ไม่ได้มีแค่ไท่วาที่ผิดหวัง ตัวเขาก็ผิดหวังอยู่นิดหน่อย
เช่นกัน
ปัญหาอยู่ที่บุญบารมีของไท่วา บุญบารมีของนางน้อย
เกินไปจึงสร้างได้เพียงสิ่งมีชีวิตสองตนเท่านั้น แต่ชะตากรรม
กับเส้นทางกรรมของสิ่งมีชีวิตสองตนนี้ยากจะทำนายทายทัก
จุดนี้ก็สมกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดจากมรรคาสวรรค์ดี
บางทีวันหน้าพวกเขาอาจทำได้เหนือความคาดหมาย
ของเจียงฉางเซิงก็เป็นได้
เจียงฉางเซิงหลับตาลงอย่างช้าๆ แล้วฝึกวิชาต่อ
ปล่อยให้กาลเวลาเป็นผู้ทดสอบเผ่าราชาแห่งวิถีเซียนที่
ไท่วาสร้างขึ้นก็แล้วกัน
แม้ไท่วาจะผิดหวัง แต่เมื่อเห็นเด็กน้อยเผ่าราชาสองตน
นี้ นางก็ยังดีใจยิ่ง เกิดความรู้สึกคล้ายตนได้กลายเป็นบิดา
มารดา
มู่หลิงลั่วก้าวเข้ามาแสดงความยินดี สตรีทั้งสองเริ่ม
สำรวจดูเด็กน้อยแห่งเผ่าราชา ดูว่าพวกเขามีพรสวรรค์
อย่างไรบ้าง
…
อริยเทวะโลกาถูกจงคูจับตัวมา ส่วนจงคูก็ถูกเจียงฉาง
เซิงจับตัวมาอีกที ห้วงเวลานี้จึงไม่มีตัวตนใดที่คุกคาม
ความปลอดภัยของวิถีเซียนอีก เจียงฉางเซิงจึงปิดด่านฝึก
บำเพ็ญระยะยาวอีกครั้ง
กาลเวลาว่องไวดุจกระสวยทอผ้า
เวลาพันปีเร็วดุจลูกธนู อย่างน้อยในความรู้สึกของเจียง
ฉางเซิงก็เป็นเช่นนั้น
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นก็ไม่ใช่โลกคุน
หลุน แต่เป็นดวงจิตนับไม่ถ้วนที่กระจัดกระจายอยู่ในอดีต ใน
โลกต่างๆ และในอนาคต
กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนาน มีดวงจิตไม่น้อยที่ร่างกายตาย
แล้ว พวกมันจึงหวนกลับมาหาร่างต้นร่างนี้ของเขาและ
กลายเป็นความทรงจำของเขา
เพียงชั่วพริบตาเดียวเขาก็รู้สึกเหมือนได้ผ่านชีวิตมานับ
ล้านชาติ มีทั้งชีวิตของมนุษย์เดินดิน ชีวิตของผู้บำเพ็ญเซียน
และชีวิตที่ไขว่คว้ามหามรรคาสายอื่น แต่ชีวิตเหล่านี้ล้วน
เกิดขึ้นในห้วงอนันต์สุญญตาทั้งสิ้น ตอนนี้เขายังไม่อาจ
ไปเกินขอบเขตของห้วงอนันต์สุญญตาแห่งนี้
“แบบนี้ ตำนานพันหมื่นร่างของข้าก็กลายเป็นเรื่องจริง
แล้วสิ”
เจียงฉางเซิงเผยรอยยิ้ม แอบรู้สึกว่าน่าสนใจ ร่าง
กลับชาติมาเกิดของดวงจิตแต่ละดวงล้วนได้ความทรงจำ
กลับคืนก่อนตาย ในจังหวะนั้นพวกเขาจะเท่ากับเป็นร่างแยก
ของเขาและอยู่ ณ ที่แห่งนั้นต่อได้ชั่วครู่สั้นๆ แล้วยังหยิบยืม
พลังของเขาไปใช้ได้อีกด้วย ร่างแยกดวงจิตบางคนเลือก
แก้แค้น บางคนเลือกถ่ายทอดวิชา แล้วก็มีบางคนทำ
ความปรารถนาที่ยังไม่เป็นจริงให้เป็นจริง
ในอดีต เริ่มมีร่องรอยของมรรคาจารย์โผล่มาแล้ว
ขั้นพรหมมิถูกผูกมัดด้วยสิ่งใด เป็นอิสระเสรี ไปมาใน
ห้วงเวลาได้ดั่งใจ
ระหว่างกระบวนการนี้ เจียงฉางเซิงเคยพบขั้นพรหมจาก
อดีตจำนวนหนึ่ง สิ่งนี้พิสูจน์ว่าวิถีเซียนเคยมีอยู่ในมิติมหา
มรรคาแห่งนี้จริงๆ แต่มันเคยอยู่เมื่อนานแสนนานมาแล้วจน
ไม่เหลือร่องรอยอยู่อีก หรือบางทีมันอาจถูกผู้ใดสักคน
ปรับเปลี่ยนมรดกวิชาของวิถีเซียนให้กลายเป็นมรดกวิชาของ
มหามรรคาสายต่างๆ ก็เป็นได้
