เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 967 ความจริงในปีนั้น (4)/ตอนที่ 968 ความจริงในปีนั้น (5)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 967 ความจริงในปีนั้น (4)/ตอนที่ 968 ความจริงในปีนั้น (5)
ตอนที่ 967 ความจริงในปีนั้น (4)
คนห้องยาวิเศษแม้จะได้รับคำสั่งจากมู่ชิงอิ้นแล้วทว่าก็ไม่กล้าขัดขืนมู่หลิง สุดท้ายก็เอายาวิเศษให้เขา
ระหว่างทางที่มู่หลิงถือยาวิเศษกลับเดินผ่านบ้านหลักของนายผู้เฒ่า เขาลังเลอยู่ชั่วครู่สุดท้ายก็ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน
หลายวันมานี้นายผู้เฒ่าย้ายกลับมาที่บ้านตัวเองแล้ว เพราะร่างกายของเขาเป็นเหตุทำให้เขายังไม่ได้ไปเยี่ยมนายผู้เฒ่า
ไม่ว่าชิงเยียนจะตั้งใจหรือไม่นายผู้เฒ่าก็ต้องได้รับความลำบากยากเข็ญมากมายเพราะเรื่องนี้ ดังนั้นเขาไม่ไปเยี่ยมไม่ได้
จากไกลๆ มู่หลิงเห็นนายผู้เฒ่ากำลังนอนอาบแดดอยู่บนเก้าอี้ไม้ท่าทางอบอุ่น ด้านพ่อบ้านเฒ่าก็รับผิดชอบหน้าที่สุดความสามารถเฝ้านายผู้เฒ่าอยู่ด้านหลัง
“นายผู้เฒ่า หลังจากท่านทานอาหารบำรุงวิเศษที่แม่นางเฟิงให้ท่านทานแล้วร่างกายก็ดีขึ้นมาไม่น้อย” พ่อบ้านเฒ่ายิ้มก้อนหินที่กดทับหัวใจอยู่ในที่สุดก็นับว่าวางลงได้แล้ว
เส่าฮูหยินกับแม่นางเฟิงเป็นคนดีขนาดนี้ ทว่านายท่านรองถูกบดบังสติปัญญา มองอะไรก็ไม่ชัดเจน
ยาที่แม่นางเฟิงเขียนในใบสั่งไม่เหมือนกับที่นายผู้เฒ่ากินในตอนนั้น
ร่างกายของเขาดีขึ้นไม่น้อยจริงๆ ไม่ได้ง่วงนอนแล้วสติก็ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา
“อีกอย่าง แม่นางเฟิงพูดแล้วว่าพลังที่ถดถอยของท่านก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ ขอเพียงเวลาเท่านั้น”
นายผู้เฒ่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ เขาหันไปมองพ่อบ้านเฒ่า “เหตุใดวันนี้ซู่อีไม่มาเยี่ยมข้า?”
“เส่าฮูหยินอาจจะมีธุระทำให้มาช้ากระมัง” พ่อบ้านเฒ่ายิ้มกว้าง
ไม่ว่าซู่อีจะยอมรับหรือไม่นางก็เป็นเส่าฮูหยินเพียงคนเดียวของตระกูลมู่ตลอดไป
นายผู้เฒ่าทำปากยื่น “เรื่องที่ข้ารับปากซู่อีก็ทำได้แล้ว นางก็เคยรับปากข้าว่าจะไม่จากไปอีก ในเมื่อข้าสามารถรักษาคำพูดได้ซู่อีก็ควรจะทำได้เช่นกันใช่หรือไม่?”
พ่อบ้านเฒ่าไม่พูดอะไร
เส่าฮูหยินไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป รอนายผู้เฒ่าฟื้นฟูแล้วไม่แน่นางก็อาจจะจากไป
แน่นอนว่ารอนายผู้เฒ่าฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม นายผู้เฒ่าไม่มีทางเหมือนเด็กคนหนึ่งที่ห่างจากผู้ใหญ่ก็ร้องไห้โวยวายเช่นนี้ ถึงตอนนั้นนางก็สามารถจากไปได้อย่างวางใจ
“นายผู้เฒ่า เรื่องที่เส่าฮูหยินรับปากจะต้องทำได้แน่น”
นายผู้เฒ่ามู่จึงจะยิ้มได้ “เช่นนี้ก็ดี ตอนแรกมู่หลิงคนชั่วนั่นถูกคนทำร้ายถึงขั้นนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะซู่อีเขาคงตายไปนานแล้ว น่าสงสารซู่อี เพื่อไม่ให้เขารู้สึกผิดจึงได้ไปหาที่หลบซ่อนรักษาตัวเอง”
“แต่ว่าข้ารับปากซู่อีว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นซู่อีจะต้องโกรธแน่ พอนางโกรธก็จะจากไปอีกแบบไม่กลับมา หึหึ ข้าเชื่อฟังมากๆ ใช่หรือไม่?”
