เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 554 พลิกฟ้าคว่ำปฐพี โลกสวรรค์ที่สี่ถือกำเนิดขึ้น
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 554 พลิกฟ้าคว่ำปฐพี โลกสวรรค์ที่สี่ถือกำเนิดขึ้น
“จุดสิ้นสุดมหามรรคาช่างอยู่ไกลเหลือเกิน แต่ข้าเชื่อว่า
หากมีจุดสิ้นสุดจริงๆ นั่นจะต้องสมหวังดังใจเป็นแน่แท้”
เจียงฉางเซิงตอบกลับ คำพูดของเจ้าลัทธิคุนหลุนแฝงไว้
ด้วยความกลัดกลุ้มเล็กน้อย เห็นทีว่าเขาก็คงจะมีเรื่อง
ลำบากใจและทุกข์ใจอยู่เหมือนกัน
ทั้งสองคนมีโชคชะตาได้สดับมรรคาร่วมกันตั้งแต่อดีต
จวบจนปัจจุบัน แต่โชคชะตานี้ยังไม่พอที่จะให้เจียงฉางเซิงแก้
ชะตากรรมของเขาได้
“หากเป็นเช่นนั้น อาตมาก็มีความหวังเฝ้ารอมหามรรคา
มากยิ่งขึ้นแล้ว”
เจ้าลัทธิคุนหลุนพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังกลับ หายลับ
ไปจากสายตาของเจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงมองเงาแผ่นหลังของเขา รู้สึกได้ถึงปราณ
ขั้นพรหมเสี้ยวหนึ่ง แสดงว่าในอนาคตเขาจะต้องบรรลุขั้น
พรหม แต่ปราณนี้ริบหรี่นัก แสดงว่าโชควาสนาขั้นพรหม
ไม่ลึกซึ้งพอ สักวันจะมีเคราะห์ถึงแก่ชีวิต
เจียงฉางเซิงหันหลังกลับ ยืนอยู่เหนือทะเลเมฆ มองแดน
มนุษย์เบื้องล่าง
โลกของวิถีเซียนโบราณเต็มไปด้วยปราณวิญญาณ
ฟ้าดินที่หนาแน่นกว่าโลกคุนหลุนและโลกสวรรค์ เพียงแต่ว่า
ปราณวิญญาณของโลกนี้ไม่บริสุทธิ์เท่ายุคหลัง ปะปนไปด้วย
ปราณวิญญาณอื่นมากมาย ในนั้นก็มีปราณวิญญาณยุทธ์ใน
ช่วงเวลาต่อมาด้วย
เจียงฉางเซิงมองไปที่เจ้าแม่เซียวเหอ ในระหว่างทาง
กลับทะเลดาวกลางหาว กรรมของนางค่อนข้างคดเคี้ยว นั่น
หมายความว่านางจะเจอกับปัญหาเล็กน้อย แต่ก็เป็นอย่างที่
นางกล่าวไว้ สามารถพลิกสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดีได้
โลกเซียนในตอนนี้ อย่างน้อยในโลกเซียนแห่งนี้ก็ยัง
ไม่มีตัวตนขั้นพรหม แต่มีตัวตนบางส่วนที่มีวาสนาแห่งพรหม
ตามหลักแล้ว พวกเขาก้าวข้ามห้วงมิติแล้ว เจียงฉางเซิงน่าจะ
ไม่เห็นพวกเขาถึงจะถูก แต่ตอนนี้เจียงฉางเซิงเห็นพวกเขา
กระทั่งเห็นกรรมแห่งพรหมในตัวพวกเขา
เจียงฉางเซิงรู้สึกว่ามีสาเหตุอยู่เบื้องหลัง อย่างน้อย
ตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจ
เขากระโดดออกจากร่างแห่งดวงจิตทันที จิตสำนึกร่าง
จริงมายังโลก เก็บภาพของทั้งโลกไว้ในดวงตา
โลกนี้ใหญ่กว่าโลกทั้งหมดที่เขาเคยพบในห้วงอนันต์
