เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 54
ตอนที่ 54
“ โปรดเลือกสถานที่เริ่มต้น . . . เขตพื้นที่ที่สว่างกว่าปกติคือสถานที่ที่ท่านสามารถเลือกเป็นจุดเริ่มต้นได้ ”
เสียงของระบบดังขึ้นภายในหัวของเจมส์ สำหรับผู้เล่นที่เพิ่งจะเข้าสู่อีรอนนั้นจะต้องเลือกจุดเริ่มต้นของตนเอง โดยเขตพื้นที่ที่สามารถเลือกเป็นจุดเริ่มต้นได้นั้นจะมีแสงสว่างเรืองออกมาอย่างเห็นได้ชัด สำหรับเจมส์ที่เป็นผู้เล่นในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเขามีตัวเลือกเพียงแค่สามอาณาจักรเพียงเท่านั้น
ตัวเลือกทั้งหมดของเจมส์ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่ในทวีปเพอร์เชี่ยนซึ่งเป็นทวีปโดดเดี่ยวที่ร้ายล้อมไปด้วยทะเลสีฟ้าคราม ทวีปเพอร์เชี่ยนนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามจากทั้งหมด 6 แผ่นทวีป มันเต็มไปด้วยลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งเขตทะเลทราย เขตหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนหรือแม้กระทั่งเขตป่าร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เจมส์เท่านั้นที่ถูกจำกัดให้เลือกจุดเริ่มต้นในทวีปเพอร์เชี่ยนแต่เป็นผู้เล่นจากทั่วทุกมุมโลก ทุกคนจะต้องเริ่มต้นในทวีปเพอร์เชี่ยนแต่จุดเริ่มต้นของพวกเขาจะมีตัวเลือกใดบ้างนั้นขึ้นอยู่กับเขตภูมิลำเนาของผู้เล่นแต่ละคน
ในทวีปเพอร์เชี่ยนมี 21 อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่กระจัดกระจายกันอยู่บนแผ่นทวีป สำหรับตัวเลือกของเจมส์นั้นเป็นอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในเขตทางทิศตะวันออกของแผ่นทวีป ทั้งสามมีอาณาเขตติดต่อกันได้แก่ อาณาจักรรีวินด์ อาณาจักรกุนรีและอาณาจักรไคเจี้ยน
อาณาจักรรีวินด์นั้นครอบครองพื้นที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับทั้งสามอาณาจักรซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการทหารและความยิ่งใหญ่ของผู้ปกครอง
สภาพภูมิศาสตร์ของอาณาจักรรีวินด์นั้นส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การปศุสัตว์ รองลงมาเป็นป่าเขาและทะเลทราย ความหลากหลายของสภาพภูมิศาสตร์นี้ทำให้อาณาจักรรีวินด์นั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดอาณาจักรรีวินด์นั้นจึงมีพื้นที่มากกว่าอาณาจักรทั้งสองที่อยู่รอบข้าง
ต่อมาคืออาณาจักรกุนรีที่ซึ่งครองครองพื้นที่เป็นอันดับสองรองมาจากอาณาจักรรีวินด์ อาณาจักรกุนรีนี้ตั้งอยู่ในเขตหนาว พื้นที่เกือบทั้งหมดของอาณาจักรนั้นถูกย้อมด้วยหิมะสีขาวโพลน
สาเหตุที่อาณาจักรกุนรีมีเขตพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองนั้นไม่ใช่เพราะอำนาจทางการทหารหรือผู้นำที่ยอดเยี่ยมแต่เป็นเพราะไม่มีอาณาจักรใดๆต้องการครอบครองแผ่นดินของกุนรี นอกจากความหนาวเย็นแล้วอาณาจักรกุนรีแทบจะไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวเลย
ในส่วนอาณาจักรสุดท้าย คืออาณาจักรไคเจี้ยน แม้ว่าจะครองครองพื้นที่น้อยที่สุดในสามอาณาจักรใกล้เคียงแต่อำนาจของอาณาจักรไคเจี้ยนนั้นไม่ควรมองข้าม นี่คืออาณาจักรคู่แข่งที่สามารถเขย่าฐานอำนาจของอาณาจักรรีวินด์
แม้ว่าอาณาจักรไคเจี้ยนจะถูกจำกัดด้วยทรัพยากรที่น้อยกว่าอาณาจักรรีวินด์ครึ่งต่อครึ่งแต่ประชาชนของที่นี่เติบโตมาพร้อมกับสายเลือดของนักรบ ทหารของพวกเขาแข็งแกร่งดังเช่นสัตว์ประหลาดและราชาผู้ปกครองนั้นปราดเปรื่องดังเช่นนักปราชญ์ที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์
นับตั้งแต่อาณาจักรไคเจี้ยนมีราชาไคเซนที่เก้าเป็นผู้ปกครอง อาณาจักรก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ความปราดเปรื่องของราชาไคเซนที่เก้าทำให้อาณาจักรกลายเป็นปึกแผ่นในเวลาเพียงไม่นาน เมื่อไม่มีศึกภายในอาณาจักรไคเจี้ยนก็รอเพียงแค่เวลาที่จะกลืนกินอาณาจักรรอบข้าง
แน่นอนอาณาจักรรีวินด์นั้นไม่ได้เฉยเมยกับการเติบโตขึ้นของอาณาจักรคู่แข่ง ในปัจจุบันอาณาจักรรีวินด์ทำทุกวิถีทางเพื่อปราบปรามการเติบโตที่รวดเร็วของอาณาจักรไคเจี้ยน แม้ว่ามันจะเป็นสงครามทางการทูตแต่หากเป็นเช่นนี้อยู่เรื่อยๆแล้ว อีกไม่นานไฟสงครามของทั้งสองอาณาจักรคงจะปะทุขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
ในตัวเลือกทั้งสามนี้อาณาจักรที่น่าสนใจที่สุดคงจะไม่พ้นอาณาจักรรีวินด์ที่ซึ่งมีอาณาเขตพื้นที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย สำหรับผู้เล่นนั้นคงไม่มีใครให้ความสนใจกับอำนาจของอาณาจักร สิ่งที่พวกเขาสนใจคือจุดเริ่มต้นที่จะเลือกนั้นมีปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้ตัวละครของพวกเขาพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามสายตาของเจมส์นั้นไม่ได้จดจ่ออยู่กับพื้นที่ในอาณาจักรรีวินด์ เขาไม่แม้แต่ชำเลืองมองอาณาจักรไคเจี้ยนที่มีอาณาเขตพื้นที่กว้างขวางเป็นอันดับสองในบรรดาอาณาจักรทั้งสาม สิ่งที่เจมส์ให้ความสนใจก็คือพื้นที่สีขาวโพลนที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของอาณาจักรกุนรี
“ เขาน่าจะอยู่ที่นั่น ” เจมส์พึมพำในขณะที่ย้อนความทรงจำเพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่าง แน่นอนมันเกี่ยวข้องกับแผนการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่เจมส์เตรียมไว้ก่อนที่จะกลับมายังอีรอน
สิ่งที่เจมส์ให้ความสนใจไม่ใช่สถานที่แต่เป็นตัวบุคคล ในเขตทางเหนือสุดของอาณาจักรกุนรีมันเป็นที่ตั้งของเมืองที่มีชื่อว่า “ นาจอร์ ” และเป็นที่อยู่อาศัยของคนคนนั้น
โดยไม่ลังเลเจมส์เลือกเมืองนาจอร์ที่ตั้งอยู่เกือบสุดขอบอาณาเขตของอาณาจักรกุนรี
“ ฉันเลือกเมืองนาจอร์ ” เจมส์พึมพำ
ในทันทีเสียงของระบบก็ดังขึ้นตามมา “ ท่านได้เลือกเมืองนาจอร์ภายใต้อาณาจักรกุนรีเป็นสถานที่เริ่มต้น โปรดทำการยืนยันอีกครั้ง. . . ”
