เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 969 ความจริงในปีนั้น (6)/ตอนที่ 970 ความจริงในปีนั้น (7)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 969 ความจริงในปีนั้น (6)/ตอนที่ 970 ความจริงในปีนั้น (7)
ตอนที่ 969 ความจริงในปีนั้น (6)
“นายท่านรอง ท่านยังจำครั้งนั้น…ที่ท่านถูกคนทำร้ายบาดเจ็บหนัก หัวใจโดนแทงแล้วถูกคนหามกลับมาตระกูลมู่ได้หรือไม่?”
คำพูดของพ่อบ้านเฒ่าทำให้เท้าของมู่หลิงถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้ารูปงามขาวซีด
เป็นครั้งนั้นจริงๆ …
เขาหนีออกมาจากความตายได้เป็นเพราะซู่อีเป็นคนทำ!
“เดิมท่านตายไปแล้วแต่เป็นเส่าฮูหยินที่ช่วยท่านกลับมา เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้แน่ชัดแต่นายผู้เฒ่าเห็นและได้บอกกับข้าในตอนนั้น พ่อบ้านเฒ่ายิ้มบาง “นายผู้เฒ่าไม่รู้ว่าเส่าฮูหยินใช้วิธีอะไรช่วยท่าน แต่เขาเห็นว่าหลังจากเส่าฮูหยินช่วยท่านแล้วแม้แต่ยืนนางยังยืนไม่มั่น แม้กระทั่งพลัง…ก็ถดถอยไป”
มู่หลิงกำหมัดแน่น
คำพูดของพ่อบ้านเฒ่าราวกับเข็มแทงลงบนใจของเขา ทั้งเจ็บปวดและรู้สึกผิด
เรื่องเหล่านี้เขาไม่เคยรู้เลย…
หากเขารู้จะไม่ทำเช่นนี้กับซู่อีเป็นแน่
“เส่าฮูหยินจากไปช่วงหนึ่งไม่ใช่เพราะไม่สนใจท่าน แต่นางไปรักษาอาการบาดเจ็บที่อื่นกลับมาไม่ได้” สายตาของพ่อบ้านเฒ่าจ้องมองมู่หลิงเงียบๆ “อีกทั้งท่านคงจะไม่รู้ว่าเส่าฮูหยินเคยมีพลัง…ไม่น้อยไปกว่านายท่านเลย”
สำหรับฐานะของซู่อีพ่อบ้านเฒ่าสงสัยมาโดยตลอด
ตอนนั้นนางก็เป็นเซิ่งอู่แล้ว
อีกทั้งต่อให้คนคนหนึ่งจะหน้าตาเหมือนเดิมเพียงใด ทว่ายี่สิบปีมานี้ก็ไม่มีทางที่จะไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง
เหมือนกับนางเมื่อยี่สิบปีก่อนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“ด้วยพลังของท่านในตอนนั้น เส่าฮูหยินจงใจแอบซ่อนพลังเอาไว้ท่านย่อมไม่รู้ทว่านายท่านรู้ดี รอนางรักษาตัวกลับมาก็ถดถอยไปถึงหลิงอู่ขั้นสูงแล้ว…”
ลมหายใจของมู่หลิงแรงขึ้นเรื่อยๆ
เขาล้มลงจากเทียนอู่ขั้นสูงถึงเทียนอู่ขั้นต้นยังไม่อาจยอมรับได้ แต่ซู่อีกลับลงไปถึงหลิงอู่
นางยังสามารถแสดงออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากไม่ใช่เพราะรักเขาจะทำอย่างนี้ได้อย่างไร?
จู่ๆ มู่หลิงก็คิดถึงครั้งนั้นขึ้น…
เขาถูกยอดฝีมือไล่ฆ่าที่ข้างนอก เป็นชิงเยียนที่บังหน้าเขาไว้ให้เขาหนีไป
ทว่าต่อมาเขาก็ยังรับฝ่ามือหนึ่งเพื่อชิงเยียน
เขาหมดสติไปแต่ไม่นานก็ถูกการต่อสู้ทำให้ตื่นขึ้นมา ตอนที่สายตาพร่ามัวเขาเห็นเพียงเงาด้านหลังเงาหนึ่ง
แผ่นหลังที่ทั้งผอมบางและงดงาม
พลังคนของคนคนนั้นก็เป็นหลิงอู่ขั้นสูง
ที่บังเอิญก็คือชิงเยียนก็มีพลังในระดับนี้ และตอนนั้น…ทั้งสนามก็มีเพียงเงาด้านหลังของร่างผอมบางนั้น…
หัวใจมู่หลิงสั่นสะท้าน เขากำมือแน่นจนเล็บแทงทะลุเข้าไปในเนื้อ
ไม่!
