เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 778 วิถีเซียนเวียนว่ายไม่รู้จบ
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 778 วิถีเซียนเวียนว่ายไม่รู้จบ
“ดูท่าเจ้าคงอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ”
เจียงฉางเซิงพึมพำกับตัวเอง เขาพยากรณ์เห็นอนาคตนับไม่ถ้วนของวิถีเซียน อนาคตบางส่วนในนั้นนำพาให้วิถีเซียนล่มสลาย นั่นก็คือเผ่าเจียงหรือแดนสวรรค์ถูกพลังมหามรรคามอมเมา รับมรดกของปฐมบรรพจารย์มหามรรคามา ทำให้พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าได้รับพลังที่แข็งแกร่งที่สุด
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาอยากให้วิถีเซียนล่มสลาย เดาว่าคงคิดจะกดดันเขาให้กลับไปยังพันมหาโลกา ต่อให้กดดันไม่ได้ ก็หยุดเขาไม่ให้แข็งแกร่งขึ้นได้อีก
ถึงอย่างไรก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานเท่าไรกว่าวิถีเซียนจะกลายเป็นวิถีบำเพ็ญปกครอง อีกทั้งความเร็วในการเติบโตของเจียงฉางเซิงก็ยังไม่ธรรมดาด้วย
นอกจากนี้ เจียงฉางเซิงยังพยากรณ์กรรมได้อีกอย่าง
เขาพลันฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
ที่เขาเลือกเก็บตัวก็เพราะยังไม่แข็งแกร่งพอ แต่เมื่อได้รับมรดกมรรคาจารย์มาเรื่อยๆ เขาก็เริ่มมั่นใจขึ้นมา
รับมรดกมรรคาจารย์มาสามครั้งทำให้มูลค่าแต้มเซ่นไหว้ของเขาเพิ่มขึ้นไปถึงเก้าร้อยล้านล้านแต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์ เขาตัดสินใจว่าจะช่วยวิถีเซียนพัฒนาอีกครั้ง
เขาจะให้ชาววิถีเซียนได้รู้ว่าพลังของเขานั้นแข็งแกร่งที่สุด!
จิตของเจียงฉางเซิงเข้าไปในมหาพิภพจิตจร
“ใต้หล้าปั่นป่วน สิ่งชั่วร้ายกำเนิดขึ้นมาไม่ขาดสาย ข้าจะเทศนาในมหาพิภพจิตจรอีกร้อยปีต่อจากนี้ ผู้ฟังเทศนาจะได้รับการคุ้มครองจากข้า ไม่ต้องเป็นกังวลไป!”
เสียงของเขาดังก้องอยู่ในใจผู้ศรัทธาทุกคน ทำให้ทุกคนตื่นเต้นกันขึ้นมา
การเทศนาครั้งก่อนเป็นตำนานเก่าแก่สำหรับทุกสรรพชีวิตไปแล้ว ชาตินี้ภพนี้ได้ประสบอีกครั้ง นั่นย่อมเป็นบุญวาสนาที่ยากจะพานพบได้ในหมื่นภพชาติ
วิถีเซียนในตอนนี้กว้างใหญ่ไพศาล เมื่อข่าวแพร่ออกไปก็เริ่มส่งไปถึงพันมหาโลกา นี่คือสัญญาณ
มรรคาจารย์ออกด่านบำเพ็ญ!
