เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 12 สัมผัสอย่างถ่องแท้
ตอนที่ 12 : สัมผัสอย่างถ่องแท้
ในแต่ละนาที กระแสของผู้เล่นหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ชะง่อนผาซึ่งเป็นจุดแรกที่ทุกคนจะปรากฏตัว ขณะนี้แน่นขนัดราวกับพลาซ่าใจกลางเมือง ทว่าสถานที่เริ่มต้นไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว ปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นเช่นนี้มากกว่าพันแห่ง และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนของผู้เล่นที่ออนไลน์
ผู้เล่นเกือบทั้งหมดที่ปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้นั้นทราบข่าวของ “เส้นทางดวงดาว” มาก่อนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างที่ถูกว่าจ้างโดยกลุ่มนายทุน ซึ่งต้องการสร้างอำนาจขึ้นภายในโลกเสมือนแห่งนี้เพื่อบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัด
ยังมีผู้คนอีกมากที่ไม่ทราบว่า “เส้นทางดวงดาว” คืออะไร แต่พวกเขาจะได้รู้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ เพราะบนโลกอินเทอร์เน็ต คีย์เวิร์ด “เส้นทางดวงดาว” กำลังจะกลายเป็นท็อปออฟเดอะเวิลด์ เมื่อถึงเวลานั้น VWCD จะกลายเป็นสินค้ายอดฮิตที่ขาดตลาด และ “เส้นทางดวงดาว” จะเต็มไปด้วยฝูงชนผู้เล่นที่ทะลักเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
กลับมายังโลกของ “เส้นทางดวงดาว” ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นกำลังสนใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้พวกเขาอุทานอย่างไม่หยุดหย่อน ชายคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาดูสงบนิ่งและไม่แยแสต่อสิ่งเร้าใดๆภายนอก แม้จะมีผู้เล่นบางคนล้อเลียนหรือดูถูก แต่เขาก็ไม่เคยให้ความสนใจกับเสียงเหล่านี้
ในการทำสมาธิ เจมส์ดำดิ่งอยู่ในความเงียบ ความสนใจทั้งหมดของเขามุ่งเป้าไปที่ร่างกายของตนเอง หูของเขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจ สัมผัสของเขารู้สึกได้ถึงความอุ่นของเลือดและแรงสั่นสะเทือนจากการสูบฉีดของกล้ามเนื้อหัวใจ
สำหรับคนทั่วไป การจับสัมผัสการมีอยู่ของสิ่งที่พวกเขาไม่เคยรู้จักอาจเป็นเรื่องยากมาก แต่สำหรับเจมส์ ผู้ซึ่งเคยผ่านกาลเวลามาอย่างมากมาย การสัมผัสกับละอองดาวเป็นเรื่องง่าย มันขึ้นอยู่กับเวลา
เจมส์มุ่งเน้นการจับสัมผัสภายในร่างกาย นอกจากเนื้อและเลือด เขาสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของละอองดาวที่ค่อยๆเคลื่อนตัวไปทั่วทั้งร่างกายอย่างช้าๆ มันคล้ายกับลำธารในที่ราบที่กระแสน้ำไหลเอื่อยๆ