คนคนนั้นก็คือชิงเยียน!
แม้ตอนนั้นเขาจะมองไม่ชัด แม้แต่ทรงผมเสื้อผ้าก็มองไม่ชัดเจน แต่เขาแน่ใจว่านั่นจะต้องเป็นชิงเยียนแน่
และชิงเยียนก็เคยยอมรับแล้ว นางไม่มีทางโกหกเขา!
ทว่าอันตรายในครั้งนั้นซู่อีไม่ได้อยู่จริงๆ เขาคิดมาตลอดว่าซู่อีหนีไปหลังจากมีอันตราย ได้รู้เช่นนี้แล้ว ครั้งนั้นนางอาจจะมีเรื่องอะไรจึงได้จากไป
บางทีอาจจะไปตามทหารมาช่วย…
มิเช่นนั้น หลิงอู่ขั้นสูงคนหนึ่งจะสามารถรับมือกับยอดฝีมือมากมายเช่นนั้นได้อย่างไร
“พ่อบ้าน ข้าเข้าใจแล้ว”
มู่หลิงหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด “ตลอดมานี้ล้วนเป็นข้าที่เข้าใจซู่อีผิด เป็นข้าที่ผิดต่อนาง…แต่ชิงเยียนก็มีรักต่อข้าลึกซึ้งเช่นกัน ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือของข้าตอบแทนซู่อี แต่ว่าก็ต้องให้ทางชีวิตกับชิงเยียนด้วย หากนางจากไปข้าก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้”
ตอนนั้นเขาเลือกเฉินชิงเยียนยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง
ซู่อีเป็นคนแข็งแกร่ง ไปจากเขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี
…………….
ตอนที่ 970 ความจริงในปีนั้น (7)
เฉินชิงเยียนทำไม่ได้…
เฉินชิงเยียนเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ทันทีที่ไปจากเขานางจะต้องไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้แน่
พ่อบ้านเฒ่าเห็นมู่หลิงดื้อดึงเช่นนี้ก็ส่ายหน้า “นายท่านรอง ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าเหตุใดจึงเข้าใจเส่าฮูหยินผิด?”
สีหน้ามู่หลิงแข็งทื่อไม่ตอบคำถามขางพ่อบ้านเฒ่า
“เป็นเฉินชิงเยียนที่แสดงเป็นใจกว้างรู้เรื่องรู้ราว ทั้งยังพูดให้ร้ายเส่าฮูหยินต่อหน้าท่าน ให้ท่านเข้าใจผิดคิดว่านางเป็นคนรักตัวกลัวตาย!” เสียงของพ่อบ้านเฒ่าหนักขึ้นหลายส่วนราวกับแฝงด้วยความโกรธ
มู่หลิงหลับตาลง
ครั้งแรก หลังจากเขาตื่นขึ้นมาก็เห็นเพียงเฉินชิงเยียนกำลังดูแลเขา
เขาถามถึงซู่อี
เฉินชิงเยียนบอกกับเขาว่าซู่อีไม่ได้ปรากฏตัวเลย และนางก็ไม่รู้ว่าซู่อีไปที่ใด
ครั้งที่สองก็เป็นเช่นนี้
เขาตื่นขึ้นมาก็เห็นเฉินชิงเยียนที่เต็มไปด้วยน้ำตา
ภายใต้การเค้นถามของเขาเฉินชิงเยียนก็ยังพูดประโยคนั้น ซู่อีไม่ได้กลับมา นางไม่เห็นนางเลย
ในคำพูดนี้มักทำให้เขารู้สึกว่าซู่อีหนีไปแล้ว บวกกับซู่อีพอหายไปก็หายไปเดือนกว่า เฉินชิงเยียนมักจะอยู่ข้างๆ คอยอธิบายให้มู่หลิง…
คำพูดอธิบายทั้งหมดของนางก็คือ เป็นคนล้วนต้องมีความขี้ขลาดหวาดกลัว แม้ว่าซู่อีจะกลัวเขาก็ไม่อาจไปโทษซู่อีได้ และก็ด้วยเหตุนี้ เขายิ่งรู้สึกว่าที่ซู่อีแต่งกับเขาก็เพื่ออำนาจของตระกูลมู่ ไม่ใช่เพราะความจริงใจ
ราวกับว่าในโลกนี้มีเพียงเฉินชิงเยียนที่จริงใจต่อเขา คนอื่นล้วนจอมปลอม!