“ เมืองนาจอร์คือสิ่งที่ฉันเลือก ”
สิ้นเสียงของเจมส์ร่างของเขาก็ถูกดูดเข้าสู่พื้นผิวของดาวเคราะห์อีรอน จนกว่าจะถึงชั้นบรรยากาศของดาวเจมส์จึงจะสัมผัสได้ถึงสายลมและอากาศเย็นเฉียบ
ดิ่งลงสู่พื้นผิวด้วยความเร็วเต็มพิกัด ทัศนวิสัยของเขาชัดเจนมากแม้ในความสูงหลายหมื่นฟุตแต่เจมส์ก็สามารถมองเห็นแผ่นทวีปได้อย่างชัดเจน
เพียงไม่กี่วินาทีในการดิ่งลงสู่ภาคพื้นดินแผ่นทวีปเพอร์เชี่ยนนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งขอบของแผ่นทวีปนั้นไม่สามารถมองเห็นได้จากระยะสายตาของเขา
ภูมิประเทศชัดเจนขึ้นอย่างรวดเร็วร่างของเจมส์พุ่งตรงสู่พื้นที่ถูกย้อมด้วยโพลนด้วยหิมะสีขาว มันสมควรที่จะถูกเรียกว่าดินแดนรกร้างอย่างแท้จริงเพราะในระยะความสูงนี้เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้นอกจากภูเขาน้ำแข็งและพื้นหิมะ
ทว่าในวินาทีนั้นสายตาของเจมส์ก็เหลือบไปเห็นภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่งที่สูงตระหง่านดูคล้ายกับยักษ์ไททันที่สูงใหญ่จนเกือบจะแตะท้องฟ้า บนยอดเขานั้นเจมส์ได้เห็นแสงระยิบระยับของบางสิ่งบางอย่างที่สะท้อนกับแสงของดวงอาทิตย์ เมื่อมองดูให้ดีจะเห็นได้ว่าสิ่งที่สะท้อนแสงระยิบระยับแยงสายตานั้นคือเกล็ดของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่
มันคือมังกร ! มังกรที่แท้จริง !! สิ่งมีชีวิตที่มีอำนาจยิ่งใหญ่เป็นรองเพียงเหล่าเทพเจ้าทั้งห้าองค์ แต่แม้ว่าจะอยู่ใต้เทพเจ้าทั้งห้ากระนั้นมังกรก็ไม่เคยรับใช้เทพเจ้าองค์ใด มันเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของสิ่งมีชีวิตโบราณ หยิ่งผยองและยากจะคาดเดาบุคลิก
“ ไอ้ลุงฟรอส !! ” เจมส์จะโกนพร้อมกับส่งเสียหัวเราะคิกคัก แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้หวังว่ามังกรตัวนั้นจะไม่ได้ยินเสียงของเขาแต่เจมส์ก็ตะโกนออกมาเพราะว่าเขาดีใจมากที่ได้พบกับเพื่อนเก่า
ฟรอสคือชื่อของมังกรตัวนั้น มันคือสิ่งมีชีวิตโบราณที่มีอายุยาวนานจนไม่มีใครทราบอายุที่แท้จริงของฟรอส ในอดีตก่อนที่การแข่งขันของเส้นทางดวงดาวจะสิ้นสุดลงเจมส์ได้มีโอกาสทำภารกิจที่เกี่ยวข้องกับมังกรตัวนั้น เขาต้องดั้นด้นตามหาสมบัติในตำนานเพื่อรักษามังกรชรา
เมื่อภารกิจสำเร็จเจมส์ก็ได้กลายเป็นเพื่อนกับมังกรที่ยิ่งใหญ่แห่งทวีปเพอร์เชี่ยน แม้ว่าจะได้ทำความรู้จักกันเพียงไม่นานแต่ฟรอสก็เป็นมังกรที่ตลกมาก เจมส์ยังจำได้ว่าในครั้งนั้นเขาได้ขอให้ฟรอสไปส่งที่ทวีปบิลไชร์
ด้วยความเร็วของมังกรโบราณเช่นฟรอสการเดินทางข้ามทวีปนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่อึดใจดังนั้นเขาจึงต้องขอร้องให้ฟรอสช่วย
ฟรอสนั้นดูเหมือนจะไม่เต็มใจแต่มันก็ตอบตกลงในที่สุดเพื่อเห็นแก่ความช่วยเหลือของสหายตัวน้อยเช่นเจมส์ เมื่อไปถึงที่หมายเจมส์ตกใจมาก มันเป็นเพราะว่าเขาถูกรายล้อมไปด้วยมังกรนับสิบๆตัวซึ่งแต่ละตัวนั้นมีพลังอำนาจที่มากกว่าเขาหลายสิบหลายร้อยเท่า
