เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 566 เจ็ดทมิฬแห่งซากธุลี มีนามว่าวิถีเซียน
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 566 เจ็ดทมิฬแห่งซากธุลี มีนามว่าวิถีเซียน
เจียงฉางเซิงช่วยเจียงเจี่ยนหลอมรวมสมบัติอาคม
เหล่านี้แล้วก็ส่งเจียงเจี่ยนไปพบราชันชะตางำประกาย ครานี้
เขาไปด้วยร่างจริง หากเจอปัญหาอะไรเขาก็จะใช้การเซ่นไหว้
เคลื่อนย้ายพาเจียงเจี่ยนหนีไป
แน่นอนว่าโดยภาพรวมแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะ
ราชันชะตางำประกายไม่มีความจำเป็นต้องคิดร้ายกับเขา
จากการแนะนำของป้ายคำสั่งราชันชะตา เจียงฉางเซิง
ไม่ได้ใช้เวลานานเท่าไรนักก็มาอยู่บนเกาะร้างกับราชันชะตา
งำประกาย ถึงจะบอกว่าเป็นเกาะร้าง แต่ความจริงแล้วเป็น
แผ่นดินใหญ่ กว้างขวางมาก บนแผ่นดินไม่มีพืชพันธุ์อยู่เลย
มีแต่ความวังเวงเท่านั้น
เจียงฉางเซิงรู้สึกว่าเกาะร้างนี้คือสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา
เพียงแค่ไม่ได้ขยับตัวเท่านั้น
ราชันชะตางำประกายเหาะออกมาต้อนรับพวกเขาด้วย
ตนเอง เมื่อเห็นเจียงฉางเซิงยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์เทพ รัศมี
เทพสว่างพร่างพราว ราชันชะตางำประกายก็แอบทอดถอนใจ
เจียงฉางเซิงมีรสนิยมสูงจริงๆ
เจียงฉางเซิงไม่ได้กล่าวคำทักทาย แต่แนะนำเจียงเจี่ยน
ให้เขารู้จัก
เมื่อเห็นเจียงเจี่ยนสวมใส่สมบัติอาคมทั้งตัว มีพลังที่แผ่
ออกมาไม่ธรรมดา ราชันชะตางำประกายก็โล่งอกเล็กน้อย
ถึงปราณของเด็กคนนี้จะอ่อนแอ แต่ก็มีสมบัติติดตัว
ไม่น้อย ดูท่าราชันมรรคาอมตะคงจะให้ความสำคัญกับ
หลานชายคนนี้จริงๆ ไม่ได้โกหกเขาเลย
เขาไม่สนใจว่าเจียงเจี่ยนจะมีพรสวรรค์เป็นอย่างไร เขา
สนใจแค่จุดยืนของเจียนเจี่ยนภายในใจของเจียงฉางเซิง
เท่านั้น
“ผู้อาวุโส ท่านวางใจเถิด ข้าจะดูแลเขาอย่างดี บ่อชุบ
ชะตาก็ไม่ใช่ที่ที่จะแย่งชิงกันได้ ถึงตอนนั้นข้าจะพยายามไม่ให้
เขาเข้าใกล้อัจฉริยะแห่งชะตาเร้นคนอื่นเลย” ราชันชะตา
งำประกายกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจียงฉางเซิงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าด้วย”
เจียงเจี่ยนป้องมือคารวะด้วยท่าทีนอบน้อม
ราชันชะตางำประกายยิ้มและพยักหน้าให้เขา ก่อน
จะพูดกับเจียงฉางเซิง “ช่วงนี้ผู้อาวุโสได้เจอมรรคาอริยะบ้าง
หรือไม่”
เจียงฉางเซิงส่ายหน้า “ไม่ ดูเหมือนช่วงนี้มรรคาอริยะ
จะสงบเสงี่ยมมากทีเดียว”
เขาสังหารอริยราชันแต่กลับไม่มีการโต้ตอบจากมรรคา
อริยะแม้แต่น้อย เหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งมรรคาอริยะที่ซ่อนตัว
อยู่ในห้วงอนันต์สุญญตาก็ล้วนแยกย้ายกันไปเข้าร่วมขุม
อำนาจที่ต่างกัน ทำให้สงครามของสามพันโลกดุเดือดมากขึ้น
กว่าเดิม
ราชันชะตางำประกายเอ่ยเยาะเย้ย “พวกเขาได้รับพลัง
ชีวิตแห่งมหามรรคาก็ย่อมสงบเสงี่ยม ทว่าเมื่อพวกเขาย่อย
พลังชีวิตมหามรรคาเสร็จเมื่อใด พวกเขาก็จะอาละวาดที่พัน
มหาโลกาอีกครั้ง ลงมือโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเก่า”
เจียงฉางเซิงอยากถามมากว่าพลังชีวิตมหามรรคาคือ
อะไร แต่ก็กลัวขายหน้าโดนดูถูก จะไม่เอื้อประโยชน์ต่อการ
ฝึกบำเพ็ญที่บ่อชุบชะตาของเจียงเจี่ยน
“พลังชีวิตมหามรรคาคืออะไรอย่างนั้นหรือ”
เจียงเจี่ยนอดใจไม่ไหวจึงถามออกมา ทำให้เจียงฉางเซิง
แอบพึงพอใจ
สมกับเป็นหลานข้า
ราชันชะตางำประกายปรายตามองเจียงฉางเซิง รัศมี
เทพของบัลลังก์เทพบดบังใบหน้าของเขา ทำให้ราชันชะตา
งำประกายมองไม่ออก แต่เขาก็มีการคาดคะเนในใจอยู่แล้ว ก็
จริงอยู่ หลานคนนี้ของผู้อาวุโสคงจะเติบโตที่ห้วงมิติมหา
มรรคา ไม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพันมหาโลกา
แค่ชั่วพริบตาเดียว ราชันชะตางำประกายก็คิดคำนวณ
อะไรไว้หลายอย่าง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พลังชีวิตมหา
มรรคาคือวาสนามหามรรคา ในทุกช่วงเวลา พันมหาโลกา
จะให้กำเนิดพลังชีวิตมหามรรคาขึ้นมา ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่อาจ
คาดการณ์การปรากฏของมันได้ หากได้รับพลังชีวิตมหา
มรรคา ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งเพียงใดก็จะได้รับการ
แปรเปลี่ยนในด้านศักยภาพ ส่วนประโยชน์ของพลังชีวิตมหา
มรรคาโดยละเอียดนั้น ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะข้าก็ยัง
ไม่เคยได้สัมผัสมันเช่นกัน แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง ทั้งพันมหาโลกา
ต่างก็แย่งชิงพลังชีวิตมหามรรคา ต่อให้เป็นผู้วิถีบำเพ็ญ
หลุดพ้นก็ยังแย่งชิงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย”
เจียงเจี่ยนมีภาพจำต่อพันมหาโลกาที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม
วิถีบำเพ็ญหลุดพ้นที่ว่านั้นก็มีสิ่งที่ต้องแย่งชิงเหมือนกัน นี่ก็
หมายความว่าการต่อสู้แย่งชิงของพันมหาโลกาโหดร้าย
ยิ่งกว่า
“ข้าขอฝากเขากับเจ้าด้วย”
เจียงฉางเซิงพูดจบก็หันหลังเตรียมจะกลับ
ราชันชะตางำประกายป้องมือคารวะ ปรากฏว่าเจียงฉาง
เซิงยังไม่ไปจึงอดถามมิได้ “ผู้อาวุโส มีอะไรหรือ”
เจียงฉางเซิงนั่งบนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาก่อน
จะพูดเนิบช้า “เจ้าถูกจ้องเล่นงานแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ราชันชะตางำประกายก็หน้าเปลี่ยนสี
ก่อนจะลุกพรวดขึ้นทะยานขึ้นฟ้า ในมือปรากฏไข่มุกสีน้ำเงิน
ลูกใหญ่ ไข่มุกสีน้ำเงินเปล่งแสงนับหมื่นสายรายล้อมรอบตัว
เขา แผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว
เจียงเจี่ยนมาอยู่ข้างบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา มอง
ไปรอบๆ ด้วยความตื่นตัว
เจียงฉางเซิงเอ่ยขึ้น “มาได้จังหวะพอดีเลย จะให้เจ้าได้
เห็นพลังของพันมหาโลกา”
เจียงเจี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็โล่งอกอยู่ในใจ ท่านปู่พูดเช่นนี้
ได้ก็แสดงว่าอีกฝ่ายไม่มีอำนาจคุกคามต่อท่านปู่
“ที่แท้เป็นพวกเจ้านี่เอง รนหาที่ตายจริงๆ!”
ราชันชะตางำประกายพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วย
ความโกรธ
“ราชันชะตางำประกาย ในที่สุดเราก็จับเจ้าได้สักที วันนี้
เจ้าจะต้องแหลกสลายเป็นผุยผง!”
“หึ หากสังหารราชันชะตาของชะตาเร้นได้ ชื่อเสียงของ
เราจะต้องดังกระหึ่มไปทั่วหล้า”
“เมื่อไม่นานมานี้ อริยราชันของมรรคาอริยะถูกสังหาร
วันนี้เราสังหารราชันชะตา จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรเพียงใดกันนะ
!”
“ฮ่าๆๆ มรรคาอริยะ ชะตาเร้นและมัชฌิมาพิทักษ์ต่อสู้
กันมาไม่รู้กี่ปี ถึงเวลาแล้วที่จะต้องถูกโค่นลงเสียที!”
เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยจิตสังหารดังก้องกังวาน
จากนั้นเจียงเจี่ยนก็รู้สึกได้ถึงปราณที่ทำให้จิตวิญญาณเขา
สั่นสะท้านมาจากทั่วทุกสารทิศ
เขาเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามอง ตรงส่วนลึกของ
ความว่างเปล่าปรากฏเงาร่างน่าสะพรึงที่ไม่อาจใช้ตาเปล่า
ประเมินระดับความสูงได้หลายร่าง ลักษณะรูปร่างก็ต่างกัน
ราวกับเทพมารยุคโบราณย่างกรายเข้ามา ทำให้ทุกอย่าง
ตรงหน้าเขาเริ่มบิดเบี้ยว
“คิดจะหยามเกียรติชะตาเร้น พวกเจ้าไม่คู่ควร!”
ราชันชะตางำประกายตะโกนด้วยความโกรธ แสงสว่าง
นับหมื่นสายรอบตัวยิงลำแสงสว่างไสวออกไป ตรงกลาง
ลำแสงนั้น เงาร่างของเขาเปลี่ยนไป จระเข้ยักษ์น่าสะพรึง
ปรากฏกายขึ้น นั่นก็คือร่างที่แท้จริงของเขา
ราชันชะตางำประกายอ้าปากใหญ่สีแดงโลหิตน่า
พรั่นพรึง มองจากในมุมมองของเจียงเจี่ยน เขาเหมือนจะกลืน
กินทั้งความว่างเปล่าอย่างไรอย่างนั้น
พายุลูกใหญ่ที่เหนือกว่าจินตนาการก่อตัวขึ้น เงาร่าง
น่ากลัวไกลๆ เหล่านั้นทยอยกันออกกระบวนท่า ไล่ล่าราชัน
ชะตางำประกาย
ห้วงสุญญตาแตกละเอียด อัสนีห้วงมิติเหลือคณานับ
หมุนม้วนเข้ามา ทำให้เจียงเจี่ยนถอยหลังไปหนึ่งก้าว เข้าไป
ใกล้บัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา ดีเลวอย่างไรเขาก็ถือว่า
เป็นผู้แข็งแกร่งในห้วงอนันต์สุญญตา แต่ที่นี่ตอนนี้ เขากลับ
ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่สอดส่องการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
พายุน่าหวาดหวั่นพัดชายเสื้อของพวกเจียงฉางเซิงสอง
คน ทว่าเจียงฉางเซิงกำลังใช้แต้มเซ่นไหว้พยากรณ์อยู่
ผู้แข็งแกร่งทั้งหมดเจ็ดคน มูลค่าสี่หมื่นขึ้นไป คนที่
แข็งแกร่งที่สุดมูลค่าไปถึงหกหมื่น หยิบมาสักคน ราชันชะตา
งำประกายก็รับมือได้ยากมากแล้ว
สถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้ ผู้แข็งแกร่งทั้งเจ็ดคนล้วน
มีความป่าเถื่อนของวิถียุทธ์ ทุกคนกระโดดไปเกาะร่างจริงของ
ราชันชะตางำประกาย กระหน่ำโจมตีใส่ราชันชะตางำประกาย
อย่างบ้าคลั่ง
แม้จะใช้พลังแห่งมหามรรคา ราชันชะตางำประกายก็ยัง
สลัดพวกเขาไม่หลุด
เจียงฉางเซิงสังเกตเห็นว่าห้วงสุญญตาของพันมหาโลกา
ถูกทำลายก็จริง แต่ก็ฟื้นฟูเร็วมาก ห้วงสุญญตาหลังฟื้นฟูก็
กีดกันการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายออก มองทีแรกจะเหมือนว่า
พวกเขาโดดไปในอีกห้วงสุญญตาหนึ่ง
วิสัยทัศน์ของเจียงเจี่ยนกลับมาเป็นปกติ ห้วงสุญญตา
เงียบงัน ทว่าอำนาจคุกคามนั้นยังคงอยู่ ทำให้เขารู้สึก
หนาวสั่น
เขาหันหน้ามาถาม “ท่านปู่ สถานการณ์ของผู้อาวุโส
ท่านนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”
“ไม่ค่อยดีเลย”
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้น เตาหลอมสามพันสรรพสิ่งปรากฏ
ขึ้นมาเหนือศีรษะ ดึงดูดสายตาของเจียงเจี่ยนไป
อีกด้านหนึ่ง
กลางห้วงสุญญตาชั้นลึก ราชันชะตางำประกาย
กลายเป็นเหมือนสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ ดิ้นสุดชีวิต เงาร่างที่
ไม่เล็กไปกว่าเขาเท่าไรทั้งเจ็ดร่างกระหน่ำโจมตีใส่เขาไม่หยุด
เลือดเนื้อเขาสาดกระจาย เตรียมที่จะถูกชำแหละร่าง
“นี่คือเลือดเนื้อของราชันชะตารึ ช่างหอมโอชะยิ่งนัก!”
