เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 56
ตอนที่ 56
ใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย กรุงเทพมหานครในปี ค.ศ. 2064 ยังคงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟและความจอแจของผู้คน ทอดสายตาผ่านกระจกของรถยนต์หรูเจมส์เฝ้ามองวิถีชีวิตของคนกรุงอย่างเงียบๆ แม้ว่าระบบคมนาคมจะถูกพัฒนาไปไกลกว่าในอดีตแต่ความติดขัดของสภาพการจราจรยังคงเป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับกรุงเทพมหานครไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในไม่ช้ารถยนต์โรลส์รอยซ์ก็เลี้ยวเข้าไปในโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง “ แกรนด์เซเรสเชี่ยล ” คือชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัวของเจมส์ เขายังคงจำได้ว่าโรงแรมแกรนด์เซเรสเชี่ยลนี้คือโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ในอดีตเจมส์รู้จักโรงแรมแห่งนี้ไม่ใช่ในฐานะแขกแต่เป็นผู้เยี่ยมชมหลังจากที่โรงแรมแห่งนี้หลงเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังในยุคสมัยอันเลวร้าย
เมื่อรถยนต์โรลส์รอยซ์หรูหรามูลค่าราคาหลายสิบล้านจอดอยู่บริเวณหน้าล็อบบี้ของโรงแรม มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พนักงานต้อนรับจะรู้สึกกระตือรือร้นในการต้อนรับแขกผู้มั่งคั่ง
“ สวัสดีครับท่าน ” พนักงานต้อนรับหนุ่มสวมชุดสูตรที่ดูเรียบร้อยเมื่อเปิดประตูรถหรูให้กับแขกแล้วเขาก็เอ่ยคำต้อนรับด้วยความสุภาพ
เจมส์พยักหน้ารับตามมารยาทก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรม ภายในล็อบบี้นั้นถูกตกแต่งด้วยความหรูหราฟุ่มเฟือย ห้องโถงโอ่อ่าทันสมัยแต่ก็ผสมผสานด้วยความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมยุโรปในยุคกลาง มันทำให้แขกนั้นรู้สึกว่าพวกเขาอยู่ในสถานที่ที่สวยงามและทรงเกียรติ
เมื่อเข้ามาด้านในพนักงานที่ทำหน้าคอยต้อนรับแขกในล็อบบี้ก็เดินตรงเข้ามาหา เธอเป็นพนักงานสาวที่เรียกได้ว่าสวยงามทันสมัย เครื่องสำอางและลิปสติกสีแดงช่วยขลับความงามของเธอจนดูโดดเด่น ภายใต้ชุดสูทตัวเล็กได้ซ่อนภูเขาสองลูกที่ดูอวบอิ่มเอาไว้ มันเป็นสิ่งล่อตาล่อใจที่ทำให้บุรุษเพศนั้นยากที่จะห้ามใจไม่ให้ก้มลงมามอง
พนักงานสาวดูเหมือนจะประหลาดใจเมื่อเธอพบว่าแขกผู้นี้มีใบหน้าที่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคย อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับคนที่เธอเคยรู้จักแล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย. . . เธอได้แต่คิดว่าชายคนนี้คงจะเป็นคนที่มีใบหน้าคล้ายกันจนทำให้เธอสับสน แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยต้อนรับชายหนุ่มผู้เป็นแขกก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“ พลอยไพลิน ? ” เจมส์เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาพบใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้ในความทรงจำอันยาวนานของเขา
“ นายคือ . . . เจมส์งั้นเหรอ !! ” หญิงสาวที่ชื่อว่าพลอยไพลินประหลาดใจมาก เธอหลุดอุทานออกมาเบาๆเพราะไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มคนนั้นจะกลายมาเป็นแขกของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว นอกจากนี้เธอยังเห็นด้วยว่าเขานั่งรถหรูราคาหลายสิบล้านมาที่นี่ เขารวยแค่ไหน !?