ในตอนแรกเจมส์คิดว่ามังกรทั้งหมดนี้เป็นศัตรูของฟรอสแต่กลับกลายเป็นว่าพวกมันคือมังกรคู่ครองของฟรอสซึ่งเมื่อพบกับแฟนเก่าฟรอสก็ดูเหมือนจะรู้สึกหงอยๆ
เมื่อส่งถึงที่หมายแล้วเจมส์ก็พบว่าฟรอสถูกหิ้วปีกลากหายไปในท้องฟ้าโดยมังกรตัวเมียหลายสิบตัว หลังจากนั้นสามเดือนเจมส์พบกับฟรอสอีกครั้งในสภาพที่โรยรา
“ ข้าเหนื่อยเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่ ” คำทักทายแรกที่ถูกเอ่ยโดยมังกรแห่งทวีปเพอร์เชี่ยนที่ยิ่งใหญ่นามว่าฟรอสในครั้งนั้นทำให้เจมส์หัวเราะจนตาย
กลับมายังปัจจุบันในตอนนี้เจมส์อยู่ห่างจากพื้นดินไม่มากแล้ว ในจุดนี้เขาสามารถมองเห็นเมืองของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน ตัวเมืองถูกล้อมด้วยกำแพงหินสีดำเป็นวงกลม มองจากไกลๆเจมส์สามารถประเมินได้ว่าเมืองแห่งนี้มีบ้านเรือนเกินกว่าสามพันหลังคาเรือน ทิศเหนือสุดคือที่ตั้งของปราสาทที่แม้จะดูเก่าแก่แต่ก็ให้ความรู้สึกของศักดิ์ศรีและอำนาจของผู้อยู่อาศัย
ผังเมืองนั้นถูกวางไว้อย่างดีก่อนการสร้าง ถนนสายหลักตัดเป็นสี่ทิศทางจากเหนือไปใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตกและยังมีถนนสายย่อยที่เชื่อมทั้งเมืองเข้าด้วยกัน โดยรวมแล้วมันเหมือนกับวงกลมที่ถูกขีดผ่านศูนย์กลางด้วยเส้นตรงแนวตั้งและแนวนอน นอกจากนี้ยังมีเส้นวงกลมเล็กๆสี่ถึงห้าชั้นซ้อนกันอยู่ภายในซึ่งสิ่งนั้นก็คือถนนสายย่อยนั่นเอง
นี่คือเมืองนาจอร์ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เจมส์ได้เลือกไว้
ในที่สุดเท้าของเจมส์ก็ได้สัมผัสกับพื้นดินที่เย็นเฉียบ เขาลงจอดอย่างนุ่มนวลในทางด้านหน้าทางเข้าเมืองของประตูทางทิศใต้ สิ่งแรกที่เจมส์เผชิญเมื่อมาถึงคือสายตาของทหารยามจำนวนหนึ่งที่ดูแลรักษาประตูเมืองอยู่ในบริเวณนั้น
ทหารยามเหล่านั้นดูเหมือนจะตื่นตะลึง เมื่อครู่นี้พวกเขาเห็นลำแสงพุ่งลงมาจากฟากฟ้า มันไม่มีแม้กระทั่งเสียงหรือแรงกระแทกจากการตกและแล้วเมื่อแสงนั้นกระทบเข้ากับพื้นดินมันก็กลายเป็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง สิ่งนี้คืออะไร !?
เจมส์รู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับเขา เพราะเส้นทางดวงดาวคือโลกกึ่งเสมือน NPC ของที่นี่ไม่ใช่ NPC ที่อยู่ในเกมทั่วไป พวกเขามีจิตวิญญาณทั้งหมดดังนั้นการปรากฏตัวของตนเองจึงทำอยู่นอกเหนือความรู้ความเข้าใจของทหารเหล่านี้
“ สวัสดี ” เจมส์ยิ้มและทักทายเหมือนกับว่าเขาเป็นเพียงแค่คนพเนจรที่บังเอิญผ่านมา
ทหารยามทั้งหมดยังคงนิ่งอึ้ง บางคนขยี้ตาตัวเองเพื่อมองดูอีกครั้ง เจมส์ไม่ได้รอการตอบสนองของทหารเหล่านี้เขายิ้มตลกๆก่อนที่จะกดล็อกเอาท์ออกจากระบบ . . .
“ ผีหลอกข้า กลางวันแสกๆเลย ! ”
“ เจ้าโง่ นั่นไม่ใช่ผี นั่นคือวิญญาณ !! ”
“ มันต่างกันเหรอวะ !??? ”