สุญญตา กระทั่งซ่อนผืนจักรวาลนภาดาราไว้ หลายสถานที่ยัง
รกร้าง สรรพชีวิตยังไม่มีสติปัญญา ทะเลดาวกลางหาวก็อยู่
กลางโลกแห่งนี้ เป็นเหมือนกับมหาสมุทรไร้ขอบเขตในแดน
รกร้าง
เจียงฉางเซิงเห็นร่างแห่งดวงจิตเดินทางกลับ
ระหว่างทางกลับนั้นยังถูกคนสังหารปล้นชิงสมบัติ
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ต่อมาเจ้าแม่เซียวเหอถึงหาเจียงฉางเซิง
ไม่พบ วิถีเซียนกว้างใหญ่ เมื่อแยกจากกันแล้วก็ยากที่จะได้มา
พบกันอีก ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีมหาดวงชะตาเหมือนกับเจ้าแม่
เซียวเหอ
ในช่วงเวลาต่อจากนั้น ร่างแห่งดวงจิตของเจียงฉาง
เซิงทั้งหมดไม่มีชีวิตยืนยาวเลย ต่างก็ล้มตายในทุกระดับขั้น นี่
คือชะตากรรมของการสะท้อนเจตจำนง พวกเขาก็แค่สัมผัส
ชีวิตมนุษย์แทนร่างจริงก็เท่านั้น
ภายในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเซิงยกมือขวาขึ้น
ไป๋หลงตรงมุมห้องตื่นขึ้นมาอย่างหาดูได้ยาก บังเอิญได้
เห็นภาพนี้พอดิบพอดี มันกะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าเจ้านาย
กำลังทำอะไร
ขณะที่มันมองอยู่นั้น เจียงฉางเซิงที่กำลังหลับตาเหมือน
จะคว้าอะไรบางอย่าง ห้วงอากาศรอบฝ่ามือผันผวนอย่าง
รุนแรง
ตอนนี้ เจียงฉางเซิงกำลังจะย้ายโลกเซียนของวิถีเซียน
โบราณมาไว้ที่เวลาปัจจุบัน
กระบวนการนี้เป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเซียนทั่วไปยากที่จะ
เข้าใจได้ ถึงอย่างไรอดีตก็ไม่หวนกลับมาอีกแล้ว เขาทำเช่นนี้
จะเกี่ยวพันกับกฎเกณฑ์มหามรรคามากมาย ไม่ใช่แค่
กฎเกณฑ์ข้ามมิติเวลาเท่านั้น
เมื่อดวงจิตของเจียงฉางเซิงครอบคลุมโลกเซียนนั้น เขา
ก็รู้สึกว่าถูกมหามรรคาสะท้อนกลับอย่างชัดเจน
เขาเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว แม้จะถูกสะท้อนกลับ เขาก็ต้อง
ทำเช่นนี้
สิ่งที่เขาจะย้ายมาเป็นเพียงมุมเล็กๆ ของวิถีเซียนโบราณ
ไม่ใช่ทั้งวิถีเซียนโบราณ วิถีเซียนโบราณไม่หลงเหลืออยู่แล้ว นี่
เป็นสิ่งที่เขาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อย่างน้อยเขาในตอนนี้ก็ยังทำ
ไม่ได้ ถ้าจะทำเช่นนั้นจริงๆ พลังสะท้อนกลับของมหามรรคา
อันมหาศาลนั้นจะทำให้เขาสลายเป็นเถ้าธุลีในทันที
แน่นอน มุมเล็กๆ นี้เทียบกับทั้งวิถีเซียนแล้วก็ยังใหญ่
มากอยู่ดี
อภินิหาร จักรวาลกลางฝ่ามือ!
จักรวาลกลางฝ่ามือที่ข้ามห้วงมิติเวลา!
