เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 38
ตอนที่ 38
เดินไปเข้าไปใกล้รูปปั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือธารน้ำตกสายเล็กเจมส์อยู่ในตำแหน่งสายตาของเทวรูปเซรอสอย่างพอดิบพอดี เขาเงยหน้ามองเทพเจ้าแห่งความตายด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ ในชีวิตนี้บุคคลที่ข้าเทิดทูนมีเพียงบิดาและมารดาผู้ให้กำเนิด แม้ท่านจะเป็นสมมติเทพแต่อย่าได้โกรธเคืองถ้าหากข้ามิได้คุกเข่าเพื่อถวายศรัทธาแก่ท่าน เซรอส ”
: คำเตือน :
ท่านกำลังจะถวายศรัทธาแก่เทพเจ้าแห่งความตายเซรอส การผู้ศรัทธาเทพเจ้าแห่งความตายจะทำให้ท่านกลายเป็นคนนอกรีตในสายตาของประชากรส่วนใหญ่บนเส้นทางดวงดาว
* โปรดระมัดระวังการถวายศรัทธาในครั้งนี้มีผลต่อความสัมพันธ์กับบุคคลบางประเภท
** การถวายศรัทธาแก่เทพเจ้าสามารถลบล้างได้แต่ท่านจะได้รับความขุ่นเคืองจากเทพเจ้าที่ท่านเคยศรัทธา
—
ข้อความจากระบบดังขึ้นดังที่เจมส์คาดไว้แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจจากคำเตือนของระบบเพราะมันเป็นสิ่งที่เจมส์ทราบดีอยู่แล้ว
ผู้ศรัทธาเทพเจ้าแห่งความตายนั้นถือว่าเป็นคนนอกรีตในสายตาของผู้คนบนเส้นทางดวงดาวส่วนใหญ่เนื่องจากเทพเจ้าแห่งความตายนั้นคือเทพเจ้าที่ไม่เป็นมงคลในบรรดาเทพเจ้าทั้งห้า ไม่มีใครให้ความเคารพเทพเจ้าองค์นี้ สาเหตุหลักที่สำคัญมาจากคำสอนของเทพเจ้าองค์อื่นๆที่ล้วนแล้วแต่กล่าวถึงเทพเจ้าแห่งความตายในทางที่ชั่วร้าย
ด้วยเหตุนี้เองผู้คนบนเส้นทางดวงดาวกว่า 80% จึงรังเกียจผู้ที่ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งความตายและเรียกผู้ศรัทธาเหล่านี้ว่าคนนอกรีต
ในโลกศตวรรษที่ 21 คนนอกรีตนั้นแทบจะไม่มีอยู่แล้ว ในสังคมมนุษย์ทุกคนมีเสรีภาพที่จะนับถือศาสนาและมีอิสระที่จะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเชื่อดังนั้นคนนอกรีตจึงเป็นคำที่แทบจะไม่ถูกเอ่ยขึ้นเลยในยุคนี้ อย่างไรก็ตามเส้นทางดวงดาวนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกที่เจมส์อาศัยอยู่
ในเส้นทางดวงดาวหากมีคนถูกตราหน้าว่าเป็นคนนอกรีตคนๆนั้นจะได้รับการปฏิบัติที่ไม่ต่างอะไรจากผู้ติดเชื้อโรคระบาดร้ายแรง ไม่มีใครอยากเข้าใกล้และไม่มีใครอยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วย หากเป็นสังคมที่เคร่งศาสนาเมื่อคนนอกรีตถูกค้นพบพวกเขาจะถูกฆ่าอย่างไม่ปราณี
สำหรับผู้เล่นที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนนอกรีตนั้นมีชะตากรรมที่ไม่แตกต่างจากผู้คนของเส้นทางดวงดาวมากนัก พวกเขาจะถูกกีดกันจากสังคมและถูกรังเกียจ บางครั้งพวกเขาจะถูกฆ่าโดยNPC ถ้าหากถูกค้นพบ
อย่างไรก็ตามมุมมองของผู้เล่นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนนอกรีตนั้นแตกต่างจากผู้คนในเส้นทางดวงดาว ผู้เล่นไม่สนใจในสายตาที่รังเกียจหรือการปฏิบัติได้รับ พวกเขาสนใจเพียงแต่ผลประโยชน์และความสูญเสีย
สำหรับผู้เล่น NPC ในโลกของเกมออนไลน์คืออะไร ? แน่นอน NPC คือแหล่งขุมทรัพย์สำหรับพวกเขาและเป็นตัวแปรสำคัญในการเจริญเติบโตของตัวละคร นอกจากนี้ NPC ยังนำผู้เล่นไปสู่เรื่องราวต่างๆของเกมนั้นๆ พวกเขาไม่ต่างอะไรจากเส้นเลือดหลักของเกมออนไลน์ ถ้าหากว่าผู้เล่นถูกรังเกียจโดย NPC ที่มักจะมอบภารกิจให้กับพวกเขานั่นจะเป็นฝันร้ายที่ผู้เล่นทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น
ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าหากผู้เล่นคนหนึ่งถูก NPC กว่า 80% รังเกียจและถูกกีดกันจากการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ร้ายแรงที่สุดคือถูกสังหารในทันที หากเป็นเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขาในโลกของเกม !?
