เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 585 การสอดแนมจากห้วงสุญญตา
ขั้น
พรหมสามคน?
เจียงเจี่ยนตกใจ เขากำลังจะพูดว่าชะตาเร้นลึกลับยาก
จะคาดเดา แต่เมื่อมาลองคิดดูแล้ว เขายังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าขั้น
พรหมแข็งแกร่งเพียงใด
แต่หากเป็นตัวตนสามคนที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับท่าน
ปู่…
เจียงเจี่ยนก็ไม่อาจโต้แย้งได้ ได้แต่ตื่นเต้นกับ
ความก้าวหน้าของวิถีเซียน
“จากนี้ก็ฝึกฝนที่แดนเซียนพรหมแล้วกัน หากศิษย์สอง
คนนั้นของเจ้าอยากบำเพ็ญเซียน เจ้าก็อย่าได้ขัดขวางเลย”
เจียงฉางเซิงยิ้ม
เจียงเจี่ยนพยักหน้า เขาก็กำลังคิดแบบนี้อยู่เหมือนกัน
ปู่กับหลานพูดคุยกันได้สักพัก เจียงเจี่ยนก็ขอตัวกลับ
มู่หลิงลั่วมองเจียงฉางเซิงพลางถาม “ตอนนี้เจี่ยนเอ๋อร์
ฝึกวิถีแห่งชะตาเร้น จะยังสงบจิตใจบำเพ็ญเซียนได้หรือเจ้าคะ”
เจียงฉางเซิงหรี่ตาลง “จิตมรรคาของเขาซับซ้อนมาก
จริงๆ แต่บางทีเขาก็อาจจะเดินบนเส้นทางใหม่ได้”
เขาเชื่อมั่นในตัวเจียงเจี่ยนมาก เพราะเจียงเจี่ยนมีหัวใจ
ของผู้แข็งแกร่งที่เข้มแข็งทรหด
ไป๋ฉีตามออกจากตำหนักเมฆาม่วง นางประหลาดใจใน
ตัวชะตาเร้นมาก จึงตั้งใจว่าจะไปคุยกับเจียงเจี่ยน
… ก
ารต่อสู้กับมารร้ายนอกฟ้าทำให้เหล่าจักรพรรดิเซียน
แห่งแดนเซียนพรหมได้สัมผัสความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตที่
พันมหาโลกา มารร้ายพวกนั้นไม่อยู่ในสังกัดวิถีบำเพ็ญ
หลุดพ้น นั่นแสดงว่าที่พันมหาโลกานี้ นอกจากวิถีบำเพ็ญ
หลุดพ้นแล้ว ก็ยังมีตัวตนอื่นๆ ที่พวกเขาต้องระมัดรัง
ข่าวเกี่ยวกับปฐมาจารย์หมื่นพุทธกับผู้บรรลุแห่ง
ดาวเหนือปิดด่านทะลวงขั้นพรหมได้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าจักรพรรดิเซียนในยุคสมัยนี้ไว้ใจกันมาก แต่ก็ยังมี
การต่อสู้แก่งแย่งชิงกัน ใครบรรลุขั้นพรหมก่อนก็เป็นสิ่งที่เหล่าจักรพรรดิเซียนให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้
ช่องโหว่นั้นของค่ายกลพิทักษ์สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์
ก็ยังไม่ถูกอุด ปราณวิญญาณมหามรรคาหลั่งไหลเข้ามา
ไม่ขาดสาย เกิดเป็นช่องทางลม ในช่วงเวลาต่อจากนี้ ช่องทาง
ลมนี้จะกลายเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ของแดนเซียนพรหม
ตอนนี้ยังไม่มีจักรพรรดิเซียนที่คิดจะออกไป ส่วนจะมีสิ่ง
มีชีวิตลักลอบเข้ามาหรือไม่ เหล่าจักรพรรดิเซียนก็ไม่กล้า
ฟันธง
ตะวันจันทราผัดเปลี่ยนกัน ดวงอาทิตย์ของแดนเซียน
พรหมลากผ่านเส้นขอบฟ้าด้วยพลังอำนาจมหาศาล จาก
บูรพาไปสู่ประจิม เมื่อสัมผัสโดนค่ายกลก็จะกลับไปที่ทิศ
บูรพาอีกครั้ง
เวลาในแดนเซียนพรหมเหมือนจะสูญสิ้นความหมายไป
เหล่าจักรพรรดิเซียนไม่ได้สนใจดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนผ่าน