ขณะที่กระแสเลือดให้ความรู้สึกอบอุ่นและไหลอย่างมีพลัง กระแสธารของละอองดาวกลับให้ความรู้สึกเย็นและเชื่องช้า การจับสัมผัสถึงการมีอยู่ของละอองดาวนั้นยังคลุมเครืออยู่ เจมส์จึงใช้สมาธิมากขึ้นและค่อยๆมุ่งเน้นไปที่ความรู้สึกเย็นและเชื่องช้านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกนั้นก็ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเพียงไม่กี่สิบนาที ร่างกายที่แน่นิ่งของเจมส์ก็สั่นสะท้าน ขนทุกเส้นบนร่างกายลุกชันด้วยความปรีดา ราวกับพวกมันกำลังเฉลิมฉลองด้วยความยินดีอย่างถึงที่สุด ในตอนนั้นเอง เจมส์ก็ยกเปลือกตาขึ้น เผยให้เห็นแววตาที่กระจ่างใส เขาเอ่ยออกมาด้วยความยินดี
“มันเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้ ดูเหมือนฉันคิดถูกแล้วที่ใช้สถานที่ใกล้กับหินดวงดาว มันช่วยฉันได้มาก”
ในเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงของระบบดังขึ้นพร้อมกับกรอบข้อความโฮโลแกรม
:: ประสบความสำเร็จในการสัมผัสถึงละอองดาว ::
:: ท่านสามารถเปิดการใช้งานโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้ ::
:: รางวัลความสำเร็จได้รับ 200 ละอองดาว ::
เมื่อเห็นข้อความดังกล่าว เจมส์ก็เริ่มต้นการใช้งาน “โหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้” โดยไม่รีรอ หลังจากเขากดตกลง ก็มีหน้าต่างเมนูปรากฏขึ้นใหม่
เจมส์เริ่มต้นด้วยการเลือกปรับระดับความรู้สึกเจ็บปวด โดยทั่วไป ระดับความรู้สึกเจ็บปวดจะถูกตั้งไว้เพียง 20% ของความรู้สึกจริง แต่เมื่อเปิดการใช้งาน “โหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้” ผู้เล่นจะสามารถเลือกระดับความรู้สึกเจ็บปวดได้อย่างอิสระ ทว่าค่าดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่า 20%
ระดับความรู้สึกเจ็บปวด คือตัวแสดงผลความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งปรับได้สูงสุด 100% และต่ำสุด 20% สำหรับระดับ 15% หากถูกมีดบาดจะรู้สึกเพียงคันๆ หากโดนแทงจะรู้สึกคล้ายโดนมดกัด แต่ถ้าตั้งค่าที่ 100% ความเจ็บปวดที่ได้รับจะไม่ถูกกรองโดยระบบ นั่นคือผู้ใช้จะได้รับความเจ็บปวดที่แท้จริง
เจมส์เลือกเพิ่มค่าความรู้สึกเจ็บปวดให้ถึง 80% แน่นอนว่าไม่มีใครชอบความเจ็บปวดและทรมาน เจมส์ไม่ใช่คนซาดิสม์ หากเป็นคนแบบนั้นคงเพิ่มค่าดังกล่าวถึง 100% จุดประสงค์ของเจมส์คือการฝึกฝนจิตใจให้คุ้นชินกับความรู้สึกเจ็บปวด โลกในยุคปัจจุบันที่เขากลับมาไม่มีสงครามและการต่อสู้ เพื่อไม่ให้ตนเองคุ้นชินกับความสะดวกสบายมากเกินไป เจมส์จึงต้องใช้ “เส้นทางดวงดาว” เพื่อฝึกจิตใจของเขา
เมื่อตั้งค่าระดับความรู้สึกเจ็บปวดเสร็จแล้ว เจมส์จึงวาดนิ้วเพื่อเปิดเมนูทักษะและเลือกดูรายละเอียดของทักษะที่มีเพียงหนึ่งเดียว
มนต์เรียกวิญญาณร้าย : จอมขลังผีร้ายผู้หลงผิดในเส้นทางแห่งความมืด ใช้พลังวิญญาณจำนวนหนึ่งเพื่อเรียกวิญญาณร้ายจากขุมนรกออกมาช่วยต่อสู้
คำร่าย : ดวงวิญญาณแห่งขุมนรก ปลดปล่อยความแค้นผ่านการเชื่อมต่อแห่งข้า