เจมส์พยักหน้าพร้อมเผยรอยยิ้มเล็กๆ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับเพื่อนสมัยมัธยมปลายที่ไม่ได้เจอกันมานาน ในชีวิตวัยเรียนของเจมส์เขามีเพื่อนอยู่ไม่มากนัก เช่นเดียวกันแม้ว่าหญิงสาวผู้นี้จะไม่ใช่เพื่อนคนสนิทของเขาแต่เจมส์ก็จดจำเธอได้ดี เธอเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในระดับชั้นและยังเป็นคนที่เจมส์เคยแอบชอบตอนสมัยเรียน
รักในวัยเรียน . . . มันเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่มากก็น้อยเคยมีประสบการณ์ เจมส์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่น่าเสียดายที่ในเวลานั้นเขาขี้อายและไม่ค่อยมั่นใจในตนเองจึงทำให้ความรักของเขาไม่สมปรารถนาแต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ขี้อายมันก็คงเป็นไปได้ยาก ในเวลานั้นเขาไม่ได้โดดเด่นและหล่อเหลาเหมือนนักเรียนชายคนอื่นๆ
เมื่อนึกย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้นเจมส์ก็รู้สึกขบขันในความไร้เดียงสาของตนเอง
“ โอ้ ! ไม่ได้เจอกันนานเลย ว่าแต่นายสบายดีไหม ? ” พลอยไพลินเอ่ยถาม เธอจ้องมองเจมส์ด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
“ ฉันสบายดี แล้วเธอล่ะ ? ”
“ ก็ดีนะ ตอนนี้ฉันมีงานที่ดี ชีวิตก็ดีอยู่นะแต่ขาดแฟนที่ดีเนี่ยสิ. . . ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมเผยสายตาที่มีเลศนัย
ด้วยคำพูดของหญิงสาวหากว่าเป็นชีวิตก่อนหน้านี้เจมส์คงจะยิ้มไม่หุบแต่สำหรับเจมส์ในปัจจุบันเขาไม่มีเวลาสำหรับเรื่องแบบนั้น นอกจากนี้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อพลอยไพลินก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เจมส์ทำได้เพียงแค่เอ่ยสั้นๆ
“ เธอสวยขนาดนี้จะกังวลเรื่องแฟนไปทำไม ? ว่าแต่ฉันมีนัดกับเพื่อนคนหนึ่งที่นี่ เธอช่วยนำทางฉันไปได้ไหม ? ”
ได้รับคำตอบจากชายหนุ่มพลอยไพลินก็เหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ นี่เขาซื่อบื้อหรือว่าเขาไม่ชอบฉันแล้ว ? แต่ในวินาทีต่อมาเธอก็กลับมาสวมบทบาทเป็นพนักงานต้อนรับที่ดี
“ ได้สิ ว่าแต่นายนัดใครไว้ล่ะ ? ”
“ เธอชื่อมินาเสะ ”
มินาเสะ . . . ฟังดูเหมือนชื่อของผู้หญิงชาวต่างชาติ เธอคือแฟนของเขางั้นเหรอ ? เดี๋ยวนะ . . .นั่นคือคุณมินาเสะ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้ !? นี่เขามีหน้ามีตาถึงขนาดรู้จักกับคนระดับนั้นแล้วเหรอ ? ให้ตายทำไมฉันไม่จับเขาตั้งแต่อยู่มัธยมนะยัยพลอยไพลิน ยัยโง่
“ พลอยไพลิน เธอเป็นอะไรไหม ? ” เจมส์เอ่ยถามหลังจากที่เห็นว่าเพื่อนคนนี้เงียบหายไปราวกับว่าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เมื่อได้ยินคำเรียกพลอยไพลินก็ถูกดึงกลับมาสู่ความเป็นจริง เธอยิ้มอย่างละอายก่อนที่จะเอ่ยขึ้น “ นายรออยู่ที่นี่แปปนึงนะ ฉันจะไปดูว่ามีตารางนัดของคุณมินาเสะรึเปล่า
ไม่นานพลอยไพลินก็ย้อนกลับมา หลังจากที่ตรวจดูตารางนัดแล้วเธอก็พบว่าคุณมินาเสะนั้นกำลังรอแขกที่มีชื่อว่าเจมส์อยู่จริงๆ
ในไม่ช้าเจมส์ก็ถูกนำไปยังภัตตาคารหรูหราที่ตั้งอยู่บนด่านฟ้าของโรงแรม ที่นี่เต็มไปด้วยแขกที่ดูดีมีสกุล มันเป็นแหล่งรวมตัวของเศรษฐีและบุคคลในระดับสูงที่มีหน้ามีตาในสังคม อาหารเพียงมื้อเดียวของที่นี่อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาทแม้แต่พลอยไพลินที่เป็นพนักงานของโรงแรมหรูระดับห้าดาวก็ไม่มีปัญญาที่จะทานอาหารบนภัตตาคารแห่งนี้ มันสิ้นเปลืองและแพงเกินไป ที่นี่เหมาะสำหรับเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่เหลือกินเหลือใช้. . .
