เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 562 วิถีเซียนสูงสุดไร้ผู้ทัดเทียม มรรคาสวรรค์ก็คือ
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 562 วิถีเซียนสูงสุดไร้ผู้ทัดเทียม มรรคาสวรรค์ก็คือ
มรรคาจารย์
การเทศนาของจอมราชันพญามังกรโอ่อ่ายิ่งใหญ่นัก
ทำให้ในขณะที่ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นพรหมอย่างเจียงฉางเซิงกำลัง
ตรึกตรองถึงอัตตาแท้อยู่นั้น ก็ได้เข้าสู่สภาวะตระหนักรู้อัน
ลี้ลับยิ่ง อดีตมากมายได้แล่นผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว
มองอดีต สรุปสิ่งที่ตนต้องการก่อนจะสร้างอัตตาแท้แห่ง
อนาคตขึ้นมา
เจียงฉางเซิงอยู่ในสภาวะตระหนักรู้ เขากำลังครุ่นคิดอยู่
ว่าอัตตาแท้ของตนควรจะเป็นอะไร หรือเขาต้องการสิ่งใด
ดำดิ่งลงอยู่ในห้วงการฟังธรรม เวลาผ่านไปเร็วมาก
จากนั้น จอมราชันพญามังกรก็ได้ถ่ายทอดศาสตร์สาม
ธาตุบรรจบเหนือกระหม่อมของตนเองให้กับผู้แสวงมรรคา
ทั้งหลาย ศาสตร์นี้ไม่ใช่ทิศทางที่คลุมเครือ แต่เป็นวิชาฝึก
บำเพ็ญอย่างละเอียด
เวลาผ่านไป
เมื่อเจียงฉางเซิงตื่นขึ้นก็ไม่ได้ยินเสียงเทศนาของจอม
ราชันพญามังกรแล้ว
เขาลืมตาขึ้นมอง ผู้แสวงมรรคาโดยรอบหายไปครึ่งหนึ่ง
จอมราชันพญามังกรบนเส้นขอบฟ้ายังคงขดตัวอยู่บนภูเขา
ยักษ์ลูกนั้น แน่นิ่ง ราวกับพฤกษาสวรรค์บนภูเขาใหญ่
“เป็นอย่างไรบ้าง”
เสียงของเจ้าแม่เซียวเหอดังมา เจียงฉางเซิงหันไปมอง
นางก่อนจะพยักหน้า “ได้เปิดหูเปิดตามากเลย”
เจียงฉางเซิงสังเกตเห็นว่าพระแม่ชิงชิวกับเทพธิดาคน
นั้นยังไม่ตื่นขึ้นมา
เขาหันไปมองทิศอื่นก็พบว่าไฮ่เทียนกลับไปแล้ว
ไม่สิ
เจียงฉางเซิงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากการต่อสู้รางๆ ที่นี่
คือสถานฝึกบำเพ็ญของจอมราชันพญามังกร ย่อมมีค่ายกล
ผนึกปิดกั้นโลกภายนอก แต่ก็ยังมีแรงกดดันแผ่เข้ามาได้ นั่น
แสดงว่าตบะของทั้งสองที่ต่อสู้กันอยู่สูงมาก
“ไฮ่เทียนลำบากเสียแล้ว ศัตรูเก่าสี่คนปิดล้อมเขา ต่อให้
เขารอดไปได้ก็ต้องถูกถลกหนังไปชั้นหนึ่ง”
เจ้าแม่เซียวเหอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ได้เห็นใจ
ไฮ่เทียน แต่ก็ไม่ได้สุขที่เห็นผู้อื่นเป็นทุกข์เช่นกัน
เจียงฉางเซิงถาม “เล่าเรื่องของเขาให้ข้าฟังหน่อยจะได้
หรือไม่”
เจ้าแม่เซียวเหอจึงเริ่มเล่าประวัติความเป็นมาของ
