เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 881 ตระกูลมู่มาเยือน (5)/ตอนที่ 882 หนานเสียนมาแล้ว (1)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 881 ตระกูลมู่มาเยือน (5)/ตอนที่ 882 หนานเสียนมาแล้ว (1)
ตอนที่ 881 ตระกูลมู่มาเยือน (5)
สายตาของเขามองไปทางเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่บนผืนน้ำอีกครั้ง นัยน์ตามืดลงแฝงด้วยแสงที่ทำให้คนมองไม่ออก...
…
ในศาลา
ชิงหานยกศีรษะเล็กๆ ที่หนุนตักเฟิงหรูชิงขึ้น เงยหน้ามองซู่อีด้วยความเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
“ท่านย่าซู่อี เหตุใดท่านพ่อราคาถูกถึงรู้ว่าท่านแม่อยู่ที่นี่? ท่านแม่ไม่อยากให้ท่านพ่อรู้แท้ๆ ถึงได้ไม่เคยบอกเขา”
ซู่อีชะงักค้าง
เฟิงหรูชิงไม่ได้บอกหนานเสียนว่านางจะไปที่ใด? เหตุใดหนานเสียนจึงได้รู้อย่างชัดเจน?
“ชิงหาน เจ้าไม่ต้องถามข้าเข้าใจแล้ว”
เฟิงหรูชิงค่อยๆ หลับตาลงสักพักนางจึงจะลืมตาขึ้น
มิน่า…
มิน่าตอนที่อยู่จวนเฟิงอวิ๋น ตอนที่หลับไปครั้งนั้นนางถึงได้หลับไปอย่างสนิท
ทว่าหนานเสียนไม่รู้เลยว่าแม้นางจะหลับสนิทแต่ก็ไม่มีทางไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
เดิมนางนึกว่าคิดถึงหนานเสียนมากเกินไปจึงได้มีความรู้สึกนี้
ตอนนี้คิดคิดดูแล้ว…
กั๋วซือน่าจะตามนางมาตลอด?
สายตาซู่อีงุนงงเหมือนกับไม่เข้าใจสถานการณ์
“ชิงเอ๋อร์…”
“ซู่อี!”
จู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นขัดคำของซู่อี
ท่าทางของนางขรึมลงแฝงด้วยความเยือกเย็นที่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ในระยะพันลี้
“ซู่อี เจ้า…กลับมาแล้วจริงหรือ?”
เวลาล่วงเลยจนถึงพลบค่ำ
ในลานนอกจากเสียงลมยามค่ำคืนแล้วไม่มีเสียงอื่นอยู่เลย
สายตามู่หลิงจับจ้องอยู่ที่ซู่อี นัยน์ตาของเขาแฝงด้วยความยินดี
ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใดซู่อีรู้สึกว่าความยินดีนี้จอมปลอมเกินไป ทำให้คนขยะแขยง
“นายท่านรองตระกูลมู่ผู้สง่าผ่าเผย ไม่รอให้คนอนุญาตก็บุกรุกเข้ามาในบ้านเรือนประชาชนหรือ?” มุมปากซู่อีมีรอยยิ้มเย็น นางลุกขึ้นยืน
สีหน้าเฟิงหรูชิงนิ่งเรียบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นางลุกขึ้นกุมมือที่เย็นเฉียบของซู่อีเบาๆ
ตั้งแต่แรกเฟิงหรูชิงก็รู้แล้วว่าทันทีที่ซู่อีกลับมาจะต้องถูกตระกูลมู่มาวอแว
และก็เพราะเหตุนี้เองนางจึงไม่อยากให้ซู่อีเข้ามาร่วมกับเรื่องนี้ด้วย
ทว่าท้ายที่สุดแล้วตระกูลมู่ก็ยังมาหา!
“ซู่อี เจ้ากลับมา…เหตุใดจึงไม่บอกสักคำ?” คิ้วมู่หลิงขมวดเล็กน้อย “หากเจ้าบอกสักคำข้าก็จะได้ส่งคนไปรับเจ้า”
ซู่อีเอียงหน้ามองอย่างเรียบนิ่ง “อนุนี่ข้าให้เจ้าเจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ? หากเจ้ายังไม่พอใจข้าก็ไม่ถือสาที่จะให้เจ้าเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย อ้อจริงสิ ข้าลืมไป ตอนนี้เจ้าไม่สามารถทำเรื่องอย่างนั้นได้แล้ว”
สีหน้ามู่หลิงมืดลง เขากำหมัดแน่น “เรื่องนี้เจ้าเป็นคนทำจริงๆ ซู่อี! เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนเช่นนี้ เหตุใดตอนนี้เจ้าถึงได้เปลี่ยนไปโหดร้ายเช่นนี้?”
เดิมมู่หลิงมาที่นี่ก็เพื่อพูดคุยกับซู่อีดีๆ ทว่าตอนนี้ซู่อีพูดออกมาสะกิดความเจ็บปวดของเขา รอยยิ้มยินดีบนใบหน้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ซู่อี อย่าลืมว่าเจ้าเป็นเส่าฮูหยินตระกูลมู่!” สายตามู่หลิงแฝงด้วยความโกรธ “เจ้าทำเช่นนี้มีผลดีต่อเจ้าอย่างไร?”
ซู่อียิ้มบางๆ “ไม่แสดงต่อแล้วหรือ?”
“เจ้า…” มู่หลิงโมโหหนัก “ซู่อีเจ้าจะเอาอย่างชิงเยียนได้หรือไม่! เจ้าคิดมาตลอดว่าชิงเยียนสู้เจ้าไม่ได้ แต่นางจัดการตระกูลมู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งระดับบนหรือล่างไม่มีใครไม่ชื่นชมนาง? ตอนที่เจ้าอยู่ตระกูลมู่ ไม่ว่าท่านอาหรือคนในตระกูลหรือคนรับใช้ในตระกูลมู่ มีใครบ้างเคยชื่นชมเจ้า? มีใครบ้างไม่บ่นระงมไปทั่ว?”
ซู่อีกำหมัดแน่นสีหน้าซีดขาวไม่น่ามอง
ตอนแรกร่างกายท่านผู้เฒ่าไม่ดีมาโดยตลอด จึงได้ยกอำนาจในตระกูลมู่ให้นางเป็นคนจัดการ
…………………
ตอนที่ 882 หนานเสียนมาแล้ว (1)
นางเป็นคนเข้มงวดมาตลอด เพื่อตระกูลมู่ นางฝึกฝนคนกลุ่มนั้นทุกคืนวัน เพื่อทำให้ตระกูลมู่มีกำลังที่เข้มแข็งขึ้นไปอีก
เพื่อทำให้ตระกูลเข้มงวด ตั้งแต่เริ่มต้นนางจึงกลายเป็นคนน่ารังเกียจ
แต่เฉินชิงเยียนไม่ได้ต้องการเหน็ดเหนื่อยจนเกินเหตุเช่นนี้ นางต้องการเพียงยาวิเศษจำนวนหนึ่ง ทำให้คนตระกูลมู่สยบต่อนาง ชื่นชมนาง
ส่วนยาวิเศษพวกนั้น ล้วนเป็นของตระกูลมู่ทั้งสิ้น!