มหาพิภพจิตจรยังคงไม่ได้เปิดเผย แต่สิ่งมีชีวิตที่ได้ยินว่ามรรคาจารย์จะเทศนาก็รู้กันว่ามรรคาจารย์ออกด่านบำเพ็ญแล้ว โดยเฉพาะเหล่าวิถีบำเพ็ญที่เป็นศัตรูกับวิถีเซียน
เวลานี้ วิถีบำเพ็ญทั้งหลายเริ่มถอยทัพ ไม่มีใครอยากเป็นเหมือนกับวังวนตัณหาทั้งนั้น
มรรคาจารย์สอดมือในสงครามวิถีบำเพ็ญน้อยครั้งมาก แต่หากล่วงเกินจนมากเกินไป ก็ไม่มีใครรับผลที่ตามมาจากการที่มรรคาจารย์ลงมือได้ทั้งนั้น
เป็นเช่นนี้ไป วิถีเซียนกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ทำให้มีสิ่งมีชีวิตมีโอกาสไปฟังมรรคาจารย์เทศนากันมากขึ้น
เวลาร้อยปีเป็นเพียงแค่อึดใจเดียวสำหรับเจียงฉางเซิง เมื่อกล่าวจบ จิตของเขาก็เข้าไปในมหาพิภพจิตจร ผู้ศรัทธาจำนวนนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันแล้ว และยังมีสิ่งมีชีวิตหลั่งไหลกันเข้ามาตลอด
ขณะที่ทุกคนกำลังฮึกเหิมและรอคอยการเทศนาอยู่นั้น ต่างก็ต้องตกตะลึงไปกับภาพอันยิ่งใหญ่ของมหาพิภพจิตจรไปด้วย
มหาพิภพจิตจรกว้างใหญ่ไพศาล แต่จำนวนผู้ศรัทธากลับเกินจริงไปยิ่งกว่า เดิมทีพวกเขาก็คิดว่ามีคนวิถีบำเพ็ญเดียวกันเยอะมากแล้ว แต่วันนี้ได้เห็นถึงได้รู้ว่าสิ่งใดเรียกว่ามหาศาล สิ่งใดคืออิทธิพลของมรรคาจารย์
กุยหลียืนอยู่เหนือทะเลเมฆ มองทุกสรรพชีวิตเบื้องล่าง ตั้งแต่ที่มหามรรคาอนธการเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา นางก็เกิดความเลื่อมใสที่ใกล้กับคำว่าศรัทธาต่อบิดาตนเอง ดังนั้นนางจึงเข้ามายังมหาพิภพจิตจรด้วย ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลที่ความเป็นมนุษย์ของนางเด่นชัดมากขึ้น
เมื่อก่อนเฉยชาก็เพราะนางใกล้ชิดกับทุกสรรพชีวิตไม่ได้ สร้างความสัมพันธ์ไม่ได้ วันนี้อยู่ในมหาพิภพจิตจร นางก็สามารถไปไหนมาไหนได้ทุกที่เหมือนกับสิ่งมีชีวิต
มองในมุมมองของนาง มหาพิภพกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์รวมตัวกันดูคล้ายกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คลื่นที่ซัดสาดขึ้นๆ ลงๆ นั้นก็คือภาพที่เกิดขึ้นจากการที่สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว
แม้แต่นางยังรู้สึกแปลกใหม่ แล้วนับประสาอะไรกับผู้ศรัทธาคนอื่นๆ
เสียงดังอื้ออึงไปทั้งมหาพิภพจิตจร จนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้น ที่นี่จึงได้เงียบลงโดยพลัน
แสงสีทองพุ่งลงมาจากฟ้า ผู้ศรัทธาที่ยังอยู่กลางอากาศเหล่านั้นทยอยกันลงบนพื้น ก่อนจะคารวะมรรคาจารย์ผู้อยู่ในจุดสูงส่ง
มรรคาจารย์ถูกแสงอาทิตย์บดบังใบหน้า แต่ยิ่งลึกลับมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ผู้ศรัทธาใฝ่หา เพราะมองไม่เห็นใบหน้าของมรรคาจารย์ พวกเขาถึงได้จินตนาการภาพมรรคาจารย์ภายในใจตนเองออกมา นั่นคือผู้สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติใดๆ
“ทุกท่าน เตรียมฟังเทศนาเถิด!”
เสียงของเจียงฉางเซิงดังกังวานไปทั้งมหาพิภพจิตจร
ครั้งนี้เขาก็ยังคงเทศนาเรื่องมหามรรคาอนธการ ทว่าต่างจากครั้งก่อน มหามรรคาอนธการในตอนนี้เปลี่ยนรูปร่างไปอย่างสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งยังดูดซับการรู้แจ้งของมรรคาจารย์สามคน จุดนี้จะต้องทำให้เหล่าผู้ศรัทธารู้สึกถึงวิถีเซียนที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน
เป้าหมายของเขาคือให้ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนรู้แจ้งมรรคาของตนเองได้ ไม่ใช่แค่เข้าใจและเลียนแบบเหมือนกับพันมหาโลกา
ไม่ทันไรการเทศนาก็ได้เริ่มขึ้น!