ไฮ่เทียนให้ฟัง
ไฮ่เทียนเกิดในยุคกำเนิดฟ้าดินแรกเริ่ม เนื่องจาก
มีพรสวรรค์ทั่วไป ครึ่งชีวิตแรกของเขาจึงตามหลังผู้อื่นเสมอ
เข้าไปที่สถานฝึกบำเพ็ญของผู้ยิ่งใหญ่บ่อยครั้ง อ่อนน้อม
ถ่อมตนเรียนรู้ แต่ก็ยังไม่ได้รับมหามรรคา ต่อมา เขาใช้
เส้นสายเข้าบรรพตที่หกแห่งลัทธิมรรคา เดิมทีคิดว่าเป็น
จุดหักเหของชีวิต แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความยากลำบาก
เขาถูกศิษย์ร่วมสำนักกดขี่ข่มเหง ประเมินกันที่อายุ เขาแก่กว่า
ประมุขบรรพตที่เจ็ดแห่งลัทธิมรรคาเสียอีก ก็เพราะเหตุนี้เอง
ศิษย์เหล่านั้นจึงข่มเหงเขาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าเหนือกว่า
แม้แต่ประมุขบรรพตก็ยังยอมรับโดยนัย
เมื่อเห็นผู้อาวุโสในอดีตเป็นศิษย์ในสำนักของตนเอง ก็
มียอดผู้บำเพ็ญหลายคนในบรรพตที่หกแห่งลัทธิมรรคามอง
ไฮ่เทียนเป็นตัวตลก
หลังถูกกดขี่มานานนับพันปี ในที่สุดไฮ่เทียนก็ทนไม่ไหว
เขาขโมยยอดเคล็ดวิชาของบรรพตที่หกแห่งลัทธิมรรคา ถูก
บรรพตที่หกไล่ล่า ขณะไล่ล่าอยู่นั้น เขาดันรู้แจ้งมรรคาและพุ่ง
ทะยานขึ้นฟ้านับตั้งแต่นั้นมา บางทีอาจจะเป็นเพราะถูกกดขี่ที่
สั่งสมมานาน ทำให้เขาปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมา
อย่างบ้าคลั่ง ฆ่าล้างบางศิษย์บรรพตที่หกจนเกือบทำให้
บรรพตที่หกแห่งลัทธิมรรคาสูญสิ้น ต่อมามีการร่วมมือกับ
บรรพตที่เจ็ดแห่งลัทธิมรรคาปราบปรามเขา ทำให้เขาถูก
ไฟทมิฬแผดเผามานานนับล้านปี หากเป็นคนอื่นก็คงจะสลาย
เป็นผุยผงไปแล้ว แต่เขากลับหล่อหลอมออกมาเป็นกายทอง
คงกระพันกำเนิดจักรวาลได้
ต่อมา ไฮ่เทียนก่อเรื่องใหญ่ที่ลัทธิมรรคา ทำลายวิถี
บำเพ็ญลัทธิมรรคาจนเกือบจะสูญสิ้น แม้แต่ตัวตนขั้นพรหมก็
ยังทำอะไรเขาไม่ได้ จนกระทั่งประมุขแห่งลัทธิมรรคาลงมือ
ขับไล่เขา บุญคุณความแค้นนี้จึงถูกพักไว้ก่อน ไฮ่เทียนที่
หล่อหลอมกายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลได้สำเร็จได้
เปลี่ยนนิสัยเป็นคนโหดเหี้ยม กระหายเลือดและหัวรั้น แค่พูด
ไม่เข้าหูก็จะสังหารผู้บำเพ็ญคนอื่น จนกระทั่งตัดกรรมในวันนี้
เมื่อได้ฟังว่าไฮ่เทียนหลอมกายทองคงกระพันกำเนิด
จักรวาลได้สำเร็จ เจียงฉางเซิงก็ไม่ตกใจเลย ถึงอย่างไรที่นี่ก็
คืออนาคต ต่อให้เป็นวิถีเซียนโบราณก็ยังมีกายทองคงกระพัน
