เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 45
ตอนที่ 45
ในขณะนี้เจมส์มองดู NPC ผู้ซึ่งเป็นหญิงสาวชาวบ้านอยู่ห่างๆ หลังจากที่เธอขับไล่ผู้เล่นที่คอยกวนใจไปได้แล้วหญิงสาวก็หันกลับไปให้ความสนใจกับหลุมศพของผู้ที่เป็นบิดา
ริมฝีปากของเธอขมุบขมิบเป็นบางครั้งซึ่งในบางเวลาเธอก็ยิ้มและหัวเราะออกมา ในบางเวลาเธอก็ดูเศร้าโศกอย่างน่าสงสาร เห็นได้ชัดว่าเธอมาที่นี่เพื่อมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวนั่นคือการเยี่ยมเยียนหลุมศพของบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว
อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลานานกว่ายี่สิบนาทีที่เขาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆเจมส์ก็ตรวจพบกับความผิดปกติบางอย่าง
“ ฉันคิดไม่ผิดเลย ” เจมส์พึมพำพร้อมรอยยิ้ม
ในช่วงเวลานั้นเองเจมส์ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับเธอ “ หลายคนสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น เจ้าเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นงั้นเหรอ ? ”
ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็ชำเลืองมองมายังเจมส์ครู่หนึ่งราวกับว่าเป็นการตรวจสอบตัวตนของคู่สนทนา เธอประหลาดใจเล็กน้อยหลังจากที่พบว่าชายคนนี้เป็นนักเดินทางแต่กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ให้ความสนใจในประเด็นนี้มากนัก เธอถอนสายตากลับไปยังแผ่นหินที่ตั้งอยู่บนหลุมศพของผู้เป็นพ่อก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
“ ท่านเป็นนักเดินทางแต่เหตุใดจึงรู้เรื่องของหมู่บ้านแห่งนี้มากนัก ? ”
“ ข้าก็แค่บังเอิญได้ยินเรื่องเล่านี้จากใครบางคนในหมู่บ้าน. . . มันเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า ข้าเสียใจด้วยกับความสูญเสียที่เจ้าได้รับ ”
ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็ส่ายหัวพร้อมกับเอ่ย “ ขอบคุณ แต่มันผ่านมานานแล้ว ข้าไม่อยากนึกถึงมันอีก . . . ”
หลังจากที่สิ้นคำของหญิงสาวเจมส์ก็รู้ว่าหากเขาไม่สามารถหาคีร์เวิร์ดของบทสนทนา ประโยคต่อไปจะกลายเป็นประโยคสิ้นสุดของการสนทนาในครั้งนี้ เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจตัดเข้าตรงประเด็น
“ เจ้าทราบไหมว่าฆาตรกร ไม่สิ หญิงสาวผู้ที่ตื่นขึ้นจากความตายคือใคร ? ”
คำถามของเจมส์เป็นเหมือนกับตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้หญิงสาวนั้นหันกลับมามองยังเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร
“ ได้โปรดอย่ากล่าวถึงเรื่องนี้อีกต่อไป ถ้าท่านไม่มีอะไรแล้วก็อย่ารบกวนข้า. . . ข้าต้องการความเป็นส่วนตัว ” เสียงของเธอนั้นเย็นและเต็มไปด้วยความเป็นปฏิปักษ์ เห็นได้ชัดว่าเจมส์นั้นได้ล้ำเส้นไปไกลมากแล้ว
แน่นอนว่าเจมส์จะไม่ยอมแพ้ ถ้าเขาถอยตอนนี้เจมส์ก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถสนทนากับNPC หญิงสาวผู้นี้ได้อีกครั้งหรือไม่
“ เจ้ารู้จักดารินไหม ? ”
คำของเจมส์เป็นเหมือนกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของหญิงสาว เธอจ้องมองเจมส์ด้วยดวงตาที่เบิกโพลงแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกช็อก อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาหญิงสาวก็ฟื้นคืนสติ เธอรีบหลบสายตาและปัดปฏิเสธ
“ ดารินคือใคร ? ข้าไม่เคยรู้จักกับใครที่มีชื่อนี้. . . ”
