เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 586 อนธการล่องสวรร
[ต้องใช้ 89,000 แต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์
จะดำเนินการต่อหรือไม่]
ไม่!
เจียงฉางเซิงพยากรณ์มูลค่าของผู้แข็งแกร่งลึกลับคนนั้น
อีกครั้ง มูลค่าสูงเช่นนี้มีคุณสมบัติล่าตัวตนขั้นพรหมที่เพิ่ง
ทะลวงพลังจริงๆ
ในความทรงจำ ของแค้นทมิฬหัวหน้าเจ็ดทมิฬแห่งซาก
ธุลี เจียงฉางเซิงรู้ว่าพันมหาโลกามีนักล่าจำ นวนมาก ตัวตน
เช่นนี้ไม่มีวิถีบำเพ็ญของตนเอง อยู่เพื่อล่าผู้แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะ จากนั้นเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง
เงาร่างเสื้อคลุมดำผู้สวมหน้ากากทองสำ ริดนั้นแผ่พลังที่
เย็นเยียบมากออกมา ทำให้เจียงฉางเซิงนึกไปถึงน้ำพุเหลือง
น้ำพุเหลืองในตำหนักยมโลกก็มีพลังเช่นนี้เหมือนกัน
อีกฝ่ายปรากฏตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ผลีผลาม
ลงมือ ไม่รู้ว่ากำลังสอดส่องสิ่งใดอยู่เจียงฉางเซิงปิดด่านมานานมาก กำลังกังวลว่าชีวิต
จะน่าเบื่อ เขาจ้องเงาร่างนั้นพลางวางแผนการต่อสู้แล้ว
จะใช้รูปแบบการต่อสู้ใด อภินิหารใด คู่กับสมบัติอาคม
ใดถึงจะดี
ไม่ได้สิ หากสังหารเลยจะไม่มีความหมาย ต้องให้ปฐมา
จารย์หมื่นพุทธกับผู้บรรลุแห่งดาวเหนือพบตัวตนนั้นก่อน
พวกเขาจะได้ตื่นรู้ว่าไม่ใช่ว่าบรรลุขั้นพรหมแล้วจะไร้พ่าย
เจียงฉางเซิงเข้าใจรสชาติของขั้นพรหมเป็นอย่างดี
แม้แต่คนระมัดระวังอย่างเขายังเผลอหลงระเริง แล้ว
นับประสาอะไรกับปฐมาจารย์หมื่นพุทธและผู้บรรลุแห่ง
ดาวเหนือกัน
เขาส่งกระแสจิตไปหาขั้นพรหมทั้งสองคนนั้นไม่ได้ มิ
เช่นนั้นความรู้สึกถึงวิกฤติก็จะเบาบางลง
ดีที่เขามีมรรคาสวรรค์
มรรคาจารย์สามารถกระตุกจิตของทุกสรรพชีวิต ทุก
สรรพชีวิตจะรู้แค่ว่ามรรคาสวรรค์คือกฎเกณฑ์สูงสุดของวิถี
เซียน แต่ไม่รู้ว่าเจียงฉางเซิงสามารถควบคุมได้ตามใจปกติ เจียงฉางเซิงจะไม่แทรกแซงมรรคาสวรรค์ จะทำ
แค่ชี้นำผู้บำเพ็ญเท่านั้น
แดนสุขาวดี
เหนือทะเลเมฆ ปฐมาจารย์หมื่นพุทธกำลังสวดมนต์กับ
พุทธสาวก เสียงพุทธะดังไม่ขาดสาย ทำให้ทะเลเมฆแห่งนี้
มีบรรยากาศที่สงบสุขและเป็นมงคล
ทันใดนั้น ปฐมาจารย์หมื่นพุทธก็หยุดชะงัก พุทธสาวก
เงียบตาม พากันมองไปที่เขา
พระศรีอาริยเมตไตรยเอ่ยถาม “อมิตตาภพุทธ ท่าน
อาจารย์ สิ่งใดกวนใจท่านรึ”
เขางุนงงมาก ถึงอย่างไรอาจารย์ก็บรรลุขั้นพรหมแล้ว
ยังมีเรื่องใดที่รบกวนจิตพุทธของเขาได้อีก
เหล่าพุทธสาวกงุนงงเช่นกัน ทุกคนมองไปที่ปฐมาจารย์
หมื่นพุทธ
สถานบำเพ็ญแห่งนี้มีพระพุทธองค์เกินหลายร้อยรูป นั่น
แสดงว่าลัทธิพุทธมีจักรพรรดิเซียนเกินหนึ่งร้อยคนแล้ว
