เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 782 มหามรรคาแพ้มรรคาสวรรค์
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 782 มหามรรคาแพ้มรรคาสวรรค์
หลังเงียบไปช่วงสั้นๆ ทั่วทั้งวิถีเซียนก็ส่งเสียงตะโกนโห่ร้องดังสะท้านฟ้า
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ! มรรคาจารย์เป็นผู้ไร้พ่าย!”
“ฮ่าๆๆๆ ก่อนหน้านี้ข้ายังสงสัยว่าเป็นภาพลวงตาแห่งมหามรรคา ไม่นึกเลยว่าจะเป็นความจริง รนหาที่ตายชัดๆ ไม่อยากเชื่อว่าจะกล้าท้าทายมรรคาจารย์!”
“ประมุขแห่งนับอนันต์ ผู้แข็งแกร่งที่สุดในพันมหาโลกาหรือ น่าขำสิ้นดี!”
“นั่นคือพลังจุดสูงสุดของวิถีเซียนหรือ ช่างน่ากลัวเสียจริง…”
“ประมุขแห่งนับอนันต์แข็งแกร่งมากนะ อย่างน้อยข้าก็จินตนาการไม่ได้ว่าระดับขั้นของเขาแข็งแกร่งเพียงใด แต่ประมุขแห่งนับอนันต์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับมรรคาจารย์เพียงแค่กระบวนท่าเดียว”
“มรรคาจารย์ก็ยังคงปกป้องพวกเราอยู่ นี่คือการทดสอบของพวกเรา หากผ่านหายนะครั้งนี้ไปได้ วิถีเซียนก็จะก้าวข้ามวิถีเซียนยุคโบราณ เป็นเจ้าปกครองพันมหาโลกา!”
ก่อนหน้านี้ประมุขแห่งนับอนันต์สร้างแรงกดดันให้กับชาววิถีเซียนมากเพียงใด ตอนนี้ชาววิถีเซียนก็ตื่นเต้นดีใจมากเท่านั้น
หน้าตำหนักเมฆาม่วง
ไป๋ฉีโล่งอก ตบหน้าอกพลางยิ้มลำพองใจ “ข้าก็บอกแล้ว นายท่านจะแพ้ได้อย่างไรกัน”
มู่หลิงลั่วก็ยิ้มเช่นกัน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
ตั้งแต่ที่นางรู้จักกับเจียงฉางเซิงมา อย่าว่าแต่พ่ายแพ้เลย ไม่เคยมีศัตรูคนใดทำให้เจียงฉางเซิงตกที่นั่งลำบากได้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งเพียงใด ขอแค่เขาลงมือเองก็จะสามารถบดขยี้ศัตรูด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุด
ขณะเดียวกัน ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนที่ชายแดนวิถีเซียนบ้าคลั่งกันยิ่งกว่าเดิม พวกเขาออกรบตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ภายในใจรู้สึกคับแค้นใจ วันนี้ได้เห็นความแข็งแกร่งของมรรคาจารย์ พวกเขาต่างรู้สึกเหมือนได้ระบายอย่างเต็มที่ และที่สำคัญกว่านั้นก็คือพลังที่มีชื่อว่าความหวังได้ผุดขึ้นมาในใจของพวกเขาอีกครั้ง
“แม้แต่ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดในพันมหาโลกายังเอาชนะเจ้าไม่ได้…”
บนยอดเขาลูกหนึ่ง เงาร่างสูงใหญ่กำลังมองท้องฟ้าพลางพูดงึมงำกับตัวเอง
เขาก็คือฤทธาจารย์ เขาแปลงกายเป็นผู้บำเพ็ญเซียนแทรกซึมเข้ามาในวิถีเซียน ตลอดหลายปีมานี้เขาแอบช่วยวิถีเซียนอยู่ตลอด แต่เขาไม่กล้าเผยพลังมหามรรคาของตัวเอง ดังนั้นการช่วยเหลือของเขาจึงเล็กน้อยมาก
เขาเคยต่อสู้กับประมุขแห่งนับอนันต์และเจียงฉางเซิงมาแล้ว ทั้งสองคนสร้างแรงกดดันให้กับเขาหนักมาก ทำให้เขาคาดเดาไม่ได้สักนิด
ก่อนหน้านั้น เขาคิดว่าประมุขแห่งนับอนันต์แข็งแกร่งกว่าเจียงฉางเซิง ถึงอย่างไรประมุขแห่งนับอนันต์ก็อยู่มานานกว่า ทั้งยังครอบครองสามพันมหามรรคา
แต่เขาไม่คิดเลยว่าประมุขแห่งนับอนันต์จะพ่ายแพ้ให้กับเจียงฉางเซิงเพียงกระบวนท่าเดียว…
ตอนนี้ เขาถึงได้เข้าใจแล้วว่าครานั้นเจียงฉางเซิงเมตตากับเขามากเพียงใด
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ฤทธาจารย์ก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาก่อนจะยิ้มปล่อยวาง
บางทีนี่ก็อาจจะเป็นมรรคาจารย์ที่ทุกสรรพชีวิตต้องการก็ได้!