เจมส์เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปยังจุดที่เป็นหลุมฝังศพของดาริน “ นั่นคือดารินที่ข้ากล่าวถึง ข้าสังเกตเจ้าอยู่สักพักแล้ว มีหลายครั้งที่เจ้าชำเลืองมองไปยังหลุมฝังศพของนาง มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะไม่รู้จักนาง ? ”
หญิงสาวแสดงให้เห็นถึงท่าทีของความลนลานแต่กระนั้นเองเธอก็ยังคงเลือกที่จะปฏิเสธปากแข็ง “ สายตาของข้าจะมองไปที่ใดก็ได้ เจ้าอย่าหาเรื่องมาบีบบังคับข้าเลย ข้าไม่รู้จักนางจริงๆ ”
เจมส์ไม่สนใจว่าหญิงสาวนั้นจะปฏิเสธเช่นไร เขายังคงเดินหน้าขุดค้นความจริงจากเธอด้วยข้อมูลทั้งหมดที่มี
“ เจ้ารู้ไหมว่าจุดจบของนางเป็นเช่นไร ? ”
ในครั้งนี้หญิงสาวชะงัก ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาของเธอเผยให้เห็นร่องรอยของความหวาดกลัว “ ไม่ ข้าไม่รู้ ! ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น ”
“ โอ้ เช่นนั้นข้าจะบอกให้เจ้ารู้. . . นางถูกรังแกจนตาย ด้วยฝีมือของเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกัน ”
“ ไม่ ! หยุดพูด ข้าไม่อยากได้ยิน ” หญิงสาวตวาดเสียงสั่น สองมือของเธอป้องไปที่หูทั้งสองข้างราวกับว่าเธอไม่ต้องการรับรู้หรือได้ยินเสียงใดๆบนโลกนี้
เห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวเจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว หลังจากได้ใช้ความคิดเพียงครู่หนึ่งเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวเจมส์ก็ค้นพบข้อสมมติฐานที่มีความเป็นไปได้สูงมาก
“ เจ้าคือหนึ่งในเด็กๆพวกนั้น ? ”
ข้อสันนิษฐานของเจมส์เป็นเหมือนกับลูกกุญแจที่คลายโซ่ตรวนทั้งหมด แม้ว่าหญิงสาวจะป้องหูของตนเองแต่มันก็ไม่แน่นพอที่จะปิดบังเสียงทั้งหมด เธอยังคงได้ยินคำถามของชายหนุ่มอย่างชัดเจน
คำถามของเจมส์นั้นเป็นเหมือนกับพันธนาการที่ทำให้เธอไม่สามารถหลีกหนีจากความเป็นจริง
ในตอนนั้นเองหญิงสาวก็ได้ลดมือทั้งสองข้างที่ป้องใบหู มือที่ขาวซีดนั้นหล่นลงเหมือนกับว่าพวกมันหมดสิ้นเรี่ยวแรง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสำนึกในความผิดพลาด เธอก้มหน้าและหยดน้ำตาจำนวนมากก็ไหลออกมา
“ ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง . . . เพราะพวกผู้ใหญ่บอกว่าดารินคือลูกสาวของแม่มด พวกเราจึงรังเกียจนางและในวันนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อนข้าและเด็กคนอื่นๆก็ได้ทำสิ่งที่ยากจะให้อภัย เราใช้ก้อนหินขว้างปาใส่นางด้วยความรังเกียจแต่ข้าก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะทำให้ดารินต้องตาย ข้าไม่ได้ตั้งใจ. . . ข้าขอโทษ ดาริน ข้าขอโทษ !! ” หญิงสาวสารภาพบาปที่เธอเคยก่อไว้ด้วยเสียงสะอื้น
เจมส์ทำได้เพียงรับฟังและมองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเวทนาซึ่งในวินาทีนั้นเองแสงสว่างจางๆก็ปรากฏขึ้นไม่ห่างจากร่างของหญิงสาวเท่าใดนัก
แสงสว่างดังกล่าวกลายเป็นภาพร่างของเด็กสาวที่ดูเลือนราง เธอจ้องมองหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและแค้นเคือง อย่างไรก็ตามไม่กี่วินาทีต่อมาดวงตาที่โกรธแค้นนั้นก็สั่นสะเทือนและเปื้อนไปด้วยน้ำตาอันบริสุทธิ์ของเด็กสาว
แน่นอนว่าเด็กสาวผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากดาริน เธอปรากฏตัวในร่างปกติที่ซึ่งเป็นเด็กสาววัยแก่นแก้ว ผมสีน้ำตาลของเธอถักเปียไว้ทั้งสองข้าง แก้มที่อวบอิ่มเหมือนกับลูกซาลาเปานั้นทำให้เธอดูน่ารักน่าหยิกอย่างบอกไม่ถูก
ในเวลานี้ดารินกำลังร้องไห้ . . .
“ วูวู ทำไมพวกเจ้าจึงรังแกข้า วูวู ข้าเจ็บ ข้าก็แค่อยากวิ่งเล่นไปพร้อมๆกับพวกเจ้า ทำไม. . . ทำไมข้าจึงถูกรังเกียจ ” ดารินใช้มือเล็กๆของเธอปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างเหนื่อย ร่างของเธอสั่นเทาจนดูน่าเวทนาสงสารอย่างสุดหัวใจ
ดารินนั้นไม่เคยเกลียดใครอย่างแท้จริงเพราะหัวใจของเธอนั้นยังคงเป็นหัวใจของเด็กสาวที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใด แม้ว่าดารินจะถูกรังแกจนถึงแก่ความตายแต่ในช่วงวินาทีสุดท้ายหัวใจของเธอก็ไม่ได้มีความรู้สึกของความเคียดแค้นอยู่เลย มันเป็นเพียงแค่ความไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงถูกกระทำเช่นนี้
ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้นั้นมองไม่เห็นดวงวิญญาณของดาริน แม้กระทั่งเสียงของดารินเธอก็ไม่ได้ยิน ไม่ว่าดารินจะเอ่ยอะไรออกมาหรืออยู่ใกล้เธอแค่ไหนหญิงสาวก็ยังคงก้มหน้าร้องไห้ พ่นคำสำนึกเสียใจในบาปที่เคยกระทำ
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนั้นเจมส์ก็ไม่รีรอที่จะดำเนินบทสนทนาต่อไป “ เจ้ารู้ไหมว่าดวงวิญญาณของดารินนั้นยังคงอยู่ที่สุสานแห่งนี้ . . . ”
“ ข้ารู้ ข้ารู้ว่านางอยู่ที่นี่เสมอ สิ่งที่ข้าและคนอื่นๆได้ทำกับนางในอดีตเป็นสิ่งที่เลวร้ายเกินจะให้อภัย นางคงจะโกรธแค้นมาก ”
“ แต่เท่าที่ข้ารู้ ดารินไม่ได้เคืองแค้นพวกเจ้าเลย ” เจมส์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่สามารถอ่านความคิดของวิญญาณดารินได้แต่เจมส์ก็สามารถจับใจความจากสิ่งที่เธอพูดขึ้นเมื่อครู่นี้
ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมามองเจมส์ด้วยสายตาย้ำถาม “ เจ้ารู้ได้อย่างไร หรือว่าเจ้าเคยพบกับวิญญาณของนาง ? ”
หญิงสาวประหลาดใจมากและเธอก็คาดหวังในคำตอบของชายหนุ่ม เห็นเช่นนั้นเจมส์ก็พยักหน้าในเชิงตอบรับ
“ ตอนนี้นางยังอยู่ไหม ? นางอยู่ที่ไหน !? ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับกวาดสายตามองหา
“ นางอยู่ไม่ไกลจากตัวเจ้า ”
เพียงแค่สิ้นคำหญิงสาวก็ร้องไห้ขึ้นอีกครั้ง เธอประกบมือทั้งสองในท่าทางของการอธิษฐานก่อนที่จะฟูมฟายออกมา “ ดาริน . . . ข้าขอโทษ ข้าไม่น่าทำแบบนั้นเลย เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ข้ารู้สึกผิดมาตลอด หากเจ้ายังอยู่ที่นี่ได้โปรดรับรู้ว่าข้าเสียใจมาก ข้าไม่หวังให้เจ้าให้อภัยกับการกระทำของข้าแต่ได้โปรด ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่าข้าเสียใจ ”
ในเวลานั้นดารินที่ซึ่งนั่งร้องไห้อยู่ไม่ไกลก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่เคยเป็นเพื่อนในวัยเด็กของเธอ คำขอโทษที่มาจากหัวใจของหญิงสาวนั้นทำให้ดารินกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เธอไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่เธอเฝ้ารอมาตลอดหรือไม่แต่ในเวลานี้หัวใจของเธอที่ถูกปิดตายมานานก็ได้ถูกเปิดออก