รากฐานเช่นนี้แข็งแกร่งมากจริงๆปฐมาจารย์หมื่นพุทธกล่าว “นอกฟ้าเกิดเรื่องขึ้นอีกแล้ว
ข้าต้องไปดูก่อน ทุกคนดูแลลัทธิพุทธให้ดี เตรียมความพร้อม
ให้ดี วิถีเซียนในภายภาคหน้าจะต้องเผชิญกับธุลีแดงของพัน
มหาโลกา เราเป็นลัทธิชั้นแนวหน้าของวิถีเซียน ลัทธิพุทธก็
ต้องตระหนักในการปกป้องวิถีเซียน”
“อมิตตาภพุทธ”
พุทธสาวกขานรับ ทุกรูปล้วนมีสีหน้าที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธหายวับไป
อีกด้านหนึ่ง
ในป่าเขากลางเมฆหมอก อารามแห่งหนึ่งอยู่กลางหมอก
อย่างเลือนราง ประตูใหญ่พลันเปิดอ้า นักพรตเสื้อคลุม
สีครามคนหนึ่งก้าวออกมา วัยชราแต่ยังกระปรี้กระเปร่า ใน
มือถือแส้ขนหางกิเลน ดวงตาเปล่งประกายแวววาว มองทะลุ
ม่านหมอก
ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ!
เขาก็ตระหนักได้ถึงมรรคาสวรรค์เช่นกัน รู้ว่าจะมีภัย
มรรคาสวรรค์มาเยือนสำ หรับการปกป้องวิถีเซียนนั้น ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ
ไม่ขัดข้องเลย กระทั่งเฝ้ารอคอยว่าจะต้องแตกต่างจาก
ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกสวรรค์ใบที่สี่ เขาก้าวเข้ามาในวิถีเซียนได้ก็
เพราะมหาพิภพจิตจร วิชาแรกที่เขาฝึกฝนก็เป็นวิชาที่มรรคา
จารย์ฝากเอาไว้ในมหาพิภพจิตจร แม้เขาจะเป็นคนรักสันโดษ
แต่ก็มีหัวใจที่เร่าร้อนต่อวิถีเซียน
ตั้ง
แต่ที่เขาบำเพ็ญเซียนมาก็อาศัยบุญคุณของมรรคา
จารย์กับโชควาสนาของตนเอง ระหว่างทางเขาเจอแต่คนดี
ดังนั้นวิถีเซียนในสายตาเขาจึงสวยงาม
ตอนนี้เขายืนอยู่ในอันดับสามของวิถีเซียน เผชิญหน้ากับ
มหันตภัยวิถีเซียน เขาจึงมีแต่การเฝ้ารอคอยอันไร้ที่สิ้นสุด
เขาอยากพิสูจน์ตัวเองให้มรรคาจารย์ได้เห็น ให้มรรคา
จารย์จำ ชื่อของตนได้!
ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือเดินสองก้าวก็หายวับไป
นอกค่ายกลพิทักษ์สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์ เงาร่าง
เสื้อคลุมดำยังคงลอยห้อยหัวอยู่ ทะเลเมฆที่ร่างเสื้อคลุมดำ
คืบคลานเข้าไปเดือดพล่านขึ้นไม่หยุด ราวกับเป็นแดนมารในดวงตาของเขาสะท้อนเป็นแสงสีทอง กลางแสงสีทอง
นั้น
มีพุทธสุวรรณยักษ์อันน่าเกรงขามจู่โจมเข้ามา
นั่นคือปฐมาจารย์หมื่นพุทธ!
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธมองเงาร่างเสื้อคลุมดำพลาง
ขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง แม้แต่
เขาที่บรรลุขั้นพรหมแล้วก็ยังเกิดความกลัวโดยสัญชาตญาณ
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ!
พันมหาโลกายังซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าขั้นพรหม
เอาไว้!
