เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 548 อริยเทวะยมพิภพมาเยือน
เจียงอี้อาละวาดไปทั่วฟ้าดิน กลืนกินหมื่นสรรพสิ่งใน
ฟ้าดินอย่างไร้ความกลัวเกรง แสดงความอหังการออกมา
เต็มที่ เขากำลังรอคอยให้คนผู้หนึ่งปรากฏตัว คนผู้นั้นก็คือ
จงคูที่จับตัวเขามานั่นเอง!
เขาจะแก้แค้นให้เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์!
ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ เขาสัมผัสได้ว่า
ฟ้าดินแห่งนี้ใกล้พังทลายแล้ว ถึงตอนนั้นเขาจะได้เผชิญหน้า
กับตัวตนที่แข็งแกร่งผู้นั้น รวมไปถึงตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าที่อยู่
เบื้องหลังอีกฝ่ายด้วย
หลังจากวิวัฒน์กลายเป็นเทพแห่งมหันตภัยเขาก็
เตรียมตัวพร้อมเผชิญหน้าศัตรูแล้ว
เขาชอบการประลองกำลังกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง
ระหว่างที่เขาเคลื่อนไปข้างหน้า ฟ้าดินด้านหลังก็ถูก
ความมืดกลืนกินไปทีละน้อย ร่างที่ติดตามเขาเพิ่มมากขึ้น
ทุกที พวกเขาทั้งหมดล้วนถูกจงคูจับตัวมาเพื่อฟูมฟักเป็นเทพ
แห่งมหันตภัย จงคูกลืนโลกมามากมาย โลกภายในของเขา
แห่งนี้จึงใหญ่โตมโหฬารมากกว่ามหาพิภพสักแห่งเสียอีก
เมื่อเห็นว่ามีผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งกำลังทำลายโลกแห่งนี้
พวกเขาย่อมต้องการตามไปด้วย อีกอย่างการตามหลังเจียงอี้
ก็ทำให้พวกเขายังรอดชีวิต ไม่ถูกความว่างเปล่ากลืนกินเข้าไป
ครึ่งชั่วยามหลังจากนั้น
จู่ๆ เจียงอี้ก็เห็นร่างหนึ่งปรากฏตัวตรงสุดขอบฟ้า
เบื้องหน้า คนผู้นั้นยืนอยู่กลางอากาศ ร่างกายสูงหมื่นจั้ง สวม
ชุดเกราะลายเกล็ดสีมืดหม่น บนศีรษะสวมกวานที่
มีเปลวเพลิงสีม่วงลุกไหม้ เขาผู้นั้นไม่มีใบหน้า ดวงตาทั้งสอง
เป็นลูกไฟวิญญาณ จับจ้องเขาอย่างเย็นชา
จงคู!