ไกลออกไป ทัณฑ์ริษยาได้เห็นมรรคาจารย์สังหารประมุขแห่งนับอนันต์กับตาทุกช่วงเวลา แม้เขาจะตกใจอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหลือเชื่ออะไร เพราะในมุมมองของเขา มรรคาจารย์สามารถต่อกรกับปฐมบรรพจารย์มหามรรคาได้ ไม่ใช่คนที่ประมุขแห่งนับอนันต์จะเอาชนะได้เลย
เพียงแต่ว่าเมื่อเขานึกย้อนกลับไปถึงการต่อสู้ก่อนหน้านี้แล้วก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
แค่โจมตีตามอำเภอใจครั้งเดียว กลับทำให้เขารู้สึกว่าร่างแห่งเจตจำนงของตนจะหายไปด้วย นี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว!
…
“ไม่มีทาง!”
ประมุขวิถีบ่วงพันธนาตะโกนด้วยความโกรธ เสียงประหนึ่งฟ้าผ่าดังกึกก้องไปทั้งห้วงสุญญตา และยังเป็นการดึงสติของเจียงอี้และข่งเชวียกลับมาด้วย
ทั้งสองคนยิ้มออก ไม่รู้สึกกดดันอีกแล้ว
“นี่คือผู้แข็งแกร่งที่สุดของพันมหาโลกาหรือ ดูแล้วมหามรรคาก็คงจะสู้มรรคาสวรรค์ไม่ได้หรอก!”
เจียงอี้ยิ้มอย่างโอหัง แม้จะเสียดวงเนตรมหามรรคาไป แต่หลังพักสักครู่พลังอาคมของเขาก็ฟื้นกลับมาอีกครั้ง จิตต่อสู้ของเขาปะทุขึ้น แล้วถือหอกเทพพุ่งเข้าใส่ประมุขวิถีบ่วงพันธนา
ขณะเดียวกัน ทั่วทั้งวิถีเซียนก็เกิดพลังที่แข็งแกร่งปะทุขึ้นเช่นกัน เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ถูกความแข็งแกร่งของมรรคาจารย์กระตุ้นจนเลือดร้อนพร้อมระบายใส่ศัตรู
“มหามรรคาสู้มรรคาสวรรค์ไม่ได้รึ โอหัง!”
ประมุขวิถีบ่วงพันธนาตะโกนด้วยความโกรธ หมอกสีเทาสลายหายไป เขากระโดดขึ้นมา ยกมือขวาขึ้นรวมกฎเกณฑ์มหามรรคาไว้ที่ตัวเอง
ในขณะที่เจียงอี้บุกเข้ามาอย่างดุดันนั้น ควันดำรอบตัวเขาพลันปะทุขึ้น ห้วงสุญญตาสั่นสะเทือน พลังแห่งมหามรรคาแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรมก่อนจะชนกับเจียงอี้
พลังอาคมทั้งตัวเจียงอี้ถูกสะเทือนกระจายออก เขากัดฟันต้านไว้ ข่งเชวียพุ่งมาจากข้างหลัง เอามือกดไหล่เขาไปข้างหน้า จากนั้นน้าวสายธนูพร้อมกับยิงอภินิหารเจ็ดสาย แสงเทพที่มีพลังอาคมต่างกันพุ่งเข้าไปผนึกประมุขวิถีบ่วงพันธนาเอาไว้
ตู้ม!
ประมุขวิถีบ่วงพันธนาใช้พลังแห่งมหามรรคาต่อต้าน ดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งปรากฏขึ้นมาท่ามกลางควันดำ เขากดเสียงต่ำลงตะโกนด้วยความโมโห
“ไม่พอ! ยังไม่พอ! ข้าต้องการพลังที่เหนือกว่าประมุขแห่งนับอนันต์!”
