เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 565 บ่อชุบชะตา ออกหน้าแทน
“มีเรื่องใด”
เงาร่างหมอกขาวถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ไม่มีคลื่น
อารมณ์ใดๆ
ราชันชะตางำประกายสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดขึ้น
“ข้าอยากเก็บราชันชะตาชั้นนอกเอาไว้คนหนึ่ง ข้ารู้สึกว่าเขา
พิเศษมาก คิดว่าเขามีพลังที่เหนือกว่าราชันชะตา เพียงแต่ว่า
ตรวจสอบพลังที่แท้จริงของเขาได้ยาก ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่มั่นใจ
ได้ เขาไม่ลงรอยกับมรรคาอริยะยิ่งนัก ก่อนเข้าร่วมชะตาเร้น
ยังเคยถามความเห็นของข้าที่มีต่อมรรคาอริยะด้วย”
เขาเข้าใจความหมายของอาจารย์ การให้เหล่าชะตา
ชั้นนอกต่อกรกับมรรคาอริยะก็เท่ากับส่งผู้แข็งแกร่งเหล่านี้
ไปตาย ถึงอย่างไรถ้าไม่ใช่สรรพชีวิตของชะตาเร้น อาจารย์
ของเขาก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
“เหนือกว่าราชันชะตารึ ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้จะยอมลดตัว
เป็นกำลังให้วิถีบำเพ็ญอื่นได้อย่างไร”
เงาร่างหมอกขาวพูดด้วยความสงสัย หมอกขาวรอบตัว
แผ่กระจายออก
ราชันชะตางำประกายเอ่ย “เขาเหมือนจะมาจากแดน
มรรคาอื่น ไม่รู้เรื่องชะตาเร้นเลย รู้จักแค่มรรคาอริยะ เดาว่า
คงเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกแล้วไปมีปัญหากับมรรคาอริยะ พัน
มหาโลกาไร้ขอบเขต มีผู้บำเพ็ญหลุดพ้นเท่าใดเราไม่รู้ บางที
วิถีบำเพ็ญที่เขาจากมาก็อาจจะถูกทำลายไปแล้ว เขาจึงต้อง
ร่อนเร่พเนจร หาที่คุ้มกะลาหัวใหม่”
เงาร่างหมอกขาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจ
เช่นนี้ เช่นนั้นก็เก็บเขาไว้เถอะ และต้องดูแลเขาให้ดี หาก
มรรคาอริยะยังมาหาเรื่องเขาอีก ก็ถือโอกาสช่วยเขาด้วยเลย”
ราชันชะตางำประกายเผยรอยยิ้มก่อนจะพยักหน้า
“ขอบคุณท่านอาจารย์”
มีคำพูดนี้ของอาจารย์ อำนาจในชะตาเร้นของเขา
จึงเพิ่มขึ้น
เขาเป็นผู้น่าเกรงขามยามอยู่ข้างนอก แต่ชะตาเร้น
กว้างใหญ่นัก ใหญ่จนถึงขั้นที่ราชันชะตาอย่างเขายังต้องดู
ท่าทีผู้อื่นก่อนแล้วค่อยลงมือทำอะไรสักอย่าง
จากนั้น ราชันชะตางำประกายก็เริ่มพูดเรื่องอื่น ทั้งหมด
ล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับมรรคาอริยะที่แยกย่อยอย่างละเอียด
เป็นห้วงมิติมหามรรคาจำนวนมาก
…
การเทศนาร้อยปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นสุดการ
เทศนา เจียงฉางเซิงก็เข้าสู่การฝึกฝนอีกครั้ง ส่วนสรรพชีวิต
ส่วนใหญ่ก็ยังตกอยู่ในห้วงการเทศนาของมรรคาจารย์ ยัง
ไม่ตื่นขึ้นมาอีกนาน
การเทศนาครั้งนี้ นอกจากทำให้ตบะของเหล่าผู้ศรัทธา
เพิ่มขึ้น ยังเติมเต็มหลักแห่งมรรคาวิถีเซียนให้สมบูรณ์ ทั้งยัง
ดึงดูดสรรพชีวิตเข้ามาเป็นผู้ศรัทธากันมากขึ้นอีกด้วย
ในช่วงเวลาต่อมา คำว่าพรหมก็ได้แพร่ไปทั่วสามพันโลก
กลายเป็นสัญลักษณ์ของจุดสูงสุดในวิถีเซียน นี่คือตัวตนที่
แข็งแกร่งยิ่งกว่าจักรพรรดิเซียน
ในช่วงเวลาหนึ่งแสนปีก่อนหน้านี้ จักรพรรดิเซียนแห่งวิถี
เซียนได้พิสูจน์ว่าตนแข็งแกร่งกว่าผู้ยิ่งใหญ่นิรันดร์กาล
ภายในในใจของทุกสรรพชีวิต จักรพรรดิเซียนก็เป็นเหมือนเท
วะในตำนานของวิถียุทธ์ แต่ตอนนี้วิถีเซียนปรากฏระดับขั้นที่
แข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิเซียนขึ้นมา นี่เท่ากับเหนือกว่ามหา
มรรคาอื่นไปโดยปริยายแล้ว
อย่างน้อยระบบมหามรรคาอื่นก็ยังไม่มีระดับขั้นที่
ทัดเทียมกับขั้นพรหมได้
แน่นอน สรรพชีวิตส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าขั้นพรหมเป็นแค่
เรื่องล้อเล่น
จากทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต การหลุดพ้นจาก
กฎเกณฑ์มหามรรคาเป็นสิ่งที่ลี้ลับซับซ้อนยิ่งนัก!