ครืน…
ท้องฟ้าที่วิถีเซียนโบราณเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น
มรรคาสวรรค์เหมือนกำลังเตือน ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนถึงกับ
ตกใจออกด่านบำเพ็ญมา
เทพธิดาเซียวเหอที่ยังไม่เป็นเจ้าแม่เซียวเหอเหาะเหิน
เดินอากาศ มองปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้น นาง
ขมวดคิ้วงาม พูดงึมงำกับตัวเอง “ปรากฏการณ์เช่นนี้ มันเกิด
อะไรขึ้นกันแน่”
นางเร่งความเร็วโดยพลัน รีบกลับมาที่ทะเลดาว
กลางหาวให้เร็วที่สุด
การฟังเทศน์ครั้งนี้แม้จะได้ประโยชน์ไม่น้อย แต่ก็
ล่วงเกินศัตรูมาไม่น้อยเช่นกัน เส้นทางอันตราย นางยัง
ไม่อยากตายระหว่างทาง
ด้านนอกห้วงมิติเวลา
ดวงจิตร่างจริงของเจียงฉางเซิงคว้าโลกใหญ่กลางทะเล
ดาวกลางหาวไว้แล้ว จะดึงโลกนี้ออกมาจากวิถีเซียนโบราณ
ต่อให้บรรลุขั้นพรหมเขาก็ยังรู้สึกเหนื่อยไม่ใช่เล่นๆ
แน่นอน ก็แค่เหนื่อยเท่านั้น ขอแค่ไม่ถูกขัดขวางก็ต้อง
ทำสำเร็จเป็นแน่
ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างก่อนจะหันหน้า
ไปมอง
เขาเห็นเงาร่างสีน้ำเงิน คล้ายกับร่างจิตจำแลงเทพของ
เขามาก
“เพื่อคนคนเดียว คุ้มค่าอย่างนั้นหรือ”
เงาร่างสีน้ำเงินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เจียงฉางเซิงแอบตกใจ เขาไม่นึกเลยว่าในวิถีเซียน
โบราณที่ถูกทำลายล้างไปแล้วจะยังมีคนส่องเห็น
เคราะห์กรรมของเขา ตามหลักแล้วนี่เป็นไปไม่ได้เลย
ถึงอย่างไรอนาคตที่เขาอยู่ก็คืออนาคตที่วิถีเซียนโบราณ
ไม่อาจสัมผัสต้องได้แล้ว
เจียงฉางเซิงพูด “ก็อาจจะไม่คุ้มค่า แต่ข้าทำเพื่อ
ความสบายใจ”
เงาร่างสีน้ำเงินพูดปลง “แค่เพื่อความสบายใจหรือ
เจ้าคนรุ่นหลัง ข้าจะปล่อยเจ้าไปแค่ครั้งนี้เท่านั้น จากนี้อย่าได้
ทำเช่นนี้อีก”
“ขอบังอาจถามนามของผู้อาวุโสได้หรือไม่”
เจียงฉางเซิงถามด้วยความเคารพ เขาแอบหวั่นใจ วิถี
เซียนโบราณสูญสิ้นไปแล้ว คนผู้นี้ยังส่งดวงจิตมาที่นี่ได้
แสดงว่าอีกฝ่ายมองเห็นอนาคตที่เขาอยู่
“ข้าก็เหมือนกับเจ้า เพียงแค่อยู่คนละยุคสมัยมหา
มรรคาก็เท่านั้น”
เงาร่างสีน้ำเงินพูดจบก็หายไปช้าๆ
เหมือนกัน?
เจียงฉางเซิงแอบตกตะลึง หรือว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้สร้าง
วิถีเซียนโบราณกัน
เขาไม่คิดอะไรมาก แต่ทำการย้ายโลกโบราณต่อ
ไม่นานนัก โลกนั้นก็ถูกย้ายออกจากวิถีเซียนโบราณ
มานอกมิติเวลา ลงกลางฝ่ามือของเขา ในทันทีที่มันปรากฏ
เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่ามีพลังแห่งมหามรรคาจำนวนมากกำลัง
หลั่งไหลมาที่มือของเขา ซึ่งก็คือพลังแห่งมหามรรคาเหล่านี้
กำลังช่วยโลกนี้จากที่ไม่มีให้กลายเป็นมีอยู่จริง ให้มันยังคงอยู่
ในช่วงเวลาต่อจากนี้ได้จริงๆ
นอกจากนี้ เจียงฉางเซิงยังรู้สึกได้ถึงพลังสะท้อนกลับที่
แก่กล้า ราวกับแมลงนับล้านกำลังกัดกินกายและวิญญาณ
ทว่าความเจ็บปวดแค่นี้ก็ยังไม่ส่งผลถึงจิตมรรคาของเขาเลย
เขาถือโลกไว้ในมือ ก่อนจะรีบกลับเข้ากายเนื้อร่างจริง
ในขณะที่ผ่านช่วงปลายของวิถีเซียนโบราณ เขาลอง
มองดูว่าวิถีเซียนโบราณหายไปได้อย่างไร ถูกทำลายหรือว่า
เป็นเพราะเหตุผลอื่นกันแน่ แต่ก็มีพลังที่ทำให้เขาหวาดกลัว
มาปิดกั้นการสอดส่องของเขา บีบให้เขาไม่กล้าเอ้อระเหยต้อง
รีบกลับไปอย่างเร็วรี่
เมื่อออกมาจากวิถีเซียนโบราณ เจียงฉางเซิงก็ลองวาง
โลกนี้ลง แต่เขาก็เจอกับการสะท้อนกลับของเจตจำนงมหา
มรรคาอีก
ห้วงอนันต์สุญญตาไม่อนุญาตให้วิถีเซียนมีตัวตนอยู่!