กำเนิดจักรวาลอยู่เหมือนกัน ในมุมมองของเขา ระบบรอดชีวิต
ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากวิถีเซียนโบราณ ดังนั้นเขาจึงได้รับ
ภารกิจให้ฟื้นฟูวิถีเซียน
เขาเพียงแค่แปลกใจว่าก่อนหล่อหลอมกายทอง
คงกระพันกำเนิดจักรวาลได้สำเร็จ ไฮ่เทียนรู้แจ้งมรรคาได้
อย่างไรกัน
ห้วงอนันต์สุญญตาในตอนนี้ไม่มีตัวตนของไฮ่เทียน แล้ว
ไฮ่เทียนเข้ามาในความทรงจำของเจ้าแม่เซียวเหอได้อย่างไร
กัน
หรือว่าไฮ่เทียนจะเอาตัวเองข้ามไปในอดีต เข้าไปยังโลก
สวรรค์ใบที่สี่กัน
ข้อสมมติฐานเหล่านี้ยังต้องพิสูจน์ในโลกความจริง ใน
จิตหวนสดับหลักคำสอนทำได้แค่ฟังธรรม หากเขาออกไปจาก
สถานฝึกบำเพ็ญแห่งนี้ก็ต้องถูกส่งกลับทันที
เจียงฉางเซิงถามรายละเอียดยิบย่อยอีกหน่อย
ครั้งนั้นที่สถานฝึกบำเพ็ญคุนหลุน เจ้าแม่เซียวเหอจำได้
ว่าไฮ่เทียนอยู่ด้วยจริงๆ เพียงแต่ว่าเมื่อจบการเทศนา ไฮ่เทียน
ก็หายตัวไป ก่อนที่ไฮ่เทียนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่สถานฝึก
บำเพ็ญของบรรพจารย์เสวียนถี
ดูท่าว่าจุดเปลี่ยนของเวลาคงจะอยู่ในช่วงที่บรรพจารย์
เสวียนถีเทศนา
โลกสวรรค์ใบที่สี่กำเนิดขึ้นมาแสนปีแล้ว บรรพจารย์
เสวียนถีก็เริ่มเทศนาแล้ว ทว่าก็ยังไปไม่ถึงสถานฝึกบำเพ็ญนั้น
ที่เจียงฉางเซิงเคยไป
“ข้ารู้สึกว่าเขาแปลกๆ เขาไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เราเห็น
เลย เบื้องหลังความไม่เกรงกลัวใครนี้ก็อาจจะซ่อนกรรมที่
ไม่อาจจินตนาการได้เอาไว้”
เจ้าแม่เซียวเหอพูดด้วยน้ำเสียงที่ยากจะเข้าใจ
เจียงฉางเซิงพยักหน้า เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะพูดขึ้น “ข้า
ขอตัวก่อน”
เจ้าแม่เซียวเหอพยักหน้าน้อยๆ มองส่งเขาไป ครานี้
ทั้งสองคนไม่ได้กล่าวอำลากัน
ในทันทีที่ออกมาจากสถานฝึกบำเพ็ญ ทุกอย่างตรงหน้า
เจียงฉางเซิงก็เริ่มพร่ามัว
การฟังธรรมครั้งนี้ เขารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปหลายร้อย
ปี การเทศน์ของจอมราชันพญามังกรมีประโยชน์จริงๆ
เหนือกว่าที่เขาคลำหาด้วยตนเองมาหลายหมื่นปี
ภายในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้น เขาวาง
เรื่องของไฮ่เทียนเอาไว้ก่อน
เขาต้องรู้ว่าตนต้องการอัตตาแท้แบบใด
เขารู้สึกว่าอัตตาแท้น่าจะไม่ใช่การใช้อารมณ์ความรู้สึก