หากมรรคาจารย์แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น แล้วมรรคาอื่น
จะเอาอะไรมาสู้เล่า
และยังมีบางคนที่คิดว่ามรรคาจารย์อาจจะบรรลุขั้น
พรหมแล้วจริงๆ ตั้งแต่ที่มรรคาจารย์สร้างชื่อมาก็ยังไม่เคย
พ่ายแพ้ใคร กระทั่งไม่มีใครรู้เบื้องหลังความเป็นมาของมรรคา
จารย์ ตัวตนเช่นนี้ก็ลี้ลับในตัวเองมากอยู่แล้ว
หลังจบการเทศนาของมรรคาจารย์ เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่มา
แสวงมรรคาก็เริ่มเทศนาต่อที่โลกสวรรค์ใบที่สี่ พวกเขา
เสียดายแทนผู้บำเพ็ญที่ไม่ได้เข้าไปในมหาพิภพจิตจร ดังนั้น
พวกเขาจึงเลียนแบบมรรคาจารย์ ตัดสินใจถ่ายทอด
ใจความสำคัญที่สุดของวิถีเซียนในครั้งนี้ ช่วยให้วิถีเซียนของ
โลกสวรรค์ใบที่สี่พัฒนาขึ้นไปอีกก้าว พร้อมทั้งประกาศเรื่อง
ตัวตนของมรรคาจารย์
ก่อนเดินทางออกไปนอกพิภพ พวกเขาไม่เคยได้ยินนาม
ของมรรคาจารย์แม้แต่น้อย วันนี้เมื่อได้รู้แล้วพวกเขาต่างก็
เคารพ มรรคาจารย์คอยปกปักษ์วิถีเซียนอยู่ลับๆ พวกเขาก็
ควรทำอะไรบ้างเหมือนกัน
เมื่อมาถึงระดับขั้นอย่างพวกเขา ผลประโยชน์ส่วนตน
ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป พวกเขาเองก็อยากรับหน้าที่
สำคัญในการส่งเสริมวิถีเซียนเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง จักรพรรดิสวรรค์เรียกรวมพลเทพเซียน จัด
การประชุมเซียนขึ้นที่ตำหนักเหนือเมฆา
การประชุมครั้งนี้มีการลงมติเรื่องหนึ่ง
ยุติมหันตภัย สร้างระเบียบใหม่!
จักรพรรดิสวรรค์ไม่ได้คิดจะปิดข่าวเลย เขาให้เทพเซียน
ประกาศเรื่องนี้ออกไป เผยแพร่เป้าประสงค์ของแดนสวรรค์
ผ่านมหาพิภพจิตจรไปยังทั้งสามพันโลก
จนถึงตอนนี้ วิถีเซียนเข้าสู่มหันตภัยวิถียุทธ์อย่าง
เป็นทางการ เริ่มแย่งชิงตำแหน่งของผู้สืบเชื้อสายมหามรรคา
แท้
ทุกคนไม่รู้สึกแปลกใจเลย วิถีเซียนจะต้องเดินมาถึงก้าว
นี้อย่างแน่นอน เพียงแค่ไม่นึกว่าจะกะทันหันขนาดนี้
จักรพรรดิสวรรค์นำกองทัพสวรรค์บุกสามพันโลกด้วย
ตนเอง เทพประจำสองในสามส่วนออกรบ จำนวนของทหาร
สวรรค์มีมากเกินกว่าสิบล้าน นี่ไม่ใช่กองทัพธรรมดาเลย!
