เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 863 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (2)/ตอนที่ 864 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (3)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 863 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (2)/ตอนที่ 864 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (3)
ตอนที่ 863 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (2)
ริ้วรอยของฮูหยินผู้เฒ่าล้วนกำลังสั่นเทา ดวงตาขุ่นมัวของนางสว่างขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ซาบซึ้งราวกับจะร้องไห้ออกมา
หลัวลี่ลูบศีรษะเล็กๆ “ท่านย่า ท่านเป็นอะไรกันแน่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลับตาลง อารมณ์ของนางค่อนข้างควบคุมไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงอย่างร้ายกาจ
ฮ่องเต้แคว้นหลิวอวิ๋น...
นางเป็นลูกสาวของฮ่องเต้แคว้นหลิวอวิ๋น?
สักพักฮูหยินผู้เฒ่าก็ลืมตาขึ้น เสียงของนางสั่นเครือ “เจ้าบอกว่าแม่นางเสี่ยวชิงเป็นองค์หญิงแคว้นหลิวอวิ๋น? ลี่เอ๋อร์ บอกย่ามาคำพูดนี้จริงหรือไม่ ใช่หรือไม่!”
หลัวลี่เอียงศีรษะ “อนุตระกูลมู่เป็นคนพูด เสี่ยวชิงก็ไม่ได้ปฏิเสธ คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงกระมัง”
ริมฝีปากฮูหยินผู้เฒ่าสั่นน้อยๆ แต่กลับพูดไม่ออกเสียแล้ว น้ำตาไหลลงจากใบหน้าแก่ชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอย สักพักก็ปกคลุมทั่วทั้งหน้าของนาง
เทียนหยา…
ลูกชายของท่านสู่ขอภรรยามีลูกสาวแล้ว
หลานสาวของท่านก็โตถึงเพียงนี้แล้ว
นางยอดเยี่ยมมาก เหมือนกับท่านในตอนนั้น
“ท่านย่า” หลัวลี่ตื่นตระหนก “แคว้นหลิวอวิ๋นมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลหลัวของพวกเราใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม
ตั้งแต่ท่านพ่อขัดแย้งกับนางเพื่อฉินเสี่ยวเย่ว์นางก็ไม่ดีใจเช่นนี้เลย
ทว่าครั้งนี้หลัวลี่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าท่านย่าดีใจมากจริงๆ
“ลี่เอ๋อร์ แม่นางเสี่ยวชิงเป็นคนไม่เลว จำเอาไว้ ต่อไปไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรก็ต้องยืนอยู่ข้างนาง”
“เพราะอะไร?”
หลัวลี่ไม่เข้าใจ ท่านย่าชื่นชอบเสี่ยวชิงทว่าก่อนหน้านี้นางไม่มีทางแน่วแน่มั่นคงเช่นนี้ ดังนั้นหลัวลี่มั่นใจว่าจะต้องมีเรื่องบางเรื่องที่นางไม่รู้
เพราะอะไร?
สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ในภวังค์
เพราะว่า ตระกูลหลัวติดค้างเทียนหยา!
ถ้าไม่ใช่ตอนนั้นตาเฒ่าจะช่วยเทียนหยาเลยตัดสินใจเอาเอง เขาก็ไม่ต้องดำดิ่งลงไปทั้งตัวถูกคนจับไปข่มขู่เทียนหยา
เทียนหยาเป็นคนให้ความสำคัญกับมิตรสหายเช่นนี้จะนั่งยิ่งดูดายไม่สนใจตาเฒ่าได้อย่างไร?
ดังนั้นนี่กำหนดไว้แล้วว่าตระกูลหลัวติดค้างพวกเขา
“ลี่อ๋อร์ มีเรื่องบางเรื่องที่เจ้าไม่ต้องรู้” ฮูหยินผู้เฒ่าลูบศีรษะเล็กๆ ของหลัวลี่ “ไม่เช่นนั้นล้วนไม่เป็นผลดีทั้งต่อเจ้าและต่อแม่นางเสี่ยวชิง”
เหตุใดเทียนหยาจึงไม่กล้าใช้ชื่อนี้ปรากฏตัว?