แต่ว่า…ซู่อีก่อนหน้านี้นางเป็นเซิ่งอู่!
เป็นเพราะเขาต้องถดถอยลงมาถึงหลิงอู่ขั้นสูง!
ซู่อีที่มีพลังถึงเพียงนี้จะเป็นคนคิดเกาะผู้มีอำนาจได้อย่างไร?
“อาจจะเป็นเฉินชิงเยียนที่เข้าใจซู่อีผิดไปเช่นกัน” มู่หลิงลืมตาขึ้น “ข้าเชื่อคำพูดของเจ้ากับท่านพ่อและข้าก็เชื่อเฉินชิงเยียน หลายครั้งที่นางไม่เห็นซู่อีตอนที่ข้าเจอกับความลำบากในใจจะเกิดความเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องปกติ นางทำเช่นนี้ก็ทวงความยุติธรรมให้ข้า ผิดเพียงอย่างเดียวก็คือนางไม่รู้ความจริงจึงได้เข้าใจซู่อีผิดไป”
เขามีสิทธิ์อะไรไปโทษชิงเยียน?
เขาเองก็เป็นเช่นนั้น ไม่ความจริงใดๆ ก็เข้าใจซู่อีผิด…
มุมปากพ่อบ้านเฒ่ามีรอยยิ้มเยาะ “นายท่านรอง คำพูดนอกเหนือจากนี้ข้าไม่พูดแล้ว เมื่อครู่ที่ท่านพูดว่าท่านจะตอบแทนเส่าฮูหยินข้าขอท่านเพียงเรื่องเดียว หากท่านต้องการตอบแทนเส่าฮูหยินก็อย่าไปหานาง”
หลังจากพูดคำเหล่านั้นจบมู่หลิงก็หันหลังตั้งใจจะไปหาซู่อี
ใครจะรู้ว่าคำพูดต่อมาของพ่อบ้านเฒ่าจะทำให้เท้าของเขาหยุดชะงักก่อนจะรีบเดินออกมา
พ่อบ้านเฒ่าถอนหายใจ
เขาไม่รู้ว่าพูดเรื่องเหล่านี้ออกไปแล้วจะดีหรือร้ายต่อเส่าฮูหยินกันแน่
แต่เขาก็ไม่อยากเห็นเฉินชิงเยียนใช้เรื่องเหล่านี้สร้างเป็นเรื่อง นางไม่ได้ทำแท้ๆ แค่ยกน้ำยกชาไม่กี่วัน ดูแลนายท่านรองไม่กี่วันก็เท่านั้น คนที่ทุ่มเทเพื่อนายท่านรองจริงๆ ก็คือเส่าฮูหยิน
มีสิทธิ์อะไรคนที่ไม่ได้ทำอะไรคนหนึ่งกลับถูกเรียกว่าเป็นผู้มีพระคุณ? คนที่ช่วยชีวิตจริงๆ กลับไม่มีผู้ใดรู้
นายผู้เฒ่ามองพ่อบ้านเฒ่าด้วยความเศร้าและขุ่นเคือง “ถึงเวลาหากซู่อีโกรธข้าจะบอกว่าเจ้าเป็นคนพูด”
“ได้ได้ได้” พ่อบ้านเฒ่ายิ้ม “นายท่านพูดอะไรล้วนได้ทั้งสิ้น เส่าฮูหยินต้องการตีคนก็ให้นางมาตีข้าก็ได้ จะต้องไม่ให้เส่าฮูหยินมาโทษท่านได้แน่”
“อื้อ” นายผู้เฒ่าจึงจะเบาใจลง อย่างไรเสียถึงเวลาก็ให้พ่อบ้านรับความผิดไป
เขาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อบ้าน!
“เอ่อ…” นายผู้เฒ่าลังเลอยู่ชั่วครู่ “ตัวมู่หลิงเหม็นเหลือเกิน”
“…”
………………..