เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 370 พอเหนื่อยก็ไม่มีแรงทะเลาะแล้วสิ
สไตล์ลิสชายพอเห็นลู่อี้หนงมาหลบอยู่ด้านหลังจะท้าเป็นไม่สนใจก็ไม่ได้
ส้าหรับผู้ชายแล้วการปกป้องผู้หญิงเป็นเรื่องที่ควรท้า ยิ่งเป็นผู้หญิงสวยๆ
แบบลู่อี้หนงแล้ว พออ่อนแอขึ้นมาผู้ชายก็อดสงสารไม่ได้……
สไตล์ลิสชายแกล้งกระแอมไอแล้วยื่นแขนออกไปดันลู่อี้หนงไปด้านหลัง
เหมือนเป็นการปกป้อง
เฉียวยวี่หว่านอยากจะหัวเราะออกมา ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเองเลยสักนิดจะยื่น
มือเข้ามายุ่งท้าไม วันนี้เธอได้เห็นคนหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเข้าซะแล้ว
“คุณคะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณนะคะ” เฉียวยวี่หว่านใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร
กับชายชาวเอเชียตรงหน้า นักออกแบบชายคนนี้ดูเหมือนคนเอเชีย แต่เธอไม่
รู้ว่าเขาพูดจีนได้ไหม
“พวกเราทุกคนมีการศึกษา การที่เอะอะก็หยิบกรรไกรขึ้นมาเป็นการกระท้า
ของคนป่าเถื่อน คุณเฉียวท้าแล้วหนึ่งครั้ง อย่าท้ามันเป็นครั้งที่สองเลยครับ”
ผู้ชายคนนี้ใช้ภาษาจีนส้าเนียงแปร่งๆ พูดกับเฉียวยวี่หว่าน ทั้งยังเรียกแซ่
ของเธอด้วย ยิ่งประโยคหลังแสดงว่าเขารู้จักเธอ……
“รู้จักฉันเหรอคะ” เฉียวยวี่หว่านเม้มปาก เลิกคิ้วขึ้นพลางมองนักออกแบบ
ชายตรงหน้า แล้วละสายตาไปมองลู่อี้หนงที่อยู่ด้านหลัง
ลู่อี้หนงไม่เหมือนลูกกระต่ายน้อยเลยสักนิด ยังจะท้าตัวให้เหมือนอีก
พยายามท้าตัวให้น่าสงสาร แต่ในสายตาของเฉียวยวี่หว่านมันดูตลก
เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองพร้อมจะมีเรื่องได้ทุกที่ทุกเวลา จะให้ดีอย่ามีคนมา
งานแข่งครั้งก่อนท้าเธอทุกข์ใจมามากพอแล้ว ส้าหรับเธอ “ไม่ควรมีครั้งที่
สอง”
“เราเคยเจอกันในงานเฟ้นหาสุดยอดสไตล์ลิสครั้งก่อน”
สไตล์ลิสชาย
เหลือบไปมองผู้หญิงที่ “ต้องการการปกป้อง”ด้านหลัง แล้วหันมาพูดกับ
เฉียวยวี่หว่าน “คุณเฉียวครับ มาขู่กันแบบนี้จะได้อะไร แล้วเท่าที่ผมรู้เขาก็
เป็นน้องสาวคุณ คุณอยากไปนอนในคุกอีกงั้นเหรอ”
ประโยคหน้าส้าหรับเฉียวยวี่หว่านแล้วมันเหมือนยุงกัด แต่ประโยคหลังมัน
เหมือนเป็นการเปิดบาดแผลของเธอ แล้วเอามีดกรีดซ้าลงไปต่อหน้าคน
จ้านวนมากมาย
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ภาษาจีนไม่ดีหรือจงใจแก้แค้นเธอกันแน่ ตอนแรกก็พูด
ภาษาจีนดีๆ มาตอนนี้กลับใช้ภาษาอังกฤษ คนที่อยู่ในนั้นส่วนใหญ่เป็นคน
ยุโรป ฟังภาษาจีนไม่เข้าใจแต่ภาษาอังกฤษเข้าใจแน่ๆ เขาใช้ภาษาอังกฤษ
พูดว่าเธอบีบบังคับน้องสาว ทั้งยังพูดเรื่องติดคุก ทุกคนเลยได้รู้เรื่องแย่ๆ ใน
อดีตของเธอ
เฉียวยวี่หว่านคิดจงใจแก้แค้นมีความเป็นไปได้มากกว่า
ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามมีเจตนาไม่ดี เธอก็ไม่มีความจ้าเป็นอะไรจะต้องพูดดีด้วย
เฉียวยวี่หว่านหันไปมองสายตาของคนยุโรปรอบตัวแล้วยิ้มเล็กน้อย พร้อมใช้
ภาษาอังกฤษพูดกับผู้ชายตรงหน้า “งานแข่งสไตล์ลิสที่นิวยอร์คครั้งก่อน
น้องสาวฉันเอาเข็มทิ่มตาตัวเองแล้วใส่ร้ายฉัน คุณไม่รู้อะไรก็เอาตัวเองไป
ปกป้องผู้หญิงประสาทแบบนี้ ระวังให้ดีนะพอแข่งเสร็จคุณอาจจะเดือดร้อน