ข่งเชวียขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดอยู่กับใคร
เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในความคิดของข่งเชวีย ซึ่งไม่ใช่แค่เขา ชาววิถีเซียนทุกคนต่างก็ได้ยิน
“ข้าไม่ได้อยู่ที่พันมหาโลกาจริงๆ ข้าต่อกรกับเจตจำนงมหามรรคาได้ แต่สิ่งที่ทุกท่านต้องเผชิญคือมหันตภัยที่มากับพันมหาโลกา ข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน หวังว่าผู้บำเพ็ญเซียนทุกท่านจะปกป้องวิถีเซียนเอาไว้ ปกป้องฐานรากของพวกเรา!”
นี่คือเสียงของเจียงฉางเซิง น้ำเสียงเขายังคงเรียบเฉย แต่กลับสร้างความมั่นใจอันแรงกล้าให้กับทุกคน
มีมรรคาจารย์อยู่ วิถีเซียนจะไม่มีวันตาย!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ข่งเชวียกับเจียงอี้ก็เหมือนถูกกระตุ้น ยิ่งทวีความบ้าคลั่งกันมากขึ้น
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของมรรคาจารย์ ผู้บำเพ็ญเซียนที่ออกรบได้รับการปลุกใจ ขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ตอนนี้ พลังของทั้งวิถีเซียนพลันเปลี่ยนไป!
วิถีเซียนที่เคยเปล่งประกายแสงสว่างไสวได้กลับมาอีกครั้งแล้ว!
…
โลกประสานมรรคา
เจียงฉางเซิงนั่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา สายตามองไปที่ดวงวิญญาณหนึ่งกลางฝ่ามือ
เสี้ยวดวงวิญญาณของประมุขแห่งนับอนันต์!
ตอนนี้ ประมุขแห่งนับอนันต์อยู่ในอาการเหม่อลอย เขายังไม่ได้สติกลับมาจากความพ่ายแพ้ของตัวเอง
เขาใช้เวลาไปตั้งกี่ปีเพื่อแสวงหาสามพันมหามรรคา
แสนล้านปี?
ล้านล้านปี?
เขาจำไม่ได้แล้ว นี่คือความยึดมั่นของเขา คิดว่าเมื่อควบคุมสามพันมหามรรคาแล้วจะหลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่ง กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด แต่ในการต่อสู้กับมรรคาจารย์นั้น…
เขาเป็นเหมือนคนธรรมดาที่ท้าทายเทพเซียนโลกเบื้องบน ความต่างนั้นมหาศาลจนแม้แต่เขาเองก็ยังไม่กล้าจินตนาการ
เจียงฉางเซิงไม่ได้ปลอบเขา ที่ไว้ชีวิตเขาก็เพราะเห็นแก่ที่ภายในใจเขายังมีความเมตตาอยู่บ้าง แม้คำพูดก่อนหน้านี้จะโอหังอวดดี แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะฆ่าล้างบางวิถีเซียนจนสิ้นซาก จุดนี้เองที่ทำให้เจียงฉางเซิงมองเขาสูงขึ้น
แต่ในเมื่อเป็นศัตรูกัน เช่นนั้นก็ไม่มีหลักการที่จะต้องปล่อยกันไป!
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้นส่งเสี้ยวดวงวิญญาณของประมุขแห่งนับอนันต์เข้าไปในมหามรรคาอนธการ
ประมุขแห่งนับอนันต์ขยับตัวไม่ได้ เขามองมรรคาจารย์ที่ค่อยๆ ห่างออกไปไกลขึ้น พูดอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่มีความคิดที่จะขอชีวิตด้วยเช่นกัน
เมื่อปราณสีม่วงอนธการล้อมรอบตัวเขา ในขณะที่กำลังจะกลืนกินเขาไปทีละนิดนั้น เขาก็หลับตาลงช้าๆ รอรับชะตากรรมของตนเอง
เจียงฉางเซิงเลือกที่จะรับสืบทอดมรดกมรรคาจารย์ต่อ
แม้แต่ประมุขแห่งนับอนันต์ยังฝ่ามาถึงโลกประสานมรรคาได้ เขากล้าฟันธงเลยว่าอีกไม่นาน ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก็จะต้องมาด้วยเช่นกัน
อีกแค่นิดเดียวเขาก็จะรับมรดกมรรคาจารย์ทุกคนครบแล้ว!
