เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 53
ตอนที่ 53
ภายใต้ป่าที่รายล้อมอยู่อย่างหนาทึบ สถานที่ที่อยู่เบื้องหน้าของเจมส์นั้นเป็นลานวงกลมโล่งเตียน มันเป็นที่ตั้งของเทวรูปทั้งสี่ที่ซึ่งมีสามเทพธิดาและหนึ่งเทพเจ้า
งดงามเกินกว่าสิ่งใดในโลกนี้ เปลือกตาของเธอปิดสนิทราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ควรค่าแก่การมอง แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าเธอจะเหลือบสายตาขึ้นมาชะแง้มมองก็คงจะไม่มีสรรพสิ่งใดๆกล้าที่จะแสดงตนอยู่ต่อหน้าสายตาของเธอ นี่คือเทวรูปของเทพธิดาแห่งการทำลายล้าง “ คาลีเซป ”
ออร่าของการทำลายล้างและบรรยากาศของความยิ่งใหญ่ที่มาจากเทวรูปของคาลีเซปนี้ชวนให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวลก้มโค้งและสรรเสริญในอำนาจของนางแต่สำหรับเจมส์เขาเพียงจ้องมองเทวรูปของเทพธิดาแห่งการทำลายล้างด้วยสายตาเหยียดหยัน
เทวรูปต่อมาคือหญิงสาวที่มีรูปร่างและหน้าตาคล้ายคลึงกับคาลีเซปอย่างแยกไม่ออก เพียงแต่บุคลิกของนางผู้นี้ดูแตกต่างจากคาลีเซปเหมือนกับเหรียญคนละด้าน
ใบหน้าของเธออวบอิ่มและดวงตานั้นจ้องมองสรรพสิ่งด้วยความอารี มุมปากของเธอเผยรอยยิ้มเล็กน้อยราวกับว่านั่นคือคำอวยพรให้แก่ทุกชีวิต มือของเธอยื่นลงสู่พื้นดินเหมือนดังเช่นพระแม่ที่ประทานชีวิตให้กับโลกใบนี้ เธอคือเทพธิดาแห่งการสรรสร้าง “ ลิมู ”
รอบๆเทวรูปของเทพธิดาลิมูนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้และพืชพรรณนานาชนิด แม้ว่าจะไม่ได้รับการดูแลตกแต่งแต่พืชพรรณเหล่านี้ก็งอกเงยและเติบโตขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีความรกชัฏแต่กลับดูสวยงามเหมือนกับสวนพันธุ์ไม้ของสวรรค์ นี่คือความอัศจรรย์ที่เหล่าพืชนานาพันธุ์ช่วยกันสรรสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพธิดาผู้สร้าง
สำหรับเทพธิดาองค์นี้เจมส์เพียงแค่มองดูด้วยสายตาเฉยเมยแต่กระนั้นก็มีความขุ่นเคืองปรากฏอยู่ในแววตาของเขา แม้ว่านางจะดีที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้แต่สำหรับเจมส์พระแม่ผู้นี้มีมลทินตั้งแต่นางได้ตัดสินใจในครั้งนั้น
ในอีกทางด้านหนึ่งคือเทวรูปของเทพธิดาองค์สุดท้าย รูปลักษณ์ของนางนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึง ในโลกนี้จะมีสตรีนางใดที่สามารถเทียบเคียงกับความงามของเหล่าเทพธิดาที่แท้จริง