ไปด้วย”
เฉียวยวี่หว่านจงใจพูดค้าว่า “ผู้หญิงประสาท” ใส่ลู่อี้หนงท้าให้เธอไม่พอใจ
อย่างมากถึงกับชักสีหน้าเป็นคนละคนกับเมื่อครู่ แล้วเดินขึ้นมาใช้
ภาษาอังกฤษโต้กลับเฉียวยวี่หว่าน “เธอว่าฉันประสาท งั้นเธอก็เป็นบ้าแล้ว
ล่ะ คนเยอะแยะในนี้เป็นพยานให้ได้ว่าเธอใส่ร้ายฉัน”
นักออกแบบรอบๆ ต่างพยักหน้า ในงานเฟ้นหาสุดยอดสไตล์ลิสครั้งก่อนลู่อี้
หนงนับว่าโด่งดังอยู่ในตอนนั้น ทุกคนจ้าเธอได้และก็มีคนไม่น้อยชื่นชอบ
ผลงานเธอ
ส้าหรับเฉียวยวี่หว่านแล้วนักออกแบบพวกนี้ก็แค่ว่าไปตามน้า พวกเขาไม่มี
ทางออกโรงช่วยปกป้องลู่อี้หนงแน่ๆ
“ก็ตามใจ” เฉียวยวี่หว่านยิ้มมุมปากแล้วมองไปทางสไตล์ลิสชายคนนั้น
“ผู้หญิงคนนี้คือคนที่คุณบอกว่าเป็นน้องสาวฉัน ตอนนั้นเขาตามตื๊อสามีฉัน
ไม่ยอมปล่อย พอสามีฉันไม่เล่นด้วยก็ตามอาฆาตฉันอีก”
เฉียวยวี่หว่านไม่ได้พูดใส่ร้ายหรือพูดให้ตัวเองดูดีขึ้นมา แต่พูดเพราะมันคือ
ความจริง
“แก!” ลู่อี้หนงอารมณ์โกรธพลุ่งพล่าน เฉียวยวี่หว่านรู้ว่าลู่อี้หนงทนได้ไม่
นานหรอก จึงจงใจพูดออกมา ใครจะไปคิดว่าความอดทนจะต่้ากว่าที่
เฉียวยวี่หว่านคิดไว้ขนาดนั้น……
“การแข่งจะเริ่มแล้ว ขอตัวนะคะ” เฉียวยวี่หว่านพูดจบก็เดินกลับไปหา
นายแบบตัวเอง
สไตล์ลิสชายพอได้ฟังเฉียวยวี่หว่านพูดแบบนั้นก็หันไปมองลู่อี้หนงแบบปั้น
หน้าไม่ถูก แล้วรักษาระยะห่างกับเธอ
ลู่อี้หนงเห็นสไตล์ลิสชายท้าท่าทางแบบนั้นในใจก็รู้สึกโกรธแต่ก็พูดอะไร
ไม่ได้ ได้แต่เก็บความอัดอั้นไว้ในใจ
*
การแข่งขันด้าเนินไปเกือบห้าชั่วโมง และจะยาวนานไปถึงแปดชั่วโมง พอ
ใกล้หมดเวลาเฉียวยวี่หว่านก็หมดแรงไปก่อนแล้ว ตอนนี้เธอตั้งท้องอยู่
สภาพร่างกายอ่อนแอกว่าคนปกติ
เพราะอย่างนี้ตอนนั้นที่เฉิงฉีตงอนุญาตให้เธอเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้เธอก็
รู้สึกขอบคุณมากแล้ว ตอนอยู่บนเวทีเวลาที่เธอรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วก็จะมองหา
เฉิงฉีตงที่นั่งอยู่ด้านล่าง เฉิงฉีตงไม่เคยละสายตาจากเธอเลยแม้แต่น้อย ได้
เห็นสายตาของเขาแล้วท้าให้จิตใจเธอสงบ
การแข่งขันสิ้นสุดลงตอนนี้เป็นเวลาของคณะกรรมการ นักออกแบบทุกคน
ต่างก็ลงไปพักผ่อน แต่เฉียวยวี่หว่านไม่ได้ไป เธอเดินไปหาเฉิงฉีตง
พอเธอเห็นเฉิงฉีตงตรงทางเดินเธอก็รีบเข้าไปกอดเอวเขาไว้
“คุณเฉิงคะ เหนื่อยจังเลย” พอเฉียวยวี่หว่านกระโจนเข้าในอ้อมกอดของ
เฉิงฉีตงประโยคแรกที่เธอพูดคือเหนื่อยมาก เธอรู้สึกเหนื่อยจริงๆ……
จริงๆ แล้วเธออยู่กับเฉิงฉีตงไม่มีความจ้าเป็นอะไรที่ต้องพาตัวเองมาล้าบาก
แบบนี้ ไม่ต้องเข้าประกวด ไม่ต้องมาแข่งกับลู่อี้หนง แล้วก็ไม่ต้องหาเรื่องใส่
ตัวเอง ตอนนี้เธอตั้งท้องอยู่ควรจะอยู่เฉยๆ ถึงจะถูก
แต่เป็นตัวเธอเองที่ไม่ยอม
เฉิงฉีตงยื่นมือไปตบบ่าเธอเบาๆ แล้วเอามือประคองศีรษะเธอไว้ พลางพูด
“พอเหนื่อยก็ไม่มีแรงทะเลาะแล้วสิ”
พอเฉียวยวี่หว่านได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกว่าแปลกๆ อะไรคือพอเหนื่อยแล้วก็
ไม่มีแรงทะเลาะ
นี่เป็นเรื่องดีเหรอ?!
เธอปล่อยมือจากเอวของเฉิงฉีตงแล้วเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางขึงขัง