เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 971 ความจริงในปีนั้น (8)/ตอนที่ 972 บทที่มีกลิ่น
ตอนที่ 971 ความจริงในปีนั้น (8)
ดังนั้น นายท่านท่านต้องการจะพูดอะไร?
“หากทำให้ซู่อีเหม็น ซู่อีโกรธแล้วไปจากตระกูลมู่จะทำอย่างไร? ไม่ได้ เจ้าไปขัดขวางมู่หลิงห้ามให้เขาไปหาซู่อี เขาเหม็นเกินไปแล้ว” นายผู้เฒ่ารีบลุกขึ้นด้วยความไม่สบายใจ
มุมปากพ่อบ้านเฒ่ากระตุก “เขาคิดจะไปหาเส่าฮูหยินจริงข้าไปขัดขวางก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างเส่าฮูหยินจะต้องโยนเขาออกมาแน่”
“อ้อ เช่นนั้นก็ดี” นายผู้เฒ่าจึงจะยิ้มได้ “จริงสิ วันนี้มู่หลิงกินอึมาหรืออย่างไร? เหตุใดจึงเหม็นเช่นนี้?”
“อาจจะกระมัง เขาอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะกินข้าวก็เลยเปลี่ยนไปกินอึแทน”
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” นายผู้เฒ่าขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเจ้ารีบประกาศลงไป วันนี้ให้ทุกคนที่เห็นมู่หลิงล้วนออกห่าง เขากินอึแล้ว เหม็นสุดๆ !”
พ่อบ้านเฒ่า “…”
นายท่านนี่ต้องการแกล้งนายท่านรองให้ตายหรือ?
“ไม่ได้ เจ้าไปข้างนอกก็ต้องประกาศด้วย เพื่อไม่ให้มู่หลิงไปทำให้คนอื่นเหม็นจนเป็นลม ทุกคนที่เห็นเขาให้หลบห่างสามฉื่อ[1] เจ้ารีบไป!”
เห็นพ่อบ้านเฒ่าไม่ขยับเขยื้อนนายผู้เฒ่าก็โมโหตะโกนเสียงดัง
“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านเฒ่าท่าทางจนปัญญา “เช่นนั้นข้าจะไปแจ้งคนอื่นเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขาออกห่างจากนายท่านรองหน่อย”
…
หลังออกจากบ้านของนายผู้เฒ่ามู่หลิงก็เอายาวิเศษให้สาวใช้คนหนึ่ง ให้นางเอาไปส่งให้เฉินชิงเยียน
แน่นอนว่าเขาจะไปหาซู่อี
อย่างไรเสียไปหานางมือเปล่าคงไม่ค่อยดีนัก
เขาจำได้ว่าตอนนั้นซู่อีชอบกินขนมเกาลัดร้านตระกูลเฉินมาก
ขนมร้านนั้นมีชื่อเสียงในจวนเทียนเสินมาก ต้องต่อแถวนานจึงจะได้ซื้อ
มู่หลิงจำได้ว่าซู่อีไม่ชอบคนที่ใช้อำนาจกดขี่คนมากที่สุด ดังนั้นเขาจึงเตรียมตัวมาต่อแถวเป็นอย่างดีแล้ว ไม่มีทางใช้อำนาจแซงแถวเหมือนที่เคย
ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด…
ตลอดทางเขารู้สึกว่าสายตาที่คนเหล่านั้นมองเขาเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด เหมือนกับว่าเขาเป็นสัตว์ร้ายอะไรพอเห็นเขาก็ถอยห่างออกไป ทำให้รอบตัวเขาในระยะสิบจั้งไม่มีคนเข้าใกล้