เมื่อเจียงฉางเซิงเริ่มเทศนาในมหาพิภพจิตจร หมื่นโลกของวิถีเซียนก็เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ขึ้น นี่คือปรากฏการณ์แห่งโชคชะตาที่เกิดขึ้นจากการรวมกันของมรรคาสวรรค์และอนธการ
…
เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้น เขาเทศนาเพียงร้อยปี แต่กลับช่วยผู้ศรัทธาทุกคนให้ก้าวขึ้นไปบนเส้นทางแห่งการรู้แจ้งมหามรรคาอนธการ เขามองอนาคตของวิถีเซียนอีกครั้ง ตอนนี้อนาคตได้เปลี่ยนไปอย่างมากแล้ว
กลอุบายเหล่านั้นของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาหายไปแล้ว เผ่าเจียงกับแดนสวรรค์ไม่มีการเดินบนเส้นทางแยกมหามรรคานี้แล้ว
เขามั่นใจว่าเมื่อทุกคนรู้แจ้งมหามรรคาอนธการและมองไปที่มหามรรคาอีกครั้งนั้น ก็จะไม่มีความสงสัยปรากฏขึ้นมาอีก
มหามรรคาทำได้แค่ให้พวกเขารู้แจ้งกฎเกณฑ์บางชนิด แต่อนธการทำให้พวกเขาสร้างมรรคาที่ตนเองต้องการได้ กระทั่งสามารถรวมจุดเด่นของสามพันมหามรรคาไว้ด้วยกันได้
เจียงฉางเซิงเผยรอยยิ้ม จากนั้นจึงเริ่มเลือกรับมรดกความทรงจำของมรรคาจารย์คนถัดไป
เมื่อรับความทรงจำของมรรคาจารย์ทุกคนแล้ว เขาถึงจะถือว่าสืบทอดทุกอย่างของระบบรอดชีวิตมา
ระบบรอดชีวิตที่ว่านั้นก็เป็นเพียงมรดกที่วิถีเซียนสั่งทำขึ้นเพื่อเขาเท่านั้น ถึงอย่างไรภพก่อนเขาก็เป็นผู้พัฒนาเกม
ในมือหงจวิน วิถีเซียนคือหยกก้อนหนึ่ง ในมือฤทธาจารย์ วิถีเซียนคือเทวศาสตรา แต่ในสายตาของเจียงฉางเซิง ก็คือระบบรอดชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อทำให้ผู้รับมรดกสืบทอดมรดกได้ดียิ่งขึ้น
เจียงฉางเซิงเลือกรับมรดกมรรคาจารย์ของหลี่เอ่อร์ต่อ ไม่ทันไรจิตก็เข้าไปในมรดก
หลี่เอ่อร์เป็นศิษย์คนโตของหงจวิน และยังเคยเข้าร่วมในภัยพิบัติสิ้นกัลป์วิถีเซียนมาหลายครั้ง เป็นอัครจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากหงจวิน หลังจากที่วิถีเซียนของหงจวินล่มสลาย เขายังมีชีวิตรอดมาได้ กระทั่งสร้างวิถีเซียนใหม่ขึ้นกลางห้วงสุญญตาอันเปลี่ยวร้าง เพื่อพัฒนาวิถีเซียนยุคนี้แล้วนั้น เขาก็มักจะแปลงกายลงไปยังแดนมนุษย์อยู่เป็นประจำ
ในการฝึกบำเพ็ญของหลี่เอ่อร์ เจียงฉางเซิงได้เห็นโลกในชาติภพก่อนของเขา ตอนนั้นวิถีเซียนอยู่ในช่วงที่อับจนหนทาง ปราณวิญญาณทั่วหล้าแหลกสลาย เผ่ามนุษย์ดาวโลกฝึกบำเพ็ญไม่ได้ ได้แต่ศึกษาวิทยาศาสตร์ ในมุมมองของหลี่เอ่อร์ ในช่วงที่ดาวโลกกำลังจะพังทลายลงนั้น เขาได้ทำการพยากรณ์ครั้งหนึ่ง จากนั้นเลือกที่จะเก็บดวงวิญญาณบางส่วนไว้ในวิถีเซียน นี่ก็เรียกได้ว่าเป็นความเสียดายเสี้ยวเล็กๆ ที่เขามีต่อวิถีเซียนที่เขาสร้างขึ้น
