เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 44
เจมส์ก้าวออกมาจากโพรงไม้ซึ่งในปัจจุบันเป็นเวลาในช่วงหัวค่ำ แน่นอนว่าเขาจะไม่สรรสร้างศาสตร์ดวงดาวขึ้นที่นี่ มันไม่ปลอดภัยและเสี่ยงต่อการถูกจู่โจมโดยมอนสเตอร์ได้ตลอดเวลา
โคมไฟถูกจุดขึ้นและเจมส์ก็มุ่งหน้าออกจากป่าแห่งความมืดในทันที
เดินทางได้เพียงไม่กี่นาทีเจมส์ก็พบเข้ากับการซุ่มโจมตีของมอนสเตอร์ มันคือหนอนพิษรัตติกาลยักษ์ซึ่งมีระดับร่างกายโคจรอยู่ที่ 24
ลักษณะทางร่างกายของหนอนพิษรัตติกาลยักษ์นั้นดูคล้ายกับหนอนบุ้งที่พบเห็นได้ทั่วไปเพียงแต่ว่ามันมีขนาดร่างกายที่สูงใหญ่กว่า 1.5 เมตร ลำตัวอวบอ้วนสีดำถูกปกคลุมด้วยหนามเล็กๆจำนวนนับไม่ถ้วน ภายใต้ความมืดหากว่าหนอนพิษรัตติกาลยักษ์ไม่ได้เคลื่อนไหวมันจะดูไม่ต่างอะไรจากเงาของหินก้อนใหญ่ซึ่งยากที่จะสังเกตเห็น
แม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าแต่ก็ไม่ได้แปลว่าร่างกายของเจมส์นั้นมีความสามารถในการต่อต้านพิษ สิ่งแรกที่เจมส์ทำคือการหย่อนยาเม็ดต้านชาเข้าไปในปาก ภูเขาแห่งความมืดนั้นขึ้นชื่อเรื่องมอนสเตอร์ที่เป็นพิษแม้แต่เจมส์ที่มากไปด้วยประสบการณ์ก็ไม่กล้าที่จะประมาท
แน่นอนว่าหนอนพิษรัตติกาลยักษ์นั้นเป็นผู้ที่ซุ่มโจมตีดังนั้นมันจึงได้รับโอกาสในการเริ่มต้นการกระทำก่อน มันสั่นร่างที่อวบอ้วนของมันอย่างรุนแรงทำให้ผงสีดำจำนวนมากหลุดลอกออกมาจากร่างกาย
ผงสีดำเหล่านี้เป็นพิษและมีพิษมากกว่าหนึ่งชนิด หากสูดดมเข้าไปผู้เล่นจะได้รับพิษหนอนร้ายซึ่งจะกัดกร่อนพลังชีวิตของพวกเขาอย่างรวดเร็วและถ้าหากว่าผงพิษเหล่านี้สัมผัสกับผิวหนังของผู้เล่นมีโอกาสสูงมากที่ผู้เล่นจะตกอยู่ในสถานะเหน็บชาจากพิษ
แม้ว่าเจมส์จะกลั้นหายใจเพื่อหลีกเลี่ยงจากการติดพิษแต่เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงผงพิษที่ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ อย่างน้อยๆผิวหนังและร่างกายของเขานั้นได้รับการสัมผัสกับผงพิษที่ถูกปล่อยออกมา
โชคดีที่เจมส์ได้กลืนยาเม็ดต้านชาเข้าไปก่อนหน้านี้จึงทำให้เขามีภูมิคุ้มกันต่อพิษเหน็บชา ในเวลานั้นเองเจมส์ก็ได้ตวัดนิ้วในเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกใช้ทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้าย
วินาทีต่อมาเสียงหวีดร้องซึ่งเป็นสัญญาณการมาถึงของเหล่าวิญญาณร้ายก็ได้ดังขึ้น เมื่อพวกมันตรวจพบศัตรูที่อยู่ในระยะวิญญาณร้ายจำนวนสี่สิบดวงก็เริ่มต้นการโจมตีในทันที
กลุ่มควันที่ซึ่งเป็นร่างของดวงวิญญาณร้ายจำนวนมากพุ่งผ่านอากาศดังเช่นกับกระสุนปืน วิญญาณร้ายจำนวนสี่สิบดวงนั้นมากพอที่จะทำให้พวกมันดูคล้ายกับดาวหางที่มีขนาดเท่ากับวัวตัวหนึ่งเมื่อพวกมันทำการโจมตีพร้อมๆกัน
-426
-441
-438
-419
. . .