ในมุมหนึ่งของภัตตาคารที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์ดีที่สุด ด้วยความสูงสามสิบเก้าชั้นของโรงแรมทำให้การมองจากที่นี่จะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองกรุงได้อย่างถนัดตา นอกจากนี้ในยามกลางคืนแสงไฟจากท้องถนนและอาคารต่างๆจะช่วยให้วิวทิวทัศน์ที่มองเห็นได้จากที่นี่สวยงามมากยิ่งขึ้นไปอีก
แน่นอนพื้นที่ในส่วนนี้เป็นพื้นที่ของแขก VIP ที่ภัตตาคารสงวนไว้สำหรับแขกในระดับประเทศ แม้แต่เศรษฐีระดับพันล้านก็ไม่มีสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ในแถบนี้ เห็นได้ชัดว่าผู้ที่สามารถนั่งทานอาหารอยู่ในพื้นที่ส่วนนี้ได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา
อย่างไรก็ตามในเวลานี้มีแขกสองคนนั่งอยู่ที่นี่ หนึ่งเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงามไร้ที่ติ ผมสีดำยาวของเธอถูกม้วนโดยมีปิ่นหยกบริสุทธิ์ปักไว้ให้คงรูปทรง ดวงตาสีน้ำตาลคมชัดยามที่สะท้อนกับแสงไฟมันเหมือนกับมีมนต์เสน่ห์ลึกลับถูกฝังอยู่ในดวงตาคู่นั้น ริมฝีปากเล็กๆแดงระเรื่อเหมือนดังเช่นผลแอปเปิ้ลสด
โดยรวมแล้วเธอเป็นความงามที่หาได้ยากยามเมื่อเธอยิ้มโลกจะคล้อยตาม บุรุษจะโค้งงอให้กับศักดิ์ศรีของพวกเขา แน่นอนเธอไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมินาเสะ หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีอำนาจที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้
นั่งอยู่ข้างเธอคือชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาดุดัน เขามีดวงตาที่คล้ายคลึงกับมินาเสะแต่แววตาของชายผู้นี้ให้อารมณ์ของผู้มีประสบการณ์และยากที่จะอ่านออก ภายใต้ชุดสูทสีดำที่ดูมีมูลค่าเขาดูเหมือนกับนักธุรกิจใหญ่ที่มีอำนาจและความร่ำรวยไม่รู้จบ คนผู้นี้คือนายวรเมษ ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลพฤกษเมตตระกูลที่มีอำนาจมากในประเทศไทยหรือพ่อของมินาเสะนั่นเอง
เมื่อเจมส์มาถึงโดยการนำทางของพลอยไพลินชายสวมชุดสูทสวมแว่นตาดำก็ได้ห้ามปรามพวกเขาไว้
“ ที่นี่เป็นพื้นที่สงวน หากต้องการทานอาหารคุณสามารถมองหาโต๊ะในพื้นที่อื่น ”
“ นี่คือแขกของคุณมินาเสะมา ” พลอยไพลินเอ่ย
“ รอสักครู่ ” ชายชุดดำตอบทันที หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไป
ไม่นานเจมส์ก็ถูกเชิญให้เข้าไปร่วมรับประทานอาหาร ส่วนพลอยไพลินเมื่อหมดหน้าที่ของเธอแล้วเธอจึงกล่าวลา อย่างไรก็ตามก่อนที่เธอจะจากไปเธอยังได้ขอเบอร์ติดต่อของเจมส์ไว้ โดยอ้างว่าจะมีงานเลี้ยงรุ่นเร็วๆนี้และเธอก็ไม่อยากให้เขาพลาด แน่นอนว่าเจมส์นั้นไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
“ คุณรอนานไหม ” เจมส์เอ่ยถามมินาเสะหลังจากที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ของตนเอง
“ ไม่เลย ฉันเองก็เพิ่งจะมาถึง . . . นี่คือพ่อของฉัน ” มินาเสะเอ่ยตอบพร้อมกับแนะนำพ่อของเธอให้เจมส์รู้จัก
“ สวัสดีครับ คุณคงจะเป็นคุณวรเมษ ” เจมส์ยกมือไหว้แต่ไม่ได้ก้มหัวตามมารยาท แน่นอนว่าเจมส์นั้นรู้จักนายวรเมษดี ชายผู้นี้ได้สร้างความดีความชอบเอาไว้มากเมื่อครั้งที่อโพคาลิปเฟสที่ 2 เริ่มต้นขึ้น แม้ว่าเขาจะทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์แต่ผลของการกระทำก็ได้ช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้มากมาย