เหนือศีรษะไปไม่หยุดนั้นเลย เอาแต่สนใจการฝึกบำเพ็ญของ
ตนเองทว่าในแดนเซียนพรหมมีสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งเกิดสติปัญญา
บางส่วนมองดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน มองท้องฟ้าที่สลับ
เปลี่ยนระหว่างกลางวันและกลางคืน พวกเขาเหม่อลอยไม่รู้
อะไรเลย แต่กลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจกับทุกสิ่ง
เวลาผ่านไปอีกสองแสนปี
แดนเซียนพรหมเกิดฝนสวรรค์สีทองตกลงมาทั่วแดน
เซียน สิ่งมีชีวิตที่กำเนิดบนแผ่นดินแดนเซียนพรหมอาบอยู่
ท่ามกลางฝนสวรรค์ สติปัญญาและร่างกายได้รับการ
ยกระดับสูงสุด
เหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้เป็นที่สนใจของเหล่า
จักรพรรดิเซียนจำ นวนมาก ต่อมา แดนสุขาวดีก็ส่งข่าวมาว่า
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธได้บรรลุขั้นพรหมแล้ว
“อมิตตาภพุทธ อาตมาบรรลุขั้นพรหมแล้ว ยินดีเปิด
สถานบำเพ็ญที่แดนสุขาวดี เทศนาความหมายแท้จริงแห่ง
พรหมให้กับสหายทุกท่าน ช่วยให้เหล่าสหายก้าวสู่ขั้นพรหม
ไปพร้อมกัน”เสียงใสดังก้องกังวานไปทั้งแดนเซียนพรหม เรียกเสียง
ฮือฮาของเหล่าจักรพรรดิเซียน
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธก็ยังบรรลุขั้นพรหมก่อนพวกเขา
หนึ่งก้าว
กลางเทือกเขา ภายในวิหารหิน
เจียงเจี่ยนกำลังนั่งฌานฝึกฝน ถงชื่อกับถงเสวี่ยวิ่ง
เข้ามา
“ท่านอาจารย์ ขั้นพรหมคือพลังบำเพ็ญใดรึ” ถงชื่อ
ถามก่อน
พวกเขามาถึงแดนเซียนพรหมนานขนาดนี้แล้ว หมั่นฝึก
วิถีเซียนมาตลอด เพราะไม่ได้เข้ามหาพิภพจิตจร พวกเขา
จึงเพิ่งเคยได้ยินชื่อขั้นพรหมเป็นครั้งแรก
เจียงเจี่ยนลืมตาขึ้น “ขั้นพรหมคือพลังบำเพ็ญสูงส่งของ
วิถีเซียน หลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่ง ลี้ลับกว่าการหลุดพ้นในพัน
มหาโลกา กระโดดออกจากห้วงเวลา ไม่อยู่ในชะตากรรม”
เขามีสีหน้าปลงอนิจจัง ปฐมาจารย์หมื่นพุทธไม่ได้กด
พลังเอาไว้เลย เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ไกลโพ้นเขาก็เพิ่งได้สัมผัสพลังของขั้นพรหมเป็นครั้งแรก ทำให้เกิด
ความรู้สึกยำเกรงราวกับถูกภูเขาสูงกดทับ
ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่รู้สึกเช่นนี้ ทุกครั้งที่เขาคิด
ว่าตัวเองประเมินวิถีเซียนเอาไว้สูง วิถีเซียนก็มักจะล้มล้าง
ความรู้ความเข้าใจของเขา โดยเฉพาะสำ หรับนักเดินทางเช่น
เขา ความรู้สึกกระทบกระเทือนเช่นนี้รุนแรงที่สุด
“กระโดดออกจากห้วงเวลาหมายความว่าอย่างไรกัน”
ถงเสวี่ยถามด้วยความแปลกใจ
เจียงเจี่ยนยิ้ม “ระเบียบห้วงเวลาคงอยู่มาตลอด เมื่อ
บรรลุขั้นพรหมก็จะกระโดดออกจากเส้นเวลาทั้งหมด หรือก็
คือปกติเจ้าจะไม่อาจเดินทางย้อนเวลาไปพบขั้นพรหมใน
ตอนที่ยังอ่อนแอได้ และไม่อาจข้ามเวลาไปพบขั้นพรหม
ในอนาคตได้”
ถงชื่อทำเสียงจิ๊ๆ “ความสามารถเช่นนี้แข็งแกร่งจริง ใน
พันมหาโลกามีวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นที่มีนามว่ากาลเวลา ก็ชอบ
เดินทางข้ามเวลาไปอดีตอนาคต แทรกแซงกรรม ในอดีต
พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ทำให้พันมหาโลกาปั่นป่วนวุ่นวาย ต่อมาพวกเขาถูกผลสะท้อนกลับของมหามรรคา วิถี
บำเพ็ญดับสิ้น ทั้งวิถีบำเพ็ญแปรเปลี่ยนเป็นพลังระเบียบของ
ห้วงเวลา ต้องเดียวดายไปชั่วกัปชั่วกัลป์”
เจียงเจี่ยนพูดต่อ “ไม่ใช่แค่นั้นนะ ขั้นพรหมยังส่งดวงจิต
นับไม่ถ้วนเดินทางไปยังอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้
ซึ่งดวงจิตเหล่านี้จะประสบผ่านชีวิตที่เสมือนจริง เมื่อเก็บ
ดวงจิตกลับมาก็จะได้รับการรู้แจ้งมหามรรคา หรือก็คือ ขั้น
พรหมแค่คิดก็สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์บำเพ็ญจากหมื่น
ภพชาติรวมกันภายในหนึ่งวันได้”
เมื่อได้ฟังถึงตรงนี้ สองพี่น้องก็ทำหน้าตกตะลึง
หรือว่านี่จะเป็นอภินิหารอันทรงอานุภาพที่วิถีเซียนกล่าว
ถึงกัน
ถงเสวี่ยจิตใจเฝ้าปรารถนาถึงแล้ว นางพูดพลาง
ถอนหายใจ “วิถีเซียนช่างแตกต่างกับชะตาเร้น มรรคาอริยะ
และมัชฌิมาพิทักษ์ ไม่ได้อาศัยวิถีแห่งการบำเพ็ญอันเป็น
พรสวรรค์ แต่รู้แจ้งมหามรรคา การฝึกบำเพ็ญเช่นนี้ก็อาจจะ
ไปได้ไกลกว่า ถึงอย่างไรตั้งแต่อดีตกาลมาก็มีวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นสูญสิ้นไปไม่รู้เท่าไร มีเพียงมหามรรคาที่คงอยู่
ชั่วนิรันดร์”
ถงชื่อพยักหน้า สายตาที่เขามองเจียงเจี่ยนเต็มไปด้วย
ความเร่าร้อน
เจียงเจี่ยนส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา “อย่ามองข้า
เลย อาจารย์ของพวกเจ้ายังห่างไกลจากขั้นพรหมนัก วิถีเซียน
ก็ฝึกได้แค่แดนเซียนพรหม ก่อนหน้านี้ที่ชะตาเร้น ข้าไม่ได้ฝึก
วิถีเซียน แต่ฝึกศาสตร์ของชะตาเร้นมาโดยตลอด”
ถงเสวี่ยพูดด้วยความตื่นเต้น “พี่ใหญ่ หากพวกเราไป
ถึงขั้นพรหมแล้วกลับไปอีกครั้ง ในรุ่นเดียวกันจะมีใครเทียบกับ
พวกเราได้เล่า”
ถงชื่อดวงตาเป็นประกายแวววาว “ท่านอาจารย์ ข้าขอ
ไปเข้าพบปฐมาจารย์หมื่นพุทธได้หรือไม่”
เจียงเจี่ยนอ่านความคิดเขาได้จึงพยักหน้ายิ้มๆ
ถงชื่อป้องมือคารวะกลับไปทันที ถงเสวี่ยก็รีบตามไป
คล้อยหลังทั้งคู่ เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายเจียงเจี่ยน
นั่นคือผิงอันผิงอันที่กลับมามีสติปัญญาอีกครั้งไม่ได้อยู่ในสภาพ
เซ่อซ่าอีกต่อไป แต่มีราศีแห่งปัญญาที่มองอ่านทะลุทุก
สรรพสิ่ง
“เขาคงไม่คิดไปท้าสู้กับปฐมาจารย์หมื่นพุทธหรอกนะ”
ผิงอันถามเสียงเบา
เจียงเจี่ยนพูดอย่างไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย “คนของชะตาเร้น
เป็นคนโอหังอวดดี ให้เขาไปเถิด ปฐมาจารย์หมื่นพุทธคงไม่
ฆ่าพวกเขาหรอก ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยทักทายในมหาพิภพจิต
จรแล้ว”