ต่อมาเจียงฉางเซิงถึงได้เข้าใจว่าที่แท้ก็มีหลายคนในดาวโลกที่ได้รับมรดกวิถีเซียน เพียงแต่ว่าคนก่อนหน้าล้วนล้มเหลว จนมาถึงเขา เขาราวกับเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ เดินอยู่บนเส้นทางมรรคาที่รักชีวิตและทำตัวไม่โดดเด่น
หากเจียงฉางเซิงพ่ายแพ้ ระบบรอดชีวิตก็จะปล่อยดวงจิตของผู้ถูกเลือกคนอื่น ให้มารับมรดกวิถีเซียนต่อไปแล้วสร้างวิถีเซียนขึ้นมาใหม่
หากบอกว่าก่อนหน้าหลี่เอ่อร์คือวิถีเซียนเลือกผู้สืบทอดเอง เช่นนั้นหลังจากหลี่เอ่อร์ มรดกของวิถีเซียนก็จะตัดสินตามดวงจิตของหลี่เอ่อร์ เขาเหมือนจะเห็นแล้วว่าตนเองพ่ายแพ้ ดังนั้นถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้
มรรคาจารย์คนถัดไปก็อาจจะคิดว่ามีแค่ตัวเองที่มีความทรงจำของชาติก่อนในช่วงต้นของการฝึกบำเพ็ญ จึงเก็บเป็นความลับมาโดยตลอด ไม่ได้บอกใคร ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่เคยมาถึงระดับขั้นอย่างเจียงฉางเซิงที่เปิดมรดกมรรคาจารย์ได้
เมื่อรับมรดกการบำเพ็ญของหลี่เอ่อร์จบ เจียงฉางเซิงก็ปลงอยู่ในใจ
ฤทธาจารย์ ช่วงสื่อและหงจวินอยู่ห่างไกลจากเขามาก เขาในชาติก่อนอาศัยอยู่ในโลกวิถีเซียนของหลี่เอ่อร์ เห็นโลกที่ตนรักพังทลายลง เขาจึงมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ฝุ่นคืนสู่ฝุ่น ธุลีคืนสู่ธุลี เจียงฉางเซิงจะไม่หยุดแค่นี้ เขาจะต้องนำพาเจตจำจงของเหล่าบรรพชนก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น
การฝึกบำเพ็ญของหลี่เอ่อร์ยาวนานกว่าหงจวิน ทว่าไม่น่าเบื่อ การฝึกบำเพ็ญของเขาผูกพันกับทุกชีวิต เขาชอบถกมรรคา ชอบรับศิษย์ ในยามที่นามคุ้นตาเหล่านั้นปรากฏผ่านสายตาของเจียงฉางเซิง ก็ทำให้เจียงฉางเซิงรู้สึกราวกับได้เป็นสักขีพยานแห่งประวัติศาสตร์
หงจวินฝึกฝนมรรคาสรรค์สร้าง แต่หลี่เอ่อร์ฝึกมรรคาแห่งธรรมชาติ
ในวิชามรรคาธรรมชาติอันเป็นมรดกสำคัญของระบบรอดชีวิต หลักมรรคาของหลี่เอ่อร์มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมาก
เจียงฉางเซิงมองไปยังวิถีเซียนอีกครั้ง วิถีเซียนผ่านไปล้านกว่าปี มหามรรคาอนธการทำให้วิถีเซียนทะยานขึ้นฟ้า พันมหาโลกาเกิดสงครามขึ้นอีกครั้ง เมื่อก่อนวิถีเซียนถูกปิดล้อม บัดนี้วิถีเซียนได้เผยเขี้ยวเล็บของตนเอง เริ่มแก้แค้นวิถีบำเพ็ญที่เคยทำร้ายพวกเขาเหล่านั้นแล้ว
สิ่งมีชีวิตที่ฝึกมหามรรคาอนธการมีมากขึ้น ความเร็วในการเติบโตจึงเพิ่มขึ้นตลอด สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือการเปลี่ยนแปลงด้านศักยภาพของเจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงไม่อาจสอดส่องพันมหาโลกาได้ แต่สามารถสรุปข้อมูลจากทุกอย่างภายในโชคชะตาของวิถีเซียนได้ นั่นก็คือการต่อต้านวิถีเซียนที่กำลังกลายเป็นเสาหลักของพันมหาโลกา วิถีบำเพ็ญปกครองเริ่มสร้างพันธมิตรกันมากขึ้น กระทั่งมีเทพเจ้ามหามรรคาก้าวออกมาประณามว่าวิถีเซียนคือพวกนอกรีต คือมหันตภัยของพันมหาโลกา ภายใต้การนำของเทพเจ้ามหามรรคาเหล่านี้ ทำให้ทุกวิถีบำเพ็ญมองวิถีเซียนเป็นศัตรูกันมากขึ้น แน่นอนว่าก็มีวิถีบำเพ็ญที่คิดจะใช้โอกาสนี้หาผลประโยชน์จากวิถีเซียนเช่นกัน