ครั้งก่อนเจียงอี้ไม่ทันเห็นร่างจริงของจงคู แต่ทันทีที่เห็น
ร่างฝั่งตรงข้าม เขาก็เดาฐานะของอีกฝ่ายได้ในพริบตา
เขาไม่พูดพร่ำสักคำก็ชักดาบกลืนเพลิงออกมาแล้วพุ่ง
เข้าไป
สิ่งมีชีวิตที่ติดตามมาด้านหลังเห็นจงคูก็เคร่งเครียดขึ้น
มาทันที คนผู้นี้มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าจัดการได้ไม่ง่าย
“เจ้าเด็กไม่ประเมินกำลังตน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้า
มีคุณสมบัติมาท้าสู้กับข้า”
จงคูเอ่ยปากพูดอย่างเย็นชา
เจียงอี้ยกแขนเงื้อดาบ ปราณดาบลุกไหม้เป็นเปลวเพลิง
กวาดขนานแผ่นฟ้า เพียงพริบตาเดียวก็ฟันมาถึงจงคู แต่จงคู
ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
จงคูแค่นเสียงดังเหอะ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องทำให้
เจ้าสิ้นหวังเสียบ้าง”
เขายกมือขวาขึ้นแล้วกดลงมาเบื้องล่าง เมฆดำทะมึนที่
ปกคลุมฟ้าดินอยู่ปั่นป่วน พลังแห่งกฎนับไม่ถ้วนก่อตัวรวมกัน
เป็นกลุ่มอุกกาบาตขนาดมหึมา ร่วงลงมาพร้อมกับพลัง
อำนาจอันไร้ที่สิ้นสุด
กลุ่มอุกกาบาตปกคลุมบริเวณกว้างใหญ่ยิ่งนัก สิ่งที่
เกิดขึ้นแทบจะเหมือนภาพฟ้าถล่ม สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเห็นแล้ว
ต่างพากันหน้าถอดสี
เจียงอี้ยกดาบขึ้นตวัดใส่เบื้องบน ปราณดาบเปลวเพลิง
หนนี้แฝงไอสีดำอันเย็นยะเยือกสายแล้วสายเล่าไปด้วย สิ่งนั้น
คือพลังกลืนกินของเขา ปราณดาบแล่นฉิวขึ้นไปด้านบน
ระเบิดอุกกาบาตก้อนแล้วก้อนเล่าจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้ว
ยังกลืนกินพวกมันเข้าไปทั้งมหด
ทว่า
จงคูเหมือนกำลังสัมผัสบางสิ่ง เขาก้มหน้าลงมาอย่าง
กะทันหัน ทันใดนั้นแผ่นดินกว้างสุดลูกหูลูกตาก็ยกตัว
สูงเหมือนฝ่ามือยักษ์ที่หุบเข้าหากัน สุดปลายพสุธายก
สูงกลายเป็นขุนเขาสูงเทียมฟ้า โลกหล้ามืดหม่นอย่างฉับไว
“ลูกไม้กระจอก! ด้อยกว่าอภินิหารเปลี่ยนฟ้าแปรปฐพี
ของท่านปู่ข้ามากโขนัก!”
เจียงอี้แค่นเสียงหยัน ดวงเนตรมหามรรคาบนหน้าผาก
ลืมตาโพลง ลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านระยะทางพันหมื่นลี้
ไปทะลวงภูเขาสูงลูกที่อยู่ไกลๆ
ในขณะเดียวกัน
ภายในกระจกดับสูญเพลิงสวรรค์หยินหยาง จงคูที่ถูก
เพลิงสวรรค์กักขังอยู่ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ใต้หมวกเกราะของ
เขาปรากฏดวงตาคู่หนึ่ง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยแววตา
หวั่นกลัว
“มรรคาจารย์ เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่”
จงคูแผดเสียงคำราม จงคูที่อยู่ในโลกภายในของเขาคน
นั้นไม่ใช่ตัวเขาสักหน่อย นั่นเป็นร่างจำแลงของมรรคาจารย์
ต่างหาก
เจียงฉางเซิงไม่ตอบเขา เขาทดสอบเจียงอี้ไปพลางผนึก
จงคูไปพลาง ทำให้เขาส่งสารใดๆ ไปถึงโลกภายในของตนเอง
ไม่ได้
ฝีมือที่เจียงอี้แสดงออกมาให้เห็นทำให้เจียงฉาง
เซิงตกตะลึงจริงๆ พลังที่แท้จริงของเจ้าเด็กคนนี้มากกว่า