เมื่อตบะของเจียงฉางเซิงแก่กล้าขึ้น อดีตที่เขาไปถึงก็
ไกลขึ้น แต่จนตอนนี้เขาก็ยังไม่พบเทพธิดาเซียวเหอ เทวะ
ไท่ซั่ง หรือแม้แต่เส้าเฮ่า
ทุกครั้งที่ลืมตา เจียงฉางเซิงก็ต้องส่งดวงจิตออกไปใหม่
อยู่เรื่อยๆ เพราะไม่ใช่ดวงจิตทุกดวงจะมีชีวิตรอดไปเรื่อยๆ ได้
อย่างราบรื่น
หนนี้เจียงฉางเซิงก็ส่งดวงจิตออกไปอีกครั้ง ตอนนี้เขา
ไม่ออกไปทำนอกตำหนักเมฆาม่วง แค่นั่งอยู่ก็ทำได้แล้ว
หลังจากทำทุกสิ่งนี้เสร็จสิ้น เจียงฉางเซิงก็มองโลก
สวรรค์ใบที่สอง หนึ่งพันปีผ่านไป เผ่าราชาแห่งวิถีเซียนทั้งสอง
เติบใหญ่แล้ว ด้วยความช่วยเหลือของไป๋ฉีและแดนสวรรค์
โลกสวรรค์ใบที่สองจึงเริ่มครึกครื้น แต่เพราะยังไม่มีคำยืนยัน
จากเจียงฉางเซิง จักรพรรดิสวรรค์จึงยังไม่กล้าประกาศการ
มีอยู่ของโลกสวรรค์ใบที่สอง ค่ายกลเคลื่อนย้ายพลังอาคม
ระหว่างโลกทั้งสองใบก็มีเทพเซียนคอยเฝ้าอยู่
เผ่าราชาแห่งวิถีเซียนทั้งสองได้รับการสั่งสอนจากเทพ
เซียนมากมาย พลังของพวกเขารุดหน้าอย่างไวว่อง นามของ
พวกเขาถูกเล่าลือไปทั่วแดนสวรรค์และมหาพิภพจิตจร
ตอนนี้จักรพรรดิสวรรค์อยู่ในโลกสวรรค์ใบที่สาม สอง
แม่ลูกกำลังสนทนาเกี่ยวกับการสร้างโลกสวรรค์ใบที่สาม มู่ห
ลิงลั่วไม่อยากสร้างโลกสวรรค์ที่รุ่งเรืองเกินไปนัก นางอยากให้
โลกสวรรค์ใบที่สามกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบรรลุวิชา
มีเกณฑ์ขั้นต่ำคัดกรองผู้มาเยือนสักหน่อย
เจียงฉางเซิงจ้องมองสำรวจเผ่าราชาแห่งวิถีเซียนทั้งสอง
ตน พันปีผ่านไป พวกเขาเผยพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียนอัน
ยอดเยี่ยมออกมา แต่พวกเขายังห่างไกลจากเผ่าพันธุ์แห่ง
บุญบารมีที่เขาคาดหวังไว้มาก
ถ้าดูจากสิ่งนี้ คงไม่ใช่แค่เพราะบุญบารมีของไท่วาน้อย
เกินไป แต่เป็นเพราะมรรคาสวรรค์ยังอ่อนแออยู่ด้วย
สิ่งที่ควรเอ่ยถึงก็คือ เผ่าราชาแห่งวิถีเซียนทั้งสองตน
สร้างลูกหลานสืบทอดเผ่าพันธุ์แล้ว วิธีการสืบทอดเผ่าพันธุ์
ของพวกเขาแตกต่างจากเผ่ามนุษย์ เพียงใช้โลหิตหัวใจหลอม
มิว่าชายหรือหญิงก็ให้กำเนิดทายาทด้วยตัวคนเดียวได้
“เอ๋”
ทันใดนั้นเจียงฉางเซิงก็มองเห็นอะไรบางอย่าง ดวงตา
ของเขาฉายแววประหลาดใจระคนยินดี
เขามองเห็นทายาทของเผ่าราชาตนหนึ่งตาย แต่ดวงวิญ
ญาณของเขาไม่กลับชาติมาเกิดใหม่ ทว่าเข้าไปเกาะติดบน
ร่างของผู้ที่กรรมผูกพันแน่นแฟ้นกับเขาแทน
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าพรสวรรค์ของเผ่าราชาแห่งวิถี
เซียนคือสิ่งใด
ไท่วาอธิษฐานขอปกป้องวิถีเซียน พรสวรรค์ของเผ่า
ราชาจึงเป็นการปกป้อง หลังสิ่งมีชีวิตในเผ่าราชาตาย ดวงวิญ
ญาณของพวกเขาจะไปปกป้องคนที่พวกเขาห่วงใย มอบ
พรสวรรค์ของตนเองให้อีกฝ่าย การมอบให้นี้จะสืบต่อกันไป
ชั่วกาลนาน ผู้ที่ได้รับก็จะปกป้องคนอื่นต่อไปเช่นกัน
ส่งต่อกันเช่นนี้ หากจำนวนครั้งเพิ่มมากเข้า จะมีตัวตนที่
น่ากลัวแบบไหนถือกำเนิดออกมากันนะ
……………………………………