แน่นอนมันจะเปลี่ยนการเล่นเกมของผู้เล่นคนนั้น จากเกมประเภท MMORPG เป็นเกม Survival !! เขาจะต้องเอาตัวรอดจากการถูกกีดกันโดยสถานะของคนนอกรีต ท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงของเหล่าผู้เล่น ผู้เล่นนอกรีตจะต้องสูญเสียผลประโยชน์มากมายจาก NPC ที่รังเกียจพวกเขา อย่างไรก็ตามใช่ว่าคนนอกรีตจะมีแต่เรื่องแย่ๆ
ในหมู่ NPC นั้นมีบางคนที่มิตรกับคนนอกรีตอยู่บ้างแม้ว่า NPC เหล่านั้นจะมีจำนวนน้อยกว่า NPC ที่ต่อต้านคนนอกรีตหลายเท่าตัวก็ตามแต่ภารกิจส่วนใหญ่ของ NPC ประเภทนี้มักจะมีเงื่อนไขเฉพาะที่มีเพียงแค่ผู้เล่นซึ่งเป็นคนนอกรีตเท่านั้นที่สามารถเปิดเงื่อนไขของภารกิจเหล่านี้
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับสิ่งที่สูญเสียแล้วผลประโยชน์เล็กๆนี้ไม่มีค่าอะไรเลย ดังที่กล่าวมานี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ในอดีตเซรอสมีจำนวนผู้เล่นที่ศรัทธาน้อยกว่าเทพเจ้าองค์อื่นๆ. . .
เจมส์ไม่สนใจคำเตือนจากระบบและเขาเลือกที่จะดำเนินพิธีต่อไป หลังจากเอ่ยกับเทวรูปของเซรอสแล้วเจมส์ก็ก้มโค้งเบาๆให้กับรูปปั้นที่อยู่ในเบื้องหน้า
“ การโค้งคำนับนี้มอบให้แก่เทพเจ้าแห่งความตายเซรอส นับแต่นี้ข้าจักรพรรดิดวงดาวนับถือท่านในฐานะเทพเจ้าที่ข้าศรัทธา ”
ทันทีที่สิ้นคำราวกับเทพเจ้าแห่งความตายเซรอสได้รับรู้ถึงคำปฏิญาณของสาวกคนแรกที่เป็นผู้เล่น อยู่ๆเทวรูปก็สั่นสะเทือนขึ้น แม้ว่าจะไม่รุนแรงแต่ก็มากพอที่จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
เหตุการณ์อัศจรรย์ที่สองเกิดขึ้นในวินาทีต่อมา หินที่มีขนาดเท่าฝ่ามือลอยโผล่ออกมาจากใต้ลำธาร มันลอยค้างอยู่กลางอากาศในระดับสายตาของเจมส์ หลังจากนั้นรูปทรงของก้อนหินก็เกิดความเปลี่ยนแปลง
จากหินรูปทรงขรุขระกลายเป็นหินที่มีรูปร่างคล้ายกับเทวรูปเทพเจ้าแห่งความตายขนาดย่อส่วน ราวกับมันถูกแกะสลักขึ้นจากช่างฝีมืออย่างประณีต
เจมส์เอื้อมมือออกไปรับเทวรูปที่แกะสลักจากหิน นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ศรัทธา หลังจากที่ได้รับเทวรูปสลักแล้วข้อความจากระบบก็ดังขึ้นในวินาทีต่อมา
: พิธีกรรมถวายศรัทธาแก่เทพเจ้าแห่งความตาย เสร็จสมบูรณ์ :
ท่านได้กลายเป็นผู้ศรัทธาของเทพเจ้าแห่งความตายเซรอสแล้ว
: สถานะศาสนาได้รับการเปลี่ยนแปลง ท่านถือศาสนาผู้ศรัทธาในความตายแล้ว :
: ท่านได้รับค่าความสัมพันธ์กับเทพเจ้าแห่งความตาย +10 จากการเป็นผู้เล่นคนแรกที่ถวายความศรัทธาแก่เซรอส :
: ความสัมพันธ์กับเทพเจ้าทั้งสี่ เทพธิดาแห่งการสรรสร้าง เทพธิดาแห่งการทำลายล้าง เทพเจ้าสงคราม เทพเจ้าแห่งความเที่ยงธรรม -10 :
—
มองไปยังข้อความของระบบเจมส์ไม่รู้ว่าในขณะนี้เขาควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ ต้องบอกก่อนนะว่าความสัมพันธ์กับเทพเจ้านั้นมีความสำคัญมากที่สุดเมื่อเทียบกับความสัมพันธ์กับตัวตนอื่นๆ
นั่นเป็นเพราะเทพเจ้าคือศูนย์กลางความเชื่อของผู้คนในเส้นทางดวงดาว ดังนั้นความสัมพันธ์กับเทพเจ้าจึงมีความเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ของตัวตนอื่นๆในเส้นทางดวงดาว