วิถีเซียนในตอนนี้ไม่ใช่วิถีบำเพ็ญไร้ชื่อเสียงอีกแล้ว วิถีบำเพ็ญจำนวนมากมาเยือนวิถีเซียน ยิ่งรู้จักวิถีเซียนพวกเขาก็ยิ่งหวาดกลัว เพราะศาสตร์ของวิถีเซียนครอบคลุมทุกอย่าง หลังจากที่สิ่งมีชีวิตจากวิถีบำเพ็ญพวกเขาได้สัมผัสก็หลงใหลได้ง่ายมาก
เมื่อได้ข่าวว่าเทพเจ้ามหามรรคาเหล่านี้ก้าวออกมาแล้ว เจียงฉางเซิงก็รู้ได้ว่าหลังจากนี้วิถีเซียนจะต้องอยู่ในความโกลาหลไปอีกนาน
ด้วยความแข็งแกร่งของวิถีเซียนจึงยากที่จะถูกทำลายลงในเวลาอันสั้นได้
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธบรรลุขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาลแล้ว มีเขากับเต้าคุนหลุน กุยหลี อัครจักรพรรดิเซียนอู่จี้และเจียงอี้อยู่ เท่านี้ก็รับมือกับปัญหาส่วนใหญ่ได้แล้ว
เจียงฉางเซิงตัดสินใจรับสืบทอดมรดกมรรคาจารย์ต่อ
ต่อไปคือไท่สื่อ!
เขาสงสัยว่าทวนปฐมนิพพานเกี่ยวข้องกับไท่สื่อ ต่อมาการคาดเดานี้ก็ได้รับการยืนยัน
ตั้งแต่ที่วิถีเซียนของหลี่เอ่อร์ถูกทำลาย พันมหาโลกาก็ถือกำเนิดขึ้น ไท่สื่อเกิดขึ้นกลางห้วงสุญญตาของพันมหาโลกา ชีวิตของเขาสั้นมาก วิถีเซียนของเขาก็ไม่รุ่งเรืองเท่าวิถีเซียนมหาฤทธิ์ และยิ่งเทียบไม่ได้กับวิถีเซียนของหงจวินและเจียงฉางเซิง แต่ในช่วงจุดสูงสุดของเขาก็เคยไปเยือนปฐมบรรพกาล ได้รับพลังต้นกำเนิดเสี้ยวหนึ่งจากปฐมบรรพกาล นี่ก็คือต้นกำเนิดของทวนปฐมนิพพานนั่นเอง
เมื่อเจตจำนงมหามรรคามาถึง ไท่สื่อไม่อาจต่อกรได้แม้แต่น้อย เขาจึงฝากความหวังไว้ที่ทวนปฐมนิพพาน จากนั้นเขาก็จบชีวิตตัวเอง หลอมรวมตบะและโชควาสนาในร่างของเขาเข้าไปในทวนปฐมนิพพาน สร้างยอดสมบัติกำเนิดมรรคาชิ้นแรกขึ้นมาในประวัติศาสตร์ของวิถีเซียน
นี่ก็คือบทสรุปของไท่สื่อ
หลังจากที่เจียงฉางเซิงดูจบก็รู้สึกหน่วงอยู่ในใจ
มรรคาจารย์ทุกคนล้วนฝากบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ให้วิถีเซียน แล้วเจียงฉางเซิงล่ะฝากอะไรเอาไว้ได้บ้าง?
อนธการ?
ไม่ได้!
ข้าจะมีความคิดเช่นนี้ไม่ได้!
เขาจะต้องทำสำเร็จ!
วิถีเซียนเวียนว่ายไม่รู้จบ ไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุด แต่เมื่อมาถึงเขาก็จะต้องหลุดพ้นจากพันธนาการของมรรคาให้ได้!
วิถีเซียนของช่วงสื่อ นั่นคือกฎเกณฑ์ของทุกอย่าง ตอนนี้ได้แต่ยื้อลมหายใจต่อไปอยู่ใต้มรรคา นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจียงฉางเซิงยอมรับได้เลย
……………….