แก่นทักษะ (เปิดใช้งานหลังจากร่างกายโคจร > 1) : สะสมละอองดาวจากศีรษะ ดวงตาและแขน รวบรวมที่จุดกึ่งกลางร่างกาย สร้างเจตจำนงด้วยวิญญาณในการเรียกผีร้ายจากขุมนรก จากนั้นผสานเจตจำนงนั้นเข้ากับก้อนละอองดาว เมื่อก้อนละอองดาวควบแน่นกลายเป็นพลังแห่งความมืด จึงขับมันออกผ่านเท้าข้างหนึ่งข้างใด
ผลพิเศษ :
· ยกเลิกคำร่ายเมื่อเรียกใช้ทักษะโดยวิธีใช้แก่นทักษะ
· เมื่อเรียกใช้ทักษะโดยวิธีใช้แก่นทักษะ วิญญาณร้ายที่ถูกเรียกจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 10% หากใช้ทักษะด้วยเงื่อนไขดังกล่าวในเวลากลางคืน วิญญาณร้ายจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 30%
· ลดการใช้ค่าพลังวิญญาณลง 40% เมื่อเรียกใช้ทักษะโดยวิธีใช้แก่นทักษะ
::
เจมส์ยิ้มเมื่อมองคำอธิบายของทักษะ นี่คือข้อดีของการเปิดใช้ “โหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้” ทว่าเพื่อแลกกับความสามารถที่เพิ่มขึ้น การเรียกใช้ทักษะโดยวิธีแก่นทักษะนั้นจะยากกว่าการใช้คำร่ายอย่างมาก ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวคือความล้มเหลว
ส่วนสำคัญที่สุดในการเรียกใช้ทักษะผ่านวิธีแก่นทักษะคือการหลอมรวมเจตจำนง ซึ่งศาสตร์ต่างๆจะต้องมีขั้นตอนนี้รวมอยู่ด้วย หากผู้ใช้ไม่มีสมาธิมากพอ พวกเขาจะล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม การเรียกใช้ทักษะโดยใช้วิธีแก่นทักษะนั้นจะยุ่งยากแค่ในช่วงเริ่มต้น เมื่อผู้เล่นคุ้นชินกับมันแล้ว วิธีดังกล่าวจะกลายเป็นความสะดวกสบายอย่างแท้จริง
เจมส์ไม่จำเป็นต้องทดลอง เขาคุ้นชินกับขั้นตอนเหล่านี้มากยิ่งกว่าใครๆดังนั้น ตอนนี้เขากลับมาให้ความสนใจกับรางวัลที่ได้รับ นั่นคือละอองดาว 200 หน่วย
อย่างที่เคยกล่าวไว้ ละอองดาวมีอยู่ในทุกที่และเป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่ง พืช สิ่งมีชีวิต อากาศ หรือแม้กระทั่งหินในดิน ต่างก็มีองค์ประกอบของละอองดาวหลอมรวมอยู่ด้วย
ใน “เส้นทางดวงดาว” ละอองดาวคือสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้เล่น ในช่วงเริ่มต้น ผู้เล่นจะได้รับละอองดาวจากการฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นและรางวัลจากภารกิจเท่านั้น แต่เมื่อเพิ่มระดับร่างกายโคจรถึงระดับหนึ่ง ผู้เล่นจะสามารถดูดซับละอองดาวที่อยู่ในอากาศได้ นอกจากนั้น ยังสามารถหาละอองดาวได้จากยาสมุนไพรและสิ่งวิเศษอื่นๆที่มีอยู่ทั่ว “เส้นทางดวงดาว”
เมื่อได้รับละอองดาว ผู้เล่นสามารถสะสมเพื่อใช้เพิ่มค่าสถานะ ซึ่งค่าสถานะประกอบไปด้วย:
สัมผัส: การตอบสนอง ประสาทสัมผัส
ดวงตา: มีผลต่อการมองเห็น
หัวใจ: เพิ่มความแข็งแรงของอวัยวะภายใน ความทรหด
ร่างกาย: ความแข็งแกร่งของเนื้อหนัง
แขน: ความแข็งแกร่งของแขน ความว่องไว
ขา:ความแข็งแกร่งของขา ความว่องไว
ค่าสถานะทั้ง 6 นี้ส่งผลต่อความแข็งแรงทางกายภาพและการตอบสนองของประสาทสัมผัส นอกจากนั้น ยังเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะต่างๆ เช่น ค่าสถานะแขนจะเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางกายภาพ สัมผัสและดวงตาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของทักษะบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์