“นายท่าน ท่านเชื่อฟังคำพูดของเส่าฮูหยินที่สุด ในใจเส่าฮูหยินล้วนรู้ดี” พ่อบ้านเฒ่ายิ้มน้อยๆ หางตาของเขาเหลือบเห็นมู่หลิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลมุมปากก็ยกยิ้มมีเลศนัย
…
ร่างของมู่หลิงแข็งทื่อกลางอากาศ มือที่ถือยาวิเศษออกแรงกำแน่น ราวกับอากาศทั้งหมดตรงหน้าถูกดึงออกไป
ชีวิตนี้เขาเคยพบเจออันตรายสองครั้ง
ครั้งหนึ่งคือถูกคนไล่ฆ่าที่ข้างนอกเกือบจะต้องตาย เป็นชิงเยียนที่ใช้ร่างกายที่อ่อนแอบดบังเขาเอาไว้ เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บมาก
ยังมีอีกครั้ง…
ที่เขาประลองฝีมือกับคนอื่น ผลปรากฏว่าคนคนนั้นใช้กลอุบายทำร้ายเขาบาดเจ็บสาหัส
ครั้งนั้นเขาเกือบจะถูกช่วยเอาไว้ไม่ได้!
หัวใจของเขาถูกคนแทงทะลุต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าหลังจากเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองปลอดภัยดี เห็นแค่ชิงเยียนตาแดงก่ำนั่งอยู่ข้างกายเขา ยกน้ำยกชาให้เขาไม่ยอมห่างไปไหน
…………….
ตอนที่ 968 ความจริงในปีนั้น (5)
เขาไม่รู้ว่าตัวเองถูกช่วยกลับมาได้อย่างไร ทว่าเขารู้เพียงความรักที่เฉินชิงเยียนมีต่อเขาลึกซึ้งเพียงใด
การกระทำทั้งสองครั้งนี้ทำให้เขาซาบซึ้งมากและตัดสินใจไม่อาจทำให้นางเสียใจได้
หากที่ท่านพ่อพูดคือการบาดเจ็บหนักของเขา…คงจะเป็นหัวใจของเขาถูกคนแทงทะลุครั้งนั้น?
เขาไม่เข้าใจมาโดยตลอด หัวใจของเขาถูกคนใช้กระบี่แทงแล้วเหตุใดยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้?เพราะคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจเขาจึงคิดว่าชีวิตของตัวเองยังไม่ถึงฆาต สวรรค์ยังไม่ยอมรับเขาไป
ตอนนี้ได้ยินคำพูดของท่านผู้เฒ่า ครั้งนั้น…ซู่อีเป็นคนช่วยเขา?
ใจมู่หลิงเหมือนถูกมือบีบแน่นจนเจ็บ
คนคนหนึ่งหัวใจถูกคนแทงทะลุแล้วต้องใช้ค่าตอบแทนใดจึงจะสามารถช่วยกลับมาได้?
ซู่อีต้องจ่ายไปเท่าไร?