บางอย่างเป็นหลัก มันสามารถเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งได้
เจียงฉางเซิงเริ่มฟังเสียงหัวใจของชาววิถีเซียน ทุกครั้งที่
สิ้นสุดการปิดด่าน เขาจะทำเช่นนี้เสมอ นำเสียงหัวใจของ
ทุกคนมาตัดสินว่าการพัฒนาวิถีเซียนในตอนนี้ราบรื่นดี
หรือไม่
ในเมื่อเป็นมรรคาจารย์แล้ว เขาก็จะมองแต่ตัวเองไม่ได้
“พลาดอีกแล้ว สมบัติอาคมนี่เหตุใดถึงหลอมรวมยาก
ขนาดนี้กัน”
“มีสิทธิ์อะไรกัน เพราะข้าคุณสมบัติไม่ผ่านก็เลยไม่รับข้า
อย่างนั้นหรือ พรสวรรค์แต่กำเนิดเป็นตัวชี้วัดทุกสิ่งอย่างนั้น
หรือ”
“มนุษย์พวกนี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็
ต้องขอเข้าเฝ้าแดนสวรรค์”
“ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จแล้ว มีแมลงวิญญาณนี่
ข้าก็จะปักหลักในหมื่นโลกได้แล้ว!”
“กายทองคงกระพันจะหลอมได้จริงๆ แน่หรือ ไม่ได้
จะคิดเช่นนี้ไม่ได้ ในเมื่อมรรคาจารย์บอกว่าได้มันก็ต้องได้ ไม่
มีใครสำเร็จก็แสดงว่าโชคลิขิตนี้ยิ่งใหญ่ ข้าจะต้องเป็นอัคร
เซียนยุทธ์ให้ได้!”
“เพื่อชีวิตนิรันดร์ถึงกับทิ้งครอบครัว ทิ้งทุกอย่าง ฝึก
บำเพ็ญอย่างหนักมาสามพันปี ชีวิตนี้ไม่ได้เสพสุข แต่กลับ
เอาชนะลิขิตฟ้าไม่ได้ ฝึกมรรคาเช่นนี้จะมีความหมายอะไร สู้
เป็นคนธรรมดาร้อยปี ใช้ชีวิตให้มีความสุขไม่ดีกว่าหรือ”
ความในใจมากมายแล่นเข้ามาภายในใจของเจียงฉาง
เซิง ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตนับล้านๆ กำลังพูดพร้อมกัน ทุกชีวิต
แสดงความในใจออกมาตรงหน้าเขา
เจียงฉางเซิงไม่ได้ใส่ใจคำบ่นและความเจ็บปวดของผู้
ศรัทธาบางคน และก็ไม่ได้พอใจกับความสำเร็จเช่นกัน
สายตาของเขามองไปที่ภาพรวมของวิถีเซียน
ยิ่งได้ยินเสียงมากขึ้น หัวใจของเขาก็ยิ่งปลอดโปร่ง
ทุกชีวิตมีความลำบากยากเข็ญ สิ่งที่วิถีเซียนต้องทำก็คือ
พยายามทำให้ทุกคนหลุดพ้นให้ได้มากที่สุด เป็นอิสระอย่าง
แท้จริง
การเป็นผู้นำของวิถีเซียน หน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่การดูแล
วิถีเซียน แต่ยังต้องทำให้วิถีเซียนยิ่งใหญ่ขึ้น!
“ก็เหมือนกับมรรคาที่ข้าอยากสำเร็จ หลอมรวมสามพัน
มหามรรคา สร้างมหามรรคาที่ไม่เคยมีมาก่อน อัตตาแท้ของ
ข้าก็ย่อมต้องครอบคลุมทุกสิ่ง สร้างขึ้นเป็นอัตตาแท้ที่มีเพียง
หนึ่งเดียว อัตตาแท้ของข้าก็คือวิถีเซียนสูงสุดไร้ผู้ทัดเทียม!”