เมื่อวิถีเซียนแข็งแกร่งขึ้น ตำแหน่งเซียนในบัญชีสถาปนา
เทพก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน แม้ทหารสวรรค์จะไม่มีตำแหน่ง
เทพประจำ แต่ก็ได้รับโชคชะตาของบัญชีสถาปนาเทพ
ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญเหนือกว่าสรรพชีวิตที่มีคุณสมบัติ
เท่ากัน
สงครามครั้งแรกของแดนสวรรค์ได้สร้างความตกตะลึง
ไปทั่วมหาพิภพหลายแห่ง
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิสวรรค์ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ก็ไม่
มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้เลย ศึกนี้เป็นการประกาศศักดาของ
แดนสวรรค์ และยังทำให้เหล่าขุมอำนาจที่ต่อสู้แย่งชิงกัน
ท่ามกลางมหันตภัยรู้สึกได้ถึงอันตรายร้ายแรง จึงทำให้มีขุม
อำนาจใหญ่ผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกันมากขึ้น
ไม่ถึงร้อยปี สามพันโลกก็กำเนิดผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมา
นอกจากขุมอำนาจเก่าของวิถียุทธ์ในอดีตแล้ว ก็ยังมีเผ่าพันธุ์
โบราณที่แข็งแกร่งหลายเผ่า ระบบมหามรรคารวมถึงผู้
แข็งแกร่งยุคโบราณที่ออกมาจากในทะเลเชื่อมอนธการ
เนื่องจากมองแดนสวรรค์เป็นศัตรู พวกเขาถึงขั้นเริ่ม
รุกรานโลกสวรรค์ที่สอง สงครามโหดร้ายมากยิ่งขึ้น ส่วนโลก
สวรรค์ที่สาม ก็ไม่มีใครอยากล่วงเกินมรรคาจารย์ ถึงอย่างไร
โลกสวรรค์ใบที่สามก็ไม่มีสรรพชีวิต มีเพียงเขาที่ปิดด่านอยู่ใน
นั้นเพียงลำพัง
…
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป
สามพันปีผ่านไปในชั่วพริบตา
เจียงฉางเซิงรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาลืมตา นำป้ายคำ
สั่งราชันชะตาออกมา ข้างในนั้นเป็นเสียงของราชันชะตา
งำประกาย
“ผู้อาวุโสอมตะ ข้าหาโอกาสมาให้ท่านได้แล้ว ท่านไปที่
บ่อชุบชะตาของชะตาเร้นได้ บ่อชุบชะตาจะสร้างความ
แข็งแกร่งให้กับร่างกายและจิตวิญญาณ อีกทั้งยังทำให้
สายเลือดแปรเปลี่ยน หากแปรเปลี่ยนสำเร็จ ลูกหลานของ
ท่าน รวมถึงลูกหลานที่เติบใหญ่แล้วก็จะได้ผลประโยชน์
ไปด้วย”
ราชันชะตางำประกายพูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพมาก
ถึงขั้นมีการประจบสอพลอเล็กน้อย
เจียงฉางเซิงได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับ “ขอบคุณชะตาเร้น
มาก และก็ขอบคุณเจ้าด้วย แต่ข้าขอส่งลูกหลานคนหนึ่งของ
ข้าไปแทนจะได้หรือไม่”
“เอ่อ…”
ราชันชะตางำประกายลำบากใจไม่น้อย ถึงอย่างไรเขาก็
เดิมพันกับพลังของเจียงฉางเซิง ไม่ใช่พลังแฝงเร้นของ
สายโลหิต
เจียงฉางเซิงพูดออกมาตรงๆ “ด้วยพลังของข้า บ่อชุบ
ชะตาของพวกเจ้าไม่ได้น่าสนใจสำหรับข้าเลย พวกเจ้า
ให้โอกาสเช่นนี้กับข้าก็เพื่อดึงข้าเข้าไปอยู่ฝ่ายเดียวกัน ข้าจะ
ส่งหลานที่ข้ารักมากที่สุดไป นี่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรา
แน่นแฟ้นกันมากขึ้น เท่านี้ก็บรรลุเป้าหมายของเจ้าแล้ว