มูลค่าแต้มของตัวเขา อาจเรียกได้ว่าเขาต่อสู้ข้ามระดับแต้ม
ได้
เท่าที่เจียงฉางเซิงพิจารณาดู เจียงอี้แข็งแกร่งกว่า
จักรพรรดิสวรรค์ผู้เป็นบิดาของเขาแล้ว เขามีคุณสมบัติที่จะ
สร้างพื้นที่ยืนของตนเองในห้วงอนันต์สุญญตาแล้วจริงๆ
ร่างกลายเป็นเทพแห่งมหันตภัย ในมือมีกองทัพแห่ง
มหันตภัย เมื่อผนวกรวมกับดวงเนตรมหามรรคา เจียงอี้ก็ได้
ก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ผู้คนยากจะจินตนาการถึงแล้ว
เจียงฉางเซิงเริ่มส่งพลังให้ร่างจำแลงของตนเองเพิ่ม
จังหวะที่เขาใช้พลังเท่ากับขั้นเทวะเหนือดับสูญ เจียงอี้ก็
เริ่มมีท่าทีกินแรง แต่เขายังยืดหยัดสู้ต่อ
พลังระดับนี้ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ต้องรู้ก่อนว่าหากตัด
เจ้าพวกที่ออกมาจากห้วงมิติชั้นในออกไป ขั้นเทวะเหนือ
ดับสูญก็แกร่งพอจะสยบห้วงอนันต์สุญญตาแล้ว
เจียงอี้อายุหนึ่งหมื่นกว่าปีก็แข็งแกร่งเท่านี้แล้ว เรื่องนี้
ทำให้เจียงฉางเซิงพอใจมาก แม้ตอนเขาอายุสามพันกว่า
ปีจะพลังเทียบเท่าขั้นเทวะเหนือดับสูญแล้วก็เถอะ ยิ่งระดับ
ขั้นสูงขึ้น เวลาที่ต้องใช้ก็นานขึ้น ดูอย่างจักรพรรดิสวรรค์สิ
เขาสู้ได้แค่ขั้นเทวะหกตัณหาเท่านั้น เป็นคู่ต่อสู้ของขั้นเทวะ
เหนือดับสูญไม่ได้อย่างแน่นอน
เมื่อเจียงฉางเซิงใช้พลังของขั้นเทวะบรรลุธรรม เจียงอี้ก็
ถูกโจมตีจนร่วง แต่แล้วเขาก็แผดเสียงคำรามแล้วลุกขึ้น
มาต่อสู้ใหม่
เขาถูกโจมตีจนร่วงครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นก็ลุกขึ้น
มาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ขณะที่พวกเจียงเจี่ยนและจอมเทพปี้หลิ่วหวาดหวั่นกับ
ความแข็งแกร่งของจงคู พวกเขาก็ยอมใจกับความมุ่งมั่นของ
เจียงอี้ด้วย
ไม่ว่าเจียงอี้กำลังเดินอยู่บนหนทางเส้นใด ความเข้มแข็ง
ไม่ยอมแพ้ระดับนี้ก็คู่ควรให้คนชื่นชม
“ยังไม่ลงมือกันอีก นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของเขาผู้เดียว
สักหน่อย!”
หลินเฮ่าเทียนตวาดเสียงโกรธเกรี้ยว ระหว่างที่พูดอยู่
เขาก็ลงมือไปก่อนแล้ว
เพียงชั่วพริบตา สิ่งมีชีวิตอันแสนแข็งแกร่งจำนวนนับไม่
ถ้วนก็พากันลงมือโจมตีจงคู
จงคูสร้างคันธนูเล่มหนึ่งขึ้นมายิงพวกเขา อาศัยเพียง
กายเนื้อโจมตีพวกเขาจนร่วงไปทีละคน
เจียงอี้ถือดาบพุ่งเข้าใส่ ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลัง
ขั้นเทวะบรรลุธรรม เขาต้านทานไม่ได้แม้แต่น้อย จงคูโจมตี
ส่งๆ ทีเดียวก็ผลักเขาล่าถอยไปได้
พอผู้แข็งแกร่งคนแล้วคนเล่าหมดสภาพจะสู้ ควา
มสิ้นหวังก็เริ่มแผ่ขยาย
ก่อนหน้านี้ พวกเขาต่างถูกจับตัวมาทีละคน อย่างน้อยก็
ไม่เคยรวมผู้แข็งแกร่งมากมายมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแบบนี้
มาก่อน ในใจจึงยังมีความคิดเพ้อฝันอยู่เล็กๆ แต่ตอนนี้
ความเพ้อฝันเบาบางนั่นมหลายหายไปดุจหมอกควัน
แข็งแกร่งเกินไป!
พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายสักนิด!
“ทุกท่าน…มอบพลังของพวกท่านให้ข้าเถอะ เมื่อข้า
ฝ่าออกไปได้ จักตอบแทนทุกท่านอย่างแน่นอน! ผู้ใดตาย ข้า
จักฟื้นคืนชีพให้! ผู้ใดเจ็บ ข้าจักคอยประคับประคองเอง!”
เสียงคำรามทุ้มต่ำประหนึ่งเทพมารของเจียงอี้สะท้อน
ก้องทั่วฟ้าดิน
เจียงฉางเซิงเลิกคิ้ว เจ้าหนูคนนี้คิดจะทำอะไร
ระหว่างที่เขาจับตาดูอยู่ เจียงอี้ที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่บน
พื้นก็ทะยานขึ้นมาบนฟ้า ไอดำอันน่ากลัวลอยออกมาจาก
หน้าอกของเขากลายเป็นไอดำสายแล้วสายเล่า รอบกายของ
เขากลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ พลังที่แผ่ออกมากดดัน
น่ากลัวอย่างยิ่ง
นี่คือ…
พลังแห่งมหามรรคา!
เป็นอย่างที่คิด พรสวรรค์กลืนกินของเจียงอี้เป็นมหา
มรรคาสายหนึ่ง เพียงแต่ก่อนหน้านี้มันถูกซุกซ่อนไว้อย่าง
ดีมากก็เท่านั้น
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้ยินคำพูดของเจียงอี้ก็จมอยู่กับ
การต่อสู้ทางความคิด ไม่มีผู้ใดปฏิเสธทันที เพราะศึกนี้หาก
แพ้ขึ้นมา พวกเขาย่อมตายอยู่แล้ว
เพียงแต่เจียงอี้ เชื่อถือได้หรือไม่
“เจ้าเด็กคนนี้มันสู้สุดตัวจริงๆ!”
เจียงฉางเซิงถอนหายใจกับตนเอง ดูท่าจะแสดงต่อไม่ได้
แล้ว ไม่อย่างนั้นเจียงอี้คงเสียสติไปจริงๆ แน่
จงคูที่เป็นร่างจำแลงของเขากลายร่างเป็นลำแสงสาย
หนึ่งแหวกท้องฟ้าหนีออกไปทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้ก็มีสิ่งมีชีวิตบางตนหนีออกไปผ่านรอยแยก
บนท้องฟ้าเส้นนั้นด้วย แต่เจียงอี้ยังไม่หยุด เขาเริ่มกลืนกิน
โลกภายในที่กำลังพังทลายแห่งนี้อย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าเด็กนี่มันมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่นะ…”
อริยเทวะโลกามองเจียงอี้จากไกลๆ ขณะที่หัวใจตื่น
ตะลึง
เขาเคยเห็นอัจฉริยะที่น่าเหลือเชื่อมากมายในมรรคา
อริยะ แต่นั่นคือมรรคาอริยะ แต่เจียงอี้มาจากวิถีเซียนที่ยัง
ไม่หลุดพ้น หากวิถีเซียนหลุดพ้นแล้ว จะมีพรสวรรค์เช่นไร
ถือกำเนิดขึ้นมากัน
“หนีก่อนเถอะ เจ้าหนูนั่นไม่ตายหรอก!”