ชุดตัวเลขความเสียหายจำนวนมากปรากฏขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ การโจมตีชุดแรกของวิญญาณร้ายนั้นกินพลังชีวิตของมอนสเตอร์ไปกว่าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหน่วย มันปลิดชีพหนอนพิษรัตติกาลยักษ์ในทันที แม้แต่เจมส์ก็มองดูค่าความเสียหายที่เขาสร้างขึ้นด้วยดวงตากลมโต
“ นี่ . . . คือความเสียหายที่ฉันทำได้จริงเหรอ ? ” เจมส์พึมพำด้วยความตกตะลึง เขาไม่คิดว่าความแข็งแกร่งโดยรวมที่เพิ่มขึ้นนั้นมีผลต่อค่าความเสียหายของวิญญาณร้าย
ต้องบอกก่อนนะว่าวิญญาณร้ายที่ถูกเรียกออกมานั้นเป็นเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกอัญเชิญโดยออกมา ดังนั้นความแข็งแกร่งของพวกมันจึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของผู้เล่น ยกเว้นเพียงแต่ว่าเจมส์ยกระดับทักษะที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของวิญญาณเหล่านี้ . . .แต่เจมส์ก็มั่นใจว่าระดับทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายของเขายังคงเดิมและทักษะของเขาก็ไม่ได้รับโบนัสจากความแข็งแกร่งโดยรวมที่เพิ่มขึ้น
ด้วยความสงสัยเจมส์จึงเรียกค้นความรู้ความเข้าใจของจอมขลังผีร้ายผ่านความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้โดยหลินตงและเขาก็ค้นพบที่มาของค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจนี้
“ ปรากฏว่ามันเป็นเพราะพลังวิญญาณของฉันเพิ่มขึ้น ” เจมส์พึมพำ
ความแข็งแกร่งโดยรวมที่เพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่านั้นหมายถึงการเพิ่มขึ้นของค่าพลังวิญญาณด้วยเช่นกัน ซึ่งพลังวิญญาณนั้นเป็นค่าสถานะสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับวิญญาณร้ายที่ถูกเรียกออกมาได้เป็นอย่างดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมวิญญาณร้ายจึงสามารถสร้างความเสียหายได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
เจมส์เดินทางต่อไปอย่างเร่งรีบ เขาจำเป็นต้องทิ้งซากศพของมอนสเตอร์ไว้อีกครั้งไม่ใช่เพราะว่าเขากลัวฝูงของเงามืดผู้หิวโหยแต่เป็นเพราะเจมส์เพิ่งจะนึกได้ว่านี่เป็นคืนวันศุกร์ !! มันเป็นช่วงเวลาที่หญิงสาวผู้นั้นจะปรากฏตัวขึ้น !
ด้วยเหตุนี้เองเจมส์จึงต้องเลื่อนการสรรสร้างศาสตร์ท่องจักรวาลไปก่อน เขาตัดสินใจที่จะมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านเริ่มต้นในทันที
การออกจากพื้นที่ภูเขาแห่งความมืดนั้นไม่ได้ใช้เวลานานเท่ากับการตามหาสถานที่ตั้งของรูปปั้น ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงในที่สุดเจมส์ก็ออกมาจากเขตภูเขาแห่งความมืด
โดยการวิ่งที่รวดเร็วของอาชาเมฆหมอกทำให้เจมส์กลับมายังหมู่บ้านเริ่มต้นได้ทันเวลา มันเป็นเวลาสามทุ่มหน่อยๆซึ่งหมู่บ้านเริ่มต้นก็ยังคงบรรยากาศของความครึกครื้นและวุ่นวายจากกิจกรรมของผู้เล่นนับพัน
เจมส์เดินตรงไปยังสถานที่ตั้งของสุสานที่อยู่ในทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ในทันทีที่เขามาถึงเจมส์ก็พบกับผู้เล่นสองสามคนที่กำลังให้ความสนใจกับ NPC ที่มาใหม่ แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังตามหาเรื่องราวของภารกิจ