สายตามู่หลิงแฝงด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เขาดมกลิ่นบนตัวแล้วขมวดคิ้ว
“ก่อนข้าออกมาก็ใช้น้ำหอมดับกลิ่นแล้ว ตอนนี้แม้จะยังมีอยู่ทว่าก็บางเบายิ่งนัก เหตุใดคนเหล่านั้นยังสามารถสังเกตได้อีก? ประสาทสัมผัสกลิ่นของพวกเขาไวเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คิดแล้วมู่หลิงก็ส่ายหน้าเอาความคิดนั้นทิ้งไว้ด้านหลัง
มุมปากของเขามีรอยยิ้มเดินไปต่อแถวที่ร้านขนม
แถวที่เดิมต่ออยู่มีคนเห็นมู่หลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้าพอดี
สีหน้าของคนคนนั้นเปลี่ยนไปทันที เขาใช้นิ้วมือสะกิดคนที่อยู่ข้างหน้า…
คนที่อยู่ข้างหน้าหันกลับมามองสีหน้าก็เปลี่ยนไปกะทันหัน
หลังจากนั้นมู่หลิงยังไม่ทันได้เข้าใกล้แถวที่ต่ออยู่ก็สลายตัวไปหมด ทุกคนเหมือนนกแตกรังหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
ที่หน้าประตูร้านขนมเกาลัดตระกูลเฉินว่างเปล่า มีเพียงใบไม้ปลิวลงมามองดูรกร้าง
มู่หลิงย่อมไม่เข้าใจ ตอนที่เขาอยู่ตระกูลมู่ใช้น้ำหอมดับกลิ่นอยู่นั้น ทั้งจวนเทียนเสินก็มีข่าวลือกระจายไปทั่ว
เขาไม่รู้เรื่องอะไรเดินไปทางร้านขนมเกาลัดตระกูลเฉิน
“ข้าเอาหนึ่งชุด…”
เฒ่าแก่ร้านขนมเกาลัดตระกูลเฉินก็แซ่เฉิน เขาเห็นมู่หลิงเดินมาถึงหน้าประตูก็เหมือนเห็นสัตว์ป่าเดินเข้ามาอย่างไรอย่างนั้น รีบทำความสะอาดแผงลอยที่หน้าประตูอย่างสะอาดสะอ้านแล้ววิ่งเข้าไปในห้องด้วยความเร็วดุจสายลม
ก่อนที่เขาจะปิดประตูยังทิ้งประโยคหนึ่งไว้…
………………
ตอนที่ 972 บทที่มีกลิ่น
“อึของข้าไม่อร่อย ท่านไปหาคนอื่นเถอะ”
“…” มู่หลิงหน้าเขียว
ในใจของเขาท่องว่าซู่อีไม่ชอบคนใช้อำนาจรังแกคนอื่น เขาต้องไปหาซู่อีเพื่อขอโทษจะทำให้นางโกรธอีกไม่ได้
หลังจากท่องในใจอยู่หลายครั้งความโกรธและไอสังหารที่พุ่งออกมาก็สงบลง
“ปัญญาอ่อน!” หลังจากทิ้งคำนี้ไว้มู่หลิงก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากมาโดยไม่หันไปมอง
เมื่อเขาจากไปแล้วเฒ่าแก่เฉินก็ถอนหายใจยื่นศีรษะออกมาจากห้อง
“ใครกันแน่ที่ปัญญาอ่อน? เป็นนายท่านรองตระกูลมู่ผู้สง่าผ่าเผยแต่กลับชอบกินอึ ได้ยินว่าเขากินอึจนหมดทั้งตระกูลมู่แล้ว บรรดาคนใช้ตระกูลมู่เพื่อนสนองความต้องการอยากกินอึของเขาต้องทรมานจนดูไม่ได้ ตอนนี้เขาออกมาก็เพื่อจับคนข้างนอก ช่าง…ปัญญาอ่อนเสียจริง!”