หลินเฮ่าเทียนเอ่ยเร่ง เจียงเจี่ยนสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง
แล้วหมุนตัวจากไป
สิ่งมีชีวิตหลบหนีออกไปจากโลกที่กำลังพังทลายแห่งนี้
ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาทะลุผ่านรอยแยกบนท้องฟ้า
ออกมาก็มาถึงโลกอันน่ากลัวอีกแห่งหนึ่ง ที่แห่งนี้มีเพลิง
สวรรค์ลอยละล่อง ทั่วทั้งฟ้าดินเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่กด
ทับอยู่ แม้แต่จอมเทพปี้หลิ่วกับบรรพจารย์อธรรมเก้าหยินก็
ขวัญผวา
นี่มันที่ใดกัน
สายตาของพวกนางสังเกตเห็นร่างของจงคูอย่างรวดเร็ว
คนที่เมื่อครู่เกือบกำราบพวกนางจนราบคาบผู้นี้ เวลานี้
กลับถูกเปลวเพลิงสายแล้วสายเล่าล้อมอยู่รอบกาย ลอยอยู่
กลางอากาศกระดิกกระเดี้ยวไม่ได้แม้แต่น้อย
เจียงเจี่ยน หลินเฮ่าเทียนกับอริยเทวะโลกาที่ตามออกมา
ทีหลังก็ตะลึงกับภาพนี้เช่นกัน
เกิดเรื่องอะไรขึ้น
มีสิ่งมีชีวิตที่คิดว่าพลังของตนแข็งแกร่งบางตนพยายาม
ทำลายห้วงมิติหนีออกไป แต่พบว่าทำไม่ได้
โลกแห่งนี้กว้างใหญ่กว่าโลกภายในแห่งก่อนเสียอีก
เพลิงสวรรค์กองแล้วกองเล่ากระจายอยู่ทั่วแผ่นดินและแผ่น
ฟ้าเหล่านั้น เพียงมองอยู่ไกลๆ ก็ทำให้พวกเขาขนลุกซู่
“แปลกมาก เขาก็ถูกจับตัวไว้อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นคน
ที่สู้กับพวกเราก่อนหน้านี้เป็นผู้ใดกัน”
หลินเฮ่าเทียนถามอย่างเคร่งเครียด เจียงเจี่ยน
หวาดกลัวมาก เขาไม่อาจตอบคำถามอีกฝ่ายได้
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายกำลังหวาดกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับ
สิ่งที่ไม่รู้ ในช่วงที่กำลังประหวั่นพรั่นพรึง พวกเขาหวาดกลัว
จนไม่กล้าทำอันใดส่งเดช
ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาก็เห็นจงคูตัวสั่นอย่างรุนแรง ไอ
สีดำสายแล้วสายเล่าลอยออกมาจากหน้าอกของเขาก่อตัว
เป็นวังวนสีดำ
นั่นมัน…
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายนึกถึงเจียงอี้ขึ้นมาพร้อมกัน ในใจเกิด
ความหวังขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
หลังจากผ่านศึกก่อนหน้า พวกเขาก็เชื่อใจเจียงอี้มากขึ้น
บางทีเจียงอี้อาจพาพวกเขารอดชีวิตออกไปได้จริงๆ
กายเนื้อของจงคูสั่นสะท้านรุนแรงกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่า
เขากำลังทรมานอย่างที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูด
เทียบกับความทรมานบนกายเนื้อ เขากำลังหวาดกลัว
อีกเรื่องหนึ่งมากกว่า นั่นก็คือเขาดันฟูมฟักสัตว์ประหลาดที่
เหนือกว่าจินตนาการตัวหนึ่งออกมา แล้วเจ้าสัตว์ประหลาด
ตัวนี้ยังอยู่ในมือของศัตรูอีก สิ่งนี้เขายอมรับไม่ได้จริงๆ
“ดูเหมือนเจ้าจะกำลังกลัวอยู่นะ”
เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น เจียงอี้โผล่ออกมาจากวังวน
สีดำบนหน้าอกของเขา จากนั้นจึงลอยตัวอยู่กลางอากาศ
เบื้องหน้าเขา
เบื้องหน้าร่างกายขนาดหมื่นจั้งของจงคู เจียงอี้แลดูเล็ก
กระจ้อยร่อย แต่เวลานี้คลื่นพลังรอบกายเจียงอี้กลับแข็งแกร่ง
กว่า
หลังจากกลืนกินโลกภายในของจงคู พลังของเจียงอี้ก็
เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด ส่วนจงคูได้รับบาดเจ็บ เรียกได้ว่า
ฝั่งหนึ่งเพิ่มฝั่งหนึ่งลด
เจียงอี้ยกดาบขึ้นมา ปลายดาบชี้จงคูแล้วถามว่า “เจ้า
มีคำสั่งเสียหรือไม่”
จงคูโกรธจนวิญญาณแทบแหลกสลาย เขาไหนเลย
จะเคยประสบความอัปยศเช่นนี้มาก่อน แต่จนปัญญาที่เขาอ้า
ปากไม่ขึ้นสักนิด
ในตอนนั้นเอง!
เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากในร่างของจงคู “ไม่เลว เทพ
แห่งมหันตภัยตนนี้ทำให้ข้าพอใจอย่างยิ่ง จงคู เจ้าทำผลงาน
ได้ยอดเยี่ยม ต่อจากนี้เจ้าก็จงทำภารกิจสุดท้ายของเจ้าให้
เสร็จเถิด”
เสียงนี้มิใช่เสียงของจงคู แต่หลังจากจงคูฟังจบ
ความเศร้าก็ผุดพรายในหัวใจ แต่ขณะเดียวกันก็โล่งอกด้วย
“อริยเทวะยมพิภพ!”
เสียงของอริยเทวะโลกาลอยมาจากไกลๆ น้ำเสียง
เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เจียงอี้ยังไม่ทันคิดสิ่งใดก็พบว่ากายเนื้อของจงคูเริ่ม
แตกสลาย กลายเป็นพลังมหาศาลถูกเขากลืนกินเข้าไป
ในตำหนักเมฆาม่วง
เจียงฉางเซิงขมวดคิ้ว เจ้าเด็กคนนี้พลังอะไรก็กล้า
เขมือบลงท้องเสียหมด ไม่กลัวถูกตลบหลังบ้างหรือไร
แต่ในเมื่ออริยเทวะยมพิภพมาแล้ว นี่ย่อมเป็นเรื่องดี
‘อริยเทวะยมพิภพแข็งแกร่งมากเพียงใด’
เจียงฉางเซิงพยากรณ์ในใจ ในขณะเดียวกันก็ใช้จิต
สะกดรอยตามหาร่างของอริยเทวะยมพิภพด้วย
[ต้องใช้ 2,300 แต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์ ต้องการ
ดำเนินการต่อหรือไม่]
ไม่!
สองพันสามร้อยแต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์รึ?
แข็งแกร่งมากเชียว?
อริยเทวะโลกาสู้อริยเทวะยมพิภพไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
บางทีเขาอาจได้พลังเพิ่มมาเพราะมรดกวิชาของอริยราชัน
เจียงฉางเซิงจับตำแหน่งร่างหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว คนผู้
นั้นอยู่ในขอบห้วงสุญญตา เขาไม่ลงมือทันที แต่พยากรณ์หาผู้
แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตที่ตรวจสอบได้ กับตัวตนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดที่จะมาหาเรื่องหากเขาสังหารอริยเทวะยมพิภพก่อน
คำตอบแรกคือตัวเขาเอง ส่วนคำตอบข้อหลังตอนนี้ยัง
พยากรณ์ไม่ได้ มันเกี่ยวพันกับกรรมที่ยังไม่ล่วงรู้
ไม่ว่าอย่างไร ในเมื่ออริยเทวะยมพิภพมาแล้ว เจียงฉาง
เซิงย่อมไม่ยอมพลาดโอกาส
……………………………………………..