เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 965 ความจริงในปีนั้น (2)/ตอนที่ 966 ความจริงในปีนั้น (3)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 965 ความจริงในปีนั้น (2)/ตอนที่ 966 ความจริงในปีนั้น (3)
ตอนที่ 965 ความจริงในปีนั้น (2)
ผู้ร้ายตัวการถูกกำจัดไปแล้ว นายผู้เฒ่าจะฟื้นคืนนั้นต้องการเพียงเวลา
“ได้”
หนานเสียนมองมู่หลิงอย่างเย็นชา
มู่หลิงถูกสายตานั้นของหนานเสียนมองจนตัวสั่น ตอนที่กำลังคิดจะพูดอะไรเขาก็รู้สึกถึงลมที่เหมือนไม่มีอยู่พัดมาที่ปลายจมูกของเขา ทำให้เขาอดจามออกมาไม่ได้
“ชิงเยียน”
มู่หลิงย่อตัวลงกุมมือที่สั่นเทาของชิงเยียนไว้แน่น “เจ้าวางใจ ข้าจะต้องใช้ยาวิเศษทั้งหมดมารักษาแผลของเจ้า ให้เจ้ากลับมาแข็งแรงดังเดิมโดยเร็วที่สุด”
ดวงตาเฉินชิงเยียนมืดลง นางหลุบตาลงต่ำ
นางคิดว่ามู่หลิงจะพูดว่าไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรจะแก้แค้นให้นางเสียอีก
ที่แท้ก็เพียงแค่รักษาแผลเท่านั้น…
ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาทำให้นางไม่มีเวลาให้คิดมาก นางกัดฟันแน่นน้ำตาไหลพราก
“ชิงเยียน ข้า…”
เดิมมู่หลิงยังอยากจะปลอบอีกสองสามคำ ทว่ารู้สึกถึงการโจมตีที่ก้นทว่าเขาก็ไม่อาจไปจากเฉินชิงเยียนในตอนนี้ได้ จึงได้แต่พยายามสุดความสามารถผายลมออกมา
ปู๊ด!
เสียงหนึ่งดังขึ้น
สีหน้ามู่หลิงแข็งทื่อในทันที
เพราะว่าเขารู้สึกถึงของเปียกชื้นไหลออกมาจากก้น จากนั้นก็ตามมาด้วยกลิ่นเหม็น
เหม็นจนคนใช้ที่กำลังดำเนินการลงโทษอยู่อดเบนหน้าหนีไม่ได้
นี่ก็เป็นการยืนยันประโยคหนึ่ง บางครั้งเจ้าคิดว่าเจ้าอาจจะแค่อยากผายลมเท่านั้น พอไม่ทันระวังก็ทำให้อุจจาระเล็ดลอดออกมา
มู่หลิงไม่ทันแม้แต่จะพูดอะไรกับเฉินชิงเยียนสักคำ เขารีบวิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด
ตระกูลมู่ใหญ่โตมีห้องน้ำอยู่ไม่น้อย หลังจากเขาหาห้องน้ำได้ก็นั่งยองลง ในท้องมีเสียงร้องดังกุกกักทั้งยังปวด
ทว่า ตอนที่เขาปลดปล่อยออกมาแล้วกลับรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง
ความรู้สึกดีนี้ทำให้เขาอยากจะร้องเพลงขึ้นมาชั่ววูบ
อารมณ์ดีอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีก็มีเสียงดังสนั่น ปึ้ง ทั้งห้องน้ำพังทลายลงในทันที สิ่งปฏิกูลทั้งหลายสาดกระเด็นออกมาบนตัวมู่หลิง
หากไม่ใช่เขากระโดดออกมาเร็วคาดว่าทั้งตัวคงล่วงลงไปในบ่อปฏิกูล
บรรดาคนใช้ตระกูลมู่ตกใจกับเสียงดังสนั่นก็รีบวิ่งมา
จากนั้น…
พวกเขาก็เห็นนายท่านรองมู่หลิงของตระกูลมู่เดินออกมาพร้อมสิ่งปฏิกูลเต็มศีรษะ นัยน์ตานั้นยังแฝงด้วยความตื่นตกใจ
“จึ๊” เฟิงหรูชิงย่างกายออกมาจากด้านหลังอย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้ม “ข้าบอกไว้แต่แรกแล้ว ดีชั่วย่อมได้รับผลกรรม สวรรค์เคยให้อภัยใครหรือ? เห็นหรือไม่รวดเร็วเช่นนี้ก็ได้รับผลกรรมแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ายังเตือนท่านอยู่เลยว่าเข้าห้องน้ำก็ให้ระวังหน่อย”
มู่หลิงหน้าเขียวเอ่ยด้วยความโกรธ “เจ้าทำใช่หรือไม่?”