เดิมยาวิเศษก็แบ่งออกไปอย่างพอเหมาะพอดีแล้ว หากแบ่งสรรมากเกินไปมีแต่ทำให้ตระกูลมู่สูญเสียความตั้งใจทุ่มเทเพื่อตระกูลมู่ ที่แท้กลายเป็นความผิดของนาง…
นางไม่ใส่ใจตระกูลมู่ได้ ทั้งไม่ใส่ใจมู่หลิงได้ ทว่าเวลาและความแข็งขันที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมาย ถึงขั้นลำบากลำบนทุกคืนวันกลับแลกมาได้แค่ประโยคนี้เท่านั้น
เห็นได้ชัดว่านางช่างน่าขันเหลือเกินใช่หรือไม่
ลมแรงสายหนึ่งพัดเข้ามาอย่างกะทันหัน
มู่หลิงได้สติกลับมา เบี่ยงกายหลบ กระแสลมคลั่งนั้นกระแทกใส่ต้นไม้สูงตระหง่านข้างกาย ต้นไม้ทั้งต้นหักล้มลงพื้น
ครั้งนั้นมู่หลิงหลบไวขึ้น แต่ฝุ่นยังตลบคลุ้งเปรอะเปื้อนอาภรณ์เขา ทำให้เขสำลักไอออกมาอย่างอดไม่ได้ ใบหน้าเขาเขียวคล้ำมองเฟิงหรูชิงเย็นชา
ระดับเสวียนอู่หรือ
จากปราณเมื่อครู่ถ้าเขาสัมผัสได้ไม่ผิดละก็ นางหนูนี่คือผู้ฝึกระดับเสวียนอู่…
พลังสามารถระดับ ก็มากพอทำให้คนในจวนเทียนเสินตื่นตระลึงแล้ว
น่าเสียดายที่ตระกูลมีอัจฉริยะอย่างหนานเสียนแล้ว คนที่เขาหาให้หนานเสียนมิใช่อัจฉริยะ แต่เป็นคนที่มีฐานะเท่าเทียมตระกูลมู่ได้
“นางหนู” มู่หลิงยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา “นี่เป็นเรื่องในตระกูลมู่ของข้า เจ้ายังไม่ใช่คนของตระกูลมู่ ไม่มีคุณสมบัติสอดมือ”
หากมิได้เห็นแก่ซู่อี อาศัยความกล้าที่นางหนูนี่กล้าลงมือกับเขา เขาก็ไม่อาจปล่อยนางไป!
“มีบางคนบางคนใช้บุญคุณเล็กน้อยทำให้คนจำนวนมากสยบชื่นชม” เฟิงหรูชิงเดินเข้าไปหามู่หลิง น้ำเสียงเย็นสบายคล้ายกระแสลม “แต่ดันไม่รู้ว่า บุญคุณที่นางมอบให้นั้นใช้ข้าวของของตระกูลมู่แลกมา นางไม่ได้ลงแรงอะไรทั้งนั้นก็ทำให้ทุกคนเชื่อนาง”
“แต่มีบางคนเพื่อตระกูลมู่แล้ว ต้องลำบากตรากตรำไม่เคยได้ดี ซ้ำยังถูกก่นด่า”
“แล้วยังบางคน สมองทึบไม่ได้สติ เหมือนสมองมีแต่น้ำ ไม่รู้ดีชั่ว โง่งมจนเกินเยียวยา!”
แต่ละวาจาของหญิงสาวเหมือนกับมีดสั้นทิ่มแทงใจมู่หลิงอย่างรุนแรง ทำให้เขาโมโหอย่างยิ่ง
“นางหนู อย่าคิดว่าซู่อีปกป้องเจ้า ข้าจะปล่อยให้ปีนขึ้นมาเหิมเกริมบนหัวข้าได้!”
เฟิงหรูชิงยิ้ม “เหิมเกริมบนหัวท่านหรือ ท่านมีหัวด้วยหรือไง นั่นมันก็แค่กองขยะกองหนึ่งเท่านั้น ในนั้นมีแต่ของเน่าเสีย”
“บังอาจ!” มู่หลิงตวาดกร้าว “นางหนู อย่าลืมว่าข้าคือพ่อของหนานเสียน หากเจ้าจะเป็นผู้หญิงของเขา เอาใจซู่อีอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่ข้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องงานแต่งงานของเขา!”
ซู่อีแววตาเคร่งขรึม กำลังจะเอ่ยปาก เฟิงหรูชิงก็มองนางเอ่ยอย่างเหิมเกริมไม่ยอมให้คนคัดค้าน
“ซู่อี ท่านไปรอข้าเฉยๆ ด้านข้างก่อน ท่านไม่ถนัดต่อกรกับคนไร้ยางอายเช่นนี้”
ซู่อี “…”
ไม่รู้ทำไมความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องจากลูกสะใภ้ ทำให้กระบอกตานางแดงเรื่อขึ้น
ดังนั้นซู่อีเดินไปด้านข้างอย่างเชื่อฟัง ยืนเงียบไม่ปริบปาก
เฟิงหรูชิงค่อยมองที่มู่หลิง นางยิ้มเย้ยหยัน “ท่านว่า ท่านทำให้หนานเสียนเชื่อฟังได้หรือเปล่า”
มู่หลิงหน้าดำคร่ำเครียด