ก็เพราะเขาเข้าใจ เพื่อประชาชนในใต้หล้าเขาผิดใจกับผู้คนไม่น้อย
หากให้คนในใต้หล้ารู้ว่านางเป็นหลานสาวของเทียนหยา คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะลงมือกลับราชวงศ์แคว้นหลิวอวิ๋น
หัวใจหลัวลี่สั่นสะท้าน ดูเหมือนนางจะสังเกตเห็นบางอย่างกำหมัดแน่น
“มีคนจะทำร้ายเสี่ยวชิงใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไม่พูด
หลัวลี่ถามต่อ “ในเมื่อเสี่ยวชิงเป็นองค์หญิงแคว้นหลิวอวิ๋น เช่นนั้นนางก็เป็นคนโลกปุถุชน ในโลกนี้ไม่ใช่ว่ามีกฏข้อบังคับหรือ? พวกเขากล้าลงมือกับนางหรือ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้า “นางก้าวเข้ามาในโลกสันโดษแล้ว”
หากเฟิงหรูชิงกับหนานเสียนแห่งตระกูลมู่นั่นมีความสัมพันธ์กันจริงละก็ นางก็นับไม่ได้ว่าเป็นคนของโลกปุถุชน
คนในครอบครัวเพียงมีคนหนึ่งคนใดก้าวเข้าไปในโลกสันโดษ ข้อบังคับนี้ก็ไม่มีผลอีก
ศัตรูของเทียนหยามีเยอะเกินไป เรื่องบางเรื่องแม้แต่หลานสาวนางยังไม่กล้าบอกแม้แต่คำเดียว เกรงว่าจะนำพาภัยพิบัติไปให้คนในครอครัวของเทียนหยา
“แต่…ความสัมพันธ์ของเสี่ยวชิงกับกู้อีอีดีเช่นนี้ มีจวนเทียนเสินปกป้องนางใครจะกล้าทำร้ายนาง?” หลัวลี่เงยหน้าเล็กๆ สีหน้าดื้อรั้น
รอยยิ้มของฮูหยินผู้เฒ่าหายไปอย่างจนใจ นางหนูนี่ยังไร้เดียงสาเหมือนเดิม
“ลี่เอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ ไม่ว่าตระกูลมู่จะร้ายกาจอย่างไรฝูจู่ก็ไม่มีทางลงมือ?”
……………………
ตอนที่ 864 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (3)
“เพราะอะไร?”
“เพราะว่าปรมาจารย์ไห่หรงที่เขากับปรมาจารย์เฉียนคุนของตระกลูฝูจู่ไม่เหมือนกันก็คือ ปรมาจารย์เฉียนคุนแตกฉานในวิชาแพทย์ยิ่งนักแต่พลังกลับไม่ได้แข็งแกร่งมาก แต่ปรมาจารย์ไห่ หรง…ฝึกตบะกล้าแกร่ง” หลัวเหล่าไท่ไท่ลูบศีรษะหลัวลี่ “ดังนั้นแม้ว่าผู้เฒ่าตระกูลมู่จะป่วยหนักอยู่กับเตียง ฝูจู่อย ย่างมากก็แค่ไม่พอใจตระกูลมู่โวยวายเสียหน่อย ไม่มีทางลงโทษตระ ะกูลมู่จริงๆ”
ทำให้ตระกูลมู่เสียชื่อเสียง ด้วยนิสัยของปรมาจารย์ไห่หรงเขาไม่มีทางลงมือ และไม่มีทางก้าวออกมาเพื่อตระกูลมู่
มู่หลิงรู้ซึ้งในข้อนี้ดี เขาถึงได้รีบร้อนจัดงานแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ให้หนานเสียน ที่เขาต้องการไม่ใช่ความปลอดภัยของชีวิตตระกูลมู่แต่เป็นอำนาจ ข้อนี้ปรมาจารย์ไห่หรงไม่อาจ ให้เขาได้ และก็ด้วยเหตุนี้ฝูจู่จึงถอนหมั้นต่อหน้าทุกคน ปฏิเสธตระกูลมู่ไว้ภายนอกแต่กลับไม่ทำร้ายชีวิตคนตระกูลม มู่
หากมีเรื่องถึงชีวิตปรมาจารย์ไห่หรงย่อมต้องยื่นมือเข้ามา
“ข้ายกตัวอย่างง่ายๆ ชื่อของเทียนหยาในโลกสันโดษไม่มีใครไม่รู้ เบื้องหลังเขาไม่มีกองกำลังใดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนบุกค่ายศัตรูด้วยตัวคนเดียว” หลัวเหล่าไท่ไท่ยิ้มอย่างขมขื่น “ “ “จวนเทียนเสิน หลิงเสินเหมิน พรรคเภสัชเทพสามกองกำลังที่ใหญ่ที่สุด ก็เพราะว่าความยิ่งใหญ่ของกองกำลังนี่แหละถึงได้ช ชื่อเสียงดังไปทั้งใต้หล้า”