มิน่ามรรคาจารย์ถึงให้แดนเซียนพรหมซ่อนอยู่ที่นี่ ไม่ได้
หลับหูหลับตาแผ่ขยายอาณาเขต
ความคิดของปฐมาจารย์หมื่นพุทธดุจดั่งสายฟ้าแลบ
อารมณ์ความคิดนับพันนับหมื่นแล่นผ่านภายในใจ ก่อนที่เขา
จะเอ่ยปากถาม “อมิตตาภพุทธ ขอบังอาจถามนามของท่าน
ได้หรือไม่”
ระดับขั้นของพวกเขาสูงส่ง ไม่จำ เป็นต้องใช้ภาษา
เดียวกันแล้ว แค่เอ่ยปาก อีกฝ่ายก็จะรับรู้ความรู้สึกของเขาได้เงาร่างเสื้อคลุมดำยิ้มมีเลศนัย “เจ้าจะเรียกข้าว่า
อนธการล่องสวรรค์ก็ได้ กลิ่นอายของเจ้าหอมหวานมาก
เพียงแต่ว่าเจ้าเพิ่งบรรลุขั้น พลังยังไม่มั่นคงพอ ข้า
ประหลาดใจยิ่งนัก ใครเป็นคนวางค่ายกลของที่นี่กัน เจ้ารึ”
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธจดจำ นามของอีกฝ่ายเอาไว้ในใจ
ก่อนจะเอ่ยต่อ “อมิตตาภพุทธ ที่นี่คือแดนเซียนพรหมแห่งวิถี
เซียน หากท่านไม่มีเจตนาร้าย เราก็ย่อมยินดีต้อนรับ แต่หาก
ท่านคิดไม่ซื่อ เช่นนั้นก็ต้องขอให้ท่านน้อมรับวิชาพุทธ”
ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก แต่ปฐมาจารย์หมื่นพุทธ
ก็ยังแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวไว้ก่อน
“แค่เจ้าคนเดียวน่ะหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากับข้าต่างชั้น
กันเท่าไร” อนธการล่องสวรรค์หรี่ตาแคบลง จิตสังหารแผ่
ออกมาผนึกห้วงสุญญตานี้
“ยังมีข้าด้วย!”
เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับแสงสีครามพุ่งจาก
ด้านบนมาลงข้างๆ ปฐมาจารย์หมื่นพุทธ นั่นก็คือผู้บรรลุแห่ง
ดาวเหนือข้างหลังผู้บรรลุแห่งดาวเหนือยังมีอีกสามเงาร่างยืนอยู่
เหมือนกับตัวเขาทุกประการ นั่นคือร่างอดีต ร่างปัจจุบันและ
ร่างอนาคตของเขา ต่างก็ถือครองสมบัติอาคมที่ต่างกัน
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธปรายตามองผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ
พยักหน้าน้อยๆ ถือเป็นการทักทาย
ก่อนหน้านี้ ทั้งสองคนเคยพบกันแค่ไม่กี่ครั้ง ไม่ได้พูดคุย
กันเป็นกิจจะลักษณะ ตอนนี้พวกเขาบรรลุขั้นพรหมแล้ว ยัง
ไม่มีขั้นพรหมคนที่สามปรากฏขึ้นมา นี่ก็หมายความว่า
ความสัมพันธ์ของพวกเขานับตั้งแต่นี้ไปจะแน่นแฟ้นกันขึ้น
มาก
“รวมเจ้าด้วยก็ยังไม่พอ ดินแดนแห่งนี้ยังมีคนที่
แข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าอีกหรือไม่”
อนธการล่องสวรรค์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาใต้
หน้ากากทองสำ ริดแผ่จิตสังหารน่าพรั่นพรึงออกมา
ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือเอ่ยขึ้น “ปฐมาจารย์ ให้เกียรติ
ร่วมมือกันได้หรือไม่”ครั้งแรกที่พบอนธการล่องสวรรค์ เขาก็รู้แล้วว่าตน
เอาชนะอีกฝ่ายได้ยากมาก
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธประนมสองมือ “อมิตตาภพุทธ
เป็นเกียรติอย่างยิ่ง”
ขั้น
พรหมทั้งสองคนทำข้อตกลงกันแล้วก็ลงมือ พวกเขา
นำสมบัติอาคมของตนออกมาก่อน ปฐมาจารย์หมื่นพุทธชิง
โจมตีก่อน ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือกางมหาค่ายกลกาลเวลา
ดาวเหนือ
ตู้ม!