ไม่ใช่หรือ”
ราชันชะตางำประกายเงียบไป เขาคิดว่าก็ฟังดูมีเหตุผล
ขอแค่ให้เจียงฉางเซิงเห็นความหวังดีของเขาก็พอ
เพียงแต่ว่าโอกาสในบ่อชุบชะตาหาได้ยาก การยกให้หลาน
ของเขาก็ดูจะเสียของเกินไปหน่อย
แต่เมื่อเขามาลองคิดดูแล้ว มีหลานของอีกฝ่ายอยู่
ภายภาคหน้าเขาก็จะเชิญอีกฝ่ายลงมือได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่า
จะด้วยวิธีใดก็ตาม
“เช่นนั้นก็ทำตามที่ผู้อาวุโสว่า ผู้อาวุโสส่งเขามาได้เลย
ป้ายคำสั่งราชันชะตาจะชี้ตำแหน่งของข้าให้ แน่นอนว่าหาก
ผู้อาวุโสไม่ถือสา จะให้ข้าไปรับเขาเองก็ย่อมได้” ราชันชะตา
งำประกายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อีกเดี๋ยวข้าจะไปหาเจ้าแล้วกัน”
“ขอรับ อีกไม่นานก็จะเปิดบ่อชุบชะตาแล้ว ผู้อาวุโส
เตรียมการตอนนี้ได้เลยขอรับ วางใจได้ ข้าจะดูแลหลานของ
ท่านอย่างดี”
“อืม”
ปราณภายในป้ายคำสั่งราชันชะตาขาดหายไป
เจียงฉางเซิงส่งกระแสจิตหาคนคนหนึ่ง ให้อีกฝ่ายมาพบ
ตน
หลายวันต่อมา เจียงเจี่ยนรีบร้อนมาหา เขากลับมาจาก
สนามรบ ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมาตลอดทาง นี่คือความเร็วสูง
สุดแล้ว
เมื่อเข้ามาในตำหนักเมฆาม่วง เจียงเจี่ยนก็คุกเข่าลง
ด้วยความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด อยู่กับข้าไม่จำเป็นต้องมากพิธีเช่นนี้”
เจียงฉางเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม แววตาที่มองเจียงเจี่ยน
เต็มไปด้วยความชื่นชม
เขามีหลานหลายคนนัก แต่เจียงเจี่ยนเป็นหลาน
ส่วนน้อยที่เขาเฝ้ามองดูจนเติบใหญ่ ทั้งยังชี้แนะด้วยตนเอง
มิหนำซ้ำหลานคนนี้ยังมีคุณความดีที่ไม่อาจลบล้างได้ต่อแดน
สวรรค์และวิถีเซียน
มองไปในหมู่ลูกหลานของเขาทั้งหมด เจียงเจี่ยนอยู่
อันดับสองในใจเขา เป็นรองเจียงจื่ออวี้ ที่เขาไม่ได้ดูแลเจียง
เจี่ยนเป็นพิเศษก็เพราะอยากขัดเกลาเจียงเจี่ยน
คุณสมบัติของเจียงเจี่ยนในตอนนี้ไม่ใช่ที่สุดในสกุลเจียง
ทว่าจิตใจและปัญญาของเขาแน่วแน่มากที่สุด แม้แต่
จักรพรรดิสวรรค์ก็ยังเทียบไม่ได้ เขามีประสบการณ์มาอย่าง
โชกโชน
เจียงเจี่ยนลุกขึ้น เมื่อเจียงฉางเซิงแย้มรอยยิ้ม แรงกดดัน
ภายในใจก็หายไป จู่ๆ ถูกท่านปู่เรียกตัวเช่นนี้ เขาย่อมคิดมาก
ไปไกล ขณะเดียวกันก็ยังตื่นเต้นมาก
พวกเขาไม่ได้พบกันมานานหลายปี เจียงเจี่ยนถึงขั้นคิด
ว่าท่านปู่ลืมเขาไปแล้ว
“ท่านปู่” เจียงเจี่ยนขานรับด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
เจียงฉางเซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กโง่ หลายปีมานี้ไม่
มาหาข้าเลย ในใจเจ้าไม่มีปู่อยู่แล้วรึ”
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน หลานเพียงแค่ไม่กล้า
มารบกวนท่าน…”
เจียงเจี่ยนรีบพูด เขาพลันรู้สึกเหมือนได้กลับมายัง
อารามมังกรผงาดอีกครั้ง
เจียงฉางเซิงเริ่มถามสารทุกข์สุขดิบของเจียงเจี่ยน