“แต่มีผู้แข็งแกร่งบางคนไม่สนใจชื่อเสียงและก็ไม่ยินดีจะสร้างกองกำลังใด ๆ พวกเขายังคงอยู่ตัวคนเดียว ก็เหมือนกับเทียนหยาในตอนนั้น ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มีอยู่มากยิ่งนัก”
บางคนคิดว่าสร้างกองกำลังขึ้นมาจะเป็นตัวถ่วงต่อก้าวย่างในการฝึกตบะของเขา ดังนั้นจึงได้ไปหาที่ ที่สะอาดบริสุทธิ์ฝึกตบะ
บนแผ่นดินใหญ่ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มีอยู่เยอะมาก
พวกเขาหลบตัวจากโลกภายนอกดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ชื่อพวกเขา และสร้างความคิดที่ว่าทั้งสามกองกำลังนั้นแข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา
หลัวลี่เข้าใจแล้ว
ความหมายของท่านย่าก็คือ หากมีคนต้องการทำร้ายเสี่ยวชิง ฝูจู่ก็ไม่แน่ว่าจะปกป้องนางได้
“ยิ่งไปกว่านั้น โลกใบนี้ยังมีที่ ที่เจ้าไม่รู้จัก” ท่าทางหลัวเหล่าไท่ไท่ยิ่งจนใจกว่าเดิม “ที่ที่เทียนหยาไปนั้นเป็นโลกที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถสัมผัสได้ จากที่ได้ย ย ยินไม่ว่าใครที่เข้าไปข้างในแล้วล้วนไม่ได้กลับมา”
“ตอนนั้นคนคนหนึ่งใช้วิธีลับบังคับวิญญาณออกมาแล้วจึงเข้าไปในโลกนั้น จนกระทั่งหลายปีต่อมาป้ายวิญญาณของเขาแตกสลาย ทุกคนจึงได้รู้ว่าเขาตายในโลกนั้นแล้ว แต่ว่าหลังจากคนคนน น นั้นตายไปแล้วก็ทิ้งไว้ประโยคหนึ่งไว้ให้วิญญาณที่เหลือไว้”
“เขาให้ลูกศิษย์ในพรรคทุกคนห้ามก้าวเข้าไปในโลกนั้น! นี่คือกฎของพรรคคนที่ฝ่าฝืนต้องถูกขับออกจากพรรค!”
“เช่นเดิมไม่มีใครรู้ว่าโลกนั้นเป็นอย่างไร แต่หากมิได้โหดร้ายเหตุใดคนคนนั้นต้องพูดประโยคนี้ออกมา? ฉะนั้นลี่เอ๋อร์โลกใบนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก ที่ที่พวกเราสามารถย่างก้าวไปเป ป ป็นเพียงมุมเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็ง ผู้ที่เจ้าคิดว่าแข็งแกร่งบางทีอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งจริง”
หลัวลี่ไม่พูดอะไรฟังคำของหลัวเหล่าไท่ไท่เงียบๆ
ถ้าไม่ใช่หลัวเหล่าไท่ไท่เป็นคนพูดนางก็คิดว่าสามกองกำลังใหญ่นี้แข็งแกร่งที่สุด กู้สื่อในฐานะฝูจู่ของจวนเทียนเสินจะต้องสามารถปกป้องเสี่ยวชิงได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้นางถึงได้เข้าใจว่าความคิดของตัวเองนั้นไร้เดียงสาเพียงใด
“ท่านย่า ข้าเข้าใจแล้ว” หลัวลี่เงยศีรษะเล็กๆ ขึ้น นัยน์ตาส่องแสงเจิดจ้า “โลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงนี้ผู้แข็งแกร่งมีมากมายนับไม่ถ้วน วันหน้าข้าก็ต้องฝึกฝนอย่างดีเพื่อที่จะไล่ต ต ตามจิ้งจอกน้อยของข้า”
ข้อความหลังแก้ไข:
ตอนที่ 863 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (2)
ริ้วรอยของฮูหยินผู้เฒ่าล้วนกำลังสั่นเทา ดวงตาขุ่นมัวของนางสว่างขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ซาบซึ้งราวกับจะร้องไห้ออกมา
หลัวลี่ลูบศีรษะเล็กๆ “ท่านย่า ท่านเป็นอะไรกันแน่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลับตาลง อารมณ์ของนางค่อนข้างควบคุมไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงอย่างร้ายกาจ
ฮ่องเต้แคว้นหลิวอวิ๋น...