ศึกแห่งพรหมสร้างความตื่นตะลึงแก่ค่ายกลพิทักษ์
สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์ ค่ายกลปรากฏสายรุ้งขึ้น
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เหล่าจักรพรรดิเซียนภายในแดนเซียน
พรหมพากันส่งดวงจิตออกมา ไม่นานนักพวกเขาก็ต้องตกใจ
กับการต่อสู้
“เป็นปฐมาจารย์หมื่นพุทธกับผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ ขั้น
พรหมทั้งสองต่อสู้กับใครกัน”“จิตสังหารน่ากลัวมาก จิตของข้าจับเงาร่างของเขา
ไม่ได้เลย”
“ระเบียบเวลากำลังควบคุมพลังแห่งมหามรรคา เป็น
มหาค่ายกลกาลเวลาดาวเหนือของผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ ค่าย
กลนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนอีก ไม่ใช่ค่ายกลแล้ว!”
“นี่คือความแข็งแกร่งของขั้นพรหมหรือ ถึงจะไม่เห็น
รายละเอียดการต่อสู้ แต่พลานุภาพก็น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
เหล่าจักรพรรดิเซียนมารวมตัวกัน พูดคุยกันถึงเรื่อง
การต่อสู้ครั้งนี้
แน่นอนว่าเผชิญหน้ากับพันมหาโลกาที่ไม่รู้จัก ภายในใจ
พวกเขาย่อมตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเลี่ยงมิได้
ต้องแข็งแกร่งเพียงใดกันถึงทำให้ขั้นพรหมทั้งสองต้อง
ร่วมมือกัน
เจียงฉางเซิงก็กำลังชมการต่อสู้อยู่เหมือนกัน ขณะที่มู่ห
ลิงลั่วกำลังตกใจอยู่นั้น เขาหยิบกระจกดับสูญเพลิงสวรรค์
หยินหยางออกมา ให้กระจกฉายภาพการต่อสู้
ไป๋ฉีก็ขยับเข้ามาดูเช่นกัน อุทานด้วยความตกใจตลอดใต้ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา
เจียงอี้กับเจียงซั่นกำลังมองทอดไกลออกไปด้วยแววตา
ที่เฉียบคม
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ก็รู้สึกถึงพลังชนิดหนึ่ง เขาหน้า
เปลี่ยนสีไปอย่างชัดเจน พูดเสียงสั่นๆ “นั่นคือนักล่าห้วง
สุญญตา แย่แล้ว ถูกพวกเขาจ้องเล่นงานแล้ว พลังของนักล่า
นี้ก็คือ…”
เจียงอี้ปรายตามองเขา “ใจเย็นๆ พูดมาให้ชัดๆ”
เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์สูดลมหายใจเข้าลึก “พันมหาโลกา
มีนักล่าอยู่ จะอาศัยการกินวิถีบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญเพื่อทำให้
ตนเองแข็งแกร่งขึ้น แต่เพราะกินมากเกินไป ในตัวพวกเขาจึง
มีปราณประหลาดที่คล้ายกับไอสังหาร เมื่อถูกปราณ
ประหลาดพัวพัน ถึงจะสลัดหลุด แต่ก็ยังถูกเคราะห์ร้าย
ตามติด
เมื่อก่อนข้าก็เคยเจอนักล่าผู้หนึ่ง ยังเทียบกับพลังนี้ไม่ได้
เลย…”
พูดถึงช่วงท้ายที่สุด เขาก็อดตัวสั่นมิได้เจียงซั่นหัวเราะเบาๆ “วางใจเถอะ ท่านปู่ยังไม่ลงมือเลย
จะกลัวอะไร อย่าดูถูกขั้นพรหมเชียว”
เยี่ยสวินตี๋เข้ามาใกล้ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม “รอพวกเจ้า
สองคนบรรลุขั้นพรหมก่อน พวกเจ้าก็จะเป็นนักล่าที่น่ากลัว
ยิ่งกว่าอีก”
เจียงอี้ไม่ปฏิเสธ ทางด้านเจียงซั่นเผยแววตาเฝ้ารอคอย
ศึกใหญ่ยังดำเนินต่อไป!