ถึงเขาจะรู้อยู่แล้วแต่ก็ยังยินดีรับฟัง นี่ก็เป็นวิธีการอยู่ร่วมกัน
อย่างหนึ่ง
แค่ได้เห็นเจียงเจี่ยน เจียงฉางเซิงก็มีความสุขแล้ว
จะว่าไป หลานของเขาต่างก็ไม่กล้ามาเยี่ยมเขาเลย
รวมถึงบุตรชายของเขาอย่างเจียงจื่ออวี้ หากไม่มีเรื่องสำคัญ
อะไรก็จะไม่กล้ามา
เขาเองก็ไม่ได้ตำหนิอะไร ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นลักษณะนิสัย
ของเขาก็อยู่แล้ว เขาเป็นมรรคาจารย์ ทั้งยังปิดด่านตลอดทั้งปี
หากเปลี่ยนเป็นเขาพบกับบรรพจารย์เช่นนี้ก็คงไม่กล้าสุ่มสี่
สุ่มห้ามารบกวนเหมือนกัน
พูดคุยกันอยู่นาน เจียงฉางเซิงก็เข้าประเด็นสำคัญ บอก
เรื่องชะตาเร้นกับบ่อชุบชะตา
เจียงเจี่ยนได้ยินไป๋ฉีพูดถึงพันมหาโลกามาก่อนแล้ว แต่
เขาไม่นึกเลยว่าท่านปู่จะเกี่ยวข้องกับวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นของ
พันมหาโลกา ทั้งยังหาโชควาสนาเช่นนี้มาให้เขา
เขากล่าวด้วยความลังเล “ท่านปู่ ให้เจียงอี้เถิดขอรับ
เจียงซั่นหรือเจียงเทียนมิ่งก็ได้ พรสวรรค์ของพวกเขาสูงกว่าข้า
เสียอีก”
เขาไม่ได้เอ่ยถึงบิดา ถึงอย่างไรจักรพรรดิสวรรค์ก็ไปจาก
ที่นี่ไม่ได้
เจียงฉางเซิงเอ่ย “ก็เพราะพรสวรรค์ของเจ้าเทียบกับ
พวกเขาไม่ได้ ข้าถึงได้เลือกเจ้า เจ้ายังไม่เข้าใจประโยชน์ของ
บ่อชุบชะตาอีกรึ”
เจียนเจี่ยนยิ้มด้วยความจำใจ
เขาก็ไม่อิดออดตกปากรับคำทันที
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้น นำสมบัติอาคมออกมาทีละชิ้น
มีทั้งเกราะนักรบ รองเท้า เข็มขัด หมวกเหล็กและผ้าคลุม
เป็นต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือง้าวสามแฉกสองคม นี่คือยอด
สมบัติที่ทัดเทียมกับระฆังสวรรค์มรรคาในมือไป๋ฉี
แค่สมบัติอาคมชุดนี้ก็ทำให้เจียงเจี่ยนสามารถรับมือกับ
เซียนทองเอกเทวะได้แล้ว!
เจียนเจี่ยนตกตะลึงกับสมบัติอาคมมากมายเพียงนี้ เขา
คิดจะปฏิเสธโดยจิตใต้สำนึก แต่เมื่อสบตากับเจียงฉางเซิง
เขาก็พูดอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย
เจียงฉางเซิงมองเขาพลางพูดด้วยน้ำเสียงปลงอนิจจัง
“เจี่ยนเอ๋อร์ของข้าเติบใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องให้ข้า
ใช้วิชาอัสนีหล่อหลอมกายาให้อีกแล้ว”
คำพูดนี้สะเทือนอารมณ์ของเจียนเจี่ยน กระบอกตาของ
เขาแดงเรื่อ เกิดความรู้สึกหลากหลายขึ้นมา
……………………
เจียงฉางเซิงกล่าวต่อ “ไปถึงชะตาเร้นแล้ว หากมีเรื่อง
คับอกคับใจก็ให้บอกข้าในใจ ปู่ของเจ้าได้ยิน ไม่ต้องฝืน
สภาพแวดล้อมต่างกัน หากประมาทเพียงนิดเดียวก็ไม่มีแม้
แต่โอกาสได้เกิดใหม่ เพื่อเจ้าแล้ว ต่อให้เป็นชะตาเร้น ปู่ก็
ออกหน้าแทนเจ้าได้”
ภายในขอบเขตที่ยังควบคุมได้ เขายินดีที่จะให้เจียงเจี่ยน
ผ่านการฝึกฝนอย่างทรหด แต่ที่พันมหาโลกา สถานการณ์
ต่างกัน เขาจำเป็นต้องออกหน้าปกป้องเจียงเจี่ยน
พันมหาโลกายึดถือกฎปลาใหญ่กินปลาเล็ก ยากนักที่
ผู้อ่อนแอจะได้รับการยกย่องนับถือ