นางเป็นลูกสาวของฮ่องเต้แคว้นหลิวอวิ๋น?
สักพักฮูหยินผู้เฒ่าก็ลืมตาขึ้น เสียงของนางสั่นเครือ “เจ้าบอกว่าแม่นางเสี่ยวชิงเป็นองค์หญิงแคว้นหลิวอวิ๋น? ลี่เอ๋อร์ บอกย่ามาคำพูดนี้จริงหรือไม่ ใช่หรือไม่!”
หลัวลี่เอียงศีรษะ “อนุตระกูลมู่เป็นคนพูด เสี่ยวชิงก็ไม่ได้ปฏิเสธ คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงกระมัง”
ริมฝีปากฮูหยินผู้เฒ่าสั่นน้อยๆ แต่กลับพูดไม่ออกเสียแล้ว น้ำตาไหลลงจากใบหน้าแก่ชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอย สักพักก็ปกคลุมทั่วทั้งหน้าของนาง
เทียนหยา…
ลูกชายของท่านสู่ขอภรรยามีลูกสาวแล้ว
หลานสาวของท่านก็โตถึงเพียงนี้แล้ว
นางยอดเยี่ยมมาก เหมือนกับท่านในตอนนั้น
“ท่านย่า” หลัวลี่ตื่นตระหนก “แคว้นหลิวอวิ๋นมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลหลัวของพวกเราใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม
ตั้งแต่ท่านพ่อขัดแย้งกับนางเพื่อฉินเสี่ยวเย่ว์นางก็ไม่ดีใจเช่นนี้เลย
ทว่าครั้งนี้หลัวลี่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าท่านย่าดีใจมากจริงๆ
“ลี่เอ๋อร์ แม่นางเสี่ยวชิงเป็นคนไม่เลว จำเอาไว้ ต่อไปไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรก็ต้องยืนอยู่ข้างนาง”
“เพราะอะไร?”
หลัวลี่ไม่เข้าใจ ท่านย่าชื่นชอบเสี่ยวชิงทว่าก่อนหน้านี้นางไม่มีทางแน่วแน่มั่นคงเช่นนี้ ดังนั้นหลัวลี่มั่นใจว่าจะต้องมีเรื่องบางเรื่องที่นางไม่รู้
เพราะอะไร?
สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ในภวังค์
เพราะว่า ตระกูลหลัวติดค้างเทียนหยา!
ถ้าไม่ใช่ตอนนั้นตาเฒ่าจะช่วยเทียนหยาเลยตัดสินใจเอาเอง เขาก็ไม่ต้องดำดิ่งลงไปทั้งตัวถูกคนจับไปข่มขู่เทียนหยา
เทียนหยาเป็นคนให้ความสำคัญกับมิตรสหายเช่นนี้จะนั่งยิ่งดูดายไม่สนใจตาเฒ่าได้อย่างไร?
ดังนั้นนี่กำหนดไว้แล้วว่าตระกูลหลัวติดค้างพวกเขา
“ลี่อ๋อร์ มีเรื่องบางเรื่องที่เจ้าไม่ต้องรู้” ฮูหยินผู้เฒ่าลูบศีรษะเล็กๆ ของหลัวลี่ “ไม่เช่นนั้นล้วนไม่เป็นผลดีทั้งต่อเจ้าและต่อแม่นางเสี่ยวชิง”
เหตุใดเทียนหยาจึงไม่กล้าใช้ชื่อนี้ปรากฏตัว?