เขาหันหน้าไปมองผิงอันก่อนจะถาม “ครั้งนี้มามีเรื่อง
อะไรรึ”
ผิงอันเอ่ย “เมื่อหลายแสนปีก่อน เจียงอี้เคยถูกขุม
อำนาจลึกลับลอบกัดที่แดนเซียนเอกเทวะ ถึงจะถูกเขาสังหาร
จนหมดสิ้น แต่ขุมอำนาจนี้ก็ยังคงอยู่ ช่วงนี้พวกเขาหมายตา
ลูกหลานเผ่าเจียงคนอื่นอีกแล้ว ในนั้นรวมถึงลูกหลานของ
เจ้าด้วย”ปกติเจียงเจี่ยนจะวุ่นอยู่กับการฝึกบำเพ็ญ มีช่วงหนึ่งที่
ไม่ได้ไปที่มหาพิภพจิตจร ดังนั้นจึงไม่รู้เรื่องนี้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจียงเจี่ยนไม่โกรธสักนิด แต่กลับ
ส่ายหน้า “ลูกหลานย่อมมีเรื่องดีร้ายของตนเอง ให้เผ่าเจียง
จัดการเถิด”
เผ่าเจียงในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นมาก ลูกหลานของเขาก็
มีอยู่อีกมากมาย
ผิงอันถาม “จะให้ข้าช่วยเจ้าหรือไม่ อาจารย์อนุญาตให้
ข้ากลับแดนเซียนเอกเทวะได้อย่างอิสระ ร่างแห่งมหามรรคา
ของข้าสามารถกดพลังไว้ได้ ไม่โดนมรรคาสวรรค์ของห้วง
อนันต์สุญญตาขับไล่”
เจียงเจี่ยนพูดด้วยความจนปัญญา “ศิษย์พี่ ท่านไม่ต้อง
ห่วงเรื่องของเผ่าเจียงหรอก ตั้งใจฝึกบำเพ็ญเถิด ท่านต้องรีบ
บรรลุขั้นพรหม ศิษย์ของท่านปู่มีไม่เยอะ แต่ก็ยังไม่มีใครที่
ทัดเทียมกับปฐมาจารย์หมื่นพุทธได้ นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย”
ตั้ง
แต่ที่ผิงอันฟื้นคืนสติปัญญาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องเผ่า
เจียง เขาซาบซึ้งใจในตัวเจียงฉางเซิงจึงย้ายบุญคุณนี้ไปไว้ที่เผ่าเจียง ในความเป็นจริง ตัวเขาก็นับว่าเป็นคนเผ่าเจียง
ครึ่งหนึ่ง เพียงแต่ว่าสายเลือดของเขาไม่ได้สืบสายมาจาก
เจียงฉางเซิงโดยตรง แต่มาจากสายบิดาของเจียงฉางเซิง
ผิงอันยิ้ม เขาไม่พูดอะไรมากก็สลายเป็นควันหายไป เขา
ไม่ได้มาด้วยร่างจริง นี่คืออภินิหารที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
เจียงเจี่ยนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจไปที่มหา
พิภพจิตจร
เดินทางไปหนึ่งพันปีเต็มๆ ถงชื่อกับถงเสวี่ยก็เพิ่งจะ
กลับมา ถงชื่อฝืนตัวเองไปท้าสู้กับปฐมาจารย์หมื่นพุทธจนถูก
ขังอยู่ที่อารามอสนีคำรนแดนสุขาวดี ให้สวดมนต์อยู่พันปี
ตอนนี้ก็เพิ่งถูกปล่อยตัวกลับมา
กลับมาครั้งนี้ สองพี่น้องสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย ทั้งสอง
คนมีหัวใจในการฝึกบำเพ็ญวิถีเซียนแน่วแน่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ผ่านไปอีกหมื่นปี แดนเซียนพรหมก็เกิดฝนทองคำตก
ลงมาอีกครั้ง
พวกเหล่าจักรพรรดิเซียนต่างก็ประหลาดใจกันว่าใครที่
บรรลุขั้นพรหมกัน“ข้าผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ วันนี้บรรลุขั้นพรหมแล้ว ยินดี
แบ่งปันความหมายแท้จริงแห่งขั้นพรหมแก่ทุกท่าน พันปี
จากนี้ ข้าจะเปิดสถานบำเพ็ญที่แดนดาราดาวเหนือ ทุกท่านที่
แดนเซียนขั้นพรหม หากท่านใดอยากฟังก็สามารถมาได้!”