เฒ่าแก่เฉินถุยน้ำลายลงพื้นหนึ่งทีแล้วจึงจะปิดประตูอีกครั้ง วันนี้เขาไม่กล้าเปิดร้านแล้ว เพื่อไม่ให้ถูกมู่หลิงเพ่งเล็ง
…
ตอนแรกข่าวลือมีแค่มู่หลิงชอบกินอึ
ต่อมาไม่รู้อย่างไรมีคนเผยแพร่ออกไปว่าสามวันก่อนห้องน้ำตระกูลมู่ระเบิด มู่หลิงเดินออกมาพร้อมสิ่งปฏิกูลเต็มตัว ที่มุมปากของเขายังมีอึติดอยู่ด้วย
ด้วยเหตุนี้ข่าวลือจึงยิ่งหนักหนายิ่งขึ้น
สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นเพื่อกินอึมู่หลิงจึงออกมาจับคนกลับไป ด้วยเหตุนี้ทุกคนเมื่อเห็นเขาก็หนีไปไกล กลัวว่ามู่หลิงจะวางยาถ่ายพวกเขาเพียงเพื่อสนองความต้องการวิปริตที่อยากกินอึของเขา
มู่หลิงออกจากร้านขนมเกาลัดตระกูลเฉินมาก็ย้อนนึกถึงอาหารอร่อยอย่างอื่นที่ซู่อีชอบกิน
ทว่าคนพวกนั้นล้วนเหมือนร้านตระกูลเฉิน
เขาเข้าไปใกล้ก็เก็บของเสร็จเรียบร้อยกันหมด ปิดประตูหยุดขายให้เขากินฝุ่น
มู่หลิงงงงวยไม่เข้าใจ เขาก็แค่มีกลิ่นอุจจาระอยู่บนกายเหตุใดคนพวกนี้จึงเห็นเขาเป็นภัยพิบัติใหญ่หลวง? เขาน่าหวาดกลัวถึงเพียงนั้นเลยหรือ?
จนกระทั่งตอนที่เด็กน้อยสองสามคนเห็นเขาก็ส่งเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ…
“รีบวิ่ง คนกินอึมาแล้ว พวกเรารีบวิ่งเร็ว!”
“ฮือฮือ ท่านแม่บอกว่าเขาเที่ยวจับคนไปทั่วเอากลับไปกิน ถ้าพวกเรายังไม่ไปต้องถูกเขาจับไปแน่…”
…
ในที่สุดสีหน้ามู่หลิงก็เปลี่ยนไป
เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดวันนี้คนเหล่านั้นเห็นเขาก็วิ่งหนีเร็วยิ่งกว่าสายลม
เป็นเจ้าชั่วคนไหนที่ทำลายชื่อเสียงของเขากันแน่?
หากให้เขารู้จะต้องฉีกเจ้าชั่วนั่นเป็นหมื่นๆ ชิ้น!
มู่หลิงโกรธจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง แวแรกในหัวของเขาก็คือเฟิงหรูชิง
ความจริงแล้ว เฟิงหรูชิงก็ช่างโชคร้ายเสียจริง
ตอนแรกที่เฟิงหรูซวงคิดไปเองฝ่ายเดียวกั๋วซือก็ให้หินก้อนใหญ่หล่นลงมาจากฟ้าทับเฟิงหรูซวง ทว่าเฟิงหรูซวงกลับคิดว่าเฟิงหรูชิงเป็นคนทำ!
ไม่กี่วันก่อนหนานเสียนทำให้ฉินเฟยเอ๋อร์ล้มลงอย่าอนาถต่อหน้าทุกคน ฉินเฟยเอ๋อร์ก็คิดว่าเฟิงหรูชิงเป็นคนทำแน่
วันนี้เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นนายผู้เฒ่าตระกูลมู่ส่งคนมาปล่อยข่าวลือแท้ๆ
ผลปรากฏ…มู่หลิงก็คิดว่าเป็นเรื่องที่เฟิงหรูชิงเป็นคนทำเช่นเดิม!
เฟิงหรูชิงรับผิดแทนคนอื่นหลายต่อหลายครั้งโดยไม่ทันรู้ตัว
“นายท่าน...นายท่านรอง…พวกเรายังจะไปซื้อหรือไม่?”
ทหารอารักขาที่ตามหลังมู่หลิงถามด้วยความกลัว พวกเขาถอยหลังไปสองสามก้าวโดนทันที สายตาแฝงด้วยความหวาดกลัว
สีหน้ามู่หลิงเขียวคล้ำ “ไม่ซื้อแล้ว พวกเรากลับ!”
เฟิงหรูชิงสมควรตาย!
กล้าใส่ร้ายชื่อเสียงเขาเช่นนี้ ครั้งนี้ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับความโกรธของหนานเสียนเขาก็ต้องสั่งสอนนางหนูนี่!
บนโลกใบนี้สิ่งที่มู่หลิงให้ความสำคัญที่สุดก็คือหน้าตา
ใครทำให้เขาขายหน้าเช่นนี้เขาจะต้องทำให้นางอยู่ไม่สุข!
……………….
[1] ฉื่อ หมายถึง หน่วยวัด หนึ่งฉื่อประมาณสามสิบเซ็นติเมตร