พ่อของมินาเสะพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาประเมินค่าอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาจึงพยักหน้ารับการทักทายพร้อมกับเอ่ย “ คนหนุ่มที่ดี สายตาของคุณแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่คนธรรมดาๆ มาเถอะ. . . ทานอาหารกันก่อน ธุระไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ”
หลังจากนั้นมื้ออาหารค่ำที่แสนหรูหราก็เริ่มต้นขึ้นซึ่งเจมส์นั้นไม่พลาดที่จะเพลิดเพลินกับความหรูหราฟุ่มเฟือย เขาต้องยอมรับว่าความอร่อยนี้คุ้มค่าสมราคา
มันเป็นเวลานานแล้วที่เจมส์ไม่ได้สัมผัสกับรสอาหารที่ดีเช่นนี้ ต้องรู้ก่อนนะว่าเมื่ออโพคาลิปเฟส 2 เริ่มต้นขึ้น ความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ไม่สามารถหาได้ ดังนั้นค่ำคืนนี้เจมส์จึงดื่มด่ำกับรสชาติความอร่อยโดยไม่มีความเกรงใจ
“ นักธุรกิจที่งานรัดตัวอย่างคุณวรเมษถึงกับมาพบผมเป็นการส่วนตัว ให้ผมเดามันคงจะเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนที่ผมเสนอไปใช่ไหม ? ” เจมส์เอ่ยเปิดประเด็นหลังจากที่มื้ออาหารเกือบจะสิ้นสุดลงไปแล้ว
นายวรเมษจิบไวน์มูลค่าหลายแสนบาทก่อนที่เขาจะเช็ดปากตามมารยาทของผู้ดี หลังจากนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้น “ นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง จริงๆแล้วผมมีเรื่องที่จะต้องรู้ให้ได้และเชื่อว่าคุณเป็นคนที่สามารถให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ”
เจมส์สามารถล่วงรู้ความต้องการของชายผู้นี้ได้โดยไม่ต้องเดา เขาเผยรอยยิ้มเล็กราวกับว่าสิ่งที่นายวรเมษเอ่ยถามนั้นอยู่ในความคาดหวังของเขาตั้งแต่ต้น
“ ทุกอย่างมีราคา . . . ” เจมส์เอ่ยเบาๆราวกับเขาเพียงแค่พึมพำไม่ใช่การเรียกร้อง
มันเหมือนกับจิ้งจอกเฒ่าสองคนคุยกัน ทันทีที่เจมส์เอ่ยขึ้นนายวรเมษก็เผยรอยยิ้มที่คล้ายคลึงกัน “ นั่นเป็นสิ่งที่นักธุรกิจพึงกระทำ ผมเข้าใจดี. . . เอาเป็นว่าถ้าคุณตอบความสงสัยของผมได้ผมจะให้ราคาตามที่คุณเสนอ ยี่สิบห้าล้านดอลลาร์ ”
ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเจมส์ก็เหยเก เขาดูเหมือนจะหนักใจ “ นั่นไม่คุ้มค่าเลยกับผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับ . . . ”
เมื่อเจมส์เอ่ยสิ้นมินาเสะก็เหล่ตาชำเลืองมองไปยังพ่อของเธอก่อนที่จะหันกับมามองเจมส์ด้วยสายตาห้ามปราม เธอรู้ว่าพ่อของเธอนั้นไม่ชอบคนได้คืบจะเอาศอก
อย่างไรก็ตามเจมส์ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาของเธอ เขารู้ว่าเขากำลังทำอะไร สิ่งที่นายวรเมษต้องการรู้นั้นคือเบื้องหลังของเส้นทางดวงดาว มูลค่าของข้อมูลนั้นเกินกว่า 25 ล้านดอลลาร์อย่างแน่นอนและมันเป็นข้อมูลที่มีความเสี่ยงมากซึ่งเจมส์ไม่ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนหากว่าข้อเสนอนั้นไม่คุ้มค่า
ทว่าในวินาทีต่อมาพ่อของมินาเสะก็ได้เอ่ยสิ่งที่แม้แต่ลูกสาวคนโปรดก็ไม่คาดคิด “ คุณต้องการเท่าไหร่ ? ”
—