ก็เพราะเขาเข้าใจ เพื่อประชาชนในใต้หล้าเขาผิดใจกับผู้คนไม่น้อย
หากให้คนในใต้หล้ารู้ว่านางเป็นหลานสาวของเทียนหยา คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะลงมือกลับราชวงศ์แคว้นหลิวอวิ๋น
หัวใจหลัวลี่สั่นสะท้าน ดูเหมือนนางจะสังเกตเห็นบางอย่างกำหมัดแน่น
“มีคนจะทำร้ายเสี่ยวชิงใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไม่พูด
หลัวลี่ถามต่อ “ในเมื่อเสี่ยวชิงเป็นองค์หญิงแคว้นหลิวอวิ๋น เช่นนั้นนางก็เป็นคนโลกปุถุชน ในโลกนี้ไม่ใช่ว่ามีกฏข้อบังคับหรือ? พวกเขากล้าลงมือกับนางหรือ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้า “นางก้าวเข้ามาในโลกสันโดษแล้ว”
หากเฟิงหรูชิงกับหนานเสียนแห่งตระกูลมู่นั่นมีความสัมพันธ์กันจริงละก็ นางก็นับไม่ได้ว่าเป็นคนของโลกปุถุชน
คนในครอบครัวเพียงมีคนหนึ่งคนใดก้าวเข้าไปในโลกสันโดษ ข้อบังคับนี้ก็ไม่มีผลอีก
ศัตรูของเทียนหยามีเยอะเกินไป เรื่องบางเรื่องแม้แต่หลานสาวนางยังไม่กล้าบอกแม้แต่คำเดียว เกรงว่าจะนำพาภัยพิบัติไปให้คนในครอครัวของเทียนหยา
“แต่…ความสัมพันธ์ของเสี่ยวชิงกับกู้อีอีดีเช่นนี้ มีจวนเทียนเสินปกป้องนางใครจะกล้าทำร้ายนาง?” หลัวลี่เงยหน้าเล็กๆ สีหน้าดื้อรั้น
รอยยิ้มของฮูหยินผู้เฒ่าหายไปอย่างจนใจ นางหนูนี่ยังไร้เดียงสาเหมือนเดิม
“ลี่เอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ ไม่ว่าตระกูลมู่จะร้ายกาจอย่างไรฝูจู่ก็ไม่มีทางลงมือ?”
……………………
ตอนที่ 864 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (3)
“เพราะอะไร?”
“เพราะว่าปรมาจารย์ไห่หรงที่เขากับปรมาจารย์เฉียนคุนของตระกลูฝูจู่ไม่เหมือนกันก็คือ ปรมาจารย์เฉียนคุนแตกฉานในวิชาแพทย์ยิ่งนักแต่พลังกลับไม่ได้แข็งแกร่งมาก แต่ปรมาจารย์ไห่ หรง…ฝึกตบะกล้าแกร่ง” หลัวเหล่าไท่ไท่ลูบศีรษะหลัวลี่ “ดังนั้นแม้ว่าผู้เฒ่าตระกูลมู่จะป่วยหนักอยู่กับเตียง ฝูจู่อย ย่างมากก็แค่ไม่พอใจตระกูลมู่โวยวายเสียหน่อย ไม่มีทางลงโทษตระ ะกูลมู่จริงๆ”
ทำให้ตระกูลมู่เสียชื่อเสียง ด้วยนิสัยของปรมาจารย์ไห่หรงเขาไม่มีทางลงมือ และไม่มีทางก้าวออกมาเพื่อตระกูลมู่
มู่หลิงรู้ซึ้งในข้อนี้ดี เขาถึงได้รีบร้อนจัดงานแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ให้หนานเสียน ที่เขาต้องการไม่ใช่ความปลอดภัยของชีวิตตระกูลมู่แต่เป็นอำนาจ ข้อนี้ปรมาจารย์ไห่หรงไม่อาจ ให้เขาได้ และก็ด้วยเหตุนี้ฝูจู่จึงถอนหมั้นต่อหน้าทุกคน ปฏิเสธตระกูลมู่ไว้ภายนอกแต่กลับไม่ทำร้ายชีวิตคนตระกูลม มู่
หากมีเรื่องถึงชีวิตปรมาจารย์ไห่หรงย่อมต้องยื่นมือเข้ามา
“ข้ายกตัวอย่างง่ายๆ ชื่อของเทียนหยาในโลกสันโดษไม่มีใครไม่รู้ เบื้องหลังเขาไม่มีกองกำลังใดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนบุกค่ายศัตรูด้วยตัวคนเดียว” หลัวเหล่าไท่ไท่ยิ้มอย่างขมขื่น “ “ “จวนเทียนเสิน หลิงเสินเหมิน พรรคเภสัชเทพสามกองกำลังที่ใหญ่ที่สุด ก็เพราะว่าความยิ่งใหญ่ของกองกำลังนี่แหละถึงได้ช ชื่อเสียงดังไปทั้งใต้หล้า”