ความสำคัญของค่าสถานะทั้ง 6 ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น อุปกรณ์และทักษะระดับสูงต่างต้องการเงื่อนไขในการสวมใส่หรือเรียนรู้ โดยเฉพาะเงื่อนไขของค่าสถานะ หากผู้เล่นมีค่าสถานะไม่เพียงพอ พวกเขาก็จะไม่สามารถสวมใส่อุปกรณ์หรือเรียนรู้ทักษะนั้นๆ
สิ่งสำคัญที่สุดในค่าสถานะคือร่างกายโคจร ระดับของร่างกายโคจรนั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้โดยการเพิ่มค่าสถานะทั้งหก ในช่วงแรก ผู้เล่นทุกคนจะได้รับค่าสถานะทั้งหมด 1 หน่วยและมีร่างกายโคจรระดับ 0 แต่เมื่อผู้เล่นเพิ่มค่าสถานะทั้งหมดขึ้นอีก 1 หน่วย ร่างกายโคจรของพวกเขาก็จะมีระดับเพิ่มขึ้น 1
ระดับของร่างกายโคจรนี้เองคือ กุญแจที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวละคร มีความสามารถมากมายที่รอการค้นพบ แต่สิ่งเหล่านั้นจะเปิดเผยให้เห็นเมื่อร่างกายโคจรมีระดับเพียงพอต่อเงื่อนไขความต้องการเท่านั้น
ในปัจจุบัน ค่าสถานะทั้ง 6 ของเจมส์จะต้องใช้ละอองดาว 10 หน่วยในการเพิ่มขึ้นหนึ่งแต้มต่อหนึ่งค่าสถานะ เจมส์ไม่รีรอ เขาใช้ค่าละอองดาว 60 หน่วยเพื่อเพิ่มค่าสถานะทั้ง 6 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 หน่วย
:: ยินดีด้วย ร่างกายโคจรของคุณระดับเพิ่มเป็น 1 ::
เจมส์ไม่ได้ใส่ใจกับข้อความของระบบ ตอนนี้ความรู้สึกของเขาจดจ่ออยู่กับความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เขารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก ประสาทสัมผัสของเขาคมชัดขึ้นและรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย แม้ว่ามันจะเป็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ยากจะสังเกตเห็น แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญอย่างเจมส์ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่สามารถหลีกหนีความรู้สึกของเขาไปได้
เมื่อทุกค่าสถานะถูกยกระดับขึ้น ละอองดาวที่จำเป็นต้องใช้ก็เพิ่มขึ้นด้วย หากเจมส์ต้องการเพิ่มค่าสถานะขึ้นอีก 1 หน่วย ในคราวนี้เขาจำเป็นต้องใช้ละอองดาวถึง 20 หน่วยต่อการเพิ่มแต้มสถานะหนึ่งสถานะ
:: ยินดีด้วย ร่างกายโคจรของคุณระดับเพิ่มเป็น 2 ::
ค่าละอองดาว 120 หน่วยถูกใช้ไป และเจมส์เหลือค่าละอองดาวเพียง 20 หน่วย ซึ่งไม่เพียงพอที่จะเพิ่มค่าสถานะใดๆ เมื่อจัดการทุกอย่างแล้ว เจมส์ก็ลุกยืนขึ้น สายตาของเขาจดจ่อไปยังหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างภูเขา
“ได้เวลาไปจากความแออัดแล้ว ก่อนอื่นฉันควรจะเริ่มต้นที่สุสานท้ายหมู่บ้าน ถ้าความทรงจำของหลินตงไม่ผิด ที่นั่นฉันจะได้รับภารกิจพิเศษของจอมขลังผีร้าย” หลังจากนั้น เจมส์ก็ออกเดินทางอย่างไม่รีรอ