“ชะตาเร้นก็ไม่เห็นจะเท่าไรเลย ยังห่างไกลจากวิถี
บำเพ็ญของเราเยอะ”
“อย่าพูดถึงเลย ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว ข้าไม่มีหน้า
เอ่ยถึงแล้ว”
“รีบกินเขาเร็ว! อย่าให้โอกาสเขา!”
ทันใดนั้นเอง
ลำแสงสายหนึ่งก็พุ่งลงมา เงาร่างน่าสะพรึงทั้งเจ็ด
เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ พวกเขาเห็นรูใหญ่ยักษ์ยิ่ง
นั่นคือปากเตาหลอมสามพันสรรพสิ่ง แรงดูดที่เหนือกว่า
จินตนาการดูดพวกเขาเข้าไปข้างใน ไม่อาจต่อต้านได้สักนิด
แม้แต่ราชันชะตางำประกายก็ยังถูกดูดเข้าไปด้วย
เจียงเจี่ยนมองลำแสงที่พุ่งออกจากเตาหลอมสามพัน
สรรพสิ่ง เขาพบว่าลำแสงเริ่มหดตัวแล้วก็ไม่เห็นใครอีกเลย
เขาถามตามจิตใต้สำนึก “พวกเขาหนีไปได้หรือขอรับ”
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้นคว้า เตาหลอมสามพันสรรพสิ่ง
ย่อส่วนลงมาอยู่ในมือเขา ก่อนที่เขาจะยิ้มพลางเอ่ยเบาๆ “อยู่
ในเตาหลอมหมดแล้ว”
เจียงเจี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งอึ้ง
ปราบศัตรูได้โดยง่ายเช่นนี้เชียวหรือ
เขายังไม่ทันได้พูดอะไร เจียงฉางเซิงก็ปล่อยราชันชะตา
งำประกายออกมา ราชันชะตางำประกายกลับมาเป็นร่าง
มนุษย์อีกครั้ง แต่ทั่วทั้งตัวอาบชุ่มไปด้วยเลือด อยู่ในสภาพที่
น่าเวทนายิ่งนัก
ราชันชะตางำประกายหอบหายใจแรง สีหน้าเต็มไปด้วย
ความตื่นกลัว ก่อนจะมองเจียงฉางเซิงด้วยความเหลือเชื่อ
แม้การต่อสู้จะสั้น แต่เขาก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูป หากไม่
ใช่เพราะมีพลังฟื้นฟูร่างกายที่ทรงพลัง เขาก็คงจะถูกกินจน
ไม่เหลือซากไปแล้ว ทว่าผู้แข็งแกร่งเช่นนี้กลับถูกกำราบอย่าง
ง่ายดายเสียอย่างนั้น
ราชันชะตางำประกายมองเตาหลอมสามพันสรรพสิ่ง
ด้วยแววตาที่หวาดหวั่น
นี่มันสิ่งชั่วร้ายอะไรกัน
เจียงฉางเซิงกล่าว “ราชันชะตา รีบกลับไปเถิด
ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาตามมาอีก”
ราชันชะตางำประกายได้สติกลับมาก่อนจะรีบค้อม
ตัวแสดงความเคารพ “ขอบคุณที่ผู้อาวุโสช่วยเอาไว้”
เจียงฉางเซิงพยักหน้าก่อนจะหายวับไปทันที
ราชันชะตางำประกายก็ไม่โอ้เอ้แล้ว โบกมือพาเจียง
เจี่ยนไป
เขาข้ามมิติไปอย่างรวดเร็ว ออกห่างจากห้วงสุญญตา
นั้น
พอนึกถึงการต่อสู้เมื่อครู่นี้เขาก็ยังแอบตกใจ หากไม่ได้
ราชันมรรคาอมตะช่วยไว้ เมื่อครู่นี้เขาคงต้องทิ้งชีวิตเอาไว้