เสียงอันน่าเกรงขามดังก้องไปทั้งแดนเซียนพรหม
ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ!
จักรพรรดิเซียนทุกคนต่างก็ตื่นตกใจ ปกติผู้บรรลุแห่ง
ดาวเหนือจะเก็บตัวเงียบ พบปะผู้คนน้อยมาก ก่อนหน้านี้ที่มี
ชื่อเสียงขึ้นมาก็เพราะอยากทดสอบมหาค่ายกลกาลเวลา
ดาวเหนือของตนเอง ถึงก่อนหน้านี้จะบอกเป็นนัยว่าจะปิด
ด่านบรรลุขั้นพรหม แต่ใครจะไปคิดว่าขั้นพรหมคนที่สองจะ
เป็นผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ!
เหล่าจักรพรรดิเซียนที่รู้ตัวเองว่ายังห่างไกลจากขั้น
พรหมจนหมดหวังเริ่มจับตามองกันมากขึ้น มรรคาจารย์
จะมอบยอดของวิเศษให้กับขั้นพรหมสามคนแรก ตอนนี้ยัง
ขาดอีกคน เห็นทีว่าแดนเซียนพรหมคงจะเกิดการแข่งขันขึ้น
มาแล้วขั้น
พรหมคนที่สามจะเป็นใครกัน
เจ้าลัทธิคุนหลุน?
มหาเถระกษิติครรภ์?
ราชันมรรคานิพพาน?
หรือว่าจะเป็นเทพกระบี่ที่เพิ่งยิ่งใหญ่ขึ้นมา
ก่อนผู้บรรลุแห่งดาวเหนือจะบรรลุขั้นพรหม พวกเขาก็
คิดว่าจะต้องเป็นผู้แข็งแกร่งรุ่นอาวุโส แต่ตอนนี้ พวกเขาคิด
ว่ามีความเป็นไปได้หมดทุกทาง
ในเวลาหมื่นปี แดนเซียนพรหมปรากฏขั้นพรหมขึ้น
มาสองคนติดกัน ทำให้แดนเซียนพรหมคึกคักขึ้นมา ข่าวก็
แพร่ไปในมหาพิภพจิตจร ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือนับว่าเป็นคนที่
มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก แดนมนุษย์ในแดนเซียนเอกเทวะ
ก็มีการสร้างวิหารที่เกี่ยวกับเขาขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน
ภายในตำหนักเมฆาม่วง
เจียงฉางเซิงนั่งพิงบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา สายตา
มองออกไปนอกฟ้าไป๋ฉีขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะถามด้วยความ
อยากรู้อยากเห็น “นายท่าน ท่านกำลังมองอะไรอยู่รึ เห็นมอง
อยู่ตั้งหลายวันแล้ว”
เจียงฉางเซิงตอบกลับ “พลังของพรหมแข็งแกร่งมากเลย
สินะ”
“ใช่สิเจ้าคะ! พลังพรหมสองคนนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ ดีที่
ไม่มีอันตรายกับทุกสรรพชีวิต เจ้าสองคนนี้ก็เหลือเกิน ไม่กด
พลังของตัวเองเอาไว้เลย”
ไป๋ฉีรีบพยักหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉา
นางก็อยากบรรลุขั้นพรหมเหมือนกัน!
“เพิ่งบรรลุพรหม พวกเขายังต้องใช้เวลาในการควบคุม”
เจียงฉางเซิงขานรับอย่างไม่ใส่ใจ
เขากำลังมองไปที่เงาร่างหนึ่งอยู่
เงาร่างนั้นอยู่ตรงส่วนลึกของห้วงสุญญตานอกค่ายกล
พิทักษ์สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์ นั่นคือเงาร่างสวมเสื้อคลุม
สีดำ ลอยอยู่กลางอากาศ ผมขาวปลิวไสว สวมหน้ากากทอง
สำ ริดที่เต็มไปด้วยลวดลายโลหิต เสื้อคลุมยาวปิดขาทั้งสองข้าง เมฆครึ้มรายล้อมรอบตัว ราวกับบ่อเกิดของความชั่วร้าย
ดวงตาใต้หน้ากากเปี่ยมไปด้วยความละโมบ
พลังแห่งพรหมได้ล่อเขามาที่นี่!
……………….