ยืนหลังตรงตระหง่านดังเช่นเสาแสงที่ตัดผ่านจักรวาลนับไม่ถ้วน ดวงตาที่ว่างเปล่าทอดมองออกไปยังผืนฟ้าราวกับว่าไม่สนใจสิ่งใดบนโลกนี้หากว่าทุกอย่างยังคงเป็นปกติสุข สิ่งเดียวที่ทำให้ดูเหมือนว่านางนั้นแยแสต่อโลกคือแขนข้างซ้ายของนางที่ยื่นออกไปทางด้านหน้าในมุมตั้งฉาก มือแบออกในแนวตั้งและนิ้วทั้งห้าแนบชิดติดกันอย่างเป็นระเบียบ นี่คือการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ที่นางต้องการจะบอกกับสิ่งมีชีวิตทั้งมวล “ ความเที่ยงธรรม ”
เทวรูปนี้คือเทพธิดาแห่งความเที่ยงธรรม “ อาเรเชล ” ในหมู่เทพเจ้าทั้งห้านางคือเทพธิดาที่เจมส์เลื่อมใส ไม่ใช่ในด้านของพลังอำนาจแต่เป็นหัวใจที่แน่วแน่ในความยุติธรรม สาเหตุหลักที่นางเป็นผู้พ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามเทพเจ้าก็ไม่ใช่อื่นใด มันคือการปกป้องความยุติธรรมที่สิ่งมีชีวิตทั้งมวลควรจะได้รับ นี่คือเทพเจ้าเพียงองค์เดียวที่ยืนกรานต่อต้านสงครามที่ไร้สาระของเหล่าทวยเทพ
มองไปยังเทวรูปของเทพธิดาแห่งความเที่ยงธรรมเจมส์ก้มโค้งเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับสิ่งที่นางเคยทำให้กับมนุษย์
มาถึงเทวรูปองค์สุดท้ายที่ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ เพียงแค่มองจากไกลๆจะสัมผัสได้ถึงออร่าความกดดันที่ทำให้หายใจลำบาก เทวรูปนั้นมีรูปร่างของบุรุษที่กำยำล่ำสัน ภายใต้ชุดเกราะที่ดูสง่างามและน่าเกรงขามทำให้ใบหน้าของเทพเจ้าองค์นี้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดบนใบหน้าของเทวรูปก็คือคู่สายตาที่ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวลรู้สึกหวาดกลัว
ในมือของเทวรูปกุมด้ามดาบในท่าทีสบายๆแต่กระนั้นมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าดาบในมือสามารถเฉือนออกได้ทุกเมื่อและถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นซากศพจะถมแผ่นดิน เนื้อและเลือดนับไม่ถ้วนจะไหลรวมกันเป็นแม่น้ำสายโลหิต นี่คือเทพเจ้าสงคราม “ อิคารอส ”
ในอดีตเทพเจ้าสงครามคือเทพเจ้าที่เจมส์ถวายศรัทธาและนั่นเป็นการเลือกที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขา เมื่อมองไปยังเทวรูปของอิคารอสดวงตาของเจมส์ก็เผยให้เห็นเจตนาฆาตกรรมที่ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นคลอน ตั้งแต่ย้อนกลับมาจากอนาคตนี่คือครั้งแรกที่เขาสูญเสียความสงบนิ่ง
“ รอดูเถอะว่าฉันจะตอบแทนแกยังไง อิคารอส ” เจมส์พึมพำขึ้นภายในใจ
แม้ว่าหัวใจจะเต็มไปด้วยความแค้นแต่ด้วยพลังของตนเองในตอนนี้ยังคงอ่อนแอเกินไปดังนั้นเจมส์จึงทำได้เพียงแค่สาปแช่งเทพเจ้าสงครามอยู่ภายในใจ
หลังจากนั้นเจมส์ก็เลิกให้ความสนใจกับเทวรูปและเดินตรงไปยังใจกลางไสยเวทย์ที่ดูมีมนต์ขลัง ทันทีที่เขามาถึงใจกลางของวงไสยเวทย์อยู่ๆชายชราที่แต่งตัวเหมือนหมอดูก็ปรากฏออกมาจากมุมหนึ่งของพื้นที่