ด้วยความจำยอม เขาจึงต้องกลับไปที่จุดเวลาของ
ตนเอง จากนั้นโยนโลกในมือไปยังส่วนลึกของห้วงอนันต์
สุญญตา ที่นั่นไม่มีโลกอยู่ นับว่าปลอดภัยมาก
เมื่อโลกอยู่ไกลจากเขา ความรู้สึกถูกสะท้อนกลับก็
ไม่รุนแรงอีก แต่ก็ยังวนเวียนอยู่ไม่หายไป
เขารู้สึกไม่แน่ใจเล็กน้อย เกือบจะเกิดจิตมารขึ้น
เขาเคลื่อนวิชาทันที ทำให้จิตมรรคาสงบลง
ไป๋หลงที่แอบดูอยู่ตลอดเห็นเขาส่ายหน้าไปมาอย่าง
บ้าคลั่ง เร็วจนเห็นเพียงแค่เศษเงา มันถึงกับเบิกตามังกรโต
นายท่านมารเข้าแทรกรึ
ไม่กี่อึดใจต่อมา เจียงฉางเซิงก็ปรับจิตมรรคาให้มั่นคงได้
เขามองไปที่โลกนั้นตรงส่วนลึกของห้วงสุญญตาอีกครั้ง ก็เป็น
เหมือนที่เขาคาดการณ์เอาไว้ สรรพชีวิตไม่อาจบำเพ็ญวิถี
เซียนได้ เขาจำต้องเคลื่อนกายจากไปเมื่อเห็นเจียงฉาง
เซิงหายไป ไป๋หลงก็ลนลาน รีบลุกขึ้นจะไปหามู่หลิงลั่วกับไป๋ฉี
อีกด้านหนึ่ง
เจียงฉางเซิงใช้แต้มโชคชะตาสร้างโลกสวรรค์ที่สี่ขึ้นมา
โลกสวรรค์ที่สี่ใหญ่กว่าอีกสามโลกสวรรค์ก่อนหน้านี้ จากนั้น
เขาก็ใช้อภินิหารเปลี่ยนฟ้าแปรปฐพีหลอมรวมโลกโบราณกับ
โลกสวรรค์ที่สี่ จนถึงตอนนี้ ทุกสรรพชีวิตก็สามารถบำเพ็ญ
เซียนได้แล้ว
การกระทำเช่นนี้ทำให้เขาถูกสะท้อนกลับอีกครั้ง เขา
จึงต้องกลับตำหนักเมฆาม่วง
เหตุผลหลักๆ ที่เขาถูกสะท้อนกลับก็คือกรรม มิติเวลา
โดยเฉพาะผลสะท้อนกลับของกรรม ไม่อาจจับต้องได้ ไม่อาจ
ไล่ไปได้ ทำให้เขาอยู่ท่ามกลางเหวลึก มองเห็นภาพหลอนและ
สิ่งต่างๆ ที่เขาหวาดกลัว
เขากลัวว่าตัวเองจะตาย กลัวว่าคนที่เขาห่วงใยจะหาย
ไป
ในช่วงเวลาอันยาวนานในอนาคต เจียงฉางเซิงเข้าใกล้
โลกสวรรค์ที่สี่ไม่ได้ เพราะถ้าทำเช่นนั้นเขาก็จะโดนพลัง
สะท้อนกลับอย่างต่อเนื่อง
ถึงเขาจะไปด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ก็ส่งคนอื่นไปรักษาดูแล
ได้ และยังส่งดวงจิตไปได้
เจียงฉางเซิงมองภาพลวงตาที่ไล่ไม่ไปเบื้องหน้าพลาง
ยิ้มแห้งๆ ผลสะท้อนกลับของกรรมนี้น่ากลัวจริงๆ แต่ก็ได้
ใช้หล่อหลอมจิตมรรคาพอดี
เขาจะต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใด!