“ท่านพ่อ…” มู่หลิงหน้าซีด ฝีเท้าสั่นเล็กน้อยเดินไปทางนายผู้เฒ่า สายตาเจ็บปวด
เขานึกออกแล้ว…ไม่นานก่อนหน้านี้ท่านผู้เฒ่าเคยพูดขึ้นมาแล้วก็หยุดพูดไป ต่อมาเพราะเฉินชิงเยียนเป็นลมไปเขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้
ต่อมาอีก...เขาหาโอกาสมาถามนายผู้เฒ่า นายผู้เฒ่าก็ทำเป็นบ้าเสียสติไม่ยอมพูดออกมา
ดังนั้นมู่หลิงจึงคิดมาตลอด ไม่ว่าเขาพบเจอเรื่องใดซู่อีล้วนเป็นคนแรกที่หนีหาย ทุกครั้งล้วนเป็นเฉินชิงเยียนที่อยู่เคียงข้าง
เขาคิดว่าซู่อีไม่เคยรักเขาจริงๆ ทั้งหมดล้วนเป็นเขาที่รักอยู่ฝ่ายเดียว
คนคนหนึ่งที่เมื่อเจอเรื่องก็หนี อีกคน…ใช้ทั้งชีวิตทำเพื่อเขา ให้เลือกใครก็ย่อมรู้ชัดดี
ไม่ผิด ตั้งแต่เด็กมู่หลิงกับเฉินชิงเยียนก็เพื่อนเล่นด้วยกันมีความรู้สึกที่ดีต่อกันมาก ต่อมานายผู้เฒ่าไม่ยินยอม และเขาก็ได้พบกับซู่อีก็อดไม่ได้ที่จะถูกบุคลิกที่เรียบนิ่งโดดเด่นและอุปนิสัยที่ชาญฉลาดของนางดึงดูดไม่ได้
เขา…จริงใจต่อนางมาโดยตลอด ต่อให้คิดว่าซู่อีไม่ได้ชอบเขาเขาก็ยังอยากให้นางอยู่ข้างกายเขาตลอดไป
เพราะเหตุใด…เหตุใดตอนนี้ต้องให้เขารู้เรื่องเหล่านี้อีก?
ที่เขาเคยคิดว่ามันใช่นั่นคืออะไร?
“ท่านพ่อ” มู่หลิงเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกสองก้าว “เมื่อครู่ท่านพูดอะไร?”
นายผู้เฒ่ามู่หยิบแก้วข้างๆ ขึ้นมาขว้างไปทางมู่หลิง
“ไสหัวไป เจ้าไสหัวออกไป เมื่อครู่ข้าไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น เจ้าไสหัวออกไปอย่าคิดจะทำร้ายซู่อีอีก!”
ด้วยพลังของมู่หลิงสามารถหลบแก้วนี้ได้อย่างแน่นอน
ทว่าเขากลับไม่หลบ
ปล่อยให้แก้วกระแทกใส่ขมับของเขา เลือดสดๆ ไหลลงมาเข้าตาเขา
“ไสหัวไป เจ้าไสหัวออกไป!”
นายผู้เฒ่าร้องตะโกนด้วยความโมโห
มู่หลิงเม้มปากเล็กน้อย “ท่านพ่อ ท่านบอกกับข้า ซู่อีช่วยข้าเอาไว้เมื่อใดกัน? ขอร้องท่านบอกข้าที!”
“ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น เจ้าไสหัวออกไปห้ามไปหาซู่อี ออกไป!”
ใบหน้าแก่ชราของนายผู้เฒ่าแดงก่ำหน้าอกราวกับหายใจไม่ออก
พ่อบ้านเฒ่าลูบหน้าอกให้นายผู้เฒ่าแล้วถอนหายใจเอ่ยปลอบ “นายท่าน ในเมื่อนายท่านรองได้ยินแล้วปิดบังต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่สู้บอกเขาไป”
ตอนนั้นเส่าฮูหยินปิดบังมู่หลิงก็เพราะรักเขา
ต่อมาเส่าฮูหยินไม่พูดอะไรเลยก็เพราะนางสิ้นหวังแล้ว
นางไม่อยากมีความเกี่ยวพันอะไรกับมู่หลิงอีก หากให้มู่หลิงรู้ว่าเส่าฮูหยินเคยช่วยเขาจะต้องมายุ่งเกี่ยวกับนางแน่!
แต่ว่า…หลังจากที่พ่อบ้านเฒ่าได้รู้จากปากของนายผู้เฒ่าก็ยังคิดว่าเรื่องนี้ต้องให้นายท่านรองรู้
ต่อให้เขาจะไปข้องแวะกับเส่าฮูหยินอีกก็ต้องทำให้เขาเสียใจ!
ไม่อยากให้เฉินชิงเยียนครอบครองความดีความชอบของเส่าฮูหยิน
……………………