ที่นั่นเป็นแน่ ถึงสรรพชีวิตชะตาเร้นจะมีหลายชีวิต แต่ยิ่งระดับ
ขั้นสูงมากเท่าไร ทุกชีวิตที่เสียไปก็จะยิ่งมีราคาต้องจ่ายสูงขึ้น
มากเท่านั้น หากเขาตาย อย่างน้อยในหลายสิบล้านปีก็คงจะ
ออกมาข้างนอกไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็ทั้งซาบซึ้งใจในตัวเจียงฉางเซิง
พร้อมทั้งรู้สึกโชคดีที่ตนตัดสินใจไปเช่นนี้
เขาหันไปมองเจียงเจี่ยนข้างกาย ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ “ดีนะ
ที่ปู่เจ้าช่วยไว้ ไปถึงชะตาเร้นแล้ว ข้าจะรายงานบุญคุณนี้ให้
กับเจ้า เจ้าไม่ต้องกังวล ถึงชะตาเร้นแล้วจะไม่มีเรื่องเช่นนี้
เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด”
เจียงเจี่ยนพยักหน้า จากนั้นถามด้วยความแปลกใจ
“พวกเขามาจากขุมอำนาจฝ่ายใดหรือขอรับ”
เงาร่างน่าสะพรึงทั้งเจ็ดเมื่อครู่นี้เคยเอ่ยถึงมรรคาอริยะ
และมัชฌิมาพิทักษ์ด้วยน้ำเสียงที่ดูหมิ่น นี่เป็นสิ่งที่เขา
ไม่เข้าใจเลย
ก่อนหน้านี้ท่านปู่ก็เคยบอกว่าพันมหาโลกาที่พวกเขาอยู่
ถูกปกครองโดยชะตาเร้น มรรคาอริยะและมัชฌิมาพิทักษ์
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งหลุดพ้นแห่งวิถียุทธ์ก็ยังต้องอยู่ใต้อำนาจ
ของพวกเขา
ราชันชะตามีสีหน้าที่ปั้นยากขึ้นมา ก่อนจะพูดด่าทอ “ก็
แค่พวกหนอนแมลงที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น ที่พัน
มหาโลกามีวิถีบำเพ็ญมากมาย บ้างก็รุ่งเรือง บ้างก็สูญสิ้น
ไปแล้ว พวกเขาคือเจ็ดทมิฬแห่งซากธุลี ซากธุลีคือวิถีบำเพ็ญ
หลุดพ้นเมื่อนานมาแล้ว ต่อมาถูกชะตาเร้นของพวกเรา
มรรคาอริยะและมัชฌิมาพิทักษ์ร่วมมือกันโค่นล้ม วิถีบำเพ็ญ
สูญสิ้น เจ็ดทมิฬแห่งซากธุลีละทิ้งโชคชะตาเพื่อเอาตัวรอด
ฝึกบำเพ็ญใหม่อีกครั้ง เมื่อสิบล้านปีก่อน พวกเขาเคยถูก
อาจารย์ของข้าปราบไป ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะแข็งแกร่ง
ถึงเพียงนี้แล้ว”
เจ็ดทมิฬแห่งซากธุลี…
เจียงเจี่ยนนึกถึงท่านปู่ของตน ไม่รู้เลยว่าอาจารย์ของ
ราชันชะตางำประกายจะเป็นคู่ต่อสู้ของท่านปู่เขาได้หรือไม่
“จะว่าไปแล้ว พลังของผู้อาวุโสได้เปิดหูเปิดตาให้ข้า
จริงๆ ข้ารู้ว่าเขาแข็งแกร่งมาก แต่ไม่นึกเลยว่าจะแข็งแกร่ง
ขนาดนี้ อ้อ วิถีบำเพ็ญของพวกเจ้าเรียกว่าอะไรรึ” ราชันชะตา
งำประกายถาม
เจียงเจี่ยนตอบกลับ “วิถีเซียน”
…………………