เฟิงหรูชิงยักไหล่ “ข้าเพิ่งผ่านมา”
มู่หลิงยังอยากจะเอ่ยถามต่อทว่าที่ท้องก็มีเสียงร้องดังกุกกัก เขาสนใจอะไรมากไม่ได้ได้แต่กัดฟันเดินไปทางห้องน้ำอีกที่
ไม่มีใครเห็นหลังจากเขาจากไปแล้วก็มีชุดสีขาวตามหลังมู่หลิงไปราวกับวิญญาณ…
วันนั้นคนทั้งตระกูลมู่ต่างก็รู้ว่านายท่านรองของพวกเขาถูกสวรรค์ลงทัณฑ์
ไม่ว่าเขาจะเข้าห้องน้ำไหนห้องน้ำนั้นก็จะต้องทรุดพัง วิ่งไปทั่วทั้งที่มีสิ่งปฏิกูลเต็มศีรษะ เหลือกลิ่นรุนแรงทิ้งไว้ทั่วทั้งตระกูลมู่อยู่นานไม่เลือนลาง
สุดท้ายถูกบีบจนหมดหนทางเขาจึงหยิบเอากระโถนออกมา ใครจะรู้เพิ่งจะถ่ายได้ครึ่งหนึ่งกระโถนก็ระเบิดอีก
อุจจาระทั้งหมดในกระโถนสาดใส่ตัวเขา มุมปากของเขายังมีสีเหลืองๆ ของ…ของที่ทำให้คนคลื่นไส้
มู่หลิงที่โกรธจัดแม้แต่กระโถนก็ไม่ใช้แล้วจัดการบนพื้นเสียเลย เช่นนี้แล้วจึงจะไม่ถูกสิ่งปฏิกูลสาดใส่ตัว
………………
ตอนที่ 966 ความจริงในปีนั้น (3)
เขาก็ไม่รู้กินอะไรเสียมาถึงได้ท้องเสียตลอดสามวันสามคืน สุดท้ายก็ถ่ายจนร่างกายขาดน้ำ หลังจากรีบอาบน้ำเสร็จก็ต้องการอาหาร
ว่าตามเหตุผลแล้วสามวันนี้เขาเจอเรื่องเช่นนี้แล้วควรจะกินอะไรไม่ลง ทว่าเป็นเพราะท้องเสียจนขาดน้ำเขาจึงต้องการฟื้นฟูกำลัง
ใครจะรู้เขาเพิ่งกินได้สองคำก็กลืนกระดูกลงไปชิ้นหนึ่งอย่างไม่ทันระวัง กระดูกติดอยู่ในลำคอของเขากลืนไม่เข้าคายก็ไม่ออกเกือบทำเขาขาดอากาศหายใจตาย
ยังดีที่สุดท้ายเขาใช้พลังวิเศษบีบเอาระดูกนั่นออกมาจึงได้หลบภัยพิบัติครั้งนี้พ้น
ทว่ามองดูอาหารเลิศรสตรงหน้าเขากินอะไรไม่ลงแม้แต่น้อยจริงๆ สุดท้ายก็อาศัยแรงของสาวใช้ลุกขึ้นยืน ร่างกายเขาอ่อนล้าเป็นอย่างมาก
“ไปเถอะ พาข้าไปห้องเฉินชิงเยียน ข้าจะไปดูนางเสียหน่อย”
สามวันนี้เขาถ่ายไม่ได้หยุด ในห้องล้วนเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลของเขา
ดังนั้นตลอดสามวันเขาไม่อาจไปดูบาดแผลของเฉินชิงเยียนเลย
นี่ทำให้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
…
ในห้องปีก
เฉินชิงเยียนนอนอยู่บนเตียง หน้านางซีดขาวแม้แต่ขยับยังทำไม่ได้
ครืด!