หากว่าผู้เล่นมีค่าความสัมพันธ์เทพเจ้าที่ NPC นับถือพวกเขาจะได้รับค่าความโปรดปรานพิเศษ ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นจะสามารถสร้างสัมพันธ์กับ NPC นั้นๆได้เร็วกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ในส่วนจะมากหรือจะน้อยนั้นขึ้นอยู่กับว่าค่าความสัมพันธ์กับเทพเจ้าองค์นั้นมีมากน้อยเพียงใด
ในทางกลับกันหากว่าผู้เล่นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเทพเจ้าหรือค่าความสัมพันธ์เป็นลบ ผู้เล่นคนนั้นจะไม่ได้รับความโปรดปรานพิเศษใดๆจาก NPC ผู้ศรัทธาเลย ซ้ำร้ายกว่านั้นพวกเขายังสร้างความสัมพันธ์กับเหล่า NPC ที่ศรัทธาในเทพเจ้าองค์นั้นๆได้ยากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตามค่าความสัมพันธ์กับเทพเจ้าแห่งความตายที่เพิ่มขึ้นถึง 10 หน่วยก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีสำหรับเจมส์ ต้องบอกก่อนนะว่าค่าความสัมพันธ์กับเทพเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ยากที่จะสร้างขึ้น ในอดีตผู้เล่นต้องใช้เวลาเป็นเดือนในการทำภารกิจทางศาสนาเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์กับเทพเจ้าที่พวกเขาศรัทธาเพียงหนึ่งหน่วย
จะเห็นได้ว่าค่าความสัมพันธ์ที่เจมส์ได้รับนั้นมีค่ามากเพียงใด อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาสิบเดือนในการทำภารกิจทางศาสนาเพื่อที่จะได้รับผลลัพธ์เช่นนี้
เมื่อเจมส์เสร็จสิ้นจากการถวายความศัรทธามันก็เป็นเวลาในช่วงเช้ามืดพอดี แต่ทว่าภารกิจของเจมส์ยังไม่เสร็จสิ้น การถวายศรัทธาแก่เทพเจ้าแห่งความตายเป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนของภารกิจที่เขากำลังไล่ตาม
ในขั้นตอนต่อไปของภารกิจเจมส์จะต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ของภูเขาแห่งความมืด ด้วยความที่ว่าสถานที่แห่งนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งของเทวรูปมากนักเจมส์จึงใช้เวลาไม่นานในการเดินทาง
แสงอาทิตย์ในยามเช้าทำให้พื้นที่ภายในภูเขาแห่งความมืดมีแสงสลัวๆเล็ดรอดเข้ามาพอให้มองเห็นหนทางได้บ้างซึ่งทำให้เจมส์ไม่ต้องพึ่งพาแสงสว่างจากคบไฟอีกต่อไป
เจมส์เดินไปตามป่าสีดำที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ยืนต้นตาย พื้นดินส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยรากไม้สีดำขนาดใหญ่และเล็ก เหนือศีรษะคือโดมของกิ่งไม้เถาวัลย์ที่เกี่ยวพันกันจนหนาตาแทบจะไม่มีช่องว่างให้แสงของดวงอาทิตย์รอดผ่านเข้ามา มันเป็นทิวทัศน์ที่แปลกประหลาดแต่ก็ดูสวยงามในแบบของมัน
เดินไปได้พักหนึ่งเสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น โดยที่ไม่ต้องเดาเจมส์ก็รู้ว่าเจ้าของข้อความนั้นคือใครเพราะในรายชื่อเพื่อของเขาในเส้นทางดวงดาวมีเพียงผีเสื้อจันทราผู้เดียวเท่านั้น
ผีเสื้อจันทรา : ฉันต้องการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงของเรา
เมื่อเห็นข้อความเจมส์ก็เผยรอยยิ้มเล็กๆ สิ่งนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดเดาของเขา “ ปรากฏว่าราคาของฉันสูงเกินไป ”
หลังจากนั้นเจมส์ก็เลือกส่งคำขอการสนทนาด้วยเสียงไปยังมินาเสะ. .