พลังทั่วทั้งตัวเจียงฉางเซิงเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้น ทำให้
ปรากฏการณ์ของทั้งโลกวิถีเซียนเปลี่ยนแปลง
โลกคุนหลุนเกิดฟ้าผ่าดังกึกก้อง โลกสวรรค์ทั้งสี่ก็
เช่นกัน มรรคาสวรรค์ในห้วงลี้ลับเหมือนสัมผัสได้
ถึงการตัดสินใจของเจียงฉางเซิง จึงใช้อัสนีสวรรค์ฉลองยินดี
กับเขา
โลกสวรรค์ใบที่สี่
แดนสุขาวดี ท้องฟ้าเต็มไปด้วยสีแดง บนดอกบัวสีทอง
ยักษ์ดอกหนึ่ง ปฐมาจารย์หมื่นพุทธร่างสูงใหญ่มองเมฆอัสนี
ตรงเส้นขอบฟ้า แววตาเลื่อนลอยเล็กน้อย
บรรพจารย์พุทธอารัมภะที่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ เขาถาม
“นี่มันปรากฏการณ์ใดกัน”
“บางที อาจจะมีมรรคาสวรรค์อยู่จริงก็ได้” ปฐมาจารย์
หมื่นพุทธพูดเสียงเนิบนาบ
เขานับได้ว่าเป็นอันดับสองของวิถีเซียน แม้แต่เจ้าลัทธิคุ
นหลุนยังถูกเขาแซงหน้า เขาสัมผัสได้ว่าเบื้องหลังอัสนีสวรรค์
มีเจตจำนงดวงหนึ่ง เจตจำนงดวงนี้ แม้แต่เขาก็ยังไม่อาจ
สอดส่องได้
บรรพจารย์พุทธอารัมภะยิ้ม “อมิตตาภพุทธ มรรคา
สวรรค์ย่อมมีอยู่ มรรคาจารย์ก็คือมรรคาสวรรค์”
เขาเป็นอดีตผู้สืบทอดมหามรรคาของมหันตภัยวิถียุทธ์
เขาจึงรู้เรื่องของมรรคาจารย์ที่ชาวโลกสวรรค์ใบที่สี่ไม่รู้
“มรรคาจารย์…”
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธเอื้อนเอ่ยคำนี้ นี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่
เขาได้ยินบรรพจารย์พุทธอารัมภะเอ่ยถึงนามนี้
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าบรรพจารย์พุทธอารัมภะพูดเกิน
จริง วันนี้เมื่อได้สัมผัสถึงอำนาจของมรรคาสวรรค์ เขาจึงเกิด
ความประหลาดใจในตัวของมรรคาจารย์ขึ้นมาอย่างแรงกล้า
จุดสิ้นสุดของมรรคา มีบรรพจารย์อยู่จริงหรือ
วิถีพุทธของเขาก็กำเนิดมาจากรากฐานของวิชามรรคา
เขาเรียกตัวเองว่าบรรพจารย์พุทธ เช่นนั้นผู้สร้างวิชามรรคาก็
ย่อมต้องเรียกว่ามรรคาจารย์
ตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่ขั้นเอกเทวะ เขาก็ครุ่นคิดถึงคำถาม
ข้อนี้มาโดยตลอด
ใครเป็นผู้สร้างวิถีเซียนขึ้นมากันแน่
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธถาม “อารัมภะ เจ้ารู้หรือไม่ว่า
มรรคาจารย์อยู่ที่ใด”
บรรพจารย์พุทธอารัมภะตอบกลับ “ย่อมรู้ ที่โลกคุนหลุน
สวรรค์ชั้นที่สามสิบสาม ตำหนักเมฆาม่วง”
โลกคุนหลุน?