ประตูห้องถูกผลักออกกลิ่นเหม็นลอยมาตามลม ทำให้เฉินชิงเยียนเกือบจะอ้วกออกมา
แม้มู่หลิงจะอาบน้ำทำความสะอาดแล้ว ทว่าเขาไม่เพียงถ่ายมาสามวันสามคืน ที่สำคัญกว่านั้นเขายังถูกสาดด้วยสิ่งปฏิกูลทั้งตัว กลิ่นนั้นไม่ใช่จะถูกขจัดออกไปได้ง่ายๆ
“ชิงเยียน…” มู่หลิงไม่เห็นความรังเกียจของเฉินชิงเยียนแม้แต่น้อย เขารีบเดินไปตรงหน้าเฉินชิงเยียนแล้วกุมมือนางไว้ “สองสามวันนี้ข้าร่างกายไม่สู้ดีนักไม่อาจมาอยู่กับเจ้า”
เฉินชิงเยียนมุมปากกระตุกฝืนไว้ไม่ดึงมือตัวเองออก
“ข้าล้วนเข้าใจ สาวใช้บอกข้าหมดแล้ว”
มือของมู่หลิงลูบผมเฉินชิงเยียนเบาๆ “ชิงเยียน คนพวกนั้นได้ใช้ยาวิเศษรักษาแผลให้เจ้าหรือไม่?”
เฉินชิงเยียนหลุบตาลงปกปิดดวงตาที่มืดมน
“นายน้อยไม่ให้คนใช้ยาวิเศษรักษาข้า”
สีหน้ามู่หลิงเปลี่ยนไปทันที ความโกรธปรากฏบนใหน้า “ชิงอิ้นต้องการทำอะไรกันแน่? อีกอย่างเขาเป็นน้องชายของข้าเจ้าไม่ต้องเรียกเขาว่านายน้อย!”
เฉินชิงเยียนส่ายหน้ายิ้มขมขื่น “ท่านพี่หลิง ข้ารู้ว่าท่านรักข้าแต่ว่าข้าก็ต้องเข้าใจกฏเกณฑ์ ข้าเป็นเพียงแค่อนุเท่านั้น อนุคนหนึ่งมียศอะไรกัน? ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ขอเพียงได้อยู่ข้างกายท่านข้าก็เพียงพอแล้ว” ความโกรธในดวงตามู่หลิงพุ่งทะยาน ตั้งแต่เฟิงหรูชิงมาน้องรองก็เปลี่ยนเป็นไร้ความปราณีเช่นนี้
เมื่อก่อนต่อให้เขาไม่ชอบเฉินชิงเยียนก็ไม่มีทางทำกับนางเช่นนี้
“ข้าจะไปเอายาวิเศษมารักษาเจ้า ชิงเยียนเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่” มู่หลิงลุกขึ้นแล้วจากไปภายใต้สายตาของเฉินชิงเยียน แม้เขาจะจากไปแล้วทว่ากลิ่นในห้องยังไม่หายไป มีกลิ่นเหม็นที่ทำให้คนคลื่นไส้
“เพราะอะไร…”
เฉินชิงเยียนหลุบตาลงกำผ้าปูที่นอนแน่น หน้าของนางบิดเบี้ยวนัยน์ตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเกลียดชัง
นางนึกว่าหลังจากนางพูดเช่นนี้แล้วมู่หลิงจะไปคิดบัญชีกับมู่ชิงอิ้น ทางที่ดีที่สุดคือตีมู่ชิงอิ้นให้หนัก
แต่ว่า…เขาเพียงแค่ไปเอายาวิเศษมาให้นาง!
น่าขัน นางได้รับบาดเจ็บมากเพียงนี้กลับแลกมาได้เพียงความรู้สึกผิดและความสงสารจากเขา?
ไม่!
เขาต้องให้มู่หลิงกับคนตระกูลมู่พวกนั้นพังพินาศทั้งหมด!
เฉินชิงเยียนค่อยๆ คลายมือออกมุมปากมีรอยยิ้มเย็น “ไม่เป็นไรข้ามีเวลา มู่หลิงแยกจากข้าไม่ได้แล้ว ต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้พวกคนตระกูลมู่ที่รังแกข้าตายดีกว่าอยู่!”
………………..