เมื่อมหาค่ายกลกาลเวลาดาวเหนือทำงาน ห้วงสุญญตา
ในค่ายกลก็เปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดา ระเบียบเวลาก็เริ่ม
รบกวนอนธการล่องสวรรค์
อนธการล่องสวรรค์หลบอยู่ตลอด ถึงปฐมาจารย์หมื่น
พุทธจะมีอภินิหารที่ล้ำเลิศ แต่กลับทำอะไรเขาไม่ได้เลย
ทุกครั้งที่เกือบจะโดนอนธการล่องสวรรค์ อนธการล่องสวรรค์
ก็จะสลายเป็นหมอกดำหายไปเสมอ
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธสัมผัสได้ชัดเจนว่ามีพลังไร้รูป
อย่างหนึ่งพัวพันรอบตัวเขา คล้ายกับเคราะห์ร้าย เป็นสิ่งที่
ชั่วร้ายยิ่งนักปฐมาจารย์หมื่นพุทธโจมตีอยู่นานก็ไม่เป็นผลถึงได้หยุด
ก่อนจะนั่งลงบนดอกบัวทอง เริ่มสวดมนต์ เสียงพุทธะสะเทือน
ห้วงสุญญตา ทำให้อนธการล่องสวรรค์หรี่ม่านตาแคบลง
เป็นตอนนี้เอง สามร่างแยกของผู้บรรลุแห่งดาวเหนือจู่
โจมเข้ามา เงื้อกระบี่พร้อมกัน พลังกระบี่แฝงไว้ด้วย
ความวิเศษของอภินิหาร แรกเริ่มยังไม่มีผล ถูกอนธการล่อง
สวรรค์ล้อหลอกหมุนไปมา แต่ไม่ทันไรความเร็วในการหลบ
ของอนธการล่องสวรรค์ก็ช้าลง ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือโจมตี
ครั้งหนึ่งได้สำ เร็จ ฟันโดนหน้ากากทองสำ ริดของอนธการล่อง
สวรรค์
หลังจากที่หน้ากากทองสำ ริดแตก ไอสีดำจำ นวนมากได้
หลั่งทะลักออกมา บดบังดวงตาทั้งสองข้างของอนธการล่อง
สวรรค์ไป
“เยี่ยมมาก พวกเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอาหารของ
ข้า จงสัมผัสอนธการอันเป็นที่สุดเสียเถอะ!”
อนธการล่องสวรรค์กางสองแขน เขายังคงลอยห้อยหัว
ทว่าไอสีดำหลั่งทะลักออกมาเต็มไปหมด จมห้วงสุญญตาภายในมหาค่ายกลกาลเวลาดาวเหนืออย่างรวดเร็ว
นี่ก็คือปราณประหลาดที่เฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์พูดถึง!
ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือขมวดคิ้ว สัมผัสรับรู้ของเขาหายไป
พลังจิตก็ตรวจสอบสถาณการณ์รอบตัวไม่ได้ ราวกับอยู่
ท่ามกลางความมืดมิด
เขาไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ยังคงกวัดแกว่งกระบี่
สำ แดงอภินิหารของตน
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธก็ตกที่นั่งลำบากเช่นกัน
เจียงฉางเซิงกลับเห็นอนธการล่องสวรรค์หนีออกจาก
มหาค่ายกลกาลเวลาดาวเหนือ มุ่งหน้าไปยังแดนเซียนพรหม
เป้าหมายของเจ้านี่ไม่ใช่ขั้นพรหมทั้งสองคน แต่เป็นแดน
เซียนพรหมอย่างนั้นหรือ
เจียงฉางเซิงลงมือทันควัน ขณะที่อนธการล่องสวรรค์
กำลังจะฝ่าค่ายกลพิทักษ์สวรรค์หมื่นปรากฏการณ์นั้น ก็
ปรากฏเตาหลอมใบใหญ่ขึ้นมา กระแทกเข้าที่ร่างของเขา ร่าง
ของเขาพลันสลายกลายเป็นปราณประหลาดอนธการล่องสวรรค์รวมร่างขึ้นมาอีกครั้ง เขาลอยห้อย
หัว ใบหน้าถูกปราณประหลาดปกปิดไว้ เขาอ้าปากตะโกน
“ใครกัน”
น้ำเสียงของเขามีความตื่นตระหนกขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ทันทีที่ถูกเตาหลอมสามพันสรรพสิ่งกระแทกใส่
ต้นกำเนิดปราณประหลาดในตัวเขาก็หายไปไม่น้อย