แววตาของปฐมาจารย์หมื่นพุทธมีความลุ่มลึกขึ้นมา
คำว่าคุนหลุนทำให้เขานึกถึงเจ้าลัทธิคุนหลุน ในที่สุดเขา
ก็เข้าใจว่าเหตุใดเมื่อก่อนเจ้าลัทธิคุนหลุนถึงอยู่เหนือกว่าเขา
ได้
ขณะเดียวกัน ยอดฝีมือคนอื่นจากโลกสวรรค์ใบที่สี่ก็
กำลังมองพลังอำนาจแห่งมรรคาสวรรค์อยู่เช่นกัน
…
ภายในตำหนักใหญ่อันมืดสลัว เทวะปฐมนภาผู้เป็น
อาจารย์ของราชันมรรคานิพพานกำลังนั่งฌานฝึกฝน เขาพลัน
รู้สึกถึงอะไรบางอย่างจึงลืมตาขึ้น
แสงเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเทวะปฐมนภา
เทวะปฐมนภาลุกขึ้นแสดงความเคารพโดยพลัน “ข
อคารวะท่านอัครเทวา”
แสงเงาเอ่ยขึ้น “กลับมาเถิด ล้มเลิกแผนการของเจ้าเสีย
”
“อะไรนะขอรับ”
เทวะปฐมนภาหน้าเปลี่ยนสี ตัวสั่นไปทั้งตัวก่อน
จะกัดฟันถาม “ท่านอัครเทวา หรือว่าแม้แต่ท่านก็ยังคิดว่าไร้
ซึ่งความหวังอย่างนั้นหรือ”
เงาแสงกล่าวต่อ “เมื่อแสนปีก่อน อริยราชันของมรรคา
อริยะเคยลงมือกับห้วงมิติวิถียุทธ์ พวกเราอัครเทวาถูกพลังอื่น
ของมรรคาอริยะเหนี่ยวรั้ง เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าหากอริยราชัน
ลงมือกับห้วงมิติมหามรรคาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
เทวะปฐมนภาเบิกตาโต เมื่อได้ยินคำว่าอริยราชัน เขาก็
ลนลานขึ้นมา
มรรคาอริยะแฝงตัวเข้าไปในห้วงอนันต์สุญญตา เขาก็
รู้ดี แต่ไม่ได้ใส่ใจ ถึงอย่างไรมรรคาอริยะบ่มเพาะอัจฉริยะก็
มักจะรุกรานห้วงมิติมหามรรคาอื่น วิถียุทธ์เอาชนะศาสตร์
โบราณได้ก็เพราะมีบารมีของมรรคาอริยะ เขาถึงขั้นเฝ้ารอว่า
มรรคาอริยะจะสร้างปัญหาให้มรรคาจารย์ด้วยซ้ำ
“จากนั้นล่ะ เหตุใดห้วงอนันต์สุญญตาถึงไม่เป็นอะไร
เลยเล่า” เทวะปฐมนภาถามต่อ
เงาแสงถอนหายใจ “พวกเราถูกรั้งไว้ เดิมทีห้วงมิติวิถี
ยุทธ์ควรถูกทำลาย แต่ตอนนี้กลับยังรอดมาได้ เรามั่นใจ
ได้เรื่องหนึ่งก็คือมรรคาอริยะที่ลงมือกับห้วงมิติวิถียุทธ์นั่นได้
ตายไปแล้ว และไม่ใช่แค่เขา แต่ยังมีอริยเทวะยมพิภพ
อัจฉริยะที่มรรคาอริยะบ่มเพาะนั่นก็ตายไปแล้วเช่นกัน
พวกเขาตายเพราะลงมือกับห้วงมิติวิถียุทธ์ นอกจากวิถียุทธ์
แล้ว เจ้าคิดว่ายังเป็นฝีมือของใครไปได้อีกเล่า”
เทวะปฐมนภาหน้าถอดสี ก่อนจะพูดด้วยความรู้สึกที่
เหลือเชื่อ “ท่านหมายถึงมรรคาจารย์หรือ เขาจะมีพลังเช่นนั้น
ได้อย่างไรกัน”
……………………