“ โอ้ คนหนุ่ม. . . เจ้าเติบโตได้เร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก ” ชายชราเอ่ยขึ้นในขณะที่เดินอย่างช้าๆด้วยไม้เท้าที่ค้ำยันร่างอันแก่ชรา
“ ทักทายผู้เฒ่า ที่นี่ไม่มีอะไรให้ข้าเรียนรู้อีกต่อไปแล้ว ” เจมส์เอ่ยตอบกลับ ในความเป็นจริงผู้เล่นจะสงสัยว่าที่นี่มีไว้ทำอะไรเมื่อพวกเขามาถึงเป็นครั้งแรกแต่สำหรับเจมส์เขาอยู่แล้วว่าที่นี่เป็นสถานที่ส่งผ่านผู้เล่นไปยังโลกที่แท้จริงของเส้นทางดวงดาว
“ อืม. . . หากเจ้าเอ่ยเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ตามข้าไม่สามารถส่งเจ้าไปยังอีรอนได้ จนกว่าเจ้าจะมีใบรับรองและศรัทธา ” ชายชราเอ่ย
เจมส์ไม่แปลกใจในคำพูดของชายชรา ใบรับรองและศรัทธานั้นคือเงื่อนไขสำหรับการออกจากที่นี่ โดยทั่วไปหากว่าผู้เล่นมีระดับร่างกายโคจรไม่ถึง 20 ชายชราจะไม่เสียเวลาเสวนาด้วยแต่ถ้าหากว่าผู้เล่นมีระดับร่างกายโคจรถึงกำหนดแล้วชายชราจะเปิดบทสนทนาโดยการกล่าวถึงถึงโลกที่เรียกว่าอีรอน นั่นคือชื่อของโลกที่แท้จริงในเส้นทางดวงดาว
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการออกจากเกาะแห่งการเริ่มต้นชายชราจะถามถึงเงื่อนไขสองอย่างในการส่งผ่าน โดยเงื่อนไขที่ว่านี้คือใบรับรองจากหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มต้นโดยหัวหน้าหมู่บ้านจะมอบภารกิจรับรองให้กับผู้เล่นที่มีระดับร่างกายโคจรสูงกว่าระดับที่ 20
อย่างไรก็ตามภารกิจรับรองของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นเกี่ยวข้องกับดันเจี้ยนแห่งที่สอง ด้วยความยากของดันเจี้ยนผู้เล่นจะต้องรอจนกว่ามีระดับร่างกายโคจรสูงกว่า 25 จึงจะมีโอกาสในการเคลียร์ดันเจี้ยนแห่งที่สองเพื่อบรรลุภารกิจรับรอง
ในส่วนเงื่อนไขสุดท้ายก็คือศรัทธา แน่นอนนั่นคือสาเหตุว่าทำไมจึงมีเทวรูปของเทพเจ้าทั้งสี่ตั้งอยู่ที่นี่ ศรัทธาที่ชายชรากล่าวถึงก็คือการถวายศรัทธาแก่หนึ่งในสี่เทพเจ้าที่อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้
“ ข้าไม่ได้ศรัทธาในทวยเทพทั้งสี่ ข้าคือผู้ศรัทธาในความตาย ” เจมส์เอ่ยขึ้น เขาไม่ได้ต้องการออกจากที่นี่โดยใช้เงื่อนไขปกติ การเป็นแสดงตัวว่าเป็นคนนอกรีตนั้นคืออีกเงื่อนไขหนึ่งที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถออกจากเกาะแห่งนี้ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใบรับรองจากหัวหน้าหมู่บ้าน
ทันทีที่ชายชราได้ยินเช่นนั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จากผู้เฒ่าที่ดูใจดีกลายเป็นคนแก่ที่ไม่เป็นมิตร ชายชราผู้นั้นจ้องมองเจมส์ด้วยสายตารังเกียจก่อนที่จะเอ่ยเสียงแข็ง
“ เจ้าพูดเล่นใช่ไหม ? ”