…
ข่าวที่มรรคาจารย์สังหารประมุขแห่งนับอนันต์แพร่ไปในพันมหาโลกาอย่างรวดเร็ว วิถีบำเพ็ญปกครองยังตกตะลึงกันถ้วนหน้า เพราะมีเพียงวิถีบำเพ็ญปกครองเท่านั้นที่รู้ความเป็นมาของประมุขแห่งนับอนันต์ นั่นคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในพันมหาโลกาอย่างแท้จริง แต่ไม่นึกเลยว่าจะตายด้วยน้ำมือของมรรคาจารย์!
เวลานี้ เริ่มมีวิถีบำเพ็ญถอนกำลังกันมากขึ้น ไม่กล้าโจมตีวิถีเซียนกันง่ายๆ
ความแค้นที่วิถีเซียนสั่งสมมานานหลายปีได้ปะทุขึ้น พวกเขาไม่หดหัวอยู่ในกระดองอีก เพราะพวกเขารู้ว่าต่อให้พวกเขาปล่อยวางความแค้นลง วิถีบำเพ็ญเหล่านั้นก็เคยไม่เคยปล่อยพวกเขาไปเลย อีกทั้งพวกเขายังคิดที่จะแก้แค้นด้วย!
ไฟสงครามระเบิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นการโต้กลับอย่างบ้าคลั่งจากทางวิถีเซียน
ผู้ยิ่งใหญ่เริ่มปรากฏตัวที่พันมหาโลกากันเยอะขึ้น สร้างชื่อเสียงและบารมีของตนเองขึ้นมา หนึ่งในนั้นยังรวมถึงกุยหลี นางปฏิบัติหน้าที่ในนามของมรรคาสวรรค์ บุกฝ่าไปทั่วทั้งสมรภูมิรบ การปรากฏตัวของนางยังทำให้ชาววิถีเซียนคิดว่ามรรคาจารย์ลงมือ ขวัญกำลังใจจึงเพิ่มขึ้นมาก
ประมุขวิถีบ่วงพันธนารั้งเจียงอี้กับข่งเชวียเอาไว้ได้ แต่เมื่อกุยหลีลงมือ เขาก็พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ แดนสวรรค์เริ่มเตรียมแผนการกวาดล้างวิถีบ่วงพันธนา
สิ่งที่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงก็คือเจียงอี้กลับมารักษาตัวที่เผ่าเจียง แม้จะเป็นนักบุญมรรคาสวรรค์ แต่ดวงเนตรมหามรรคาของเขาก็ไม่อาจฟื้นฟูได้ ทำให้ทั้งเผ่าเจียงถูกปกคลุมไปด้วยเงามืด เพราะนี่คือดวงเนตรมหามรรคาที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าเจียง ไม่รู้ว่ามรรคาจารย์จะชิงคืนกลับมาจากประมุขแห่งนับอนันต์ได้หรือไม่
ในช่วงเวลาต่อมา ราชันเซียนกาลเวลาได้บรรลุขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาล ช่วยให้อำนาจของวิถีเซียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก!
วิถีเซียนยิ่งไม่อาจหยุดยั้งขึ้นไปอีก!
จนกระทั่งวันหนึ่งในอีกสามล้านปีให้หลัง ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนที่กำลังพาเหล่าลูกศิษย์ท่องห้วงสุญญตาราวกับรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ใบหน้าเขามีความตื่นกลัวขึ้นมา
“ความรู้สึกเช่นนี้มัน…เป็นเขา!”
ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนนึกไปถึงตอนที่นำกองกำลังโจมตีมหามรรคาแล้วเงาร่างลึกลับนั้นมาเยือน
เขาคิดว่านั่นคือร่างแยกของเจตจำนงมหามรรคา!
ถ้าเป็นเจตจำนงมรรคามาเอง นั่นก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว!
ขณะเดียวกัน
ทัณฑ์ริษยาที่อยู่ไกลถึงโลกประสานมรรคาทำตาโต เขารีบตะโกนเรียก “มรรคาจารย์! เจ้ากำเนิดทัณฑ์ไปโผล่ที่พันมหาโลกาแล้ว!”