“ วูวู ข้าให้อภัยเจ้าแอเรีย ไม่ว่ายังไง เจ้ากับข้าก็ยังเป็นเพื่อนกันใช่ไหม ? ” ดารินเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น เธอคลานเข้าไปกอดร่างที่สั่นเทาของเพื่อนในวัยเด็กราวกับว่านี่คืออ้อมกอดของการให้อภัย
เจมส์ที่เป็นผู้เฝ้ามองก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้สึกเวทนาในชะตากรรมของดาริน เธอเป็นเด็กสาวที่มีหัวใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริง แม้ว่าเธอจะถูกฆ่าโดยผู้หญิงคนนั้นแต่ดารินก็ไม่ได้โกรธแค้น ในทางกลับกันเธอยังถามฆาตกรว่าเรายังเป็นเพื่อนกันใช่ไหม นี่คือหัวใจของเด็กสาว มันบริสุทธิ์และสวยงามเกินกว่าจะแปดเปื้อน
“ นางบอกว่านางให้อภัยเจ้า นางยังถามเจ้าอีกว่าเจ้ายังคงยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับนางอยู่อีกหรือไม่ ? ” เจมส์เอ่ย เขาตัดสินใจที่จะช่วยเป็นผู้ถ่ายถอดคำพูดของดาริน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหยดน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของแอเรียอย่างมากมาย มันเหมือนกับว่าความเศร้าโศกเสียใจที่เธอเก็บกักมาตลอดยี่สิบปีได้ถูกระบายออกมาทั้งหมดในคราวเดียว
“ ขอบคุณดาริน ขอบคุณเจ้าจริงๆ หากเจ้ายังคงยินดีที่จะรับข้าเป็นเพื่อน ข้าก็ยินดีที่จะเป็นเพื่อนของเจ้าตลอดไป ” แอเรียเอ่ย เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงเล็กๆที่แหบพร่าออกมา มันอาจจะฟังดูอื้ออึงเพราะน้ำมูกน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดทำให้คำที่เธอพูดนั้นยากที่จะจับใจความแต่กระนั้นทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาก็ชัดเจนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
เมื่อได้รับคำตอบใบหน้าของดารินก็เผยให้เห็นรอยยิ้มของความสุข ราวกับเจ้าของรอยยิ้มนั้นได้รับการปลดเปลื้องจากพันธนาการของความทุกข์ระทม ไม่นานร่างของเธอก็จางหายไป
: คุณได้เติมเต็มความปรารถนาแรกของดารินแล้ว สืบหาข้อมูลต่อไปเพื่อตามหาความปรารถนาที่สองของดาริน :
เจมส์อ่านข้อความจากระบบก่อนที่จะหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยังคงร้องไห้อยู่ตรงหน้า เขารอเวลาให้เธอได้ระบายความรู้สึกเมื่อพบว่าแอเรียหยุดร้องไห้และไม่มีอาการสะอื้นแล้วเจมส์ก็ได้เอ่ยถามขึ้น
“ เจ้าช่วยบอกข้าได้ไหมว่าโศกนาฏกรรมครั้งนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร ใครคือหญิงสาวผู้ฟื้นคืนจากความตาย นางเกี่ยวข้องกับดารินหรือไม่ ? ”
—
ไม่ได้อัพมาสองวันเพราะติดงานที่ทำอยู่ ต้องขออภัยด้วย
นีเป็นบทประจำวันของวันพุธครับ