เจียงฉางเซิงโคจรวิชาต่อ
หลายสิบปีต่อมา ในที่สุดเจียงฉางเซิงก็ไล่ภาพลวงตา
ตรงหน้าไปได้ ทว่าพลังสะท้อนกลับก็ยังคงอยู่ หากเขา
บาดเจ็บหรือจิตมรรคาเสียหาย พลังสะท้อนกลับที่ซ่อนอยู่ก็
จะฉวยโอกาสนี้ลอบกัดเขา เป็นเหมือนกับโรคเรื้อรัง
เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้นก็พบว่าไป๋ฉีกับไป๋หลงกำลังจ้อง
เขาอยู่ด้านข้าง
“นายท่าน ไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
ไป๋ฉีถามด้วยความระมัดระวัง ในตอนที่ไป๋หลงมาหานาง
ก็ทำนางตกใจแทบแย่ ภายในใจนาง นายท่านคือผู้ไร้พ่าย
หากนายท่านยังมารเข้าแทรก เช่นนั้นจะยังมีใครหยุดยั้งได้อีก
ต่อมา นางสังเกตอยู่นานมากก็พบว่าเจียงฉางเซิงไม่ได้
มารเข้าแทรก ด้วยเหตุนี้นางจึงด่าไป๋หลงอยู่นานทีเดียว ทาง
ด้านมู่หลิงลั่ววางใจแล้วก็กลับไปโลกสวรรค์ที่สาม ให้นาง
เฝ้าอยู่ที่นี่
เจียงฉางเซิงพูดขึ้น “ไม่มีอะไร ก่อนหน้านี้ก็แค่กำลังฝึก
อภินิหารเท่านั้น ข้าสร้างโลกสวรรค์ที่สี่แล้ว เอาไว้ส่วนลึกของ
ห้วงสุญญตา พวกเจ้าก็ช่วยกันดูแลหน่อย อย่าบอกใครเรื่อง
โลกสวรรค์ที่สี่ รวมถึงแดนสวรรค์ด้วย และอย่าบอกเรื่อง
ตัวตนของข้ากับโลกสวรรค์ที่สี่”
เขาไม่ได้อยากปิดทองหลังพระเลย แต่หากสรรพชีวิต
ของโลกสวรรค์ที่สี่รู้เรื่องเขา ผลสะท้อนกลับของกรรมก็
จะกำเริบอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะแข็งแกร่งพอ เขาคงได้แต่รักษา
ระยะห่างกับโลกสวรรค์ที่สี่ เรื่องนี้ยกให้ไป๋ฉีจัดการจะเหมาะ
สมที่สุด เพราะนางเดาใจเขาเก่งที่สุดนั่นเอง
ไป๋ฉีได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมา
แม้นางจะปกครองโลกสวรรค์ที่สอง แต่โลกสวรรค์ที่สอง
ก็ไม่ใช่ของนางอยู่ดี
ตอนนี้มีโลกสวรรค์ที่สี่ นางจะไม่คาดหวังได้อย่างไรกัน
นางรับปากเรื่องนี้ในทันที ไป๋หลงขอตามไปด้วย เจียง
ฉางเซิงก็ไม่คัดค้าน โบกมือส่งพวกนางไปอยู่บริเวณโลก
สวรรค์ที่สี่
เจียงฉางเซิงมองไปยังโลกสวรรค์ที่สี่ เทพธิดาเซียวเหอก
ลับไปที่ลัทธิเมฆาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
“ข้าเคยบอกแล้วว่าจะรอท่านอยู่ที่จุดสิ้นสุดมหามรรคา
ตอนนี้ถือว่าทำตามสัญญาได้ครึ่งทางแล้ว เมื่อวันนั้นที่เรา
พบกันมาถึง ท่านกับข้าคงต้องสนทนาธรรมกันอย่างจริงจัง
สักหน่อย”
เจียงฉางเซิงยิ้ม พูดงึมงำกับตัวเอง
เขามองไปยังสรรพชีวิตในโลกสวรรค์ที่สี่ เขาเห็นเงาร่าง
คุ้นตาหลายคน
เจ้าลัทธิคุนหลุน บรรพจารย์เสวียนถี มหาเถระกษิติ
ครรภ์และปฐมาจารย์หมื่นพุทธเป็นต้น พวกเขาก็อยู่ในโลกนี้
เช่นกัน ถึงอย่างไรทะเลดาวกลางหาวก็เป็นเพียงมุมหนึ่งตรง
ใจกลางของโลกนี้ เพื่อไม่ให้ทุกสรรพชีวิตที่นี่เกิดความสงสัย
ขอบเขตพื้นที่ที่เจียงฉางเซิงย้ายมาจึงมีขนาดที่ไม่เล็ก วัดกัน
แค่ขนาด โลกสวรรค์ที่สี่มีขนาดใหญ่เป็นหมื่นเท่าเทียบกับโลก
สวรรค์ทั้งสามก่อนหน้านี้รวมกัน วางอยู่ในห้วงอนันต์สุญญตา
ก็เป็นโลกที่ใหญ่ที่สุด!
…………………