เจียงฉางเซิงกำลังรับสืบทอดความทรงจำมรรคาจารย์ จึงไม่ได้ตอบกลับ
ทัณฑ์ริษยารู้สึกว้าวุ่นใจ เขากลัวว่าหากวิถีเซียนถูกทำลายแล้วจะส่งผลกับพลังรบของมรรคาจารย์ แต่ตอนนี้เขากลับทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย
เขาต้องมองไปที่พันมหาโลกา เขาเป็นหนึ่งในเจตจำนงมหามรรคา ต่อให้ไม่อยู่ที่พันมหาโลกาก็สอดส่องพันมหาโลกาได้
ใช่อย่างที่คิด!
กำเนิดทัณฑ์ปรากฏตัวแล้วจริงๆ อีกทั้งยังนำเจตจำนงของตนเองมาด้วย
เขามาปรากฏตัวที่หน้าต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา มองทั้งวิถีเซียนจากเบื้องบน
“พวกตัวแปรที่กล้าท้าทายมหามรรคา จงเตรียมรับไฟโทสะของมหามรรคาเสียเถิด!”
น้ำเสียงของกำเนิดทัณฑ์เย็นเยียบ ทั่วทั้งตัวเขาแผ่กลิ่นอายสีแดงเข้มออกมา มองเห็นร่างจริงไม่ชัด ชวนให้รู้สึกตื่นตระหนก
ผู้ยิ่งใหญ่สิบกว่าคนอย่างราชันเซียนกาลเวลา เต้าคุนหลุน ข่งเชวีย ปฐมาจารย์หมื่นพุทธ อัครจักรพรรดิเซียนอู่จี้และหวงจิงเจวี๋ย เป็นต้น ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ล้อมรอบเขาไว้ แม้แต่มู่หลิงลั่วก็มาด้วย
พลังของกำเนิดทัณฑ์แข็งแกร่งมากจริงๆ แข็งแกร่งจนแม้แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าลงมือง่ายๆ
ทัณฑ์ริษยาถอนหายใจ ไม่กล้าดูต่อแล้ว
ความแข็งแกร่งของกำเนิดทัณฑ์ในตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ประมุขแห่งนับอนันต์จะเทียบได้แล้ว!
ประมุขแห่งนับอนันต์จะแข็งแกร่งเพียงใดก็เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงของมหามรรคาเท่านั้น!
สถานการณ์เป็นอย่างที่พวกเขาคาดเดา ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกำเนิดทัณฑ์ แต่โชคดีที่ตรงนี้คือจุดที่โชคชะตามรรคาสวรรค์เข้มข้นมากที่สุด มีโชคชะตามรรคาสวรรค์คุ้มครอง แม้พวกเขาจะสลายเป็นเถ้าถ่านก็ฟื้นคืนชีพมาได้อย่างรวดเร็ว รวมกายเนื้อขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้ง
กุยหลีพลันปรากฏตัวขึ้นและเข้าร่วมการต่อสู้ พลังของนางยังทำให้ทัณฑ์ริษยาตกใจ
ไม่นึกเลยว่าสตรีผู้นี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้!
ทัณฑ์ริษยามองปราณสีม่วงอนธการจากรอบทิศ มหามรรคาอนธการนี้มีพลังแบบใดกันแน่ถึงทำให้สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งแข็งแกร่งได้ขนาดนี้
กุยหลีใช้มหามรรคาอนธการต่อสู้กับกำเนิดทัณฑ์ แต่สุดท้ายก็ยังเอาชนะความแข็งแกร่งของเจตจำนงมหามรรคาไม่ได้
หลังถูกสังหารร่างแยกมรรคาสวรรค์อยู่หลายครั้ง พลังของกุยหลีก็เริ่มลดลง
สลับไปที่กำเนิดทัณฑ์ เขาเหมือนกำลังหยอกล้ออยู่อย่างไรอย่างนั้น สายตาของเขาปรายไปที่ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาตลอดเวลา
เหนือต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา ร่างแยกผานกู่สองพันกว่าร่างตั้งทัพแล้ว รวมกันขึ้นมาเป็นร่างมายาผานกู่
กำเนิดทัณฑ์เห็นร่างมายาผานกู่ร่างสูงใหญ่กลับเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะพูดงึมงำกับตนเอง “ในที่สุดก็มาสักที!”
…………………