“แต่มีผู้แข็งแกร่งบางคนไม่สนใจชื่อเสียงและก็ไม่ยินดีจะสร้างกองกำลังใด ๆ พวกเขายังคงอยู่ตัวคนเดียว ก็เหมือนกับเทียนหยาในตอนนั้น ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มีอยู่มากยิ่งนัก”
บางคนคิดว่าสร้างกองกำลังขึ้นมาจะเป็นตัวถ่วงต่อก้าวย่างในการฝึกตบะของเขา ดังนั้นจึงได้ไปหาที่ ที่สะอาดบริสุทธิ์ฝึกตบะ
บนแผ่นดินใหญ่ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มีอยู่เยอะมาก
พวกเขาหลบตัวจากโลกภายนอกดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ชื่อพวกเขา และสร้างความคิดที่ว่าทั้งสามกองกำลังนั้นแข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา
หลัวลี่เข้าใจแล้ว
ความหมายของท่านย่าก็คือ หากมีคนต้องการทำร้ายเสี่ยวชิง ฝูจู่ก็ไม่แน่ว่าจะปกป้องนางได้
“ยิ่งไปกว่านั้น โลกใบนี้ยังมีที่ ที่เจ้าไม่รู้จัก” ท่าทางหลัวเหล่าไท่ไท่ยิ่งจนใจกว่าเดิม “ที่ที่เทียนหยาไปนั้นเป็นโลกที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถสัมผัสได้ จากที่ได้ย ย ยินไม่ว่าใครที่เข้าไปข้างในแล้วล้วนไม่ได้กลับมา”
“ตอนนั้นคนคนหนึ่งใช้วิธีลับบังคับวิญญาณออกมาแล้วจึงเข้าไปในโลกนั้น จนกระทั่งหลายปีต่อมาป้ายวิญญาณของเขาแตกสลาย ทุกคนจึงได้รู้ว่าเขาตายในโลกนั้นแล้ว แต่ว่าหลังจากคนคนน น นั้นตายไปแล้วก็ทิ้งไว้ประโยคหนึ่งไว้ให้วิญญาณที่เหลือไว้”
“เขาให้ลูกศิษย์ในพรรคทุกคนห้ามก้าวเข้าไปในโลกนั้น! นี่คือกฎของพรรคคนที่ฝ่าฝืนต้องถูกขับออกจากพรรค!”
“เช่นเดิมไม่มีใครรู้ว่าโลกนั้นเป็นอย่างไร แต่หากมิได้โหดร้ายเหตุใดคนคนนั้นต้องพูดประโยคนี้ออกมา? ฉะนั้นลี่เอ๋อร์โลกใบนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก ที่ที่พวกเราสามารถย่างก้าวไปเป ป ป็นเพียงมุมเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็ง ผู้ที่เจ้าคิดว่าแข็งแกร่งบางทีอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งจริง”
หลัวลี่ไม่พูดอะไรฟังคำของหลัวเหล่าไท่ไท่เงียบๆ
ถ้าไม่ใช่หลัวเหล่าไท่ไท่เป็นคนพูดนางก็คิดว่าสามกองกำลังใหญ่นี้แข็งแกร่งที่สุด กู้สื่อในฐานะฝูจู่ของจวนเทียนเสินจะต้องสามารถปกป้องเสี่ยวชิงได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้นางถึงได้เข้าใจว่าความคิดของตัวเองนั้นไร้เดียงสาเพียงใด
“ท่านย่า ข้าเข้าใจแล้ว” หลัวลี่เงยศีรษะเล็กๆ ขึ้น นัยน์ตาส่องแสงเจิดจ้า “โลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงนี้ผู้แข็งแกร่งมีมากมายนับไม่ถ้วน วันหน้าข้าก็ต้องฝึกฝนอย่างดีเพื่อที่จะไล่ต ต ตามจิ้งจอกน้อยของข้า”