“ คุณผู้หญิงต้องการความช่วยเหลือไหม ? ” ผู้เล่นคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
หญิงสาวชาวบ้านที่ดูธรรมดาๆเพียงส่ายหัว หลังจากนั้นเธอก็ได้มอบรอยยิ้มที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกขอบคุณก่อนที่จะเอ่ย “ ข้าเพียงมาเยี่ยมสุสานของพ่อข้า ขอบคุณท่านนักเดินทางที่มีน้ำใจ ”
แม้จะได้รับการปฏิเสธแต่ก็ดูเหมือนว่าผู้เล่นคนนั้นจะยังไม่ยอมแพ้ เขาตีหน้าเศร้าก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ “ เสียใจด้วย คุณคงคิดถึงพ่อมาก ”
หญิงสาวมองป้ายหินเก่าๆที่ตั้งอยู่บนหลุมฝังศพด้วยสายตาที่เหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเธอจึงเอ่ยขึ้น “ พ่อของข้าจากไปนานแล้ว ข้าเองก็ทำใจได้แล้ว ข้ามาที่นี่เป็นครั้งคราวเพื่อรำลึกถึงท่านพ่อของข้าเพียงเท่านั้น ”
“ แต่คุณดูเหมือนว่ายังโหยหาท่านอยู่. . . ”
“ ต้องมีอะไรติดค้างอยู่ในใจแน่ๆ ให้ผมช่วยคุณนะ . . . ”
“ ใช่แล้ว ขอเยี่ยมเป็นไง ถ้าคุณต้องการของเยี่ยมไหม ? อย่างดอกไม้หายาก ธูป เทียน ? ”
“ อ๊ะ คุณกำลังตามหาร่างทรงเพื่อติดต่อกับดวงวิญญาณของพ่อที่จากไปแต่ไม่รู้ว่าร่างทรงอยู่ที่ไหน ให้ผมช่วยคุณสิ ! ”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของ NPC ก็ทำให้ผู้เล่นคนดังกล่าวเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ยิ่ง NPC หญิงสาวชาวบ้านมีใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมากเท่าไรผู้เล่นคนนั้นก็ยิ่งได้ใจ เขาคิดว่าต่อมน้ำตาของเธอกำลังจะแตกและเส้นทางภารกิจจะปรากฏออกมาในไม่ช้า เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้เล่นคนนั้นก็ยิ่งพูดมากขึ้นเรื่อยๆ
“ พ่อของคุณตายไม่ดีใช่ไหม ? เขายังมีห่วง !? ”
“ โอ้ เขาถูกฆ่า แค้นนี้จะต้องถูกชำระ ผมจะอาสาเป็นคนช่วยเหลือในเรื่องนี้เอง !! ”
ในที่สุดหญิงสาวก็ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป เธออ้าปากคล้ายกับกำลังจะตะโกนและโพล่งคำออกมา แต่ท้ายที่สุดแล้วเสียงที่ออกมาจากปากของเธอนั้นเป็นเสียงเล็กๆที่แผ่วเบา
“ ขะ-ข้า ข้ามีคำขอ ! ” หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ
เย็ทส์ ! สำเร็จ !! ผู้เล่นคนนั้นกำมือสั่นหมัดในท่าทางของความสำเร็จ ในที่สุดเขาก็ได้รับภารกิจจาก NPC ผู้นี้ สิ่งที่เขาคาดหวังมากที่สุดคือผลตอบจากภารกิจนั้นจะล้ำค่ามากแค่ไหน . . .
“ ว่ามาได้เลย ไม่ว่าเรื่องอะไรผมจะทำมันให้สำเร็จ !! ”
ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็พยักหน้าตอบรับด้วยความเชื่อมั่น เธอสูดหายใจลึกราวกับเตรียมใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเอ่ยออกไป เช่นเดียวกันผู้เล่นคนนั้นก็จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น
“ ท่านช่วยหยุดรบกวนข้าสักทีได้ไหม ? ”
“ ได้แน่นอน !! ผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย ! ” ผู้เล่นคนดังกล่าวขานตอบรับและก้าวหันหลังพร้อมจะเดินทาง แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียวเขาก็หยุดลง
“ เดี๋ยวก่อน นั่นไม่ใช่ภารกิจ . . . ”
[มุงถูกไล่ไอโง่ !!! ไรท์เอง]