หลังจากที่ชายชราได้เอ่ยถามเจมส์ก็หยิบใบรับรองผู้นับถือศาสนาที่ได้จากเอโบออกมา เขาส่งมันให้กับชายชราตรงหน้า
ในเวลานี้ชายชรามองดูใบรับรองด้วยมือที่สั่นเทา เขารู้สึกโกรธและเกือบจะขยำกระดาษในมือทิ้ง “ ฮึ่ม ! ดี ดีแล้ว เจ้าคนนอกรีตผู้หลงผิดศรัทธาในเทพเจ้าที่ชั่วร้าย เจ้ารีบไปซะก่อนที่ข้าจะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ”
กล่าวสิ้นชายชราก็เขวี้ยงใบรับรองใส่หน้าเจมส์แต่เจ้าตัวก็ตอบสนองในทันทีโดยใช้มือคว้าใบรับรองอย่างแม่นยำ
“ ผู้เฒ่าโปรดรักษาตัวด้วย เพราะถ้าท่านฉุนเฉียวง่ายแบบนี้ข้าเกรงว่าไม่นานท่านจะได้พบกับเทพเจ้าของเรา ” เจมส์เอ่ยพร้อมเผยรอยยิ้มติดตลก
ได้ยินเช่นนั้นชายชราก็โกรธจนตัวสั่น ใบหน้าที่ซีดเทาของผู้เฒ่าวัยชราถูกย้อมด้วยสีแดงจากโลหิตที่สูบฉีดเพราะความฉุนเฉียว อย่างไรก็ตามชายชราทำได้เพียงแค่แค่นเสียงระบายอารมณ์ก่อนที่จะเคาะไม้เท้าลงบนพื้นดินหนึ่งครั้งและหันหลังหันเดินจากไปในทันที
ราวกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการกระตุ้น ทันทีที่ชายชราเคาะไม้เท้าวงไสยเวทย์ก็สว่างวาบขึ้น อักษรรูนนับไม่ถ้วนลอยขึ้นจากพื้นดิน พวกมันหมุนวนรอบๆร่างกายของเจมส์ราวกับมีชีวิต
ทันใดนั้นแสงสว่างสีขาวก็พวยพุ่งออกมาจากพื้นดินเบื้องล่าง พวกมันย้อมชโลมครอบคลุมร่างกายของเจมส์จนกระทั่งร่างกายของเขากลายเป็นกลุ่มก้อนของแสงสว่าง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีร่างของเจมส์ก็พุ่งหายไปในท้องฟ้าเบื้องบน. . .
จมอยู่ในความมืดเพียงไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ เจมส์รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาพบว่าตนเองนั้นลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ เมื่อมองไปทางด้านหน้าเจมส์พบกับดาวเคราะห์สีฟ้าที่ดูคล้ายกับโลก ผิดกันเพียงแค่ดาวเคราะห์ดวงนี้มีขนาดใหญ่กว่าและมีสภาพภูมิศาสตร์ที่แตกต่างไปจากโลกของเขา
“ และแล้วฉันก็กลับมายังดาวดวงนี้อีกครั้ง . . . ” เจมส์พึมพำในขณะที่สายตาของเขาเชยชมสภาพภูมิทัศน์บนดาวเคราะห์ตรงหน้า
แน่นอนนี่คือดาวที่ถูกเรียกว่าอีรอน มันคือโลกที่แท้จริงของเส้นทางดวงดาว เกาะแห่งการเริ่มต้นนั้นไม่ใช่สถานที่ที่มีอยู่ในอีรอน มันเป็นเพียงแค่ลานฝึกซ้อมขนาดใหญ่ที่มีไว้ให้ผู้เล่นเรียนรู้ระบบของเส้นทางดวงดาวเพียงเท่านั้น
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเจมส์จึงไม่ได้ใช้เวลาอยู่บนเกาะแห่งการเริ่มต้นมากนัก อีรอนคือสถานที่ของการแข่งขันที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ มรดกหรือแม้กระทั่งขุมสมบัติ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่รอการเก็บเกี่ยวจากผู้เล่นอยู่บนดาวดวงนี้
—